ข้ามไปเนื้อหา

กองทัพประชาชนลาว

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
กองทัพประชาชนลาว
ตราราชการกองทัพประชาชนลาว
ก่อตั้ง20 มกราคม ค.ศ. 1949
คำขวัญประจำกองทัพ
  • "บริสุทธิ์ต่อชาติ รับใช้ประชาชนอย่างสุดใจ เสริมขยายธาตุแท้มูลเชื้อปฏิวัติ สำเร็จทุกหน้าที่"
  • ບໍລິສຸດຕໍ່ຊາດ ຮັບໃຊ້ປະຊາຊົນຢ່າງສຸດໃຈ ເສີ່ມຂະຫຍາຍທາດແທ້ມູນເຊື້ອປະຕິວັດ ສຳເລັດທຸກໜ້າທີ່
เหล่ากองทัพลาว (รวมกองทัพเรือประชาชนลาว)
กองทัพอากาศกองทัพประชาชนลาว[1]
กองบัญชาการเวียงจันทน์
ผู้บังคับบัญชา
ผู้บัญชาการทหารสูงสุดทองลุน สีสุลิด
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมพลโท คำเลียง อุทะไกสอน
เสนาธิการใหญ่พลตรี สายใจ กมมะสิด
กำลังพล
อายุเริ่มบรรจุเกณฑ์ทหารตอนอายุ 18 ปี
การเกณฑ์ขั้นต่ำ 18 เดือน
ประชากร
วัยบรรจุ
1,500,625 ชาย, อายุ 15–49 (ประมาณ ค.ศ. 2005),
1,521,116 หญิง, อายุ 15–49 (ประมาณ ค.ศ. 2005)
ประชากร
ฉกรรจ์
954,816 ชาย, อายุ 15–49 (ประมาณ ค.ศ. 2005),
1,006,082 หญิง, อายุ 15–49 (ประมาณ ค.ศ. 2005)
ประชากรวัยถึงขั้น
ประจำการทุกปี
(ประมาณ ค.ศ. 2005)
ยอดประจำการ110,000 นาย
ยอดสำรอง40,000 นาย
รายจ่าย
งบประมาณ18.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (2019)
ร้อยละต่อจีดีพี0.5% (2006)
อุตสาหกรรม
แหล่งผลิตนอกประเทศปัจจุบัน:
 จีน
 คิวบา
 ฝรั่งเศส
 เยอรมนี
 ฮังการี
 อินเดีย
 อิสราเอล
 เกาหลีเหนือ
 โปแลนด์
 รัสเซีย
 ยูเครน
 สหรัฐ
 เวียดนาม
อดีต:
ประเทศเชโกสโลวาเกีย เชโกสโลวาเกีย
 เยอรมนีตะวันออก
 สหภาพโซเวียต
บทความที่เกี่ยวข้อง
ประวัติสงครามอินโดจีนครั้งที่หนึ่ง

สงครามกลางเมืองลาว
การก่อการกำเริบในลาว

สมรภูมิบ้านร่มเกล้า
ยศยศทหารลาว
รายชื่อเครื่องอิสริยาภรณ์ลาว

กองทัพประชาชนลาว (ลาว: ກອງທັບປະຊາຊົນລາວ) มีสาขาประกอบด้วย กองทัพอากาศ และ กองทัพเรือ กองทัพประชาชนลาวเป็นกองทัพขนาดเล็ก ใช้อาวุธส่วนใหญ่เป็นอาวุธในช่วงสงครามเย็น ในสมัยปัจจุบันกองทัพประชาชนลาวได้รับการสนับสนุนและฝึกฝนจากรัสเซียและได้มีการซื้ออาวุธบางอย่างจากสหรัฐอเมริกามาใช้ ภารกิจหลักของกองทัพประชาชนลาวคือการป้องกันชายแดนและปราบปรามการก่อการร้ายของกลุ่มรัฐบาลราชอาณาจักรลาวพลัดถิ่นหรือลาวนอก กองทัพปะเทดลาวได้แปรสภาพเป็นกองทัพประชาชนลาว ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 เป็นต้นมา

