เศรษฐกิจญี่ปุ่น

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เศรษฐกิจญี่ปุ่น
Skyscrapers of Shinjuku 2009 January.jpg
โตเกียวคือศูนย์กลางทางการเงินลำดับต้นๆของโลก
อันดับทางเศรษฐกิจ 3 (ตัวเงิน)
4 (อำนาจซื้อ)
สกุลเงิน เยน (JPY)
ปีงบประมาณ 1 เมษายน – 31 มีนาคม
ภาคีการค้า APEC, WTO, OECD, G-20, G8 และอื่นๆ
สถิติ
จีดีพี

$5.964 ล้านล้าน (2012 ประมาณการ) (ตัวเงิน)

$4.628 ล้านล้าน (2012 ปมก.) (อำนาจซื้อ)
จีดีพีเติบโต 2.6% (ไตรมาส1/2014)
จีดีพีต่อหัว

$46,736 (2012 ปมก.) (ตัวเงิน. 14 ของโลก)

$36,266 (2012 ปมก.) (อำนาจซื้อ. 23 ของโลก)
ภาคจีดีพี เกษตรกรรม: 1.2%, อุตสาหกรรม: 27.5%, บริการ: 71.4% (2012 ปมก.)
เงินเฟ้อ (CPI) 3.2% (พ.ค. 2014)[1]
ประชากรยากจน 16% (2010)[2]
จีนี 38.1 (2002)
แรงงาน 65.93 ล้านคน (2011 ปมก.)
ภาคแรงงาน เกษตรกรรม: 3.9%, อุตสาหกรรม: 26.2%, บริการ: 69.8% (2010 ปมก.)
ว่างงาน 4.6% (2011 ปมก..)[3]
อุตสาหกรรมหลัก ยานยนต์และส่วนควบ, เครื่องใช้ไฟฟ้า, เครื่องจักร, เหล็ก และ โลหะนอกลุ่มเหล็ก, เรือ, เคมีภัณฑ์, สิ่งทอ, อาหารแปรรูป
อันดับความคล่องในการทำธุรกิจ 24[4]
การค้า
มูลค่าส่งออก $788 พันล้าน (2011 ปมก.)
สินค้าส่งออก ยานยนต์ 13.6%; อุปกรณ์กึ่งตัวนำ 6.2%; เหล็กและโลหะภัณฑ์ 5.5%; ชิ้นส่วนยานยนต์ 4.6%; วัสดุพลาสติก 3.5%; เครื่องจักรกล 3.5%
ประเทศส่งออกหลัก  จีน 18.1%
 สหรัฐ 17.8%
 เกาหลีใต้ 7.7%
 ไทย 5.5%
 ฮ่องกง 5.1% (2012 ปมก.) [5]
มูลค่านำเข้า $808.4 พันล้าน (2011 ปมก.)
สินค้านำเข้า ปิโตรเลียม 15.5%; ก๊าซธรรมชาติเหลว 5.7%; เสื้อผ้า 3.9%; อุปกรณ์กึ่งตัวนำ 3.5%; ถ่านหิน 3.5%; อุปกรณ์ภาพและเสียง 2.7%
ประเทศนำเข้าหลัก  จีน 21.3%
 สหรัฐ 8.8%
 ออสเตรเลีย 6.4%
 ซาอุดีอาระเบีย 6.2%
 สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 5.0%
 เกาหลีใต้ 4.6%
 กาตาร์ 4.0% (2012 est.) [6]
FDI $161.4 พันล้าน (2010 ปมก.)
หนี้ต่างประเทศ $2.719 ล้านล้าน (มิ.ย. 2011)
การคลังรัฐบาล
หนี้สาธารณะ $13.64 ล้านล้าน / 229.77% ของจีดีพี (2011 ปมก.)[7]
รายรับ $1.1 ล้านล้าน (2011 ปมก.)
รายจ่าย $1.157 ล้านล้าน (2011 ปมก.)
ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจ $9.7 พันล้าน (ODA. กุมภาพันธ์ 2007)
อันดับความเชื่อมั่น สแตนดาร์ดแอนด์พัวร์ส:[8]
AA- (ในประเทศ)
AA- (ระหว่างประเทศ)
AAA (T&C Assessment)
ภาพลักษณ์: มีเสถียรภาพ[9]
มูดดี้ส์:[9]
A1
ภาพลักษณ์: ดี
ฟิทซ์:[9]
A-
ภาพลักษณ์: ดี
ทุนสำรอง US$1.154 ล้านล้าน (เมษายน 2011)[10]
แหล่งข้อมูลหลัก: CIA World Fact Book
หน่วยทั้งหมด หากไม่ระบุ ถือว่าเป็นดอลลาร์สหรัฐ

เศรษฐกิจของประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก[11][12] รองจาก สหรัฐอเมริกา และ ประเทศจีน ถือว่าใหญ่เป็นอันดับ 2 ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว[13] ก่อนสงครามโลกครั้งที่สองในรัชสมัยโชวะ จักรวรรดิญี่ปุ่นมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 9 ของโลก แม้ว่าจะพ่ายแพ้สงครามแต่ญี่ปุ่นก็สามารถไต่เต้าขึ้นมามีขนาดเศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกรองจากสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียต และครองตำแหน่งนี้ยาวนานกว่าสองทศวรรษจนกระทั่งสหภาพโซเวียตล่มสลายในปี 1990 ญี่ปุ่นก็กลายเป็นชาติเศรษฐกิจอันดับสองของโลกจนถึงปี 2009 จากข้อมูลของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) อำนาจซื้อต่อหัวของญี่ปุ่นในเวทีโลก อยู่ที่ 35,855 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงเป็นอันดับ 22 ของโลก[14] การคาดการณ์เศรษฐกิจญี่ปุ่น มีการสำรวจเป็นรายไตรมาสที่เรียกว่า ทังกัง จัดทำโดยธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น[15]

ปัจจุบัน ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ผลิตยานยนต์ได้มากเป็นอันดับ 3 ของโลก[16] นอกจากนี้ ยังมีอุตสาหรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดของโลก ที่มักจะมีการจัดอันดับในบรรดาหมู่ประเทศนวัตตกรรมชั้นนำ[17] ซึ่งในระยะหลังมานี้ญี่ปุ่นต้องเผชิญการแข่งขันกับ จีน และ เกาหลีใต้[18] ที่เริ่มช่วงชิงส่วนแบ่งในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า ทั้งนี้ อุตสาหกรรมการผลิตในประเทศญี่ปุ่นในปัจจุบัน ได้ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงในการผลิตเป็นหลัก ซึ่งใช้แรงงานคนน้อย และมีความแม่นยำมากกว่า จำพวก ยานยนต์ไฮบริด และหุ่นยนต์อัตโนมัติต่างๆ ซึ่งพบได้ทั่วไปในโรงงานในภูมิภาคคันโต[19][20][21][22] ทั้งนี้ภูมิภาคคันไซก็เป็นหนึ่งในพื้นที่อุตสาหกรรมชั้นนำและศูนย์การผลิตสำหรับเศรษฐกิจญี่ปุ่น [23]


ทิศทางเศรษฐกิจมหภาค[แก้]

อัตราการเติบโตของจีดีพีที่แท้จริง (หน่วยบริโภค) ตั้งแต่ ค.ศ. 1956 ถึง 2008
การเปลี่ยนแปลงของจีดีพีที่แท้จริง (น้ำเงิน) รายไตรมาส และอัตราการว่างงาน (แดง) ตั้งแต่ ค.ศ. 2000 ถึง 2010

แผนภูมินี้แสดงให้เห็นถึงทิศทางของจีดีพีของญี่ปุ่นตามตัวเงิน ประมาณการโดย กองทุนการเงินระหว่างประเทศ ในหน่วยล้านเยน[24] ดูเพิ่ม [25][26]

