ทมยันตี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก วิมล เจียมเจริญ)
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

วิมล ศิริไพบูลย์

เกิด5 กรกฎาคม พ.ศ. 2479
จังหวัดพระนคร ประเทศสยาม
เสียชีวิต13 กันยายน พ.ศ. 2564 (85 ปี)
จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย
นามปากกาทมยันตี
ลักษณวดี
กนกเรขา
โรสลาเรน
มายาวดี
วิม-ลา
อาชีพนักเขียน
การศึกษาคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ผลงานที่สำคัญ
  • คู่กรรม
  • ทวิภพ
รางวัลสำคัญศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พ.ศ. 2555
คู่สมรสสมัคร กล่ำเสถียร (หย่า)
ศรีวิทย์ เจียมเจริญ (หย่า)

คุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ (5 กรกฎาคม พ.ศ. 2479 – 13 กันยายน พ.ศ. 2564) นามปากกาว่า ทมยันตี และอื่น ๆ เป็นนักประพันธ์นวนิยายชาวไทย มีผลงานเด่น เช่น คู่กรรม, ทวิภพ, ค่าของคน, อุบัติเหตุ, ดาวเรือง, ล่า, เวียงกุมกาม, พิษสวาท, ดั่งดวงหฤทัย, คำมั่นสัญญา, พี่เลี้ยง, เลือดขัตติยา, ใบไม้ที่ปลิดปลิว, รอยมลทิน, โสมส่องแสง และอื่น ๆ ซึ่งมีการสร้างเป็นภาพยนตร์และละครโทรทัศน์หลายยุคหลายสมัย จนได้รับการแต่งตั้งเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี พ.ศ. 2555

วิมลมีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์ 6 ตุลา เนื่องจากจัดรายการผ่านสถานีวิทยุยานเกราะโจมตีนักศึกษาและสนับสนุนระบอบทหาร จนนำไปสู่การสังหารหมู่นักศึกษาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และภายหลังเหตุการณ์นั้น วิมลได้ตำแหน่งทางการเมืองหลายตำแหน่งจากทหาร ซึ่งรวมถึงตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และสมาชิกวุฒิสภา[1]

ประวัติ[แก้]

ชีวิตในช่วงต้น[แก้]

วิมล ศิริไพบูลย์ ชื่อเล่นว่า อี๊ด[2] เกิดเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2480 ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จังหวัดพระนคร เป็นบุตรีคนใหญ่ของทองคำ และไข่มุก ศิริไพบูลย์ มีพี่-น้อง 2 คน ตระกูลฝ่ายบิดาเป็นทหารเรือ ตระกูลฝ่ายมารดาเป็นชาววัง พี่ชายคนโต (วิเชียร) ต่อมาเข้าศึกษาที่โรงเรียนนายเรือ และรับราชการ

ต้นตระกูลทางฝ่ายบิดาของวิมลเป็นช่างทองอยู่จันทบุรี ย่าของทมยันตี (เหรียญ) เป็นภรรยาคหบดีเมืองจันทบุรี

ทองคำบิดาของวิมล เป็นลูกคนที่สามในจำนวนพี่น้องสี่คน โดยมีคุณหญิงปานใจ รามอินทรา เป็นพี่สาวคนโต มีหลวงประเสริฐสิริ (ต่อมาเป็นที่มาของนามสกุลศิริไพบูลย์) เป็นพี่ชายคนรอง มีน้องคนสุดท้องคือทองพูน

คุณหญิงปานใจ พี่สาวคนโตของทองคำ เป็นภริยาของพระรามอินทรา อธิบดีกรมตำรวจในสมัยนั้น ส่วนพี่ชายคนรองคือหลวงประเสริฐสิริ ศิริไพบูลย์ เป็นนายทหารเรือ ภายหลังได้ร่วมกลุ่มกับคณะปฏิวัติ 2475 เปลี่ยนแปลงการปกครองของไทย

ฝ่ายต้นตระกูลฝั่งมารดาของวิมล ยาย ‘เค้า’ เป็นลูกหลานพระตำรวจหลวงซึ่งเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ มีนิวาสถานอยู่แถวท่าพระจันทร์ในปัจจุบัน ฝ่ายมารดาของยายของทมยันตีเป็นชาววังห้องเครื่องสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า