ประวัติ

[แก้]

หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นซึ่งปกครองลาวในช่วงสงครามได้ถอนทหารออกไป คณะปกครองลาวอันประกอบด้วยพระราชวงศ์ ขุนนาง และกลุ่มปัญญาชนในลาว ได้จัดตั้งรัฐบาลลาวอิสระขึ้นชั่วคราว ซึ่งเป็นการผสมทั้งฝ่ายซ้ายที่นิคมแนวคิดคอมมิวนิสต์ และฝ่ายขวาที่นิยมแนวคิดเสรี เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2488 โดยฝ่ายซ้ายลาวได้ส่งตัวแทนเข้าร่วมรัฐบาล คือ เจ้าสุภานุวงศ์ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และผู้บัญชาการกองทัพลาวอิสระ อันเป็นการถือกำเนิดกองทัพประเทศลาวครั้งแรก

ภายหลังฝรั่งเศสที่กลับเข้ามาปกครองอินโดจีนอีกครั้ง รัฐบาลลาวอิสระฝ่ายขวายอมเข้ากับฝรั่งเศส และขับไล่ลาวอิสระฝ่ายซ้ายออกจากรัฐบาลผสม กองทัพลาวอิสระฝ่ายซ้ายไปตั้งอยู่ที่เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน ฝ่ายฝรั่งเศสและกองทัพฝ่ายซ้ายได้สู้รบกันอย่างดุเดือนในเมืองท่าแขกเมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2489 เจ้าสุภานุวงศ์ถูกยิงบาดเจ็บและหนีข้ามมาลี้ภัยที่จังหวัดนครพนม กองทัพลาวฝ่ายซ้ายได้แตกกระจายกันและหลบหนีไปอยู่ตามป่าเขา และทำสงครามกองโจรกับฝ่ายฝรั่งเศส โดยมีกองทัพเวียดมินห์และสหภาพโซเวียตให้การสนับสนุน โดยมีไกสอน พมวิหาน สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์อินโดจีนเป็นผู้นำกองทัพ โดยได้สถาปนากองทัพลาวอิสระขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2502 ณ ฐานที่มั่นตาแสงลาวฮุ่ง เมืองเชียงค้อ แขวงหัวพัน ภายใต้ชื่อกองทัพว่า "กองราชวงศ์" (ກອງລາດສະວົງ) โดยมีนายไกสอน พมวิหาน เป็นผู้ประกาศจัดตั้งและดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการกองทัพ จึงถืิอเอาวันที่ 20 มกราคม เป็นวันสถาปนากองทัพประชาชนลาว (ວັນສ້າງຕັ້ງກອງທັບປະຊາຊົນລາວ) จนถึงปัจจุบัน ต่อมาเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2508 ได้เปลี่ยนชื่อกองทัพเป็น "กองทัพปลดปล่อยประชาชนลาว" (ກອງທັບປົດປ່ອຍປະຊາຊົນລາວ)

กองทัพปลดปล่อยประชาชนลาวทำสงครามกับกองทัพอาณานิคมอินโดจีนของฝรั่งเศส จนเมื่อฝรั่งเศสถอนทัพจากอินโดจีนและแทนที่ด้วยการเข้ามาแทรกแซงของสหรัฐอเมริกาในภูมิภาคอินโดจีนเพื่อหยุดยั้งการแพร่ขยายของลัทธิคอมมิวนิส์ กองทัพปลดปล่อยประชาชนลาวจึงต้องทำสงครามกับกองทัพสหรัฐอเมริกา แต่เนื่องจาก ข้อตกลงเจนีวา กองทัพสหรัฐอเมริกาจึงสามารถนำทหารเข้าไปปฏิบัติการในลาวได้อย่างเป็นทางการ ซีไอเอจึงจัดตั้งกองทหารรับจ้างขึ้นมาเพื่อสู้รบในลาว นอกจากนี้กองทัพปลดปล่อยประชาชนลาวยังต้องสู้รบกับกองทัพของรัฐบาลพระราชอาณาจักรลาว และกองทัพชนเผ่าม้งของนายพลวังเปา ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากซีไอเอ

พรรคประชาชนปฏิวัติลาว ภายใต้การนำของเจ้าสุภานุวงศ์ สามารถเอาชนะและเข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลพระราชอาณาจักรลาวได้สำเร็จ และสถาปนาสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ขึ้นปกครองประเทศเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2518 กองทัพปลดปล่อยประชาชนลาวจึงถือเป็นกองทัพอย่างเป็นทางการของรัฐตั้งแต่นั้นเป็นมา และต่อมาในวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2525 รัฐบาลลาวได้เปลี่ยนชื่อกองทัพปลดปล่อยประชาชนลาวเป็น "กองทัพประชาชนลาว" และใช้ชื่อนี้จนถึงปัจจุบัน[2]

กองทัพประชาชนลาว (LPAF) ให้บริการในประเทศที่พัฒนาน้อยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีขนาดเล็ก ได้รับทุนต่ำ และไม่มีทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ภารกิจที่มุ่งเน้นคือชายแดนและความมั่นคงภายใน ส่วนใหญ่ในการปราบปรามภายในของกลุ่มผู้ไม่เห็นด้วยและฝ่ายค้านในลาว

ซึ่งรวมถึงการปราบปรามการประท้วงประชาธิปไตยของนักศึกษาลาว พ.ศ. 2542 ในเวียงจันทน์ และในการต่อต้านกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบชาติพันธุ์ม้งและกลุ่มอื่นๆ ของชาวลาวและม้งที่ต่อต้านรัฐบาลพรรคมาร์กซิสต์-เลนินนิสต์ LPRP และการสนับสนุนที่ได้รับจากสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

ร่วมกับพรรคประชาชนปฏิวัติลาวและรัฐบาล กองทัพประชาชนลาว(LPA) เป็นเสาหลักที่สามของกลไกของรัฐ และด้วยเหตุนี้จึงคาดว่าจะระงับความไม่สงบทางการเมืองและทางแพ่ง และเหตุฉุกเฉินระดับชาติที่คล้ายคลึงกันที่รัฐบาลในเวียงจันทน์เผชิญหน้า รายงาน LPA ยังได้ยกระดับทักษะในการตอบสนองต่อการระบาดของโรคไข้หวัดนก ปัจจุบันยังไม่มีการรับรู้ถึงภัยคุกคามภายนอกที่สำคัญต่อรัฐและ LPA ยังคงรักษาความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับกองทัพเวียดนามที่อยู่ใกล้เคียง (พ.ศ. 2551)

นักข่าวองค์กรพัฒนาเอกชน(NGOs) องค์กรด้านมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชน ระบุว่า กองทัพประชาชนลาวได้ดำเนินการซ้ำแล้วซ้ำเล่าในการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงและการทุจริตในลาว LPAF และหน่วยข่าวกรองทางทหารมีบทบาทสำคัญในการจับกุม การคุมขัง และการทรมานนักโทษต่างชาติในเรือนจำโพนทองฉาวโฉ่ของเวียงจันทน์และระบบคอมมิวนิสต์ลาวกูลักซึ่งชาวออสเตรเลียเคอร์รีและเคย์เดนถูกคุมขังและที่ซึ่งสมบัด สมพอน นักเคลื่อนไหวทางการเมืองอาจถูกคุมขังตามเขาในการจับกุมในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2555

ในปี พ.ศ. 2556 กองทัพประชาชนลาวโจมตีชาวม้งรุนแรงขึ้น โดยทหารได้สังหารครูโรงเรียนม้งที่ไม่มีอาวุธ 4 คน นอกเหนือจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนตามรายงานของสภาสิทธิมนุษยชนแห่งลาว ศูนย์วิเคราะห์นโยบายสาธารณะ และอื่นๆ

รายนามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงป้องกันประเทศ

[แก้]

เสนาธิการสูงสุดกองทัพปลดปล่อยประชาชนลาว

• ไกสอน พมวิหาน 2492-2518 (ໄກສອນ ພົມວິຫານ)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงป้องกันประเทศ

