สโมสรฟุตบอลพลิมัทอาร์ไกล์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สโมสรฟุตบอลพลิมัทอาร์ไกล์
ชื่อเต็มสโมสรฟุตบอลพลิมัทอาร์ไกล์
ฉายาThe Pilgrims (ผู้แสวงบุญ)[1]
ก่อตั้ง1886; 135 ปีที่แล้ว (1886) ในชื่อ อาร์ไกล์
สนามโฮมปาร์ก
Ground ความจุ18,600 ที่นั่ง[2]
เจ้าของไซมอน ฮัลเลตต์ (97%)
ประธานไซมอน ฮัลเลตต์
ผู้จัดการไรอัน โลว์
ลีกลีกทู
2018–19อันดับที่ 21 จาก 24 ในลีกวัน (ตกชั้น)
เว็บไซต์เว็บไซต์สโมสร
สีชุดทีมเยือน
สีชุดที่สาม

สโมสรฟุตบอลพลิมัทอาร์ไกล์ เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพที่ตั้งอยู่ที่เมืองพลิมัท มณฑลเดวอน ประเทศอังกฤษ ปัจจุบันกำลังแข่งขันในลีกทู หลังจากที่ตกชั้นจากลีกวันในฤดูกาล 2018–19 สนามเหย้าของสโมสรมีชื่อว่าโฮมปาร์ก หรือรู้จักกันในชื่อ "โรงละครแห่งความเขียว" ซึ่งเปิดใช้งานมาตั้งแต่ ค.ศ. 1901 อาร์ไกล์เป็นหนึ่งในสองสโมสรจากเดวอนที่ลงเล่นในฟุตบอลลีก อีกสโมสรหนึ่งคือเอ็กซิเตอร์ซิตี ซึ่งถือเป็นคู่ปรับกัน

ฉายาของสโมสรคือ "ผู้แสวงบุญ" มีที่มาจากกลุ่มทางศาสนาที่เดินทางออกจากพลิมัทไปยังโลกใหม่ใน ค.ศ. 1620 ส่วนตราสัญลักษณ์ของสโมสร มีรูปของ เมย์เฟลาเวอร์ ซึ่งเป็นเรือที่นำพาผู้แสวงบุญไปยังแมสซาชูเซตส์ สีเสื้อเหย้าของสโมสรคือสีเขียวและขาว ซึ่งเป็นสีที่ใช้งานมาตลอด ยกเว้นช่วงปลายทศวรรษ 1960 ถึงต้นทศวรรษ 1970 ที่สโมสรเลือกใช้สีขาวเป็นสีหลัก สำหรับสีเขียวเข้ม หรือ 'สีเขียวอาร์ไกล์' ถูกนำมาใช้ในฤดูกาล 2001–02 และเป็นสีหลักมาจนถึงปัจจุบัน[3]

สโมสรถูกก่อตั้งขึ้นในชื่อ อาร์ไกล์ ใน ค.ศ. 1886 ต่อมา สโมสรเข้าสู่ระบบอาชีพ และได้เข้าร่วมเซาเทิร์นลีกและเวสเทิร์นลีก ในนาม พลิมัทอาร์ไกล์ ใน ค.ศ. 1903 พวกเขาชนะเลิศเวสเทิร์นลีกในฤดูกาล 1904–05 และชนะเลิศเซาเทิร์นลีกในฤดูกาล 1912–13 ก่อนที่จะถูกเลือกเพื่อนเลื่อนขึ้นไปเล่นในเทิร์ดดิวิชันใน ค.ศ. 1920 สโมสรจบอันดับรองชนะเลิศถึง 6 ฤดูกาลติดต่อกัน ก่อนที่จะได้เลื่อนชั้นจากการชนะเลิศเทิร์ดดิวิชันเซาท์ในฤดูกาล 1929–30 ภายใต้การคุมทีมของบ็อบ แจ็ก ผู้จัดการที่คุมทีมยาวนานที่สุดของสโมสร ต่อมาสโมสรได้ลงเล่นในเซคันด์ดิวิชันถึง 20 ปี และตกชั้นใน ค.ศ. 1950 ต่อมาพวกเขากลับมาเซคันด์ดิวิชันอีกครั้งหลังจากชนะเลิศเทิร์ดดิวิชันเซาท์ในฤดูกาล 1951–52 แต่ก็ตกชั้นอีกครั้งใน ค.ศ. 1956 และกลับมาชนะเลิศเทิร์ดดิวิชันอีกหนในฤดูกาล 1958–59