การศึกษาและทำงาน[แก้]

วิมลจบการศึกษาระดับประถมและมัธยมศึกษาจากโรงเรียนเขมะสิริอนุสสรณ์ จากนั้นศึกษาต่อในคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภายหลังเปลี่ยนมาศึกษาคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เธอเป็นนักโต้วาทีของมหาวิทยาลัย ร่วมทีมกับสมัคร สุนทรเวช และชวน หลีกภัย วิมลใช้เวลาส่วนใหญ่อ่านหนังสือในห้องสมุดหลายแห่ง เธอตัดสินใจไม่ไปสอบเพื่อรับปริญญา ทำให้เธอสำเร็จการศึกษาระดับอนุปริญญาแทน ในขณะศึกษาระดับชั้นปีที่สาม เพื่อนของวิมลได้ชักชวนให้ไปสมัครเป็นครูสอนวิชาภาษาไทยและวิชาประวัติศาสตร์ที่โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์ เธอจึงลาออกเพื่อไปประกอบอาชีพครู และเขียนหนังสือไปพร้อม ๆ กัน ต่อมาเธอจึงเลิกสอนหนังสือและหันมาเขียนหนังสือเพียงอย่างเดียวจนถึงปัจจุบัน

วิมลเริ่มเขียนเรื่องสั้นเป็นครั้งแรกเมื่ออายุ 14 ปี ขณะเรียนอยู่ชั้นมัธยม 4 เพื่อนสนิทที่ชื่อ อรพรรณ (แอ๋ว) ดวงอุดม ส่งงานเขียนไปยังนิตยสาร ศรีสัปดาห์ จนได้ตีพิมพ์และได้เขียนเรื่องสั้นต่อเนื่องอยู่ถึง 11 ปี ขณะที่เริ่มเขียนเรื่องยาวเรื่องแรกคือเรื่อง ในฝัน เมื่ออายุ 19 ปี ใช้นามปากกา โรสลาเรน ตีพิมพ์ในนิตยสารศรีสัปดาห์

ความขัดแย้งทางการเมือง[แก้]

วิมลได้ชื่อว่ามีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับฝ่ายทหาร และมักสนับสนุนระบอบทหาร โดยเฉพาะในช่วงเหตุการณ์ 6 ตุลา พ.ศ. 2519 เธอมีบทบาทเป็นแกนนำสำคัญของชมรมแม่บ้าน ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของภรรยาข้าราชการ ภรรยานายพลและแม่บ้าน กับทั้งเคยปราศรัยโจมตีขบวนการนักศึกษาที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยว่าเป็นผู้บ่อนทำลายมิตรประเทศคือสหรัฐ[3] นอกจากนี้ยังมีคลิปเสียงที่ จัดรายการผ่านสถานีวิทยุยานเกราะ ศูนย์กลางทหารม้า ซึ่งเป็นช่องทางการเผยแพร่ข้อมูลที่สำคัญของกลุ่มนวพล-กระทิงแดงในขณะนั้น[4]

ภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าว วิมลได้รับแต่งตั้งจากรัฐบาลทหารให้เป็นสมาชิกสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ในปีถัดมา เธอได้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ, ปี พ.ศ. 2522 เป็นสมาชิกวุฒิสภา และปี พ.ศ. 2527 ได้เป็นผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ

หลังลาออกจากการเป็นครูแล้ว วิมลสมรสกับสมัคร กล่าเสถียร ต่อมาได้หย่าร้างกัน และสมรสครั้งที่สองกับร้อยตำรวจโทศรีวิทย์ เจียมเจริญ มีบุตรชายด้วยกันสามคน เธอใช้ชีวิตสมรสกับสามีระยะเวลาหนึ่ง แต่ก็เกิดปัญหาอีก ทำให้มีคดีฟ้องร้องกันราวปี พ.ศ. 2523 เพราะปัญหาความแตกร้าวในชีวิตคู่ วิมลถูกฟ้องหย่าและถูกกล่าวหาว่ามีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับชายอื่น ในขณะที่เธอดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา คดีนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อ “คดีทมยันตี” หรือ “คดีชู้รักบันลือโลก”