• พลเอก คำไต สีพันดอน 2518-2534 (ພົອ ຄຳໄຕ ສີພັນດອນ)

• พลโท จูมมาลี ไซยะสอน 2534-2544 (ພົທ ຈູມມາລີ ໄຊຍະສອນ)

• พลโท ดวงใจ พิจิตร 2544-2557(ພົທ ດວງໃຈ ພິຈິດ)

• พลโท แสงนวล ไซยะลาด 2557-2559(ພົທ ແສງນວນ ໄຊຍະລາດ)

•พลเอก จันสะหมอน จันยาลาด 2559-ปัจจุบัน(ພົອ ຈັນສະໝອນ ຈັນຍາລາດ)

โครงสร้าง

[แก้]

กองทัพประชาชนลาว อยู่ในบังคับบัญชาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงป้องกันประเทศ แบ่งการบัญชาการออก 4 กรมใหญ่ ประกอบด้วย

1. กรมใหญ่เสนาธิการกองทัพ (ກົມໃຫຍ່ເສນາທິການກອງທັບ) มีหัวหน้ากรมใหญ่เสนาธิการกองทัพ (อัตรายศ พลโท - พลเอก) เป็นผู้บัญชาการ เป็นหน่วยงานหลักของภาระกิจตามยุทธศาสตร์ของพรรคประชาชนปฏิวัติลาว ภารกิจในการปรับปรุงโครงสร้างและอัตรากำลังของกองทัพ การเตรียมพร้อมในการสู้รบ และภารกิจด้านการช่วยเหลือประชาชน โดยหัวหน้ากรมใหญ่เสนาธิการกองทัพ มีอำนาจในการแต่งตั้งนายทหารชั้นร้อยตรี - ร้อยโท

2. กรมใหญ่การเมืองกองทัพ (ກົມໃຫຍ່ການເມືອງກອງທັບ) มีหัวหน้ากรมใหญ่การเมืองกองทัพ (อัตรายศ พลตรี - พลโท) เป็นผู้บัญชาการ เป็นหน่วยงานเสนาธิการที่ขึ้นตรงกับกระทรวงป้องกันประเทศและคณะเลขาธิการศูนย์กลางพรรค มีภารกิจด้านการค้นคว้า วางแผน เสนอแนะและปฏิบัติงานตามนโยบายพรรคปฏิวัติประชาชนลาว ในงานด้านการเมืองและกิจการพลเรือนอันเกี่ยวกับกองทัพ งานนิติการ อัยการทหาร และศาลทหาร รวมทั้งงานด้านการอบรมศึกษาวิชาทหารตามแนวคิดมาร์กซ์-เลนิน [3]

3. กรมใหญ่พลาธิการกองทัพ (ກົມໃຫຍ່ພະລາທິການກອງທັບ) มีหัวหน้ากรมใหญ่พลาธิการกองทัพ (อัตรายศ พลจัตวา - พลตรี) เป็นผู้บัญชาการ เป็นหน่วยงานสนับสนุนการรบและภารกิจกองทัพในการจัดหายุทธภัณฑ์เชื้อเพลิง การส่งกำลังบำรุง รวมทั้งงานธุรการทหารในภาคที่ตั้ง เช่น งานการเงิน งานเสนารักษ์ งานบำรุงรักษาก่อสร้างอาคารสถานที่ ทรัพย์สิน

4. กรมใหญ่เทคนิคกองทัพ (ກົມໃຫຍ່ເຕັກນິກກອງທັບ) มีหัวหน้ากรมใหญ่เทคนิคกองทัพ (อัตรายศ พลจัตวา - พลตรี) เป็นผู้บัญชาการ เป็นหน่วยงานสนับสนุนการรบและภารกิจกองทัพในด้านวิทยาการกองทัพ สนับสนุนภารกิจทหารด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สารสนเทศ การสื่อสาร และการรบโดยใช้เทคนิคสมัยใหม่ การพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ การคุ้มครองและบำรุงรักษาพาหนะและการขนส่ง และการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ และบำรุงรักษาสรรพวุธ

