มาสค์ไรเดอร์ ซีรีส์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
มาสค์ไรเดอร์ ซีรีส์
ผู้สร้างโชตะโร อิชิโนะโมะริ
งานต้นฉบับมาสค์ไรเดอร์
ภาพยนตร์และละครโทรทัศน์
ภาพยนตร์ดูข้างล่าง
ละครโทรทัศน์ดูข้างล่าง
เกมส์
ดั้งเดิมRangers Strike
วิดีโอเกมคาเมนไรเดอร์แบทเทิล: แกนบาไซด์, คาเมนไรเดอร์ ไคลแม็กซ์ฮีโร่ส์, ออลล์คาเมนไรเดอร์: ไรเดอร์เจเนเรชั่น
เบ็ดเตล็ด
ของเล่นSuper Imaginative Chogokin, Souchaku Henshin, S.H. Figuarts

มาสค์ไรเดอร์ (อังกฤษ: Mask Rider) หรือ คาเมนไรเดอร์ (ญี่ปุ่น: 仮面ライダー โรมาจิKamen Raidā) เป็นชื่อชุดของภาพยนตร์ โทคุซัทสึซึ่งสร้างสรรค์จากความคิดของ โชทาโร่ อิชิโนะโมริ ที่ได้รับความนิยมและมีการสร้างอย่างต่อเนื่องที่สุดชุดหนึ่งของญี่ปุ่น สำหรับในประเทศไทย ภาพยนตร์ชุดนี้ โดยเฉพาะภาพยนตร์ในซีรีส์แรก ๆ มักนิยมเรียกกันว่า ไอ้มดแดง ตามชื่อเมื่อฉายครั้งแรกในไทย

คำว่า คาเมน (ญี่ปุ่น: 仮面 โรมาจิkamen) ในภาษาญี่ปุ่นหมายถึงหน้ากากส่วน 'มาสค์ (mask) ในภาษาอังกฤษหมายถึงหน้ากากเช่นเดียวกัน

ชุดการสร้างได้ถูกแบ่งออกเป็นสามช่วงคือยุคโชวะที่เริ่มจากคาเมนไรเดอร์ ถึง คาเมนไรเดอร์ BLACK RX ช่วงที่สองคือยุคเฮเซระยะแรก เริ่มตั้งแต่ มาสค์ไรเดอร์คูกะ ถึง มาสค์ไรเดอร์ดีเคด และช่วงที่สามคือยุคนีโอเฮเซระยะที่สอง เริ่มตั้งแต่มาสค์ไรเดอร์ดับเบิ้ล ถึงปัจจุบัน

เนื้อเรื่องต้นฉบับ[แก้]

เนื้อเรื่องในซีรีส์แรกของมาสค์ไรเดอร์ (ในไทยใช้ชื่อ ไอ้มดแดงอาละวาด) เกิดขึ้นในโลกที่ถูกรุกรานจากองค์การก่อการร้ายอันลึกลับที่ใช้ชื่อว่า ช็อกเกอร์ ซึ่งมีเป้าหมายที่จะครองโลก เพื่อที่จะบรรลุจุดมุ่งหมายดังกล่าว ช็อกเกอร์ได้ลักพาตัวคนจำนวนมากเพื่อนำมาเป็นสมุน โดยผ่าตัดดัดแปลงคนเหล่านั้นให้เป็นมนุษย์ดัดแปลงโดยใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย ก่อนที่จะล้างสมองเป็นขั้นตอนสุดท้าย อย่างไรก็ตาม เหยื่อรายหนึ่ง ผู้ซึ่งมีชื่อว่า ฮอนโก ทาเคชิ ได้รับการช่วยเหลือออกมาก่อนที่จะถูกล้างสมอง เมื่อสำนึกและความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของเขามิได้ถูกลบล้างไปด้วย ฮอนโกจึงตัดสินใจที่จะใช้พลังที่เขาได้มาจากการดัดแปลงเพื่อต่อสู้กับองค์การช็อกเกอร์ในฐานะซูเปอร์ฮีโรนาม มาสค์ไรเดอร์ หรือ ไอ้มดแดง หลังจากนั้นก็ได้มีการสร้างไอ้มดแดงในรูปแบบต่างกันขึ้นในภาคต่อ ๆ มา

จุดตลาดของมาสค์ไรเดอร์[แก้]

สำหรับผู้ชมของมาสค์ไรเดอร์ในยุคก่อนนั้นเน้นฐานผู้ชมที่เป็นเด็กผู้ชาย โดยเฉพาะประถมเป็นหลัก โดยเน้นเรื่องราวการทำความดี มิตรภาพ และ ความสามัคคีเป็น จนกระทั่งในปี ค.ศ. 2000 ได้มีการเพิ่มฐานผู้ชมในวัยอื่นๆ โดยเน้นไปทางเนื้อเรื่องที่มีมิติและสมจริงมากยิ่งขึ้น ทำให้เรื่องราวของตัวละครมีความหลากหลาย การสร้างปมเหตุการณ์ต่างๆให้มีความซับซ้อนคล้ายกับชีวิตของมนุษย์ทั่วๆไป รวมไปถึงการคัดเลือกนักแสดงเพื่อเพิ่มฐานผู้ชมประเภทหญิงสาวตั้งแต่มัธยมจนถึงแม่บ้าน

คุณลักษณะสำคัญของมาสค์ไรเดอร์[แก้]

ในอดีตจนถึงปัจจุบัน มาสค์ไรเดอร์ในทุกๆภาคจะยังคงมีการรักษาเอกลักษณ์และลักษณะสำคัญของการเป็นมาสค์ไรเดอร์ดังนี้

หน้ากาก[แก้]

จุดสำคัญอย่างแรกของมาสค์ไรเดอร์คือหน้ากาก โดยลักษณะเด่นๆนั้นจะอยู่ดวงตาของไรเดอร์ ที่จะมีลักษณะเป็นวงรีโดยมีลักษณะคล้ายคลึงกับแมลง มีเขาซึ่งเป็นตัวบ่งบอกว่าเป็นแมลงชนิดใด (ยกเว้นไรเดอร์บางคนที่ไม่ได้มาจากแมลง เช่น อาเมซอน,อากิโตะ,ริวคิ,ฮิบีกิ,ดีเคด เป็นต้น)

เข็มขัด[แก้]

ซีรีส์ของไรเดอร์ในช่วงโชวะ ไรเดอร์ทุกคนจะเป็นมนุษย์ดัดแปลง ซึ่งอาจจะถูกองค์กรวายร้ายหรือพรรคพวกร่วมกันดัดแปลงก็แล้วแต่ พวกเขาจะมีเข็มขัดฝังอยู่ในร่างกาย เมื่อทำการแปลงร่างเข็มขัดจะปรากฏขึ้นมาและแปลงร่างเป็นไรเดอร์ ในช่วงยุคต่อมาของซีรีส์ไรเดอร์ในยุคปัจจุบันในบางเรื่องเข็มขัดจะเป็นลักษณะถอดออกได้ ทำให้ในบางตอนจะมีลักษณะตอนที่ตัวเอกทำเข็มขัดหายหรือเข็มขัดของไรเดอร์บางคนสามารถถ่ายทอดให้คนอื่นๆได้ (เช่น ไคสะ จากภาคไฟซ์) ส่วนการแปลงร่างนั้นจะต้องมีเข็มขัดมาก่อนถึงทำการแปลงร่างได้

ท่าแปลงร่าง[แก้]

ท่าแปลงร่างหรือเฮนชิน ถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญของไรเดอร์ทุกคน โดยการแปลงร่างจะต้องเป็นลักษณะท่ายืนและต้องพูดคำว่า เฮนชิน โดยอาจจะมีคำเสริมท้ายได้ (เช่น เฮนชินV 3, เฮนชินสตรองเกอร์) โดยไรเดอร์คนแรกที่มีท่าแปลงร่างและใช้คำพูดแปลงร่างอย่างเป็นทางการคืออิจิมอนจิ ฮายาโตะ (มาสค์ไรเดอร์คนที่สอง)

มีไรเดอร์เพียงไม่กี่คนที่ไม่มีท่าแปลงร่าง เช่น อาเมซอน (ใช้คำว่า อา-มา-ซอน), G3 (ใช้สวมชุดเกราะแทน) ส่วนมาสค์ไรเดอร์ Xก็จะใช้คำว่า เซ็ทอัพ (Setup, หรือแปลเป็นไทยว่าประกอบร่าง) ในช่วงแรก แต่ช่วงหลังก็จะใช้ท่าเฮนชินเหมือนปกติ

ความเกี่ยวเนื่องระหว่างภาค[แก้]

ทีวีซีรีส์ของไรเดอร์ในยุคแรกๆจะเกี่ยวข้องกันหมด ในบางเรื่องจะมีไรเดอร์รุ่นพี่ออกมาให้ความช่วยเหลือไรเดอร์รุ่นน้องที่กำลังลำบาก (โดยเฉพาะ V3 ซึ่งออกมาบ่อยและมีบทบาทมากที่สุด) จนเมื่อมาถึงภาค Super One ซึ่งมีการดำเนินเรื่องในลักษณะภาคใหม่ที่ไม่มีการเกี่ยวข้องกับไรเดอร์ตัวเก่าๆ แต่ในภายหลังก็ได้นำไรเดอร์ทั้ง 7 กลับมาร่วมเรื่องอีกครั้ง

เมื่อมาถึงยุคของแบล็คและแบล็ค RX ได้ตัดขาดเนื้อหากับไรเดอร์เก่าๆทั้งหมด แต่ RX กลับได้รับความนิยมน้อยมากจึงต้องมีการดึงไรเดอร์ทั้ง 10 ออกมาช่วย RX แต่ก็ไม่สามารถกระเตื้องความนิยมได้เท่าใดนัก

ส่วนในยุคปัจจุบันในทุกๆภาคจะไม่มีความเกี่ยวข้องกัน ยกเว้นคูกะและอากิโตะที่มีความเกี่ยวข้องกัน (โดยเฉพาะ G3 ที่สร้างโดยนำลักษณะของคูกะเป็นพื้นฐาน)

ส่วนมาสค์ไรเดอร์ริวคิก็เคยมีตอนพิเศษที่คิโดะ ชินจิ ฝันและได้ร่วมสู้กับอากิโตะ

ใน มาสค์ไรเดอร์เดนโอ ได้มีการนำรูปแบบของมาสค์ไรเดอร์รุ่นพี่พบรุ่นน้อง โดยให้มีการพบกับ มาสค์ไรเดอร์คิบะ ในการร่วมมือกำจัดศัตรูในตอนพิเศษขึ้นมา

ใน มาสค์ไรเดอร์ดีเคด ได้มีการนำรูปแบบของมาสค์ไรเดอร์รุ่นพี่พบรุ่นน้องแต่เป็นการพบกันในโลกมิติคู่ขนาน

และตั้งแต่ มาสค์ไรเดอร์ดีเคด เป็นต้นมาจะมีไรเดอร์รุ่นน้องไปโผล่ในหนังโรงหรือตอนจบของซีรี่ยส์ก่อนหน้าเสมอเป็นการโปรโมต โดยมาสค์ไรเดอร์ดับเบิ้ลเป็นคนแรกที่ไปโผล่ในซีรี่ยส์ของมาสค์ไรเดอร์ดีเคด และดำเนินเช่นนี้ไปเรื่อยๆ