ใน พ.ศ. 2529 ศาลฎีกามีคำพิพากษาว่าวิมล ขณะดำรงตำแหน่งวุฒิสมาชิก มีความผิดฐานก่อการทำชู้กับนาวาอากาศเอก อาคม อรรถเวทย์วรวุฒิ เจ้าหน้าที่ที่ดำรงตำแหน่งวุฒิสภาชิกด้วย หลังพันตำรวจตรี ศรีวิทย์ เจียมเจริญ สามีของเธอ ทำการฟ้องหย่าและเรียกร้องค่าชดเชย[5] หลังตัดสินคดีแล้ว วุฒิสภาได้ลงมติให้เธอต้องออกจากตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา[6] เธอเคยกล่าวว่าไม่เสียดายแต่เสียใจที่รักษาเอาไว้ให้ลูกไม่ได้ และเสียใจที่"ทำไมความยุติธรรมไม่มีในโลก” หลังจากทรัพย์สินถูกแบ่งแยกตามคำสั่งศาล วิมลจัดการแบ่งพลอยที่เหลือเป็นสามส่วนให้ลูกชายสามคน [7]

ต่อมาใน พ.ศ. 2548 วิมลได้ฟ้องพันตำรวจเอกศรีวิทย์ เจียมเจริญ อดีตสามี เรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรเป็นคดีความยืดเยื้อกันไปถึงสามศาลอีกครั้งหนึ่ง[8]

ถึงแม้ว่าจะมีการลงโทษเธอตามคำสั่งของศาลฎีกา พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรพระราชทานตำแหน่งคุณหญิงแก่เธอใน พ.ศ. 2548[9]

งานอดิเรกและของสะสม[แก้]

วิมลมีงานอดิเรกอย่างหนึ่งคือสะสมพลอย ซึ่งเคยมีอยู่เป็นหลักพัน-สองพันกว่าเม็ด ซึ่งสะสมมาตั้งแต่เด็กและสะสมมาเรื่อยด้วยเงินที่ได้จากเขียนหนังสือ ได้มาก็ซื้อพลอยเก็บไว้ โดยเธอบอกว่า "ซื้อไว้ดูเล่น" โดยให้เหตุผลว่าสมัยก่อนนั้นราคายังไม่แพงมากนัก นอกจากพลอยแล้ว เธอยังสะสมผ้า โดยเฉพาะผ้าคลุมไหล่ฝีมือช่างโบราณ ตลอดจนผ้าต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นเอเชียหรือยุโรป ซึ่งมีจำนวนมากถึงขนาดที่เธอพูดในทำนองว่าถ้าตายไม่ต้องใช้ถ่านใช้ฟืนที่ไหน ให้เอาผ้าที่เก็บมาเป็นเชื้อไฟก็ไม่หมด [10] แต่ว่าพลอยสะสมจำนวนกว่าสองพันเม็ดของวิมล ถูกศาลสั่งแบ่งครึ่งตามกฎหมาย โดยแบ่งเป็นพลอยเม็ดไม่ได้เข้าเรือนได้เป็นสองกอง และจับฉลากวัดดวงว่าใครได้กองไหนไป

ของสะสมอื่นๆ ของวิมล ยังมีของประเภท มีดและดาบโบราณทั้งไทย พม่า มอญ ไม้เท้า ไม้ครู แม้กระทั่งกลอนประตูป่าช้าโดยเก็บสะสมไว้ในห้องพระ ด้วยเหตุผลที่ว่า "ของพวกนี้มีวิญญาณ...ช่วยสร้างสรรค์จินตนาการสำหรับงานเขียน" [11]

รางวัล[แก้]

ใน พ.ศ. 2555 กรมส่งเสริมวัฒนธรรมของกระทรวงวัฒนธรรมได้ยกย่องคุณหญิงวิมลโดยการให้ตำแหน่งศิลปินแห่งชาติ[12]

นามปากกา[แก้]

วิมลนิยมใช้สำนวนภาษาตามแบบหลวงวิจิตรวาทการ (วิจิตร วิจิตรวาทการ) และนักเขียนสตรีรุ่นเก่าอย่าง ร. จันทพิมพะ

