ข้ามไปเนื้อหา

เรียมเกร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จิตรกรรมในวัดอุโบสถรตนาราม ตอนองคตส่งสาร จากซ้ายไปขวา- นักนางสนมกำนัลในของทศกัณฐ์,(ขวามือ)องคต(ตรงกลางด้านซ้ายมือ),ทศกัณฐ์(ตรงกลางด้านขวามือ),สองพระอัครมเหสีของทศกัณฐ์(นางมณโฑ-นางกาลอัคคี)-(ซ้ายมือ).

เรียมเกร์ (เขมร: រាមកេរ្តិ៍, อักษรโรมัน: Ramakerti, รามเกรฺติ์, [riːəmkeː]) หรือ บทละครรามเกียรติ์ เป็นบทกวีมหากาพย์ของกัมพูชาที่ดัดแปลงมาจากมหากาพย์ฮินดูเรื่องรามายณะในภาษาสันสกฤต ชื่อนี้หมายถึง "ความรุ่งโรจน์ของพระราม" เป็นมหากาพย์ประจำชาติของกัมพูชา ร่วมกับ "ไตรเภท" ซึ่งเป็นวรรณกรรมที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียงนัก

เรียมเกร์ดัดแปลงแนวคิดศาสนาฮินดูในรามายณะให้เข้ากับหลักการในพุทธศาสนาและแสดงให้เห็นถึงความสมดุลระหว่างความดีและความชั่วในโลก เรียมเกร์ไม่เพียงแต่เป็นการจัดลำดับใหม่ของนิทานพื้นบ้านเท่านั้น แต่ยังเป็นเสาหลักของการแสดงนาฎศิลป์ของราชวงศ์เขมรอีกด้วย เช่นเดียวกับรามายณะ เรียมเกร์เป็นอุปมานิทัศน์เชิงปรัชญาที่สำรวจอุดมคติของความยุติธรรมและความซื่อสัตย์ที่แสดงออกโดยตัวละครเอก ได้แก่ กษัตริย์ พระราม และพระราชินี นางสีดา มหากาพย์เรื่องนี้เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ชาวเขมรจากการแสดงในโรงละครนาฏศิลป์เขมรที่เรียกว่า ละโคนโขล (ល្ខោនខោល) ในงานเทศกาลต่างๆ ทั่วประเทศกัมพูชา ฉากในมหากาพย์เรียมเกร์มักถูกวาดบนผนังพระราชวังในศิลปะแบบเขมรและภาพก่อนหน้านั้นถูกแกะสลักบนผนังของปราสาทนครวัดและปราสาทบันทายศรีที่ถือว่าเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมกัมพูชา

ประวัติ

[แก้]
บนลงล่าง ซ้ายไปขวา: ส่วนหนึ่งของภาพแกะสลักนูนต่ำจาก ศึกกรุงลงกานครวัด ปีกตะวันตกของระเบียงส่วนที่ 3 (ห้องภาพนูนต่ำ) ทางด้านเหนือ ภาพจากรามายณะ แสดงให้เห็นพระรามทรงยืนบนหนุมานตามด้วยพระลักษมณ์ พระอนุชาของพระราม และพิเภก, ศึกกรุงลงกาฉากที่ 1, ศึกกรุงลงกาฉากที่ 2

หลักฐานการปรากฎของเรียมเกร์เก่าแก่สุดในประเทศกัมพูชา ดังปรากฎตามต้นฉบับของมหากาพย์ที่ถูกค้นพบครั้งแรกสมัยศตวรรษที่ 7 ตาม จารึกเวียลกันเตล (Veal Kantel) (K.359) สมัยก่อนอาณาจักรพระนคร พบที่จังหวัดสตึงแตรง[1][2] ซึ่งในจารึกกล่าวถึงลักษณะอุดมคติที่ปรากฏในตัวพระราม และภาพแกะสลักอันประณีตบนผนังของนครวัด เมืองพระนคร จังหวัดเสียมเรียบ ยังปรากฎแสดงภาพฉากหนึ่งจากรามายณะ เช่น ศึกระหว่างเทวดาและอสูร หรือ ศึกกรุงลงกา บริเวณปีกตะวันตกของระเบียงส่วนที่ 3 (ห้องภาพนูนต่ำ) ทางด้านเหนือของนครวัดซึ่งมีอายุกว่าหนึ่งพันปี

นอกจากนี้จารึกปราสาทพระขรรค์ในพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ประมาณพุทธศตวรรษที่ 18 ได้มีการเปรียบเปรยถึงพระรามในมุมมองศาสนาพุทธที่สดุดีกษัตริย์ผู้นับถือศาสนาพุทธว่า พระองค์สร้างถนนข้ามมหาสมุทรไปยังกรุงลงกา เทียบกับกษัตริย์ผู้นับถือพระพุทธศาสนาที่ทรงสร้างสะพานด้วยทองคือการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาเพื่อส่งสัตว์โลกให้พ้นวัฏสงสาร