ในตอนจบพิเศษของซีรี่ยส์ มาสค์ไรเดอร์วิซาร์ด ได้พบกับเหล่ารุ่นพี่ในยุคเฮย์เซย์ทุกคน และในซีรี่ยส์ มาสค์ไรเดอร์ไกมุ ได้มีหนังโรงรวมไรเดอร์รุ่นพี่ทุกคนตั้งแต่ยุคโชวะถึงเฮย์เซย์อีกครั้งนับตั้งแต่ มาสค์ไรเดอร์ดีเคด เป็นต้นมา

มาสค์ไรเดอร์ไดรฟ์ เป็นมาสค์ไรเดอร์เพียงคนเดียวในยุคเฮย์เซย์เฟส 2 ที่ไม่ได้มาปรากฏตัวในซีรียส์รุ่นพี่อย่าง มาสค์ไรเดอร์ไกมุ แต่มีหนังโรงภาคที่ทั้งสองคนได้มาพบกัน

ในซีรี่ยส์ มาสค์ไรเดอร์เอ็กเซด ได้มีหนังโรงที่ มาสค์ไรเดอร์โกสต์ มาพบกับ มาสค์ไรเดอร์เอ็กเซด และรุ่นพี่อีก 3 คน เช่นเดียวกับใน มาสค์ไรเดอร์บิลด์ ที่จะมาพบกับ มาสค์ไรเดอร์เอ็กเซด และเหล่ารุ่นพี่บางคนเพื่อต่อสู้ร่วมกัน

รายชื่อภาพยนตร์และงานสร้างที่เกี่ยวข้อง[แก้]

ภาพยนตร์ชุดทางโทรทัศน์ (ทีวีซีรีส์)[แก้]

ชื่อเรื่องแต่ละเรื่องที่ระบุต่อไปนี้ ยึดตามชื่อเรื่องที่รู้จักกันทั่วไป เว้นแต่ระบุเป็นอย่างอื่น อนึ่ง ภาพยนตร์ชุดเหล่านี้อาจแบ่งได้เป็นสองยุค โดยตั้งแต่ คาเมนไรเดอร์ ถึง แบล็ค RX จัดเข้าในยุคโชวะ หรือ ยุคอิชิโนะโมะริ เนื่องจากภาพยนตร์ทุกเรื่องในยุคนี้สร้างขึ้นในรัชสมัยโชวะของญี่ปุ่น และอิชิโนะโมะริ โชทะโรยังมีชีวิตอยู่ ในขณะที่ภาพยนตร์ชุดหลังจากนั้น (ตั้งแต่ มาสค์ไรเดอร์คูกะ เป็นต้นไป) จัดเข้าในยุคเฮเซ หรือ ยุคหลังอิชิโนะโมะริ เนื่องจากสร้างขึ้นในรัชสมัยเฮเซของญี่ปุ่น และอิชิโนะโมะริได้ถึงแก่กรรมแล้ว

ยุคโชวะ[แก้]

ลำดับ ชื่อเรื่อง วันที่ออกอากาศ (ปี ค.ศ.) / จำนวนตอน
1 มาสค์ไรเดอร์ 3 เมษายน ค.ศ. 1971 - 10 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1973 / 98 ตอน

ซีรีส์แพร่ภาพมาสค์ไรเดอร์ซีรีส์เรื่องแรก

2 มาสค์ไรเดอร์ V3 17 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1973 - 9 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1974 / 52 ตอน
3 มาสค์ไรเดอร์ X 16 กุมภาพันธ์ - 12 ตุลาคม ค.ศ. 1974 / 35 ตอน
4 มาสค์ไรเดอร์อมาซอน 19 ตุลาคม ค.ศ. 1974 - 29 มีนาคม ค.ศ. 1975 / 24 ตอน
5 มาสค์ไรเดอร์สตรองเกอร์ 5 เมษายน - 27 ธันวาคม ค.ศ. 1975 / 39 ตอน

หลังจากนี้ได้แบ่งจากเรื่องแรก - สตรองเกอร์ให้เป็นโชวะระยะที่ 1 (เฟสที่ 1)

รวมพล! เหล่าไรเดอร์ทั้ง 7!! 3 มกราคม ค.ศ. 1976 / ตอนพิเศษ
6 อมตะ! มาสค์ไรเดอร์ สเปเชียล 8 กันยายน ค.ศ. 1979 / ตอนพิเศษ
มาสค์ไรเดอร์ (สกายไรเดอร์) 5 ตุลาคม ค.ศ. 1979 - 10 ตุลาคม ค.ศ. 1980 / 54 ตอน

ซีรีส์เริ่มต้นในการเริ่มยุคโชวะระยะที่ 2 (เฟสที่ 2) ไปจนถึงซุปเปอร์-วัน รวมถึงตอนพิเศษของ ZX (ซีครอส)

7 มาสค์ไรเดอร์ซุปเปอร์-วัน 17 ตุลาคม ค.ศ. 1980 - 26 กันยายน ค.ศ. 1981 / 48 ตอน

หลังจากนี้ได้เว้นช่วงในการสร้างผลงานไปถึง 6 ปี

8 กำเนิดไรเดอร์คนที่ 10 มาสค์ไรเดอร์ มารวมด้วยกัน!! 3 มกราคม ค.ศ. 1984 / ตอนพิเศษ

การปรากฏตัวครั้งแรกของมาสค์ไรเดอร์คนที่ 10 "มาสค์ไรเดอร์ซีครอส"

9 นี่แหละคือ มาสค์ไรเดอร์แบล็ค! 27 กันยายน ค.ศ. 1987 / ตอนพิเศษ

ตอนที่ออกอากาศก่อนที่ซีรีส์มาสค์ไรเดอร์แบล็คจะออกอากาศตอนที่ 1 ในสัปดาห์ต่อมา

มาสค์ไรเดอร์แบล็ค 4 ตุลาคม ค.ศ. 1987 - 9 คุลาคม ค.ศ. 1988 / 51 ตอน

ซีรีส์เริ่มต้นในการเริ่มยุคโชวะระยะที่ 3 (เฟสที่ 3) ไปจนภาพยนตร์มาสค์ไรเดอร์ J

ปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ มาสค์ไรเดอร์ 1 - RX 16 ตุลาคม ค.ศ. 1988 / ตอนพิเศษ
10 มาสค์ไรเดอร์แบล็ค RX 23 ตุลาคม ค.ศ. 1988 - 24 กันยายน ค.ศ. 1989 / 47 ตอน

ซีรีส์ที่สร้างเนื้อเรื่องต่อจากแบล็ค

และหลังจากซีรีส์นี้จบลงก็ได้เว้นช่วงในสร้างทีวีซีรีส์เป็นระยะเวลากว่า 10 ปี

ยุคเฮเซย์[แก้]

ลำดับ ชื่อเรื่อง วันที่ออกอากาศ (ปี ค.ศ.) / จำนวนตอน
1 (11) มาสค์ไรเดอร์คูกะ 30 มกราคม ค.ศ. 2000 - 21 มกราคม ค.ศ. 2001 / 49 ตอน

โปรเจกท์การกลับมาสร้างผลงานทางโทรทัศน์อีกครั้งของมาสค์ไรเดอร์ เป็นเรื่องแรกและจุดเริ่มต้นของยุคเฮย์เซย์ไรเดอร์

มาสค์ไรเดอร์คูกะ: New Year's Special 2 มกราคม ค.ศ. 2001 / ตอนพิเศษ
2 (12) มาสค์ไรเดอร์อากิโตะ 28 มกราคม ค.ศ. 2001 - 27 มกราคม ค.ศ. 2002 / 51 ตอน

ผลงานในวาระการฉลองครบรอบ 30 ปีของมาสค์ไรเดอร์ซีรีส์

มาสค์ไรเดอร์อากิโตะ: แปลงร่างใหม่อีกครั้ง 1 ตุลาคม ค.ศ. 2001 / ตอนพิเศษ
3 (13) มาสค์ไรเดอร์ริวคิ 3 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2002 - 19 มกราคม ค.ศ. 2003 / 50 ตอน
มาสค์ไรเดอร์ริวคิ: 13 ไรเดอร์ 19 กันยายน ค.ศ. 2001 / ตอนพิเศษ
4 (14) มาสค์ไรเดอร์ไฟซ์ 26 มกราคม ค.ศ. 2003 - 18 มกราคม ค.ศ. 2004 / 50 ตอน
5 (15) มาสค์ไรเดอร์เบลด 25 มกราคม ค.ศ. 2004 - 23 มกราคม ค.ศ. 2005 / 49 ตอน
6 (16) มาสค์ไรเดอร์ฮิบิกิ 30 มกราคม ค.ศ. 2005 - 22 มกราคม ค.ศ. 2006 / 48 ตอน
7 (17) มาสค์ไรเดอร์คาบูโตะ 29 มกราคม ค.ศ. 2006 - 21 มกราคม ค.ศ. 2007 / 49 ตอน

ผลงานในวาระการฉลองครบรอบ 35 ปีของมาสค์ไรเดอร์ซีรีส์

8 (18) มาสค์ไรเดอร์เดนโอ 28 มกราคม ค.ศ. 2007 - 20 มกราคม ค.ศ. 2008 / 49 ตอน
9 (19) มาสค์ไรเดอร์คิบะ 27 มกราคม ค.ศ. 2008 - 18 มกราคม ค.ศ. 2009 / 48 ตอน
10 (20) มาสค์ไรเดอร์ดีเคด 25 มกราคม - 30 สิงหาคม ค.ศ. 2009 / 31 ตอน

ผลงานฉลองครบรอบ 10 ผลงานของเฮย์เซย์มาสค์ไรเดอร์ซีรีส์

11 (21) มาสค์ไรเดอร์ดับเบิ้ล 6 กันยายน ค.ศ. 2009 - 29 สิงหาคม ค.ศ. 2010 / 49 ตอน

โปรเจกท์ใหม่ในวาระการฉลองครบรอบ 10 ปีเฮย์เซย์มาสค์ไรเดอร์ซีรีส์

และได้แบ่งเป็นยุคเฮย์เซย์ระยะที่ 2 (เฟสที่ 2) ในเวลาต่อมา

12 (22) มาสค์ไรเดอร์โอส 5 กันยายน ค.ศ. 2010 - 28 สิงหาคม ค.ศ. 2011 / 48 ตอน

ผลงานในช่วงเวลาใกล้วาระการฉลองครบรอบ 40 ปีของมาสค์ไรเดอร์ซีรีส์

13 (23) มาสค์ไรเดอร์โฟร์เซ่ 4 กันยายน ค.ศ. 2011 - 26 สิงหาคม ค.ศ. 2012 / 48 ตอน

ผลงานในวาระการฉลองครบรอบ 40 ปีของมาสค์ไรเดอร์ซีรีส์

14 (24) มาสค์ไรเดอร์วิซาร์ด 2 กันยายน ค.ศ. 2012 - 29 กันยายน ค.ศ. 2013 / 53 ตอน

เนื้อเรื่องหลักจบในตอนที่ 51 โดยตอนที่ 52 - 53 จัดเป็นตอนพิเศษ

15 (25) มาสค์ไรเดอร์ไกมุ 6 ตุลาคม ค.ศ. 2013 - 28 กันยายน ค.ศ. 2014 / 47 ตอน

จัดตอนพิเศษขึ้นมาหนึ่งตอน โดยได้ร่วมครอสโอเวอร์กับ ขบวนการรถไฟสายรุ้ง ทคคิวเจอร์

16 (26) มาสค์ไรเดอร์ไดร์ฟ 5 ตุลาคม ค.ศ. 2014 - 27 กันยายน ค.ศ. 2015 / 48 ตอน

เนื้อเรื่องหลักจบในตอนที่ 47 โดยตอนที่ 48 จัดเป็นตอนพิเศษ

และได้จัดตอนพิเศษขึ้นมาหนึ่งตอน โดยได้ร่วมครอสโอเวอร์กับ ขบวนการดาวกระจายพิฆาต นินนินเจอร์ (ทำในลักษณะเดียวกับไกมุ)