คณะผู้บัญชาการ

• พลโท คำเลียง อุทะไกสอน (ພົນໂທ ຄຳລຽງ ອຸທະໄກສອນ) รัฐมนตรีกระทรวงป้องกันประเทศ

• พลโท ศาตราจารย์ ดร.วงคำ พมมะกอน (ພົນໂທ ສຈ ປອ ວົງຄໍາ ພົມມະກອນ) รองรัฐมนตรีกระทรวงป้องกันประเทศ

• พลตรี สายใจ กมมะสิด (ພົນຕີ ສາຍໃຈ ກົມມະສິດ) รองรัฐมนตรีกระทรวงป้องกันประเทศ และหัวหน้ากรมใหญ่เสนาธิการกองทัพ

• พลตรี วงสอน อินปานพิม (ພົນຕີ ວົງສອນ ອິນປານພິມ) รองรัฐมนตรีกระทรวงป้องกันประเทศ และหัวหน้ากรมใหญ่การเมืองกองทัพ

• พลตรี ปะสิด เที่ยงทำ (ພົນຕີ ປະສິດ ທ່ຽງທໍາ) รองรัฐมนตรีกระทรวงป้องกันประเทศ

• พลจัตวา จันดี สุลิวงสัก (ພົນຈັດຕະວາ ຈັນດີ ສຸລິວົງສັກ) หัวหน้ากรมใหญ่พลาธิการกองทัพ

• พลจัตวา จอมเพ็ด ไซยะสุก (ພົນຈັດຕະວາ ຈອມເພັດ ໄຊຍະສຸກ) หัวหน้ากรมใหญ่เทคนิคกองทัพ


กองบัญชาการทหารอากาศ (ກອງບັນຊາການທະຫານອາກາດ)

• พลตรี คำเหล็ก แสงพะจัน (ພົນຕີ ຄໍາເຫຼັກ ແສງພະຈັນ) ผู้บัญชาการทหารอากาศ

• พลจัตวา บุนมา จันทะวงสา (ພົນຈັດຕະວາ ບຸນມາ ຈັນທະວົງສາ) หัวหน้าการเมือง กองบัญชาการกองทัพอากาศ

• พันเอก พิมมะจัน วงปันยา (ພັນເອກ ພິມມະຈັນ ວົງປັນຍາ) รองหัวหน้ากองบัญชาการทหารอากาศ


กองพลที่ 1

• พลจัตวา วงจัน พันจันทะมาน (ພົນຈັດຕະວາ ວົງຈັນ ພັນຈັນທະມານ) หัวหน้าการเมือง กองพลที่ 1 (ผู้บัญชาการกองพล)

• พันเอก คำซาว ลินทะกุนแก้ว (ພັນເອກ ຄຳຊາວ ລິນທະກຸນແກ້ວ) หัวหน้าการทหาร กองพลที่ 1 (รองผู้บัญชาการกองพล)


กองพลที่ 2

• พลจัตวา คำดี ไซยะวง (ພົນຈັດຕະວາ ຄໍາດີ ໄຊຍະວົງ) หัวหน้าการเมือง กองพลที่ 2

• พันเอก สอนเพ็ด จันสิม (ພັນເອກ ສອນເພັດ ຈັນສົມ) หัวหน้าการทหาร กองพลที่ 2


กองพลที่ 3

• พลจัตวา สายทอง ปีซาจัน (ພົນຈັດຕະວາ ສາຍທອງ ປີຊາຈັນ) หัวหน้าการทหาร รักษาการหัวหน้าการเมือง กองพลที่ 3


กองพลที่ 4

• พลจัตวา ขันที สะหนามอุ่น (ພົນຈັດຕະວາ ຂັນທີ ສະໜາມອຸ່ນ) หัวหน้าการทหาร รักษาการหัวหน้าการเมือง กองพลที่ 4


กองพลที่ 5

• พันเอก คำกด อินสีนา (ພັນເອກ ຄຳກົດ ອິນສີນາ) หัวหน้าการเมือง กองพลที่ 5

• พันเอก บุนสม อินทะลา (ພັນເອກ ບຸນສົມ ອິນທະລາ) หัวหน้าการทหาร กองพลที่ 5


        