ค.ศ. จีดีพี เยน/1ดอลลาร์ ดัชนีเงินเฟ้อ
(ฐาน ณ ปี 2000)
จีดีพี(ตัวเงิน)ต่อหัว
ในหน่วย % ของชาวอเมริกัน
จีดีพี(อำนาจซื้อ)ต่อหัว
ในหน่วย % ของชาวอเมริกัน
1955 8,369,500 ¥360.00 10.31
1960 16,009,700 ¥360.00 16.22
1965 32,866,000 ¥360.00 24.95
1970 73,344,900 ¥360.00 38.56
1975 148,327,100 ¥297.26 59.00
1980 240,707,315 ¥225.82 100 105.85 71.87
2005 502,905,400 ¥110.01 97 85.04 71.03
2010 477,327,134 ¥88.54 98 89.8 71.49

จากข้อมูลดัชนีเงินเฟ้อข้างต้น แสดงให้เห็นว่า ญี่ปุ่นได้เผชิญกับสภาวะปราศจากเงินเฟ้อในช่วงทศวรรษ 1980-2000 ที่สินค้าและบริการต่างๆในประเทศไม่มีการเปลี่ยนแปลงราคาตลอด 2 ทศวรรษ มิหนำซ้ำ ภายหลังปี 2000 ยังต้องเชผิญกับภาวะเงินฝืด ที่ราคาสินค้าและบริการภายในประเทศมีทิศทางถูกลงแม้จะเพียงเล็กน้อย เหล่านี้เป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ชาวญี่ปุ่นตลอดจนบริษัทต่างๆไม่นิยมนำเงินฝากธนาคารภายในประเทศเพื่อเป็นการลงทุน เนื่องจากไม่มีการจ่ายดอกเบี้ย หรือจ่ายในอัตราที่ต่ำมากจนแทบจะเป็นร้อยละศูนย์

สำหรับการเปรียบเทียบอำนาจซื้อ อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์ อยู่ที่ 109 เยนในปี 2010.[27]

อุตสาหกรรม[แก้]

มูลค่าจีดีพีในปี 2012 แบ่างตามภาคอุตสาหกรรม [28] มูลค่าถูกแปลงเป็นหน่วยสกุลเงินบาท ตามอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 12 เมษายน 2013.[29]

อุตสาหกรรม มูลค่าจีดีพี
(ล้านล้านบาท)
% ของจีดีพีทั้งหมด
ภาคบริการอื่นๆ 36.139 23.5%
การผลิต 27.643 18.0%
อสังหาริมทรัพย์ 20.346 13.2%
ค้าส่ง และ ค้าปลีก 19.266 12.5%
คมนาคม และ โทรคมนาคม 10.450 6.8%
รัฐประศาสน์ 9.603 6.2%
ก่อสร้าง 9.545 6.2%
การเงินและกรมธรรม์ประกัน 8.932 5.8%
ไฟฟ้า, ก๊าซ และ ประปา 5.225 3.4%
บริการของรัฐบาล 1.197 0.7%
เหมือง 0.087 0.05%
ทั้งหมด 153.778 100%

การเงิน[แก้]

ตลาดหลักทรัพย์[แก้]

ตลาดหลักทรัพย์โตเกียว ปัจจุบันเป็นตลาดหลักทรัพย์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 สองโลก ตามราคาตลาด ทำให้ตลาดหลักทรัพย์โตเกียว เป็นตลาดหลักทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย โดยในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2014 ตลาดประกอบด้วยบริษัทจดทะเบียนกว่า 3,425 บริษัท[30] ซึ่งตลาดหลักทรัพย์โตเกียว มีดัชนีตลาดที่สำคัญอยู่ 2 ดัชนี คือ Nikkei 225 และ TOPIX[31][32] นอกจากตลาดหลักทรัพย์โตเกียวแล้ว ประเทศญี่ปุ่นยังมีตลาดหลักทรัพย์ขนาดใหญ่อีกหนึ่งแห่ง คือ ตลาดหลักทรัพย์โอซะกะ ซึ่งในเดือนมกราคม ค.ศ. 2013 มีการรวมกลุ่มของตลาดหลัพทรัพย์ทั้งสอง เป็น กลุ่มตลาดหลักทรัพย์ญี่ปุ่น (Japan Exchange Group) นอกเหนือไปจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์อื่นๆของญี่ปุ่น ได้แก่ ตลาดหลักทรัพย์นะโงะยะ, ฟุกุโอะกะ และ ซัปโปะโระ[33][34]