นวนิยายหลายเรื่องถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ เช่น คู่กรรม ทั้งสองภาค ดั่งดวงหฤทัย ทวิภพ คำมั่นสัญญา ดาวเรือง รอยอินทร์ ร่มฉัตร เลือดขัตติยา ในฝัน เป็นต้น นวนิยายที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคือ คู่กรรม ภาคหนึ่ง

วิมลมีนามปากกา 6 ชื่อ ได้แก่

  1. โรสลาเรน เป็นนามปากกาแรก เทียบคำในภาษาฝรั่งเศส แปลว่า "กุหลาบราชินี" ใช้เขียนเรื่องรักพาฝันหรือจินตนิยาย เธอเคยกล่าวว่านามปากกานี้นำมาจากชื่อนางเอกซึ่งเป็นนักร้องโอเปร่าในเรื่องสั้นของหลวงวิจิตรวาทการ นามปากกานี้ใช้ครั้งแรกในนวนิยายเรื่อง "ในฝัน"
  2. ลักษณวดี ใช้สำหรับเขียนนวนิยายรัก ส่วนใหญ่เป็นเนื้อหาของเหล่าเจ้าหญิงเจ้าชาย คำว่า "ลักษณวดี" มีความหมายว่า "นางผู้มีลักษณะดี , นางผู้งามเลิศ" เธอนำชื่อ "ลักษณวดี" ซึ่งเป็นนางในวรรณคดีและเป็นมเหสีของพระลอดิลกราชจากวรรณคดีเรื่อง "ลิลิตพระลอ"
  3. กนกเรขา ใช้สำหรับแต่งเรื่องตลกเบาสมอง คำว่า "กนกเรขา" แปลว่า "อักษรอันวิจิตร" เธอนำชื่อ "กนกเรขา" ซึ่งเป็นนางในวรรณคดีเรื่อง "กนกนคร" ของพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ หรือพระนามเดิม คือ พระองค์เจ้ารัชนีแจ่มจรัส (น.ม.ส.) มาใช้เป็นนามปากกา
  4. ทมยันตี (อ่านว่า ทะ-มะ-ยัน-ตี) แปลว่า "นางผู้มีความอดทนอดกลั้น" เป็นนางในวรรณคดีเรื่อง "พระนลคำหลวง" ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นนามปากกาที่ใช้แต่งเรื่องราวที่สะท้อนชีวิตและสังคม รวมทั้งแต่งเรื่องราวแนวจิตวิญญาณ และเป็นนามปากกาที่มีชื่อเสียงที่สุดของวิมล เธอเริ่มใช้นามปากกานี้ในการประพันธ์นวนิยายเรื่อง "รอยมลทิน" เป็นเรื่องแรก
  5. มายาวดี ใช้เขียนเรื่องเกี่ยวกับศาสตร์แห่งเทวะ หรือเรื่องเล่าจากตำนาน ความเชื่อต่าง ๆ และเคยใช้นามปากกานี้เขียนคอลัมน์ "สนธยากาล" ลงในนิตยสารขวัญเรือน ภายหลังนิตยสารขวัญเรือนได้เลิกกิจการ เธอได้เขียนเรื่องราวดังกล่าวข้างต้นลงในเพจเฟซบุ๊กชื่อ "ล้านนาเทวาลัย"
  6. วิม-ลา เป็นนามปากกาล่าสุดของวิมล ใช้เขียนเรื่องเกี่ยวกับศาสตร์แห่งเทวะ หรือเรื่องเล่าจากตำนาน ความเชื่อต่าง ๆ ลงในเพจเฟซบุ๊กชื่อ "ล้านนาเทวาลัย" โดยเริ่มเขียนเผยแพร่เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2562

แม้ไม่ปรากฏว่างานเขียนของเธอเคยได้รับรางวัลสำคัญ แต่เป็นที่ยอมรับทั่วไปว่าเธอถือเป็นนักเขียนที่ประสบความสำเร็จ มีผลงานได้รับความนิยมอย่างสูงเป็นจำนวนมาก เหตุผลที่ผลงานของเธอไม่ได้รับรางวัลทางวรรณกรรมใด ๆ นั้น เป็นเพราะเธอไม่ประสงค์ให้ส่งผลงานเธอไปประกวด และปฏิเสธการรับรางวัลทั้งปวง วิมลเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “ฉันเคยได้รับรางวัลจากพระหัตถ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาแล้ว นั่นคือรางวัลสูงสุดในชีวิต จากนั้นไม่เคยอยากได้รางวัลใด ๆ อีกเลย”

