สโมสรฟุตบอลแบล็กเบิร์นโรเวอส์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส)
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สโมสรฟุตบอลแบล็กเบิร์นโรเวอส์
Blackburn Rovers svg.png
ชื่อเต็มสโมสรฟุตบอลแบล็กเบิร์นโรเวอส์
(Blackburn Rovers Football Club)
ฉายาRovers, Blue and Whites
กุหลาบไฟ (ในภาษาไทย)
ก่อตั้งค.ศ. 1875
สนามอีวุดพาร์ก
ผู้จัดการทีมโทนี โมว์เบรย์
ลีกแชมเปียนชิพ
เว็บไซต์เว็บไซต์สโมสร
สีชุดทีมเยือน

สโมสรฟุตบอลแบล็กเบิร์นโรเวอส์ (อังกฤษ: Blackburn Rovers Football Club) เป็นสโมสรฟุตบอลในระดับลีกวัน ของอังกฤษ เคยเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาล 1994–95 มีฉายาว่า "กุหลาบไฟ" ในภาษาไทย ตั้งอยู่ ณ เมืองแบล็กเบิร์น ในเทศมณฑลแลงคาเชียร์ ประเทศอังกฤษ มีสนามเหย้าชื่อ อีวุดพาร์ก

ประวัติของสโมสร[แก้]

สโมสรฟุตบอลแบล็กเบิร์นโรเวอส์ ก่อตั้งเมื่อปี 1875 และได้แชมป์ฟุตบอลลีกครั้งแรกในปี 1911 ได้สมัยที่ 2 ในปี 1913

ในปี 1992 มีการเปลี่ยนชื่อลีกสูงสุดเป็นพรีเมียร์ลีกหรือพรีเมียร์ชิพเป็นปีแรก สโมสร แบล็กเบิร์นโรเวอส์ จบด้วยอันดับ 4 แต่ด้วยการทุ่มทุนมหาศาลของแจ็ค วอร์กเกอร์ ประธานสโมสรผู้ทำธุรกิจเหล็กกล้า ซึ่งลงทุนจ้าง เคนนี ดัลกลิช อดีตผู้จัดการของ ลิเวอร์พูล พร้อมกับให้เงินดัลกลิชซื้อ อลัน เชียเร่อส์ มาจับคู่กับ คริส ซัตตัน จนสามารถชนะเลิศพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ อย่างไม่มีใครคาดคิด โดยมีคะแนนมากกว่าคู่แข่งสำคัญอย่าง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เพียงคะแนนเดียว แต่ต่อมาในปี 1994–95 มา แบล็กเบิร์นโรเวอส์ จบด้วยอันดับ 7 และก็เสียผู้เล่นคนสำคัญอย่าง อลัน เชียเร่อส์, โทนี เกล, เดวิด แบ็ตตี้ ทำให้ แบล็กเบิร์นโรเวอส์ พยายามซื้อนักฟุตบอลที่มีชื่อเสียงอย่าง ซีเนอดีน ซีดาน แต่ก็ล้มเหลว ก่อนที่ทีมจะตกชั้นลงไปเล่นเดอะแชมเปียนชิปในปี 1998 และแจ็ค วอร์กเกอร์ได้เสียชีวิตด้วยวัย 71 ปี ในปี 2000 และในปี 2001–02 แบล็กเบิร์นสามารถเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จพร้อมกับคว้าแชมป์คาร์ลิงคัพ มาครองได้สำเร็จ

แบล็กเบิร์นโรเวอส์ อยู่ในพรีเมียร์ลีกมาอย่างยาวนาน จนกระทั่งใน ปี 2011–12 แบล็กเบิร์นโรเวอส์ ต้องตกชั้นลงไปสู่ เดอะแชมเปียนชิป ด้วยอยู่ในอันดับที่ 19 ของตาราง ด้วยคะแนนเพียง 31 คะแนนเท่านั้น[1] [2]