ตลาดแรงงาน[แก้]

อัตราว่างงานของญี่ปุ่น (ปี 1953-2009)

ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราว่างงานอยู่ที่ระดับต่ำ อัตราว่างงานในญี่ปุ่น ณ สิ้นปี 2013 อยู่ที่ 3.7% ลดลงจากปี 2009 ที่เคยอยู่ที่ 5.2% อันเนื่องมาจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและฟื้นฟูอุตสาหกรรมในประเทศ [35][36][37] ในตัวเลขนี้ แม้แต่บุคคลที่ทำอาชีพเสริม(พาร์ทไทม์)ที่มีชั่วโมงการทำงานต่ำ ก็ไม่ถูกนับว่าเป็นบุคคลว่างงาน

ในปี 2008 แรงงานของญี่ปุ่นมีจำนวน 66 ล้านคน ในจำนวนนี้ 40% เป็นผู้หญิง ตลาดแรงงานของญี่ปุ่นกำลังอยู่ในภาวะหดตัวลงอย่างเรื่องๆ เป็นผลมาจากแรงงานส่วนใหญ่เริ่มมีอายุสูงขึ้นสู่วัยเกษียณ ในขณะที่แรงงานรุ่นใหม่ที่เข้ามาทดแทนก็ไม่เพียงพอ ปัญหาที่สำคัญนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากอัตราการเกิดที่อยู่ในระดับต่ำมาก แม้ว่ารัฐบาลจะมีนโยบายอุดหนุนสวัสดิการแก่เด็กเกิดใหม่มากมาย แต่ไม่ได้ช่วยทำให้อัตราเกิดเพิ่มขึ้นตามเป้าแต่อย่างใด ที่ผ่านมารัฐบาลญี่ปุ่นได้มีนโยบายใหม่ คือลดเงื่อนไขในการขอสัญชาติญี่ปุ่นแก่พลเมืองต่างประเทศ แต่นโยบายนี้ก็ยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก

อ้างอิง[แก้]