17 (27) มาสค์ไรเดอร์โกสต์ 4 ตุลาคม ค.ศ. 2015 - 25 กันยายน ค.ศ. 2016 / 50 ตอน

เนื้อเรื่องหลักจบในตอนที่ 49 โดยตอนที่ 50 จัดเป็นตอนพิเศษ

18 (28) มาสค์ไรเดอร์เอ็กเซด 2 ตุลาคม ค.ศ. 2016 - 27 สิงหาคม ค.ศ. 2017 / 45 ตอน

ผลงานในวาระการฉลองครบรอบ 45 ปีของมาสค์ไรเดอร์ซีรีส์

19 (29) มาสค์ไรเดอร์บิลด์ 3 กันยายน ค.ศ. 2017 - 26 สิงหาคม ค.ศ. 2018 / 49 ตอน
20 (30) มาสค์ไรเดอร์จิโอ 2 กันยายน ค.ศ. 2018 - ปัจจุบัน

ผลงานฉลองครบรอบ 20 ผลงานของเฮย์เซย์มาสค์ไรเดอร์ซีรีส์

ผลงานเรื่องสุดท้ายในยุครัชศกเฮย์เซย์

ตอนพิเศษอื่นๆ[แก้]

ชื่อเรื่อง ปีที่ออกอากาศ-เผยแพร่ (ค.ศ.) / จำนวนตอน
มาสค์ไรเดอร์ G 31 มกราคม ค.ศ. 2009 (โทรทัศน์)

ผลงานฉลองครบรอบ 50 ของสถานีโทรทัศน์ ทีวีอาซาฮี โดยร่วมมือกับบริษัทโตเอะ

ขบวนการรถไฟสายรุ้ง ทคคิวเจอร์ ปะทะ มาสค์ไรเดอร์ไกมุ 30 มีนาคม ค.ศ. 2014 (โทรทัศน์)

ตอนพิเศษที่ผนวกกำลังร่วมกับ ขบวนการรถไฟ ทคคิวเจอร์

ขบวนการดาวกระจายพิฆาต นินนินเจอร์ ปะทะ มาสค์ไรเดอร์ไดร์ฟ 29 มีนาคม ค.ศ. 2015 (โทรทัศน์)

ตอนพิเศษที่ผนวกกำลังร่วมกับ ขบวนการดาวกระจาย นินนินเจอร์

มาสค์ไรเดอร์โกสต์: ตำนานแห่งวีรบุรุษ "อลัน" 13 เมษายน ค.ศ. 2016 - 11 มกราคม ค.ศ. 2017 / 4 ตอน (วิดีโอ-สปินออฟ)

ตอนพิเศษที่ถูกบรรจุรวมไว้ในชุด มาสค์ไรเดอร์โกสต์ บลูเรย์คอลเลคชั่น

มาสค์ไรเดอร์เอ็กเซด [ทริค]: มาสค์ไรเดอร์สไนป์ Episode ZERO 12 เมษายน - 6 ธันวาคม ค.ศ. 2017 / 4 ตอน (วิดีโอ-สปินออฟ)

ตอนพิเศษที่ถูกบรรจุรวมไว้ในชุด มาสค์ไรเดอร์เอ็กเซด บลูเรย์คอลเลคชั่น

ROUGE (โร๊ก) 28 มีนาคม - 12 กันยายน ค.ศ. 2018 / 3 ตอน (วิดีโอ-สปินออฟ)

ตอนพิเศษที่ถูกบรรจุรวมไว้ในชุด มาสค์ไรเดอร์บิลด์ บลูเรย์คอลเลคชั่น

เน็ตซีรีส์ (ซีรีส์ที่เผยแพร่บนอินเทอร์เน็ต)[แก้]

ชื่อเรื่อง วันที่เผยแพร่ (ค.ศ.)/จำนวนตอน รายละเอียดเพิ่มเติม
มาสค์ไรเดอร์หมายเลข 4 28 มีนาคม - 4 เมษายน ค.ศ. 2015 / 3 ตอน

(เผยแพร่และรับชมทาง dVideo)

มาสค์ไรเดอร์อมาซอนส์ ฤดูกาลที่ 1

1 เมษายน - 24 มิถุนายน ค.ศ. 2016 / 13 ตอน

(เผยแพร่และรับชมทาง Amazon Prime Video)

ฤดูกาลที่ 2

7 เมษายน - 30 มิถุนายน ค.ศ. 2017 / 13 ตอน

(เผยแพร่และรับชมทาง Amazon Prime Video)

ขบวนการหน้ากาก โกไรเดอร์ 25 มีนาคม ค.ศ. 2017 / 3 ตอน

(เผยแพร่และรับชมทาง au Video Pass)

มาสค์ไรเดอร์เดอร์จีโอ สปินออฟ PART 1 [RIDER TIME มาสค์ไรเดอร์ชิโนบิ]

31 มีนาคม - 14 เมษายน ค.ศ. 2019 / 3 ตอน

(เผยแพร่และรับชมทาง Toei Tokusatsu Fan Club)

PART 2 [RIDER TIME มาสค์ไรเดอร์ริวคิ]

31 มีนาคม - 14 เมษายน ค.ศ. 2019 / 3 ตอน

(เผยแพร่และรับชมทาง au Video Pass)

ไดร์ฟซาก้า มาสค์ไรเดอร์เบรน 28 เมษายน - 5 พฤษภาคม ค.ศ. 2019 / 2 ตอน

(เผยแพร่และรับชมทาง Toei Tokusatsu Fan Club)

ภาพยนตร์[แก้]

ชื่อเรื่อง ประเภท วันที่ออกฉาย (ปี ค.ศ.) ตัวละครและฟอร์มที่ปรากฏขึ้นมาใหม่ประจำเรื่อง
โก...โก...มาสค์ไรเดอร์ 18 กรกฎาคม ค.ศ. 1971
มาสค์ไรเดอร์ปะทะเหล่าช็อคเกอร์ 18 มีนาคม ค.ศ. 1972
มาสค์ไรเดอร์ปะทะปีศาจทูตนรก 16 กรกฎาคม ค.ศ. 1972
มาสค์ไรเดอร์ V3 (ภาพยนตร์) 17 มีนาคม ค.ศ. 1973
มาสค์ไรเดอร์ V3 ปะทะ จอมปีศาจเดสตรอน 18 กรกฎาคม ค.ศ. 1973
มาสค์ไรเดอร์ X (ภาพยนตร์) 16 มีนาคม ค.ศ. 1974
5 ไรเดอร์ ปะทะ คิงดาร์ค 25 กรกฎาคม ค.ศ. 1974
มาสค์ไรเดอร์อมาซอน (ภาพยนตร์) 21 มีนาคม ค.ศ. 1975
มาสค์ไรเดอร์สตรองเกอร์ (ภาพยนตร์) 26 กรกฎาคม ค.ศ. 1975
มาสค์ไรเดอร์: 8 ไรเดอร์ ปะทะ จอมราชันย์แห่งกาแล็คซี่ 15 มีนาคม ค.ศ. 1980
มาสค์ไรเดอร์ซุปเปอร์-วัน (ภาพยนตร์) 14 มีนาคม ค.ศ. 1981
มาสค์ไรเดอร์แบล็ค: มุ่งหน้าไปยังเกาะปีศาจ 12 มีนาคม ค.ศ. 1988
มาสค์ไรเดอร์แบล็ค: จงสะพรึงกลัว! การผ่านมาของคฤหัสถ์ปีศาจ 9 กรกฎาคม ค.ศ. 1988
มาสค์ไรเดอร์ผู้วิ่งทะยานไปทั่วโลก

ออกฉายในรูปบบภาพยนตร์สั้น ถ่ายทำด้วยระบบ 3D

ภาพยนตร์สั้น 29 เมษายน ค.ศ. 1989
มาสค์ไรเดอร์ ZO 17 เมษายน ค.ศ. 1993

ผลงานในวาระการฉลองครบรอบ 20 ปีของมาสค์ไรเดอร์ซีรีส์

มาสค์ไรเดอร์ J 16 เมษายน ค.ศ. 1994

ภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายของยุคโชวะ

มาสค์ไรเดอร์เวิลด์

ออกฉายในรูปบบภาพยนตร์สั้น ถ่ายทำด้วยระบบ 3D

ภาพยนตร์สั้น 6 สิงหาคม ค.ศ. 1994
มาสค์ไรเดอร์อากิโตะ: PROJECT G4 เวอร์ชันภาพยนตร์ของมาสค์ไรเดอร์ (Gekijouban) 22 กันยายน ค.ศ. 2001

ผลงานในวาระการฉลองครบรอบ 30 ปีของมาสค์ไรเดอร์ซีรีส์และครบรอบ 50 ปีของบริษีทโตเอะ

อีกทั้งยังเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของยุคเฮย์เซย์ไรเดอร์อีกด้วย

มาสค์ไรเดอร์ริวคิ: EPISODE FINAL 17 สิงหาคม ค.ศ. 2002
มาสค์ไรเดอร์ไฟซ์: Paradise Lost

หรือ "มาสค์ไรเดอร์ไฟซ์: สงครามมนุษย์กลายพันธุ์" ในชื่อภาษาไทย

16 สิงหาคม ค.ศ. 2003
มาสค์ไรเดอร์เบลด: MISSING ACE 11 กันยายน ค.ศ. 2004 (ญี่ปุ่น)

พ.ศ. 2548 (ค.ศ. 2005) (ไทย)

มาสค์ไรเดอร์ฮิบิกิ และ 7 อสูรสงคราม 3 กันยายน ค.ศ. 2005
มาสค์ไรเดอร์ เดอะเฟิร์ส

ภาพยนตร์ฉบับรีเมคของมาสค์ไรเดอร์หมายเลข 1 และ 2

ภาพยนตร์รีเมค 5 ธันวาคม ค.ศ. 2005
มาสค์ไรเดอร์คาบูโตะ: GOD SPEED LOVE เวอร์ชันภาพยนตร์ของมาสค์ไรเดอร์ (Gekijouban) 5 สิงหาคม ค.ศ. 2006