ช่วงบั้นปลายและการเสียชีวิต[แก้]

ช่วงบั้นปลายชีวิต วิมลกล่าวว่าได้รับการตรวจพบอาการเส้นเลือดในสมองตีบ ประกอบกับเหตุการณ์ที่บ้านของเธอเองย่านลาดพร้าวนั้นมีแขกไปใครมาแวะมาเยี่ยมเยียนอยู่บ่อย ๆ ซึ่งวิมลต้องการความสงบ เธอจึงสร้าง "อวันติ สวรา ล้านนาเทวาลัย" ที่อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ โดยหวังว่าจะเป็นที่พำนักในช่วงชีวิตสุดท้าย[13] พร้อมกับเริ่มลงมือเขียนเรื่อง 'จอมศาสดา' ซึ่งวิมลตั้งใจว่าจะเป็นนวนิยายเรื่องสุดท้ายก่อนที่จะหันหน้าเข้าสู่ความสงบใต้ร่มพระศาสนา[14]

ดิฉันรู้ตัวแล้วว่าเราเดินทางมาถึงวาระสุดท้ายของชีวิตแล้ว คนใกล้ตายรู้ตัวทุกคนนะ ยิ่งใครที่มรณานุสติเป็นประจำสังเกตลมหายใจตัวเองก็รู้เมื่อไหร่ที่ลมหายใจออกยาวกว่า ส่วนลมหายใจเข้าก็สั้นลง ๆ คงเป็นตอนที่ดิฉันคว่ำจอมศาสดาหน้าสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว

วิมลถึงแก่กรรมอย่างสงบในขณะนั่งสมาธิ ณ ล้านนาเทวาลัย นิวาสสถานแห่งสุดท้ายของตน เมื่อวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2564 สิริอายุ 84 ปี[15] ทั้งนี้ ได้มีการจัดพิธีเคารพศพขึ้น ณ วัดบวกครกใต้ อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 13-15 กันยายน พ.ศ. 2564 และได้มีกำหนดการเคลื่อนย้ายร่างของเธอไปยังวัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร ในวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2564 โดยพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพแก่คุณหญิงวิมล นอกจากนี้กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้ดำเนินการขอพระราชทานเพลิงศพและยกย่องเชิดชูเกียรติในฐานะศิลปินแห่งชาติในวันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2564 อีกด้วย[16]

ผลงาน[แก้]

ในนามปากกา "ทมยันตี"[แก้]

  1. กฤตยา
  2. กษัตริยา
  3. แก้วกัลยาแห่งแผ่นดิน
  4. แก้วกลางดง
  5. คำมั่นสัญญา
  6. คลื่นชีวิต
  7. คุณหญิงนอกทำเนียบ
  8. คู่กรรม
  9. คู่กรรม 2
  10. จิตา
  11. เจ้าแม่
  12. จดหมายถึงลูก (ผู้) ชาย
  13. จิตตเทวะ
  14. ชามี
  15. ชามาช เปลวสุริยัน
  16. โซ่สังคม
  17. ฌาน
  18. ดาวเรือง
  19. ดาวนภา
  20. ตราบาป
  21. ตะวันลา
  22. เถ้ากุหลาบ
  23. ถนนสายหัวใจ
  24. ทิพย์
  25. ทวิภพ
  26. เทพบุตรสุดแสบ
  27. แนวสุดท้าย
  28. นางเอก
  29. นากพัทธ์
  30. นายกหญิง
  31. ใบไม้ที่ปลิดปลิว
  32. บาป
  33. ประกาศิตเงินตรา
  34. แผลหัวใจ
  35. เพลงชีวิต
  36. พิเธีย
  37. พี่เลี้ยง
  38. พิษสวาท
  39. พ่อไก่แจ้
  40. แม่ดอกสวะ
  41. เมียน้อย
  42. มงกุฎหนาม
  43. มณีร้าว
  44. มายา
  45. ใยเสน่หา
  46. ยอดอนงค์
  47. ร่มฉัตร
  48. รอยลิขิต
  49. รักลวง
  50. รักที่ต้องมนตรา
  51. ราชาวดี
  52. รอยมลทิน
  53. รายากุนิง
  54. ล่า
  55. เวียงกุมกาม
  56. วันที่รอคอย
  57. ไวษณวี 
  58. ศิวาลัย
  59. สะพานดาว
  60. สองชีวิต
  61. สายรุ้ง
  62. สำรองรัก
  63. สตรีหมายเลขหนึ่ง
  64. สุริยวรรมัน
  65. สุดหัวใจ
  66. อย่าลืมฉัน
  67. อันธการ
  68. อตีตา
  69. อธิราชา