  1. "Japan inflation rate hits 23-year high". BBC News. 29 พฤษภาคม 2014. สืบค้นเมื่อ 30 พฤษภาคม 2014. 
  2. "CIA World Factbook: Japan". Central Intelligence Agency. 28 มกราคม 2014. สืบค้นเมื่อ 7 กุมภาพันธ์ 2014. 
  3. "Latest indicators". Statistics Bureau, Ministry of Internal Affairs and Communications. สืบค้นเมื่อ 9 มิถุนายน 2011. 
  4. "Doing Business in Japan 2013". World Bank. สืบค้นเมื่อ 22 ตุลาคม 2012. 
  5. "Export Partners of Japan". CIA World Factbook. 2012. สืบค้นเมื่อ 23 กรกฎาคม 2013. 
  6. "Import Partners of Japan". CIA World Factbook. 2012. สืบค้นเมื่อ 23 กรกฎาคม 2013. 
  7. "Report for Selected Countries and Subjects". Imf.org. 14 September 206. สืบค้นเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2013. 
  8. "Sovereigns rating list". Standard & Poor's. สืบค้นเมื่อ 26 พฤษภาคม 2011. 
  9. 9.0 9.1 9.2 Rogers, Simon; Sedghi, Ami (15 เมษายน 2011). "How Fitch, Moody's and S&P rate each country's credit rating". The Guardian (London). สืบค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2011. 
  10. "International Reserves and Foreign Currency Liquidity – JAPAN". International Monetary Fund. 12 พฤษภาคม 2011. สืบค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2011. 
  11. "GDP (current US$)". World Bank. สืบค้นเมื่อ 15 ตุลาคม 2013. 
  12. "GDP (OFFICIAL EXCHANGE RATE)". CIA World Factbook. สืบค้นเมื่อ 15 ตุลาคม 2013. 
  13. "Country statistical profile: Japan". OECD iLibrary. 28 กุมภาพันธ์ 2013. สืบค้นเมื่อ 19 มิถุนายน 2013. 
  14. "World Economic Outlook Database-ตุลาคม 2013". International Monetary Fund. สืบค้นเมื่อ 15 ตุลาคม 2013. 
  15. "TANKAN :日本銀行 Bank of Japan". Bank of Japan. Boj.or.jp. สืบค้นเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2013. 
  16. "2013 PRODUCTION STATISTICS – FIRST 6 MONTHS". OICA. สืบค้นเมื่อ 16 ตุลาคม 2013. 
  17. "Statistics on Patents". World Intellectual Property Organization. 19 มิถุนายน 2013. สืบค้นเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2014. 
  18. Morris, Ben (12 เมษายน 2012). "What does the future hold for Japan's electronics firms?". BBC News. สืบค้นเมื่อ 16 ตุลาคม 2013. 
  19. Iwadare, Yoshihiko (1 เมษายน 2004). "Strengthening the Competitiveness of Local Industries: The Case of an Industrial Cluster Formed by Three Tokai Prefecters". Nomura Research Institute. p. 16. สืบค้นเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2014. 
  20. Kodama, Toshihiro (1 กรกฎาคม 2002). "Case study of regional university-industry partnership in practice". Institute for International Studies and Training. สืบค้นเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2014. 
  21. Mori, Junichiro, Kajikawa, Yuya, Sakata, Ichiro (2010). "Evaluating the Impacts of Regional Cluster Policies using Network Analysis". International Association for Management of Technology. p. 9. สืบค้นเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2014. 
  22. Schlunze, Rolf D. "Location and Role of Foreign Firms in Regional Innovation Systems in Japan". Ritsumeikan University. p. 25. สืบค้นเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2014. 
  23. "Profile of Osaka/Kansai". Japan External Trade Organization Osaka. p. 10. สืบค้นเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2014. 
  24. "Report for Selected Countries and Subjects". สืบค้นเมื่อ 16 พฤศจิกายน 2013. 
  25. Statistics Bureau Home Page
  26. What Were Japanese GDP, CPI, Wage, or Population Then?
  27. "Yearly Average Currency Exchange Rates Translating foreign currency into U.S. dollars". IRS. 2010. สืบค้นเมื่อ 16 November 2013. 
  28. Statistics Division of Gifu Prefecture. (ญี่ปุ่น) Gifu Prefecture. Accessed November 2, 2007.
  29. "THB/JPY / Japanese Yen Conversion". ธนาคารแห่งประเทศไทย. สืบค้นเมื่อ 1 มิถุนายน 2014. 
  30. Number of companies in the stock exchange Tokyo Stock Exchange (ญี่ปุ่น)
  31. "The Nikkei 225 Index Performance". Finfacts. สืบค้นเมื่อ 7 February 2014. 
  32. "Tokyo Stock Exchange Tokyo Price Index TOPIX". Bloomberg. สืบค้นเมื่อ 7 February 2014. 
  33. Smith, Simon (22 January 2014). "Horizons introduces leveraged and inverse MSCI Japan ETFs". eftstrategy.com. สืบค้นเมื่อ 7 February 2014. 
  34. "About JSCC History". Japan Securities Clearing Corporation. สืบค้นเมื่อ 7 February 2014. 
  35. "雇用情勢は一段と悪化、5月失業率は5年8カ月ぶり高水準(Update3)". Bloomberg. 2009-06-30. สืบค้นเมื่อ 2013-02-01. 
  36. Fujioka, Toru (2009-06-29). "Japan’s Jobless Rate Rises to Five-Year High of 5.2% (Update2)". Bloomberg News (Bloomberg). สืบค้นเมื่อ 2013-02-01. 
  37. Rochan, M (January 31, 2014). "Japan's Unemployment Rate Drops to Six-Year Low Amid Rising Inflation". International Business Times. สืบค้นเมื่อ April 29, 2014. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]