ผลงานในวาระการฉลองครบรอบ 35 ปีของมาสค์ไรเดอร์ซีรีส์

มาสค์ไรเดอร์เดนโอ: I'm Born! 4 สิงหาคม ค.ศ. 2007
มาสค์ไรเดอร์ เดอะเน็กซ์

ภาพยนตร์ฉบับรีเมคของมาสค์ไรเดอร์ V3

ภาพยนตร์รีเมค 27 ตุลาคม ค.ศ. 2007
มาสค์ไรเดอร์เดนโอ & คิบะ ไคลแม็กซ์ เดกะ

ภาพยนตร์ระหว่างตัวละครจาก มาสค์ไรเดอร์เดนโอ และ มาสค์ไรเดอร์คิบะ

เวอร์ชันภาพยนตร์ของมาสค์ไรเดอร์ (Gekijouban) 12 เมษายน ค.ศ. 2008
มาสค์ไรเดอร์คิบะ: ราชันย์แห่งปราสาทโลกมาร 9 สิงหาคม ค.ศ. 2008
ซาราบะ มาสค์ไรเดอร์เดนโอ ไฟนอล เค้าท์ดาวน์ 4 ตุลาคม ค.ศ. 2008
โชว มาสค์ไรเดอร์เดนโอ & มาสค์ไรเดอร์ดีเคด NEO เจเนเรชั่น ศึกเรือยักษ์โอนิงาชิมะ 1 พฤษภาคม ศ.ศ. 2009
มาสค์ไรเดอร์ดีเคด: ออลไรเดอร์ ปะทะ ไดช็อกเกอร์ 8 สิงหาคม ค.ศ. 2009

ผลงานฉลองครบรอบ 10 ผลงานของเฮย์เซย์มาสค์ไรเดอร์ซีรีส์

มาสค์ไรเดอร์ x มาสค์ไรเดอร์ ดับเบิ้ล & ดีเคด MOVIE ไทเซ็น 2010 MOVIE ไทเซ็น 12 ธันวาคม ค.ศ. 2009

ผลงานฉลองครบรอบ 10 ผลงานและใกล้เข้าสู่ปีที่ 10 ของเฮย์เซย์มาสค์ไรเดอร์ซีรีส์

มาสค์ไรเดอร์ x มาสค์ไรเดอร์ x มาสค์ไรเดอร์ เดอะมูวี่: โชวเดนโอทรีโลจี ภาพยนตร์สปินออฟ EPISODE RED ดวงดาวที่ส่องประกาย (สตาร์ทวินเคิล) ของเซโร่

22 พฤษภาคม ค.ศ. 2010

-
EPISODE BLUE บททดสอบครั้งใหม่ (NEW) การร่วมมือกับอิมาจิน

6 มิถุนายน ค.ศ. 2010

-
EPISODE YELLOW นักล่าสมบัติดิเอนด์

19 มิถุนายน ค.ศ. 2010

มาสค์ไรเดอร์ดับเบิล: FOREVER ศึกล่าไกอาเมมโมรี่ A to Z เวอร์ชันภาพยนตร์ของมาสค์ไรเดอร์ (Gekijouban) 7 สิงหาคม ค.ศ. 2010
มาสค์ไรเดอร์ x มาสค์ไรเดอร์ โอส & ดับเบิ้ล Feat. สคัล MOVIE ไทเซ็น CORE MOVIE ไทเซ็น 18 ธันวาคม ค.ศ. 2010
โอส เดนโอ ออลไรเดอร์ Let's Go Kamen Rider

หรือ "มาสค์ไรเดอร์ รวมพลังผ่ามิติกู้โลก Let's Go Kamen Rider" ในภาษาไทย

ภาพยนตร์ฤดูใบไม้ผลิ 1 เมษายน ค.ศ. 2011

ผลงานการฉลองครบรอบ 40 ปีของมาสค์ไรเดอร์ซีรีส์

มาสค์ไรเดอร์โอส: WONDERFUL โชกุนและคอร์เมดัลทั้ง 21 เวอร์ชันภาพยนตร์ของมาสค์ไรเดอร์ (Gekijouban) 6 สิงหาคม ค.ศ. 2011

ผลงานในวาระการฉลองครบรอบ 40 ปีของมาสค์ไรเดอร์ซีรีส์

มาสค์ไรเดอร์ x มาสค์ไรเดอร์ โฟร์เซ่ & โอส MOVIE ไทเซ็น MEGA MAX MOVIE ไทเซ็น 10 ธันวาคม ค.ศ. 2011

ผลงานในวาระการฉลองครบรอบ 40 ปีของมาสค์ไรเดอร์ซีรีส์

มาสค์ไรเดอร์ x ซุปเปอร์เซ็นไท ซุปเปอร์ฮีโร่ไทเซ็น

หรือ "มหาศึกรวมพลังฮีโร่: คาเมนไรเดอร์ ปะทะ ซุปเปอร์เซนไต" ในชื่อภาษาไทย

ภาพยนตร์ฤดูใบไม้ผลิ 21 เมษายน ค.ศ. 2012
มาสค์ไรเดอร์โฟร์เซ่: เดอะมูฟวี่ Everyone, Space is here! เวอร์ชันภาพยนตร์ของมาสค์ไรเดอร์ (Gekijouban) 4 สิงหาคม ค.ศ. 2012
มาสค์ไรเดอร์ x มาสค์ไรเดอร์ วิซาร์ด & โฟร์เซ่ MOVIE ไทเซ็น อัลทิเมตัม MOVIE ไทเซ็น 8 ธันวาคม ค.ศ. 2012
มาสค์ไรเดอร์ x ซุปเปอร์เซ็นไท x ตำรวจอวกาศ ซุปเปอร์ฮีโร่ไทเซ็น Z

หรือ "คาเมนไรเดอร์ ปะทะ ซุปเปอร์เซนไต ปะทะ ตำรวจอวกาศ มหาศึกรวมพลังฮีโร่ Z" ในชื่อภาษาไทย

ภาพยนตร์ฤดูใบไม้ผลิ 27 เมษายน ค.ศ. 2013
มาสค์ไรเดอร์วิซาร์ด: in Magic Land เวอร์ชันภาพยนตร์ของมาสค์ไรเดอร์ (Gekijouban) 3 สิงหาคม ค.ศ. 2013
มาสค์ไรเดอร์ x มาสค์ไรเดอร์ ไกมุ & วิซาร์ด สงครามแห่งโชคชะตาเซ็นโกคุ MOVIE ไดกัซเซ็น

หรือ "มาสค์ไรเดอร์ ไกมุ & วิซาร์ด : ระเบิดศึกสงครามซามูไร" ในชื่อภาษาไทย

MOVIE ไทเซ็น 14 ธันวาคม ค.ศ. 2013
เฮย์เซย์ไรเดอร์ ปะทะ โชวะไรเดอร์ มาสค์ไรเดอร์ไทเซ็น Feat. ซุปเปอร์เซ็นไท

หรือ "เฮย์เซย์ไรเดอร์ VS โชวะไรเดอร์ อภิมหาศึกมาสค์ไรเดอร์ feat.ซุปเปอร์เซ็นไต" ในชื่อภาษาไทย

ภาพยนตร์ฤดูใบไม้ผลิ 29 มีนาคม ค.ศ. 2014
มาสค์ไรเดอร์ไกมุ: ศึกชิงถ้วยผลไม้ทองคำ เวอร์ชันภาพยนตร์ของมาสค์ไรเดอร์ (Gekijouban) 19 กรกฎาคม ค.ศ. 2014
มาสค์ไรเดอร์ x มาสค์ไรเดอร์ ไดร์ฟ & ไกมุ MOVIE ไทเซ็น ฟูลทร็อทเทิล MOVIE ไทเซ็น 13 ธันวาคม ค.ศ. 2014
ซุปเปอร์ฮีโร่ไทเซ็น GP มาสค์ไรเดอร์หมายเลข 3

หรือ "มหาศึกฮีโร่ประจัญบาน GP ปะทะ มาสค์ไรเดอร์ หมายเลข 3" ในชื่อภาษาไทย

ภาพยนตร์ฤดูใบไม้ผลิ 21 มีนาคม ค.ศ. 2015
มาสค์ไรเดอร์ไดร์ฟ: Surprise Future เวอร์ชันภาพยนตร์ของมาสค์ไรเดอร์ (Gekijouban) 8 สิงหาคม ค.ศ. 2015
มาสค์ไรเดอร์ x มาสค์ไรเดอร์ โกสต์ & ไดร์ฟ ซุปเปอร์ MOVIE ไทเซ็น เจเนซิส MOVIE ไทเซ็น 12 ธันวาคม ค.ศ. 2015
มาสค์ไรเดอร์หมายเลข 1

หรือ "มาสค์ไรเดอร์หมายเลข 1 ไอ้มดแดงอาละวาด" ในชื่อภาษาไทย

ภาพยนตร์ฤดูใบไม้ผลิ 26 มีนาคม ค.ศ. 2016

ผลงานในเฉลิมฉลองครบรอบ 45 ปีของมาสค์ไรเดอร์ซีรีส์

มาสค์ไรเดอร์โกสต์: 100 อายคอนส์ และช่วงเวลาแห่งชะตากรรมของโกสต์ เวอร์ชันภาพยนตร์ของมาสค์ไรเดอร์ (Gekijouban) 6 สิงหาคม ค.ศ. 2016

ผลงานในวาระการฉลองครบรอบ 45 ปีของมาสค์ไรเดอร์ซีรีส์

มาสค์ไรเดอร์เฮย์เซย์เจเนเรชั่นส์ ดร.แพ็คแมน ปะทะ เอ็กเซด & โกสต์ with เลเจนท์ไรเดอร์

หรือ "รวมพล 5 มาสค์ไรเดอร์ ปะทะ ดร. แพ็คแมน" ในชื่อภาษาไทย

เฮย์เซย์เจเนเรชั่นส์ (MOVIE ไทเซ็น) 10 ธันวาคม ค.ศ. 2016

ผลงานในวาระการฉลองครบรอบ 45 ปีของมาสค์ไรเดอร์ซีรีส์

มาสค์ไรเดอร์ x ซุปเปอร์เซ็นไท โชซุปเปอร์ฮีโร่ไทเซ็น ภาพยนตร์ฤดูใบไม้ผลิ 25 มีนาคม ค.ศ. 2017
มาสค์ไรเดอร์เอ็กเซด: True Ending เวอร์ชันภาพยนตร์ของมาสค์ไรเดอร์ (Gekijouban) 5 สิงหาคม ค.ศ. 2017
มาสค์ไรเดอร์เฮย์เซย์เจเนเรชั่นส์ FINAL บิลด์ & เอ็กเซด with เลเจนท์ไรเดอร์ เฮย์เซย์เจเนเรชั่นส์ (MOVIE ไทเซ็น) 9 ธันวาคม ค.ศ. 2017
มาสค์ไรเดอร์เอ็กเซด ทรีโลจี่ อนาเธอร์เอนดิ้ง

จำกัดโรงฉายและเป็นภาพยนตร์ Spin-off ภายใต้ซีรีส์มาสค์ไรเดอร์เอ็กเซด

ภาพยนตร์สปินออฟ Part I มาสค์ไรเดอร์เบรฟ & มาสค์ไรเดอร์สไนป์

3 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2018

Part II มาสค์ไรเดอร์พาราด็อกซ์ with มาสค์ไรเดอร์ป๊อปปี้

17 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2018

Part III มาสค์ไรเดอร์เก็นมุ VS มาสค์ไรเดอร์เลเซอร์

3 มีนาคม ค.ศ. 2018

มาสค์ไรเดอร์อมาซอนส์ THE MOVIE คำพิพากษาสุดท้าย

ฉายด้วยระบบ 4DX และ MX4D

เวอร์ชันภาพยนตร์ของมาสค์ไรเดอร์ (Gekijouban) 19 พฤษภาคม ค.ศ. 2018
มาสค์ไรเดอร์บิลด์: Be The One 4 สิงหาคม ค.ศ. 2018