เรียมเกร์ในกัมพูชาช่วงหลังอาณาจักรพระนครโดยเฉพาะในช่วงสมัยอุดงได้มีการรับอิทธิพลรามเกียรติ์จากไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยแปลเป็นภาษาเขมร สืบเนื่องจากพระราชวงศ์ในราชสำนักกัมพูชาช่วงรัชกาลสมเด็จพระอุไทยราชาธิราชรามาธิบดี (นักองค์จัน) เข้ามาประทับในกรุงรัตนโกสินทร์ (กรุงเทพมหานคร) ความนิยมละครในราชสำนักรัตนโกสินทร์จึงมีอิทธิพลต่อราชสำนักเขมรสืบทอดจนถึงรัชกาลสมเด็จพระหริรักษ์รามมหาอิศราธิบดี (นักองค์ด้วง) จนถึง รัชกาลพระบาทสมเด็จพระนโรดม บรมรามเทวาวตาร (นักองค์ราชาวดี) [3][4] โดยออกญาวังวรเวียงชัย (จวน) เสนาบดีพระราชวังกรุงกัมพูชา ผู้ดูแลโครงการการแปลบทละครเรื่องรามเกียรต์ไทยเป็นเขมรระหว่างปี ค.ศ. 1923–1930[5][6] มีเค้าเดิมจากมหากาพย์รามายณะของอินเดียซึ่งจะไม่เหมือนกับรามเกียรติ์ของไทยตรงที่เรียมเกร์จะมีเงาะป่าร่วมในศึกสงครามด้วย นิยมแสดงตอนกุมภกรรณ และ ศึกไมยราพ[7][8]

ตัวละครหลัก

[แก้]
จิตรกรรมในวัดอุโบสถรตนาราม ตอนสุครีพหักฉัตร โดยทศกัณฐ์กอดนางมณโฑด้านขวาและนักสนมกำนัลของทศกัณฐ์ตกใจใจชุลมุน.
จิตรกรรมในวัดอุโบสถรตนาราม ตอนหนุมานจับนางเบญกาย.

ตัวละครหลักที่ปรากฏในเรื่อง มีดังนี้

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. Leng, Sirang. "Reamker Performance in Khmer Society_English Version". {{cite journal}}: Cite journal ต้องการ |journal= (help)
  2. Iyengar, Kodaganallur Ramaswami Srinivasa (2005). Asian Variations in Ramayana: Papers Presented at the International Seminar on 'Variations in Ramayana in Asia : Their Cultural, Social and Anthropological Significance", New Delhi, January 1981. Sahitya Akademi. ISBN 9788126018093.
  3. ศานติ ภักดีคำ. "บทละครเรื่องรามเกียรติ์และบทละครเรื่องอิเหนาภาษาเขมร: กับความสัมพันธ์วรรณคดีการแสดงไทย-กัมพูชา," ดำรงวิชาการ, 8(1)(ม.ค. – มิ.ย. 2552): 65. :– "รวมทั้งมีการแปลบทละครในจากภาษาไทยไปเป็นภาษาเขมรเพื่อใช้ประกอบการแสดงละครในราชสำนักกัมพูชาด้วย วรรณคดีการแสดงในกลุ่มนี้ที่มีหลักฐานชัดเจนคือบทละครเรื่องรามเกียรติ์ภาษาเขมร (ผูกที่ 75–80)".
  4. Haksrea, Kuoch, and Jacob, Judith M (2007). REAMKER (RĀMAKERTI): The Cambodian Version of the Ramayana. (Translated by Judith M. Jacob, Oriental Translation Fund New Series Vol. XLV). Oxon; New York, NY: Routledge. pp. 306–316. ISBN 9781136566837
  5. Edwards, Penny (2007). Cambodge: The Cultivation of a Nation, 1860–1945. Honolulu, HI: University of Hawai'i Press. p. 191. ISBN 9780824829230 "In her letter of May 1926, [sic], Karpeles—who was herself on the verge of publishing an article on the Ramayana in Siam—curtly noted that Thiounn’s Ramayana was “illustrated after the Siamese style."
  6. Sasagawa, Hideo (2005). "Post/colonial Discourses on the Cambodian Court Dance," Southeast Asian Studies, 42(4)(March 2005): 430. Cited in AN RSC 881 (9890). "Au sujet du manuscrit de "l'histoire du Ramayana" par S.E.M. Thiounn, 1923–1930. :– "Though Thiounn was promoted owing to his ability in French, his knowledge was not restricted to this alone. He was well-grounded in Siamese culture, and so he supervised a project of translating the Ramakien or the Thai version of the story of Rama into Khmer."
  7. https://monkcambodia.blogspot.com/2018/04/blog-post_83.html
  8. http://reamkerkhmer.blogspot.com/p/characters-des.html

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]