ในนามปากกา "โรสลาเรน"[แก้]

  1. ค่าของคน
  2. เงา
  3. เมฆขาว
  4. ตราบแผ่นดินกลบหน้า
  5. ทางรัก
  6. ในฝัน
  7. บัลลังก์เงา
  8. มงกุฎกุหลาบ
  9. มาลาเค
  10. ม่านหัวใจ
  11. รอยอินทร์
  12. รอยอาลัย
  13. ริมหัวใจ
  14. สายสัมพันธ์
  15. สิ้นสวาท
  16. โสมส่องแสง
  17. ณ ปลายฟ้า

ในนามปากกา "กนกเรขา"[แก้]

  1. เดชแม่ยาย
  2. แต่งกับงาน
  3. บิ๊กเสี่ย
  4. พ่อครัวหัวป่า
  5. พ่อปลาไหล
  6. พ่อม่ายทีเด็ด
  7. แรงรัก
  8. สมาคมม่าย
  9. อุบัติเหตุ
  10. ไอ้คุณผี

ในนามปากกา "ลักษณวดี"[แก้]

  1. จักรพรรดินี
  2. เจ้าแห่งรัตติกาล
  3. ดั่งดวงหฤทัย
  4. ธุวตารา
  5. บาดาล
  6. เทพอวตาร
  7. เทวปักษี
  8. มงกุฎที่ไร้บัลลังก์
  9. มนตราแห่งดารา
  10. มหารานี
  11. รัศมีจันทร์
  12. ราชินีชีบา
  13. เลือดขัตติยา
  14. สายใจ
  15. สรวงฟ้า
  16. หนี้รัก

ในนามปากกา "มายาวดี"[แก้]

  1. จดหมายจากวิญญาณ
  2. ชีวิตหลังความตาย
  3. ทิพยนิยาย
  4. ทิพยอาภา คัมภีร์มรณะ
  5. สนธยากาล (รวมเรื่องสั้นเกี่ยวกับความเชื่อและวิญญาณ)
  6. เดจาวู (2562)
  7. ตระหนักรู้ (2563)
  8. แกะรอยเทพ

ผลงานเรื่องสั้น[แก้]

  • ตุ๊กตายอดรัก
  • กระดูกคู่
  • ค่าของเงิน
  • คุณหมอ
  • คนชั่ว
  • คนเถื่อน
  • หัวใจเถื่อน
  • ผสมสิบ
  • ชุมทางชีวิต รวมเรื่องสั้นประกอบด้วยเรื่องต่าง ๆ ดังนี้
    • เรื่องของคุณแต๋ว
    • คนใช้
    • 12 ปี แห่งความหลังของศรีวิทย์
    • ชีวิตของดารณี
    • 36-22-36 ของยาหยี
    • คนที่มีค่าของปรางทอง
    • กามเทพของเจ้าหล่อน
    • ผมชื่อ "ตูบ"
    • หัวใจของหนู
    • วิชยา
  • ในหนังสือ “ความหมายของชีวิต” คือ
    • โอ้...ลูก (ทมยันตี)
  • ในหนังสือ "ลำนำฤดูร้อน" (โรสลาเรน) มี 2 เรื่อง ได้แก่
    • ลำนำชีวิต
    • รัชดา (โรสลาเรน)
  • ในหนังสือ "คนใช้" (โรสลาเรน) มีหลายเรื่อง เช่น
    • คนใช้
    • คุณหมอ
    • กิ่งแก้ว
    • คนชั่ว
    • ชีวิต