ผลงานในวาระการฉลองวันเกิดครบรอบ 80 ปีของ อิชิโนโมริ โชตาโร บิดาแห่งมาสค์ไรเดอร์

มาสค์ไรเดอร์เฮย์เซย์เจเนเรชั่นส์ FOREVER เฮย์เซย์เจเนเรชั่นส์ (MOVIE ไทเซ็น) 22 ธันวาคม ค.ศ. 2018

ผลงานเฉลิมฉลอง 20 ผลงานของเฮย์เซย์มาสค์ไรเดอร์ซีรีส์

บิลด์ NEW WORLD มาสค์ไรเดอร์ครอส

จำกัดโรงฉายและเป็นภาพยนตร์ Spin-off ภายใต้ซีรีส์มาสค์ไรเดอร์บิลด์

ภาพยนตร์สปินออฟ 25 มกราคม ค.ศ. 2019
บิลด์ NEW WORLD มาสค์ไรเดอร์กริส

จำกัดโรงฉายและเป็นภาพยนตร์ Spin-off ภายใต้ซีรีส์มาสค์ไรเดอร์บิลด์

ภาพยนตร์สปินออฟ ปลายปี ค.ศ. 2019
  • อนึ่ง ใน พ.ศ. 2517 (ค.ศ. 1974) ในประเทศไทยได้มีการสร้างภาพยนตร์ไอ้มดแดง/มาสค์ไรเดอร์โดยคนไทย และออกฉายในโรงภาพยนตร์ภายใต้ชื่อ หนุมานพบ 5 ไอ้มดแดง อย่างไรก็ตาม ภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวไม่ได้รับสิทธิ์ในการสร้างอย่างเป็นทางการจากผู้สร้างในญี่ปุ่นแต่อย่างใด

ตอนพิเศษทางวิดีโอ (V-Cinema)[แก้]

ชื่อเรื่อง วันที่เผยแพร่ / ออกจำหน่าย (ปี ค.ศ.) ตัวละครและฟอร์มที่ปรากฏขึ้นมาใหม่ประจำเรื่อง
ชิน คาเมนไรเดอร์ โปรล็อก 20 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1992

ผลงานในวาระการฉลองครบรอบ 20 ปีของมาสค์ไรเดอร์ซีรีส์

อุลตร้าแมน ปะทะ มาสค์ไรเดอร์ 21 กรกฎาคม ค.ศ. 1993
มาสค์ไรเดอร์ดับเบิ้ล RETURNS มาสค์ไรเดอร์แอ็คเซล

21 เมษายน ค.ศ. 2011

มาสค์ไรเดอร์เอเทอร์นอล

21 กรกฎาคม ค.ศ. 2011

ไกมุไกเด็น มาสค์ไรเดอร์ซังเงทสึ / มาสค์ไรเดอร์บารอน

22 เมษายน ค.ศ. 2015

มาสค์ไรเดอร์ดยูค / มาสค์ไรเดอร์นัคเคิ้ล

11 พฤศจิกายน ค.ศ. 2015

ไดร์ฟซาก้า มาสค์ไรเดอร์เชสเซอร์

20 เมษายน ค.ศ. 2016

มาสค์ไรเดอร์มัค / มาสค์ไรเดอร์ฮาร์ท

16 พฤศจิกายน ค.ศ. 2016

โกสต์ RE:BIRTH มาสค์ไรเดอร์สเป็คเตอร์ 19 เมษายน ค.ศ. 2017
มาสค์ไรเดอร์เอ็กเซด ทรีโลจี่ อนาเธอร์เอนดิ้ง Part I มาสค์ไรเดอร์เบรฟ & มาสค์ไรเดอร์สไนป์

28 มีนาคม ค.ศ. 2018

Part II มาสค์ไรเดอร์พาราด็อกซ์ with มาสค์ไรเดอร์ป๊อปปี้

11 เมษายน ค.ศ. 2018

Part III มาสค์ไรเดอร์เก็นมุ VS มาสค์ไรเดอร์เลเซอร์

25 เมษายน ค.ศ. 2018

บิลด์ NEW WORLD มาสค์ไรเดอร์ครอส

24 เมษายน ค.ศ. 2019

มาสค์ไรเดอร์กริส

ปลายปี ค.ศ. 2019

ภาพยนตร์ชุดมาสค์ไรเดอร์ฉบับอเมริกา[แก้]

ปรากฏการณ์และเกร็ดต่างๆ ในมาสค์ไรเดอร์ซีรีส์[แก้]