การบังคับบัญชา

[แก้]

กองทัพประชาชนลาว แบ่งระดับการบังคับบัญชาออกเป็น 11 ชั้น ประกอบด้วย

ชั้น ตำแหน่ง ชั้นยศ
1 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงป้องกันประเทศ พลโท - พลเอก
2 - รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงป้องกันประเทศ

- เสนาธิการใหญ่แห่งกองทัพ

พลโท - พลเอก
3 - หัวหน้ากรมใหญ่พลาธิการกองทัพ

- หัวหน้ากรมใหญ่เทคนิคกองทัพ

- หัวหน้าห้องการกระทรวงป้องกันประเทศ

- หัวหน้าวิทยาลัยป้องกันชาติไกสอน พมวิหาน

- รองหัวหน้ากรมใหญ่เสนาธิการกองทัพ, รองหัวหน้ากรมใหญ่การเมืองกองทัพ

พลจัตวา - พลตรี
4 - รองหัวหน้ากรมใหญ่พลาธิการกองทัพ, รองหัวหน้ากรมใหญ่เทคนิคกองทัพ,

รองหัวหน้าห้องการกระทรวงป้องกันประเทศ

- หัวหน้าห้องการคณะกรรมการป้องกันชาติ-ป้องกันความสงบศูนย์กลาง

- หัวหน้ากรม 213

- หัวหน้าองค์การอัยการทหารชั้นสูง

- ประธานศาลทหารชั้นสูง

- หัวหน้าสถาบันวิทยาศาสตร์ป้องกันชาติ, หัวหน้าสถาบันการร่วมมือสากลป้องกันชาติ

- หัวหน้าเขตทหาร

พลจัตวา - พลตรี
5 - หัวหน้ากองพลใหญ่

- หัวหน้ากรม

- หัวหน้ากองบัญชาการทหารเหล่ารบ

- หัวหน้ากองบัญชาการทหารนครหลวงเวียงจันทน์, หัวหน้ากองบัญชาการทหารแขวง (17 แขวง)

- ที่ปรึกษาทูตด้านการทหาร (ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร)

- หัวหน้าห้องการกรมใหญ่

- หัวหน้าวิทยาคาร (โรงเรียนทหาร)

- หัวหน้าห้องการชาวหนุ่ม, หัวหน้าห้องการสหพันธ์แม่หญิง, หัวห้องการกรรมบาล

- รองหัวหน้าวิทยาลัยป้องกันชาติไกสอน พมวิหาน, รองหัวหน้าห้องการคณะกรรมการป้องกันชาติ-ป้องกันความสงบศูนย์กลาง, รองหัวหน้ากรม 213,

รองหัวหน้าองค์การอัยการทหารชั้นสูง,รองประธานศาลทหารชั้นสูง,รองหัวหน้าสถาบันวิทยาศาสตร์ป้องกันชาติ, รองหัวหน้าสถาบันการร่วมมือสากลป้องกันชาติ,

รองหัวหน้าเขตทหาร

พันเอก - พลจัตวา
6 - หัวหน้ากองพลน้อย

- รองหัวหน้ากองพลใหญ่/ รองหัวหน้ากรม/ รองหัวหน้ากองบัญชาการทหารเหล่ารบ/ หัวหน้ากองบัญชาการทหารนครหลวง, แขวง

- หัวหน้าห้องการเมืองหรือห้องการบริหาร ในกรมใหญ่หรือห้องว่าการกระทรวง

- รองหัวหน้าห้องการกรมใหญ่

- หัวหน้ากรม ที่ขึ้นกับเขตทหาร

- หัวหน้าคณะวิชา ในวิทยาลัยป้องกันชาติไกสอน พมวิหาน

- หัวหน้าองค์การอัยการทหารภาค

- ประธานศาลทหารภาค

- รองที่ปรึกษาทูตด้านการทหาร

- หัวหน้าห้อง ในกองพล/ กองบัญชาการทหารนครหลวง, แขวง

- รองหัวหน้าห้องการชาวหนุ่ม, รองหัวหน้าห้องการสหพันธ์แม่หญิง, รองหัวห้องการกรรมบาล