หนังสือพิเศษ[แก้]

  1. กว่าจะถึงวันนี้ของทมยันตี
  2. กลวิธีการเขียนนวนิยายสไตล์ทมยันตี

ผลงานปัจจุบัน[แก้]

  • ณ ปลายฟ้า (ภาคต่อริมหัวใจ) และ เดจา-วู เปิดตัวหนังสือในวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2562
  • ตระหนักรู้ วางจำหน่ายในเดือนเมษายน พ.ศ. 2563

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ย้อนประวัติ 'ทมยันตี' นักเขียนผู้เลื่องชื่อ เผยปม นองเลือด 6 ตุลา
  2. "'ทมยันตี' เปิดใจยืมโครงนิยายฝรั่งมาเขียน 'พิษสวาท' จริงหรือ?". มติชนออนไลน์. 3 สิงหาคม 2559. สืบค้นเมื่อ 3 สิงหาคม 2559. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  3. บทที่ 2 เหตุการณ์ 6 ตุลา เกิดขึ้นได้อย่างไร หน้าที่ 32 จาก http://www.2519.net
  4. "ย้อนประวัติ 'ทมยันตี' นักเขียนผู้เลื่องชื่อ เผยปม นองเลือด 6 ตุลา". ข่าวสด. 13 September 2021. สืบค้นเมื่อ 14 September 2021.
  5. บุญร่วม เทียมจันทร์. (2529). รวมคำพิพากษาฎีกาคดีดัง. กรุงเทพฯ : จงเจริญการพิมพ์. หน้า 336-355.
  6. ภัทรพร หงษ์ทอง. (2538). การศึกษาแนวคิดสตรีนิยมในนวนิยายของทมยันตีระหว่างพุทธศักราช 2506-2534. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. หน้า 48.
  7. กว่าจะถึงวันนี้ ของทมยันตี ตอนที่ 2 ความผิดเดียวของทมยันตีคือการแต่งงาน โดย วิศวนาถ
  8. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2697/2548 ระหว่าง นางวิมล ศิริไพบูลย์ โจทก์ และ พันตำรวจเอกศรีวิทย์ เจียมเจริญ จำเลย
  9. Thailand Forum > 15 Women Become 'Khunying'
  10. ‘กว่าจะถึงวันนี้’ ของทมยันตี ตอนที่ 4. ชีวิตที่มีแต่คำว่า ‘พลัดพราก’ จากของรัก โดย วิศวนาถ
  11. หนังสือ ‘กว่าจะถึงวันนี้’ ของทมยันตี ตอนที่ 4. ชีวิตที่มีแต่คำว่า ‘พลัดพราก’ จากของรัก โดย วิศวนาถ
  12. "ศิลปินแห่งชาติ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม". art.culture.go.th. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2021-09-30. สืบค้นเมื่อ 4 November 2018.
  13. รู้จักกับนักเขียนชื่อดัง ‘ทมยันตี’ ในฐานะผู้สร้างล้านนาเทวาลัย
  14. 78 ปี "ทมยันตี" กับคาถา "เดี๋ยวก็ตาย" ลั่นก่อนสิ้นลมต้องเขียน "จอมศาสดา"
  15. นักเขียนชั้นครู'ทมยันตี'นั่งสมาธิก่อนสิ้นลมที่'ล้านนาเทวาลัย'
  16. "'พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ 'ทมยันตี' 16 ก.ย. สวดอภิธรรม 7 วัน ที่วัดมกุฏกษัตริยาราม". มติชนออนไลน์. September 14, 2021. สืบค้นเมื่อ September 14, 2021.
  17. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๙๙ ตอนที่ ๑๘๔ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๒๙๑๖, ๑๗ ธันวาคม ๒๕๒๕
  18. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๙๗ ตอนที่ ๖๔ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๒๔๐๗, ๒๑ เมษายน ๒๕๒๓
  19. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ประจำปี ๒๕๕๖, เล่ม ๑๓๐ ตอนที่ ๒๓ ข หน้า ๑๐๕, ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๖
  20. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า[ลิงก์เสีย], เล่ม ๑๒๒ ตอนที่ ๖ ข หน้า ๓, ๕ พฤษภาคม ๒๕๔๘

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]