ชื่อเรื่อง ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น
มาสค์ไรเดอร์
  • เป็นเรื่องแรกที่มีการเปลี่ยนชื่อของไรเดอร์ซึ่งยังคงเป็นตัวเอกตัวเดียวของเรื่องอยู่ในช่วงแรก จากที่ชื่อเดิมคือ "คาเมนไรเดอร์" (仮面ライダー) (หรือ มาสค์ไรเดอร์) โดยได้มีการตั้งชื่อใหม่เป็น "คาเมนไรเดอร์อิจิโก" (仮面ライダー1号) (หรือ มาสค์ไรเดอร์หมายเลข 1) ซึ่งมีเหตุผลอันเนื่องมาจากการปรากฏตัวของไรเดอร์อีกคนหนึงในช่วงตอนที่ 14 ของเรื่อง และได้ตั้งชื่อให้กับไรเดอร์คนที่ 2 ว่า"คาเมนไรเดอร์นิโก" (仮面ライダー2号) (มาสค์ไรเดอร์หมายเลข 2) เพื่อไม่ให้เกิดความกำกวมและความสับสนในการเรียกชื่อไรเดอร์ทั้งสองคนและได้ใช้ชื่อนี้อย่างเป็นทางการจนถึงปัจจุบัน
  • ไรเดอร์ที่มีดวงตาสีดอกซากุระ (ชมพูอ่อน), แดง ปรากฏตัวขึ้นครั้งแรก
มาสค์ไรเดอร์ V3
  • ไรเดอร์ที่มีดวงตาเป็นสีเขียวปรากฏตัวขึ้นครั้งแรก
มาสค์ไรเดอร์ X
  • เป็นเรื่องแรกที่ตัวเอกมีอาวุธเป็นไม้แท่งยาวในการต่อสู้และใช้ช่วยสร้างท่าไม้ตาย
มาสค์ไรเดอร์อมาซอน
  • เป็นเรื่องแรกที่ท้าไม่ตายประจำของไรเดอร์ตัวเอก ไม่ใช่การกระโดดเตะเช่นเดียวกับซีรีส์ที่ผ่านมา
มาสค์ไรเดอร์สตรองเกอร์
  • เป็นเรื่องแรกที่มีนักรบเป็นผู้หญิงปรากฏตัวขึ้น แต่ไม่ได้ถูกนับว่าเป็นไรเดอร์และจัดอยู่ในประเภทของผู้ช่วยไรเดอร์
  • เป็นเรื่องแรกที่ตัวเอกมีร่างอัพเกรดให้ตนเอง ซึ่งพละกำลังและความสามรถในการต่อสู้ก็เพิ่มขึ้นด้วย
มาสค์ไรเดอร์ (สกายไรเดอร์)
  • เป็นเรื่องแรกที่ไรเดอร์มีความสามารถในการเหาะทะยานบนอากาศได้ด้วยตนเอง
มาสค์ไรเดอร์แบล็ค
  • เป็นเรื่องแรกที่ได้เปลี่ยนผู้ผลิตและจำหน่ายของเล่นต่างๆเช่น อุปกรณ์แปลงร่าง, อาวุธ ฟิกเกอร์ เป็นบริษัท บันได อย่างเป็นทางการ (ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ร่วมผลิตและจำหน่ายกับบริษัท ป๊อปปี้ ตั้งแต่ซีรีส์แรกจนถึงซุปเปอร์-วัน)
  • เป็นเรื่องแรกที่ไรเดอร์ไม่มีผ้าพันคอซึ่งเป็นหนึ่งในยูนิฟอร์มหลักของไรเดอร์
  • มีการตายของตัวละครเอกที่เป็นไรเดอร์ครั้งแรกในซีรีส์มาสค์ไรเดอร์
มาสค์ไรเดอร์แบล็ค RX
  • เป็นเรื่องแรกในมาสค์ไรเดอร์ซีรีส์ที่ตัวเอกสามารถเลือกแปลงร่างได้หลากหลายรูปแบบ โดยใช้ในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน
  • เป็นเรื่องแรกที่มีการซื้อลิขสิทธิ์เพื่อไปออกอากาศในประเทศฝั่งอเมริกาโดยใช้ชื่อว่า "Masked Rider" ซึ่งซื้อลิขสิทธิ์โดย Saban Entertainment ออกอากาศในช่วงปี 1995 - 1997
  • เป็นเรื่องแรกที่ไรเดอร์มีอาวุธเป็นดาบแสง
ชิน มาสค์ไรเดอร
  • เป็นเรื่องแรกที่ไรเดอร์แปลงร่างโดยที่ไม่มีอุปกรณ์(เข็มขัด)ในการแปลงร่างหรือเปลี่ยนสถานะไปไรเดอร์
  • เป็นเรื่องแรกที่ไรเดอร์หลังจากแปลงร่างแล้วไม่มียานพาหนะในการเดินทาง
มาสค์ไรเดอร์ J
  • เป็นเรื่องแรกที่ไรเดอร์มีความสามารถขยายร่างใหญ่ด้วยตนเองได้ โดยมีความสูงถึง 40 เมตร ซึ่งเป็นความสามารถที่คล้ายคลึงกับอุลตร้าแมน
  • เป็นไรเดอร์เรื่องแรกที่การกล่าว "เฮนชิน" (คำกล่าวก่อนแปลงร่าง) ใช้เวลาอันสั้นและกระชับที่สุด
มาสค์ไรเดอร์คูกะ
  • เป็นเรื่องแรกในเฮย์เซย์ไรเดอร์ที่ตัวเอกสามารถแปลงร่างได้หลากหลายรูปแบบ โดยใช้ในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน (โดยก่อนหน้านี้ในยุคโชวะ แบล็ค RX ก็มีคุณสมบัตินี้เช่นเดียวกัน)
  • เป็นเรื่องแรกในเฮย์เซย์ไรเดอร์ที่ร่างหลักมีชุดเกราะใช้สีแดงเป็นหลัก และใช้เป็นโทนสีมาตรฐานหลักในการออกแบบตัวเอกของเรื่องส่วนมากในเวลาต่อมาจนถึงปัจจุบัน
  • เป็นเรื่องแรกของไรเดอร์ซีรีส์ฉบับโทรทัศน์ ที่เผยแพร่ภาพออกอากาศด้วยขนาด 16:9 (Widescreen) และได้ใช้เป็นมาตรฐานจนถึงปัจจุบันในยุคเฮย์เซย์
  • เป็นเรื่องแรกในเรื่องไม่มีการเอ่ยหรือเรียกถึงตัวละครเอกด้วยคำว่า "ไรเดอร์" หรือ "มาสค์ไรเดอร์"
  • เป็นเริ่องแรกที่ไม่ใช้คอนเซปท์การเป็นมนุษย์ดัดแปลงเหมือนที่ผ่านๆมาในยุคโชวะทั้งหมด แต่ใช้เป็นการประสานพลังของอุปกรณ์แปลงร่างและกายภาพหลอมรวมเข้าด้วยกันแทน
  • เป็นเรื่องแรกที่ในแต่ละตอน เริ่มต้นด้วยการเกริ่นเรื่องในช่วงแรก ก่อนขึ้นเพลงเปิดของเรื่อง และใช้รูปแบบดังกล่าวนี้มาจนถึงซีรีส์ปัจจุบัน
  • ไรเดอร์ที่มีดวงตาสีน้ำเงิน ม่วง และดำ ปรากฏตัวขึ้นครั้งแรก (คูกะ ดราก้อน ไททัน และ อัลติเมทฟอร์ม (ร่างปรากฏตัวชั่วคราว))
มาสค์ไรเดอร์อากิโตะ
  • เป็นเรื่องแรกในเฮย์เซย์ไรเดอร์ที่มีไรเดอร์ปรากฏตัวมากกว่า 1 คน
  • เป็นเรื่องแรกในเฮย์เซย์ไรเดอร์ที่เพลงเปิดทำออกมาในเวอร์ชันใหม่ โดยเรียบเรียงดนตรีและเนื้อร้องใหม่และยังคงทำนองเดิมไว้ และใช้เป็นเพลงเปิดเรื่องในช่วงกลางเรื่อง
  • เป็นเรื่องแรกในเฮย์เซย์ไรเดอร์ที่เริ่มมีเพลงประกอบฉากต่อสู้ในเรื่อง (Insert Song)
  • เป็นเรื่องแรกที่มีตอนออกฉายในโรงภาพยนตร์และเป็นมาตรฐานให้กับทุกเรื่องต่อๆมาจนถึงปัจจุบัน
  • เป็นไรเดอร์เรื่องแรกที่ตามเนื้อเรื่องชุดเกราะและอุปกรณ์ในการต่อสู้ของไรเดอร์ได้ผลิตและพัฒนาโดยองค์กรที่เกี่ยวข้องกับกรมตำรวจ
  • ไรเดอร์ที่มีดวงตาเป็นสีเหลืองปรากฏตัวขึ้นครั้งแรก (อากิโตะ ไชน์นิ่งฟอร์ม)
  • เป็นไรเดอร์เรื่องแรกที่ยานพาหนะของไรเดอร์สามารถเปลี่ยนสถานะเป็นรูปแบบอื่นที่นอกเหนือจากมอเตอร์ไซค์ได้
  • เป็นเรื่องแรกในเฮย์เซย์ไรเดอร์ที่สูทแอคเตอร์ชาย "ทาคาอิวะ เซย์จิ" ส่วมชุดมาสค์ไรเดอร์ในฐานะไรเดอร์ตัวเอกของยุคเฮย์เซย์ไรเดอร์ และเป็นมาตรฐานในเบื้องหลังการแสดงประเภทแอ็คชั่นจนถึงปัจจุบัน (ยกเว้นมาสค์ไรเดอร์ฮิบิกิ ในปี ค.ศ. 2005)
มาสค์ไรเดอร์ริวคิ
  • เป็นเรื่องแรกที่มีไรเดอร์ปรากฏตัวออกมาทั้งหมดถึง 13 คน (ทั้งในฉบับโทรทัศน์ รวมถึงภาพยนตร์ และ ตอนพิเศษ) ซึ่งเป็นเรื่องที่มีสถิติจำนวนไรเดอร์มากที่สุดในเฮย์เซย์เฟสที่ 1
  • เป็นเรื่องแรกที่มีการปรากฏตัวไรเดอร์ที่แปลงร่างโดยผู้หญิงอย่างเป็นทางการ (ปรากฏตัวครั้งแรกและมีบทบาทในฉบับภาพยนตร์)
  • เป็นเรื่องแรกของเฮย์เซย์ไรเดอร์ที่เพลงเปิดเรื่องทั้งเนื้อร้องและชื่อเพลง ไม่มีการกล่าวถึงคำว่า "仮面ライダー" (คาเมนไรเดอร์ ในภาษาญี่ปุ่น) เลย อีกทั้งมีการเปลี่ยนแปลงลิขสิทธิ์ในการร่วมผลิตเพลงและดนตรีให้กับไรเดอร์ จากเดิมในก่อนหน้านี้เป็นสังกัด Nippon Columbia โดยเปลี่ยนมาเป็น สังกัด avex Group และได้ร่วมถือสิทธิ์ในการผลิตเพลงและดนตรีให้กับเฮย์เซย์ไรเดอร์ตั้งแต่ริวคิจนถึงปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นเรื่องแรกในเฮย์เซย์ไรเดอร์ที่เพลงเปิดเรื่องมีผู้หญิงเป็นนักร้องหลักอีกด้วย
  • เป็นเรื่องแรกที่ดีไซน์ของตัวละครหรือไรเดอร์ทุกตัวในเรื่อง ฉีกกฏเกณฑ์ที่ไรเดอร์เคยมีมาก่อนหน้านี้ทั้งหมดอย่างเห็นได้ชัด และเป็นปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ในประวัติศาสคร์ไรเดอร์ที่สร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับวงการ และเป็นจุดเริ่มต้นในการถ่ายทอดภาพลักษณ์ใหม่ๆให้กับยุคเฮย์เซย์ในเวลาต่อมาอีกด้วย
  • เป็นเรื่องแรกที่อุปกรณ์ส่วนตัวของไรเดอร์มีเสียงพูดประกอบการทำงานกับผู้ใช้งาน
  • เป็นเฮย์เซย์ไรเดอร์เรื่องแรกที่มีปีศาจรูปร่างขนาดใหญ่ปรากฎตัวขึ้น
  • เป็นเฮย์เซย์ไรเดอร์เรื่องแรกที่มีการปรากฎตัวของตัวละครเอกถึง 2 คน
  • เป็นเฮย์เซย์ไรเดอร์เรื่องแรกที่มีซื้อลิขสิทธิ์เพื่อไปออกอากาศในประเทศฝั่งอเมริกาโดยใช้ชื่อว่า "Kamen Rider Dragon Knight (คาเมนไรเดอร์ดราก้อนไนท์)" ออกอากาศในช่วงปี 2008 - 2009
  • เป็นไรเดอร์เรื่องแรกที่ชื่อของไรเดอร์ถูกตั้งด้วยอักษรคันจิ
มาสค์ไรเดอร์ไฟซ์
  • เป็นเรื่องแรกที่มีผู้ใช้อุปกรณ์ในการแปลงร่างและต่อสู้ของไรเดอร์แต่ละชุด มีความหลากหลายมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดภายในเรื่อง
  • เป็นเรื่องแรกที่ตัวละครเอกมีสถานะอีกรูปแบบหนึงที่ไม่ใช่มนุษย์หรือเรียกได้ว่าเป็นจำพวกของกลุ่มปีศาจประจำเรื่อง
  • เป็นเรื่องแรกที่แนวคิดและอุดมการณ์ของตัวร้ายในเรื่อง ไม่ใช่การยึดครองโลกและการฆ่าล้างมนุษย์เหมือนซีรีส์ไรเดอร์เรื่องก่อนๆ แต่เป็นการปกป้องเผ่าพันธุ์ของตนเองให้คงอยู่รอด
  • เป็นเรื่องแรกที่มีปีศาจในเรื่องอยู่ฝั่งเดียวกับพวกมนุษย์
  • เป็นเรื่องแรกที่อุปกรณ์แปลงร่างและอาวุธที่ใช้ในการต่อสู้มีเสียงพูดประกอบในการทำงานหรือใช้คำสั่งต่างๆอย่างเต็มรูปแบบ (โดยก่อนหน้านี้เคยมีกับอาวุธบางชิ้นของ G3 และ G3-X ในอากิโตะและริวคิ แต่ยังไม่ได้มีการใช้กับอุปกรณ์ในการแปลงร่าง)
  • ชื่อไตเติ้ลของเรื่องมีตัวเลขปรากฎขึ้นอีกครั้งในรอบ 23 ปี
มาสค์ไรเดอร์เบลด
  • เป็นเรื่องแรกที่โลโก้ของเรื่องใช้ตัวหนังสือสีอื่นที่ไม่ใช้สีแดง (สีทอง) โดยก่อนหน้านี้และหลังจากนี้ส่วนใหญ่มักจะใช้ตัวหนังสือโทนสีแดงหรือสีส้มในการออกแบบโลโก้ให้กับแต่ละเรื่อง
  • เป็นเฮย์เซย์ไรเดอร์เรื่องแรกที่มีเพลงเปิดเรื่องที่สองซึ่ง "เป็นเพลงใหม่" เริ่มใช้ในช่วงกลางเรื่อง (โดยที่ไม่ใช่เพลงเดิมที่เรียบเรืยงดนตรีและเนื้อร้องใหม่และยังคงทำนองเดิมอย่างเช่นในเพลงเปิดเรื่องของมาสค์ไรเดอร์อากิโตะ)
  • ตัวละครหลักที่เป็นไรเดอร์ทั้ง 4 คน (เบลด, การ์เร็น, คาลิส, เรนเกล) ถูกนำไปทำเป็นภาพตลกทางอินเทอร์เน็ต(Meme) และได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก
มาสค์ไรเดอร์ฮิบิกิ
  • เป็นเรื่องแรกที่มีเพลงเปิดเรื่องเป็นแค่เพลงที่บรรเลงด้วยเครื่องดนตรี (เฉพาะเพลงเปิดแรกเท่านั้น)
  • และเพลงที่มีเนื้อร้องถูกยกไปเป็นเพลงปิดเรื่องแทนซึ่งทำให้เรื่องนี้กลับมามีเพลงปิดเรื่องอีกครั้งในรอบ 5 ปี (ใช้จนถึงตอนที่ 33)
  • เป็นเรื่องแรกของเฮย์เซย์ไรเดอร์ที่ไม่ได้ใช้เข็มขัดเป็นอุปกรณ์ในการแปลงร่าง และไม่มีการกล่าว "เฮนชิน" ก่อนจะแปลงร่าง
  • เป็นเรื่องแรกที่โลโก้ของเรื่องจัดวางในรูปลักษณะเป็นแนวตั้ง ซึ่งโลโก้ของทุกๆเรื่องจะมีลักษณะการวางเป็นแนวนอน
  • เป็นเรื่องแรกในเฮย์เซย์ไรเดอร์ที่ท้าไม่ตายประจำของไรเดอร์ตัวเอก ไม่ใช่การกระโดดเตะเช่นเดียวกับซีรีส์ที่ผ่านมา
มาสค์ไรเดอร์คาบูโตะ
  • การใช้คำว่า "ไรเดอร์ + ศัพท์ภาษาอังกฤษของการโจมตี" เช่น ไรเดอร์คิก (Rider Kick) , ไรเดอร์พั้นช์ (Rider Punch) ฯลฯ ถูกนำกลับมาใช้เป็นชื่อเรียกท่าไม้ตายหรือท่าเผด็จศึกอีกครั้งให้กับไรเดอร์ ในรอบ 12 ปี และอาจจะเป็นขอสันนิษฐานว่าเป็นการกลับมาใช้เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 35 ของมาสค์ไรเดอร์ซีรีส์ ซึ่งเป็นชื่อท่าไม้ตายต้นกำเนิดของมาสค์ไรเดอร์ในยุคแรกเริ่มอีกด้วย
  • เป็นเรื่องแรกที่ร่างฟอร์มแรกของเหล่าไรเดอร์ทุกตัวในซีรีส์ (ยกเว้นมาสค์ไรเดอร์คิ๊กฮอปเปอร์และมาสค์ไรเดอร์พันช์ฮอปเปอร์) อยู่ในสถานะสวมเกราะ และสามารถทำการปลดเกราะออกในขณะต่อสู้ได้