พันโท - พันเอก
7 - หัวหน้ากองพันใหญ่

- รองหัวหน้ากองพลน้อย

- รองหัวหน้าห้องการเมืองหรือการบริหาร ในกรมใหญ่หรือห้องว่าการกระทรวง

- หัวหน้ากองบัญชาการทหารเมือง/ เทศบาล/ นคร (ระดับอำเภอ)

- หัวหน้าแผนก ในกรมใหญ่หรือห้องว่าการกระทรวง

- รองหัวหน้าห้องการเมือง หรือห้องการบริหาร ในกองพล/ กองบัญชาการทหารนครหลวง, แขวง

- รองหัวหน้ากรม ที่ขึ้นกับเขตทหาร

- รองหัวหน้าห้อง ในกองพล/ กองบัญชาการทหารนครหลวง, แขวง

- รองหัวหน้าคณะวิชา ในวิทยาลัยป้องกันชาติไกสอน พมวิหาน/ วิทยาคาร

- รองหัวหน้าองค์การอัยการทหารภาค, รองประธานศาลทหารภาค

พันโท - พันเอก
8 - หัวหน้ากองพันน้อย

- รองหัวหน้ากองพันใหญ่

- รองหัวหน้ากองบัญชาการทหารเมือง/ เทศบาล/ นคร

พันตรี - พันโท
9 - หัวหน้ากองร้อย

- รองหัวหน้ากองพันน้อย

- หัวหน้าแขนงในกองพันใหญ่

- รองหัวหน้าแผนกในเขตทหาร/ กองพล/ กองบัญชาการทหารนครหลวง, แขวง

- รองหัวหน้าคณะวิชา ในวิทยาคาร

- ผู้ช่วยงานแผนกในกระทรวง หรือแผนกในหน่วยงานที่เทียบเท่ากระทรวง

พันตรี - พันโท
10 - หัวหน้าหมวด

- รองหัวหน้ากองร้อย

- ผู้ช่วยงานแผนก หรือหน่วยงานที่เทียบเท่าแผนก

ร้อยเอก - พันตรี
11 - รองหัวหน้าหมวด

- ผู้ช่วยงานแขนง หรือหน่วยงานที่เทียบเท่าแขนง

ร้อยตรี - ร้อยเอก



งบประมาณ

[แก้]

$ 14.5M

บุคลากร

[แก้]

พล.อ. คำไต สีพันดอน อดีตเลขาธิการพรรคปฏิวัติประชาชนลาว
พล.อ. สีสะหวาด แก้วบุนพัน อดีตนายกรัฐมนตรี
พล.อ. จันสะหมอน จันยาลาด รัฐมนตรีกระทรวงป้องกันประเทศ

กำลังพลประจำการ

[แก้]

โดยประมาณ 40,000 นาย

กำลังพลสำรอง

[แก้]

โดยประมาณ 180,000 นาย

การศึกษา

[แก้]

โรงเรียนนายสิบชั้นต้นประจำแขวงต่างๆ

ยุทธภัณฑ์

[แก้]
กองพลยานเกราะแห่งกองทัพประชาชนลาวถือเป็นหน่วยรบชั้นยอดของลาวที่ได้รับการสนับสนุนจากรัสเซีย

อาวุธประจำกาย

[แก้]

ปืนเล็กยาว

[แก้]

อาวุธประจำหน่วย

[แก้]

รถถัง

[แก้]
ภาพ ชื่อ ชนิด ที่มา จำนวน
T-72B1[4] รถถังรบ  รัสเซีย 30
พีที-76รถถังเบา สหภาพโซเวียต80
Type 59รถถังรบ จีน120
[] รถถังเบา  สหภาพโซเวียต Unknown[4]
BTR-82A รถถังหุ้มเกาะ 🇷🇺