อาร์ไกล์สลับเลื่อนชั้นและตกชั้นระหว่างเซคันด์กับเทิร์ดดิวิชันอยู่บ่อยครั้ง พวกเขาตกชั้นจากเซคันด์ดิวิชันในปี 1968, 1977 และ 1992 และเลื่อนชั้นขึ้นจากเทิร์ดดิวิชันในฤดูกาล 1974–75 และ 1985–86 ซึ่งพวกเขาจบอันดับรองชนะเลิศทั้งสองครั้ง จนกระทั่งใน ค.ศ. 1995 พวกเขาตกชั้นสู่ลีกระดับที่สี่เป็นครั้งแรก แต่ก็เลื่อนชั้นกลับสู่เทิร์ดดิวิชันได้หลังจากชนะเลิศโฟร์ทดิวิชันในฤดูกาล 1995–96 แต่สุดท้ายก็ต้องตกชั้นอีกครั้งในปี 1998 ต่อมาในฤดูกาล 2001–02 สโมสรชนะเลิศลีกระดับสี่ด้วยคะแนน 102 แต้ม ภายใต้การคุมทีมของพอล สเตอร์ร็อก ทำให้ได้เลื่อนชั้นกลับสู่ลีกระดับสาม และพวกเขาก็ชนะเลิศลีกระดับสามเป็นสมัยที่ห้าในฤดูกาล 2003–04 ทำให้ได้เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในแชมเปียนชิป พวกเขาได้เล่นในแชมเปียนชิปอยู่ 6 ฤดูกาล ก่อนที่จะตกชั้นสองครั้งติดต่อกัน ทำให้ต้องลงไปเล่นลีกทูในปี 2011 ต่อมาในฤดูกาล 2016–17 อาร์ไกล์ได้เลื่อนชั้นสู่ลีกวัน แต่สุดท้ายก็ตกชั้นกลับสู่ลีกทูหลังจบฤดูกาล 2018–19

เกียรติประวัติ[แก้]

รายชื่อเกียรติประวัติของพลิมัทอาร์ไกล์[4]

เกียรติประวัติ จำนวน ปี
ลีก
ฟุตบอลลีกเทิร์ดดิวิชันเซาท์ / เทิร์ดดิวิชัน / เซคันด์ดิวิชัน ชนะเลิศ (ระดับ 3) 4 1929–30, 1951–52, 1958–59, 2003–04
ฟุตบอลลีกเทิร์ดดิวิชันเซาท์ / เทิร์ดดิวิชัน รองชนะเลิศ (ระดับ 3) 8 1921–22, 1922–23, 1923–24, 1924–25, 1925–26, 1926–27, 1974–75, 1985–86
เทิร์ดดิวิชัน ชนะเลิศ (ระดับ 4) 1 2001–02
ฟุตบอลลีกทู รองชนะเลิศ (ระดับ 4) 1 2016–17
ฟุตบอลลีกเทิร์ดดิวิชัน ชนะเลิศเพลย์ออฟ (ระดับ 4) 1 1995–96
เซาเทิร์นฟุตบอลลีก ชนะเลิศ 1 1912–13
เซาเทิร์นฟุตบอลลีก รองชนะเลิศ 2 1907–08, 1911–12
เวสเทิร์นฟุตบอลลีก ชนะเลิศ 1 1904–05
เวสเทิร์นฟุตบอลลีก บี รองชนะเลิศ 1 1906–07
เซาเวสต์รีเจียนนัลลีก ชนะเลิศ 1 1939–40
ถ้วยในประเทศ
เอฟเอคัพ รอบรองชนะเลิศ 1 1983–84
ฟุตบอลลีกคัพ รอบรองชนะเลิศ 2 1964–65, 1973–74

อ้างอิง[แก้]

  1. "Plymouth Argyle". The Football League. 10 มิถุนายน 2011. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2 มีนาคม 2012. สืบค้นเมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2012.
  2. "Home Park capacity set for 17,900 after stage one of redevelopment work is completed". The Herald (Plymouth). 31 July 2018. สืบค้นเมื่อ 23 August 2018.
  3. "Plymouth Argyle – Historical Football Kits". www.historicalkits.co.uk.
  4. Achievements. Greensonscreen.co.uk. Retrieved 25 August 2011.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]