  • เป็นซีรีส์ไรเดอร์เรื่องแรกที่มีการแพร่ภาพออกอากาศเป็นระบบภาพ HD 720p - 1080p และใช้มาจนถึงปัจจุบัน
  • ไรเดอร์ที่มีดวงตาสีฟ้าและสีขาวปรากฏตัวขึ้นครั้งแรก (คาบูตะ ไฮเปอร์ฟอร์ม และ พั้นช์ฮอปเปอร์)
มาสค์ไรเดอร์เดนโอ
  • เป็นเฮย์เซย์ไรเดอร์เรื่องแรกที่ใช้คอนเซ็ปต์เกี่ยวกับรถไฟ กาลเวลา และนิทานพื้นบ้านของประเทศญี่ปุ่น
  • เป็นเรื่องแรกที่มีผู้แปลงร่างเป็นไรเดอร์ถึงสองคนในร่างเดียวกัน
  • เป็นเรื่องแรกที่ทำชุดสำหรับเด็กออกมาให้เห็นเรื่อง
  • เป็นเรื่องแรกที่มีฉบับภาพยนตร์ของตัวเองออกมามีจำนวนภาคที่มากที่สุดในบรรดาเฮย์เซย์ไรเดอร์
  • คอนเซปท์ฟอร์มพื้นฐาน 4 สีในไรเดอร์ตัวเอกของยุคเฮย์เซย์ถูกนำกลับมาใช้อีกครั้งในรอบ 7 ปี
  • นักแสดงหญิง "อาคิยามะ รินะ" ผู้รับบท คาซุยะ มานะ จากมาสค์ไรเดอร์อากิโตะ ได้กลับมารับบทเป็นหนึ่งในตัวละครหลักให้กับซีรีส์มาสค์ไรเดอร์อีกครั้งในรอบ 6 ปี
  • เป็นเรื่องแรกในเฮย์เซย์ไรเดอร์ที่มีการเปลี่ยนนักแสดงผู้รับบทบาทตัวละครเอกหญิงในช่วงกลางเรื่อง
มาสค์ไรเดอร์คิบะ
  • เป็นเรื่องแรกที่เนื้อเรื่องหลักมีการดำเนินเรื่องให้เห็นมากกว่า 1 ไทม์ไลน์ตลอดทั้งเรื่อง (เล่าเหตุการณ์ระหว่างเรื่องราวใน ปี 1986 และ 2008 (หรือยุคปัจจุบันตามเนื้อเรื่อง)) โดยแต่ละไทม์ไลน์ยังคงมีความเกี่ยวข้องเป็นเนื้อเรื่องเดียวกัน
  • เป็นเฮย์เซย์ไรเดอร์เรื่องแรกที่มีภาพยนตร์ครอสโอเวอร์กับไรเดอร์รุ่นพี่ก่อนหน้าอย่างจริงจังในยุคเฮย์เซย์ (โดยก่อนหน้านี้เคยปรากฏในวิดีโอตอนพิเศษของริวคิ และอากิโตะได้ปรากฏตัวออกมาร่วมด้วย เนื่องจากเรื่องราวเน้นไปทางฝั่งของริวคิมากกว่าและไม่ได้มีการออกฉายทางภาพยนตร์ เป็นวิดีโอที่มีความยาวไม่มาก จึงไม่ได้จัดอันดับไว้)
  • ไรเดอร์ตัวเอกที่มีร่างพื้นฐานได้แก่ แดง น้ำเงิน เขียว ม่วง ทั้ง 4 สีถูกนำกลับมาใช้อีกครั้งในรอบ 8 ปี
  • ร่างพื้นฐานที่มี 4 ฟอร์ม, การเข้าสิงและควบคุมร่างกายของมนุษย์, เนื้อเรื่องที่ดำเนินเกี่ยวกับกาลเวลา, บุคลิกที่แสดงออกถึงการขาดความมั่นใจของตัวละครเอกในเรื่อง องค์ประกอบดังกล่าวเป็นคอนเซปท์ที่ได้นำมาสานต่อจากซีรีส์มาสค์ไรเดอร์เดนโอซึ่งเป็นซีรีส์ก่อนหน้านี้ ทำให้เรื่องนี้มีองค์ประกอบหลายอย่างที่ใกล้เคียงกับมาสค์ไรเดอร์เดนโอ แต่ถูกนำมาดำเนินเข้ากับเนื้อเรื่องในลักษณะที่แตกต่างกัน
  • นักแสดงหญิง "ฮากะ ยูเรีย" ผู้รับบท โซโนดะ มาริ จากมาสค์ไรเดอร์ไฟซ์ ได้กลับมารับบทเป็นหนึ่งในตัวละครหลักให้กับซีรีส์มาสค์ไรเดอร์อีกครั้งในรอบ 5 ปี
มาสค์ไรเดอร์ดีเคด
  • เป็นเรื่องแรกที่มีการดำเนินเรื่องด้วยการนำเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับมาสค์ไรเดอร์ก่อนหน้านี้โดยนำมาดัดแปลงเนื้อหาใหม่บางส่วน เนื่องในโอกาสที่เป็นซีรีส์ฉลอง 10 ผลงานของเฮย์เซย์ไรเดอร์
  • และเป็นเรื่องแรกที่ตัวเอกมีความสำมารถในการนำพลังของไรเดอร์รุ่นพี่ในยุคเฮย์เซย์ (คูกะ - คิบะ) มาใช้ในการต่อสู้ได้
  • ฉบับออกอากาศทางโทรทัศน์มีจำนวนตอนที่น้อยที่สุดในเฮยเซย์ไรเดอร์
  • เป็นเฮย์เซย์ไรเดอร์เรื่องแรกที่มีการ Crossover และผนวกเรื่องราวระหว่างมาสค์ไรเดอร์และซุเปอร์เซ็นไทอย่างจริงจัง รวมถึงปรากฏในเนื้อหาหลักของซีรีส์
  • เป็นเฮย์เซย์ไรเดอร์เรื่องแรกที่ไม่มีกลุ่มปีศาจประจำเรื่องเหมือนกับซีรีส์ที่ผ่านมา
  • เป็นเฮย์เซย์ไรเดอร์เรื่องแรกที่ในซีรีส์มีการปรากฏตัวของตัวละคร/นักแสดงที่เคยรับบทบาทในซีรีส์ไรเดอร์ที่ผ่านมา
มาสค์ไรเดอร์ดับเบิ้ล
  • เป็นเรื่องแรกที่ไรเดอร์ใช้พลังหลักมากกว่า 1 อย่างในการผสานเป็นร่างเดียวกัน
  • เป็นเรื่องแรกที่เริ่มสร้างภาพยนตร์ในช่วงกลางเดือนธันวาคมของทุกปีซึ่งเป็นภาพยนตร์ในการครอสโอเวอร์และผนวกเรื่องราวกับไรเดอร์รุ่นพี่ก่อนหน้า โดยใช้ชื่อเรียกภาพยนตร์ชุดนี้ว่า Movie Taisen (โดยได้สานต่อความคิดริเริ่มจากภาพยนตร์ เดนโอ & คิบะ ไคลแม็กซ์ เดกะ ซึ่งมีเป้าหมายหลักคือการผลิตภาพยนตร์ไรเดอร์ในรูปแบบครอสโอเวอร์เช่นเดียวกัน)
  • เป็นเรื่องแรกที่ได้ให้ตัวละครเอก ปรากฏตัวครั้งแรกในฉบับภาพยนตร์ของไรเดอร์รุ่นพี่ ก่อนที่จะมีการออกอากาศทางซีรีส์
  • เป็นเรื่องแรกที่มีการสร้างภาคแยกตอนเดี่ยวให้กับตัวละครอื่นๆ (หรือ Spin-off) ที่แยกย่อยออกไปจากเนื้อหาหลัก (V-Cinema)
  • เป็นเฮย์เซย์ไรเดอร์เรื่องแรกที่ไรเดอร์ตัวเอกใช้สีเขียวเป็นหนึ่งในสีหลักของชุด อีกทั้งสีเขียวถูกใช้กับไรเดอร์ตัวเอกเป็นสีหลักอีกครั้งในรอบ 15 ปี
มาสค์ไรเดอร์โอส
  • เป็นเรื่องแรกในเฮย์เซย์ไรเดอร์ที่มีกลุ่มปีศาจหลักปรากฏในเรื่องถึง 2 กลุ่ม
มาสค์ไรเดอร์โฟร์เซ่
  • เป็นเรื่องแรกที่ใช้คอนเซ็ปต์นักเรียนมัธยมปลายเกือบทั้งเรื่อง และเน้นการดำเนินเรื่องในโรงเรียนเป็นหลัก
  • คอนเซปต์แนวอวกาศถูกนำมาใช้อีกครั้งในรอบเกือบ 32 ปี นับตั้งแต่มาสค์ไรเดอร์ซุปเปอร์-วัน
  • นักแสดงชาย "อามาโนะ โคเซย์" ผู้รับบท ทาจิบานะ ซาคุยะ จากมาสค์ไรเดอร์เบลด ได้กลับมารับบทเป็นหนึ่งในตัวละครสมทบกับซีรีส์มาสค์ไรเดอร์อีกครั้งในรอบเกือบ 8 ปี
มาสค์ไรเดอร์วิซาร์ด
  • เป็นเฮย์เซย์ไรเดอร์เรื่องแรก ที่ใช้ธีมเกี่ยวกับเวทมนตร์ มาเป็นตัวหลักในการดำเนินเรื่อง
  • เป็นเรื่องมีจำนวนตอนที่ออกอากาศบนโทรทัศน์มากที่สุดในเฮย์เซย์ไรเดอร์ (จำนวนตอนที่ออกอากาศทางโทรทัศน์ปกติ ไม่นับรวมภาพยนตร์ หรือวิดีโอตอนพิเศษ) (สถิติ ณ ปัจจุบัน)
มาสค์ไรเดอร์ไกมุ
  • เป็นเฮย์เซย์ไรเดอร์เรื่องแรกที่ใช้คอนเซ็ปต์นักรบชุดเกราะ และผลไม้
  • เป็นเฮย์เซย์ไรเดอร์เรื่องแรกที่มีการปรากฏตัวในช่วงตอนสุดท้ายในซีรีส์ของรุ่นพี่ ก่อนที่จะเริ่มออกอากาศซีรีส์ของตนเองในสัปดาห์ถัดมา
  • เป็นเฮย์เซย์ไรเดอร์เรื่องแรก ที่ใช้การดำเนินเรื่องเป็นแบบแบ่งองก์เรื่อง และได้ใช้รูปแบบนี้มาจนถึงซีรีส์ปัจจุบัน
  • เป็นเรื่องแรกที่ร่างฟอร์มของตัวละครเอก มีร่างฟอร์มเป็นเกราะหุ่นยนต์
  • เป็นเฮย์เซย์ไรเดอร์ที่มีไรเดอร์ปรากฏตัวออกมาทั้งหมดถึง 21 คน (ทั้งในฉบับโทรทัศน์ รวมถึงภาพยนตร์ และตอนพิเศษทาง V-Cinema) ซึ่งเป็นสถิติที่มากที่สุดในเฮย์เซย์ไรเดอร์เฟสที่ 2 และเป็นสถิติที่มีจำนวนมากที่สุดในซีรีส์มาสค์ไรเดอร์ทุกเรื่อง
  • นักแสดงชาย "ยูเก โทโมฮิสะ" ผู้รับบท ยูระ โกโร่ จากมาสค์ไรเดอร์ริวคิ และ มาซาโตะ มิชิมะ จากมาสค์ไรเดอร์คาบูโตะ ได้กลับมารับบทเป็นหนึ่งในตัวละครสมทบให้กับซีรีส์มาสค์ไรเดอร์อีกครั้งในรอบ 7 ปี
มาสค์ไรเดอร์ไดร์ฟ
  • เป็นเฮย์เซย์ไรเดอร์เรื่องแรกที่ตัวเอกมีพาหนะหลักคือรถยนต์ และได้นำกลับมาใช้อีกครั้งในรอบเกือบ 25 ปี จากที่เคยถูกใช้ในแบล็ค RX ซึ่งจัดอยู่ในยุคโชวะไรเดอร์
  • เป็นเฮย์เซย์ไรเดอร์เรื่องแรกที่ในแต่ละตอน จะเริ่มเรื่องโดยการขึ้นเพลงเปิดของเรื่อง ซึ่งใช้มาจนถึงมาสค์ไรเดอร์เอ็กเซด (ในกรณีของมาสค์ไรเดอร์โกสต์ ได้กลับมาใช้การเกริ่นเรื่องช่วงแรกก่อนขึ้นเพลงเปิดของเรื่องในตอนที่ 39 จนถึงตอนจบ(ยกเว้นตอนที่ 49) หลังจากที่ใช้เพลงเปิดขึ้นในช่วงแรกมาตลอด ส่วนกรณีของมาสค์ไรเดอร์เอ็กเซด ในตอนที่ 15 จนถึง 24 เพลงเปิดซีรีส์ถูกนำไปไว้อยู่ในช่วงท้ายของเรื่อง จนกระทั่งตอนที่ 26 ได้นำเพลงเปิดขึ้นมาอยู่ในช่วงแรกของเรื่องอีกครั้งจนถึงตอนที่ 44 แต่ทว่า ตอนที่ 12 ได้นำเพลงเปิดมาเป็นเพลง Insert song ของตอนดังกล่าว)
มาสค์ไรเดอร์โกสท์
  • เป็นเฮย์เซย์ไรเดอร์เรื่องแรกที่นำคอนเซ็ปต์เกี่ยวกับบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์จากทั่วโลก มาใช้กับร่างฟอร์มของไรเดอร์ในซีรีส์
  • กลับมาใช้ชื่อเพลงเปิดเรื่องเป็นภาษาญี่ปุ่นอีกครั้งในรอบ 10 ปี เนื่องจากเพลงส่วนใหญ่ในเฮย์เซย์ไรเดอร์ (ตั้งแต่ริวคิ) จะใช้ภาษาอังกฤษในการตั้งเป็นชื่อเพลง
  • ตัวละครเอกของเรื่อง(เท็นคูจิ ทาเครุ) มีสถิติการตายในเรื่องมากที่สุดถึง 4 ครั้ง (ครั้งแรกคือตอนที่ 1, ครั้งที่2 คือตอนที่ 12, ครั้งที่3 คือตอนที่ 33 และครั้งที่4 ในภาพยนตร์มาสค์ไรเดอร์โกสต์: 100 อายคอนส์ และช่วงเวลาแห่งชะตากรรมของโกสต์)
  • การเรียกอุปกรณ์แปลงร่างด้วยพลังทางกายภาพถูกนำมาใช้กับเฮย์เซย์ไรเดอร์อีกครั้งในรอบเกือบ 15 ปี นับตั้งแต่มาสค์ไรเดอร์อากิโตะ
มาสค์ไรเดอร์อมาซอนส์
  • เป็นเรื่องแรกที่นำซีรีส์มาสค์ไรเดอร์มาสร้างฉบับรีเมคเป็นรูปแบบซีรีส์บนสตริมมิ่ง (ในกรณีของ THE FIRST และ THE NEXT จัดอยู่ในหมวดหมู่ "ภาพยนตร์")
  • ผลิตเพลงและดนตรีของซีรีส์มาสค์ไรเดอร์ร่วมกับสังกัต Nippon Columbia อีกครั้งในรอบ 15 ปี
มาสค์ไรเดอร์เอ็กเซด
  • เป็นเฮย์เซย์ไรเดอร์เรื่องแรกที่ใช้คอนเซ็ปต์ของเรื่องเกี่ยวกับวงการแพทย์ และวิดีโอเกม
  • เป็นเรื่องแรกที่พาหนะหลักของเรื่อง(มอเตอร์ไซค์) อยู่ในสถานะหลักเป็นมาสค์ไรเดอร์
  • เป็นไรเดอร์เรื่องแรกที่สามารถเปลี่ยนสถานที่ต่อสู้ ในขณะต่อสู้ได้
  • การผ่าตัดดัดแปลงเพื่อการเป็นไรเดอร์ของเหล่าไรเดอร์ ถูกนำกลับมาใช้อีกครั้งในรอบ 29 ปี นับตั้งแต่มาสค์ไรเดอร์แบล็ค
  • สีมาเจนต้าถูกใช้กับไรเดอร์ตัวเอกอีกครั้งในรอบเกือบ 8 ปีนับตั้งแต่มาสค์ไรเดอร์ดีเคด
มาสค์ไรเดอร์บิลด์
  • คำว่า "ฟอร์ม" ถูกนำกลับมาใช้ในการเรียกท้ายชื่อของแต่ละร่างของไรเดอร์อีกครั้งในรอบเกือบ 9 ปี
  • เป็นเฮย์เซย์ไรเดอร์เรื่องแรกที่นำเรื่องราวเกี่ยวกับสงครามทางการเมือง อาวุธทางการทหาร และการแบ่งแยกดินแดนในประเทศ มาใช้ในการดำเนินเนื้อเรื่องหลัก
  • เป็นเฮย์เซย์ไรเดอร์เรื่องแรกที่มีการย้ายเวลาการออกอากาศในโทรทัศน์ของประเทศญี่ปุ่น(TV Asahi) จากวันอาทิตย์เวลา 8.00 น. ไปเป็นเวลา 9.00 น. และใช้มาจนถึง ณ ปัจจุบัน
  • การเกริ่นเรื่องช่วงแรก ก่อนขึ้นเพลงเปิดของเรื่องในแต่ละตอน ถูกนำกลับมาใช้อย่างจริงจังอีกครั้งในรอบ 3 ปี หลังจากมาสค์ไรเดอร์ไกมุ (ยกเว้นตอนที่ 12, 38 และตอนจบ ถูกนำไปไว้ในช่วงท้ายของเรื่อง ส่วนตอนที่ 16 และ 17 เพลงเปิดถูกนำไปเป็น Insert Song ของตอนดังกล่าว ซึ่งเป็นกรณีเดียวกับมาสไรเดอร์เอ็กเซด)
  • ไรเดอร์ที่มีดวงตาสองสีแยกระหว่างซ้าย-ขวาปรากฏตัวขึ้นครั้งแรก (บิลด์)
  • นักแสดงชาย "ทาเคดะ โคเฮย์" ผู้รับบท คุเรไน โอโตยะ จากมาสค์ไรเดอร์คิบะ ได้กลับมารับบทเป็นหนึ่งในตัวละครหลักให้กับซีรีส์มาสค์ไรเดอร์อีกครั้งในรอบ 10 ปี
มาสค์ไรเดอร์จิโอ
  • โลโก้ของเรื่องใช้ตัวหนังสือสีอื่นที่ไม่ใช่สีโทนแดงอีกครั้งในรอบเกือบ 15 ปี (สีแดงถูกนำมาใช้เป็นเส้นขอบตัวหนังสือแทน)
  • ความสำมารถในการนำพลังของไรเดอร์รุ่นพี่ในยุคเฮย์เซย์มาใช้ในการต่อสู้ได้ กลับมาใช้เป็นคอนเซปท์หลักของการดำเนินเนื้อเรื่องและไรเดอร์ในรอบเกือบ 10 ปี นับตั้งแต่ดีเคด