รัสเซีย

ไม่มีข้อมูลที่เเน่นอน
BTR-80 รถถังหุ้มเกราะ 🇷🇺รัสเซีย ไม่มีข้อมูลที่เเน่นอน
BTR-60Pรถถังหุ้มเกราะ สหภาพโซเวียต70
BTR-152รถถังหุ้มเกราะ สหภาพโซเวียต45
ZSU-23-4รถถังหุ้มเกราะต่อต้านอากาศยานเบา สหภาพโซเวียต30

ปืนใหญ่

[แก้]
ภาพ ชื่อ ชนิด ที่มา จำนวน
PCL-09

122 mm

Self-propelled artillery  จีน 6
M-30 122 mm howitzerfield howitzer สหภาพโซเวียต24
130 mm towed field gun M1954 (M-46)field gun สหภาพโซเวียต16
122 mm howitzer 2A18 (D-30)Howitzer สหภาพโซเวียต48
M114 155 mm howitzerhowitzer สหรัฐ10
M101 howitzer105mm (towed) : M-101 สหรัฐ25
M116 howitzer75mm (towed) : M-116 pack สหรัฐ10

อาวุธป้องกันภัยทางอากาศ

[แก้]
ภาพ ชื่อ ชนิด ที่มา จำนวน
SR-5 Multi-barreled rocket system 🇨🇳

จีน

ไม่มีข้อมูลที่เเน่นอน
Strela 2Surface to air missile สหภาพโซเวียต120
57 mm AZP S-60Automatic anti-aircraft gun สหภาพโซเวียต18
37 mm automatic air defense gun M1939 (61-K)Air defense gun สหภาพโซเวียต18
ZU-23-2anti-aircraft gun สหภาพโซเวียต48
ZPUauto anti-aircraft gun สหภาพโซเวียต100+
K-13 (missile)air-to-air missile สหภาพโซเวียต

ปืนครก

[แก้]

ศาลทหาร

[แก้]

ความสัมพันธ์ทางทหาร

[แก้]

ประเทศเวียดนามประเทศรัสเซียประเทศเกาหลีเหนือสหภาพโซเวียตประเทศคิวบา

อืงตามตามสนธิสัญญามิตรภาพแบบพิเศษลาวเวียดนามจึงทำให้มีการส่งบุคลากรของภาครัฐทุกระดับชั้นไปเรียนในโรงเรียนสาขาต่างๆของเวียดนามในแต่ละจังหวัดของเวียดนามส่วนในปี 2016 ถึงปี 2020 ถึงจะมีส่งไปเรียนรัสเซียจีนบ้างตามลำดับประเทศพันธมิตรทางการทหาร

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]

เชิงอรรถ

[แก้]

    บรรณานุกรม

    [แก้]
    1. "The World Factbook — Central Intelligence Agency". www.cia.gov. November 2021.
    2. "ປະຫວັດ ກອງທັບປະຊາຊົນລາວ | CVConnect". cvconnect.la (ภาษาอังกฤษ). 2018-01-20.
    3. https://data.opendevelopmentmekong.net/dataset/73ad504d-ba1e-42b9-8151-545be95cac47/resource/8c25c535-663a-4412-8cb5-ca7d7efe3924/download/d08009.pdf. {{cite web}}: |title= ไม่มีหรือว่างเปล่า (help); |url= ไม่มีหรือว่างเปล่า (help); แหล่งข้อมูลอื่นใน |last= (help)
    4. 1 2 Fediushko, Dmitry (19 December 2018). "Russia begins deliveries of upgraded T-72B1 MBTs to Laos". IHS Jane's 360. Moscow. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2018-12-19. สืบค้นเมื่อ 19 December 2018.
    5. http://lcweb2.loc.gov/frd/cs/laos/la_appen.html
    6. http://lcweb2.loc.gov/frd/cs/laos/la_appen.html
    7. http://lcweb2.loc.gov/frd/cs/laos/la_appen.html
    8. http://lcweb2.loc.gov/frd/cs/laos/la_appen.html

    หนังสืออ่านเพิ่มเติม

    [แก้]

    แหล่งข้อมูลอื่น

    [แก้]