ต่อมาใน ฤดูกาล 2016–17 แบล็กเบิร์นโรเวอส์ ต้องตกลงไปสู่ลีกวัน หรือระดับดิวิชัน 3 ด้วยการจบฤดูกาลที่อันดับที่ 22 แม้นัดสุดท้ายจะเป็นฝ่ายเอาชนะเบรนท์ฟอร์ด ไปได้ถึง 3-1 และแม้จะมีคะแนน 51 คะแนนเท่ากับ นอตทิงแฮมฟอเรสต์ แต่ทว่ามีลูกเสียได้น้อยกว่า 2 ลูก ทำให้ต้องตกชั้นลงไปสู่ลีกวัน นับเป็นสโมสรแรกที่ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกแต่ต้องลงไปเล่นในระดับลีกวัน[3]

ผู้เล่นชุดสร้างประวัติศาสตร์ แชมป์พรีเมียร์ลีก 1994-95[แก้]

อดีตผู้เล่นที่มีชื่อเสียง[แก้]

ผู้เล่นชุดปัจจุบัน[แก้]

หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ

No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
1 อังกฤษ GK คริสเตียน วอลตัน
2 นามิเบีย DF ไรอัน เอ็นยัมเบ้
3 สาธารณรัฐไอร์แลนด์ DF เดอรริค วิลเลี่ยมส์
4 อังกฤษ MF แบร็ดลี่ย์ จอห์นสัน
5 ประเทศไอร์แลนด์ DF เกร็ก คันนิ่งแฮม
6 อังกฤษ MF ริชาร์ด สมอลวู๊ด
7 อังกฤษ FW อดัม อาร์มสตรอง
8 อังกฤษ MF โจ รอธเวลล์
9 อังกฤษ FW แซม กัลลาเกอร์
10 อังกฤษ FW แดนนี่ เกรแฮม
11 อังกฤษ MF แฮริสัน แชปแมน
12 อังกฤษ FW โดมินิค ซามูเอล
13 แคนาดา GK เจสัน เลียตไวเลอร์
17 จาเมกา DF อามารี' ไอ เบล
18 อังกฤษ MF จาค๊อบ ดาเวนพอร์ต
No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
19 อังกฤษ MF สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง
20 อังกฤษ FW เบน เบรเรตัน
23 อังกฤษ MF แบร็ดลี่ย์ แด๊ค
24 อังกฤษ DF โทซิน อดาเร่ไบโอโย่
26 สาธารณรัฐไอร์แลนด์ DF แดร์เร็ก เลนิฮาน
27 อังกฤษ MF เลวิส ทราวิส
29 ไอร์แลนด์เหนือ MF คอร์รี่ อีแวนส์
30 อังกฤษ DF แซม ฮาร์ท
31 อังกฤษ MF เอลเลียต เบนเน็ตต์
33 อังกฤษ GK แอนดี้ ฟิชเช่อร์
34 อังกฤษ FW เดเนียล บัตเตอร์เวิร์ธ
35 อังกฤษ DF โจ เกรย์สัน
37 อังกฤษ MF โจ แรนกิ้น-คอสเทลโล
39 อังกฤษ MF จอห์น บั๊คลี่ย์

เกียรติประวัติ[แก้]

ระดับประเทศ[แก้]

  • ดิวิชันสอง
    • ชนะเลิศ (1): 1938–39
  • ดิวิชันสาม
    • ชนะเลิศ (1): 1974–75

อ้างอิง[แก้]

  1. "แบล็กเบิร์นตกชั้น!วีแกนอัด1-0". สนุกดอตคอม.
  2. "ตารางคะแนน ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2011-2012". พรีเมียร์ดรีมดอตคอม.
  3. หน้า 19, กุหลาบช้ำ. "ตะลุยฟุตบอลโลก" โดย หมวดแซม. ไทยรัฐปีที่ 68 ฉบับที่ 21660: วันพฤหัสบดีที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 แรม 1 ค่ำ เดือน 6 ปีระกา

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]