รูปแบบของเล่นและของสะสมในมาสค์ไรเดอร์ซีรีส์[แก้]

  • เข็มขัดแปลงร่าง อาวุธ และอุปกรณ์อื่นๆ
    • Deluxe (หรือ DX) ในยุคแรกเริ่มได้บริษัทป๊อปปี้เป็นผลิตและได้เปลี่ยนเป็นหน้าที่ของบริษัทบันไดเป็นผู้ผลิตตั้งแต่มาสค์ไรเดอร์แบล็คจนถึงปัจจุบัน
    • Legend Rider Series Belts (ปัจจุบันยกเลิกการผลิตไปแล้วตั้งแต่ปี 2010)
    • Triple Change Henshin Series (ปัจจุบันยกเลิกการผลิตไปแล้วและผลิตออกมาแค่ 3 รูปแบบเท่านั้น)
    • Complete Selection (หรือ CS) ปัจจุบันพัฒนาการผลิตรูปแบบใหม่ในชื่อ CSM ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2013
    • Complete Selection Modification (หรือ CSM)
  • โมเดลฟิกเกอร์แบบสำเร็จรูป
    • Souchaku Henshin (ปัจจุบันยกเลิกการผลิตไปแล้ว)
    • Super Imaginative Chogokin (หรือ S.I.C)
    • S.H.Figuarts (หรือชื่อเต็มๆคือ Simple style Heroic action Figures and Arts)
    • SHODO
    • SO-DO
      • Ex-Aid
      • Build
      • Zi-O
    • ไลน์ที่ปรากฏประจำแต่ละเรื่องซึ่งมีลูกเล่นที่แตกต่างกันออกไปและทำได้เหมือนกับในแต่ละเรื่อง
      • R&M (Rider & Monster) (ริวคิ)
      • COR (Cast Off Rider) (คาบูโตะ)
      • DX 4 Form Change (ผลิตให้กับเดนโอและคิบะ)
      • FFR (Final Form Ride) (ดีเคด)
      • WFC (W Form Change Series) (ดับเบิ้ล)
      • OOC (OOO Combo Change) (โอส)
      • FMCS (Fourze Module Change) (โฟร์เซ่)
      • WAP (Wizard Action Please!) (วิซาร์ด)
      • AC (Arms Change) (ไกมุ)
      • TK (Tire Koukan) (ไดร์ฟ)
      • GC (Ghost Change) (โกสต์)
      • LVPR (Level UP Rider) (เอ็กเซด)
      • BCRS (Bottle Change Rider Series) (บิลด์)
    • Rider Kick's Figure Series
    • figma (ผลิตให้กับซีรีส์มาสค์ไรเดอร์ดราก้อนไนท์ในอเมริกา)
    • Full Action Figure SAGA (ผลิตและซื้อจากตู้กาชาปอง)
  • โมเดลฟิกเอร์แบบพลาสติกโมเดล
    • Master Grade (หริอ MG)
    • Figure-Rise
  • โมเดลรูปแบบอื่นๆ
    • Soft Vinyl
    • CONVERGE KAMEN RIDER
    • Hyper Detail Molding (หรือ HDM)
    • Real Action Heroes (หรือ RAH)

อ้างอิง[แก้]