เดอะ มิซ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บทความนี้เกี่ยวกับนักมวยปล้ำ สำหรับเรื่องสั้นโดยสตีเฟน คิงและภาพยนตร์จากเรื่องสั้นดังกล่าว ดูที่ เดอะมิสต์ และ มฤตยูหมอกกินมนุษย์
เดอะ มิซ
An image of เดอะ มิซ.
ข้อมูล
ฉายา แคลกะรี คิด[1]
เดอะ มิซ
ไมค์ มิซานิน
ความสูง ฟุต 2 นิ้ว (1.88 ม.)
น้ำหนัก 220 ปอนด์ (100 กก.)
เกิด 8 ตุลาคม ค.ศ. 1980 (34 ปี)
ปาร์มา, รัฐโอไฮโอ
พำนัก ลอสแอนเจลิส, รัฐแคลิฟอร์เนีย
มาจาก คลีฟแลนด์,ธงชาติของรัฐโอไฮโอ รัฐโอไฮโอ
ฮอลลีวูด, รัฐแคลิฟอร์เนีย
ฝึกหัดโดย อัลติเมตโปรเรสต์ลิง
อัล สโนว์
บิลล์ เดมอตต์
เปิดตัว 2004

ไมค์ มิซานิน (อังกฤษ: Mike Mizanin) หรือชื่อจริง ไมเคิล เกรจ "ไมค์" มิซานิน (อังกฤษ: Michael Greg "Mike" Mizanin) เกิดวันที่ 8 ตุลาคม ค.ศ. 1980[2] เป็นนักมวยปล้ำอาชีพชาวอเมริกัน ปัจจุบันเซ็นสัญญาสังกัดสมาคม ดับเบิลยูดับเบิลยูอี เป็นที่รู้จักกันอย่างดีในชื่อว่า เดอะ มิซ (อังกฤษ: The Miz) เป็นอดีต แชมป์ WWE 1 สมัย, แชมป์อินเตอร์คอนติเนนทัล 4 สมัย, แชมป์ยูเอส 2 สมัย, แชมป์โลกแทคทีม 2 สมัย และ แชมป์แทคทีม WWE 3 สมัย และเป็นผู้ชนะ มันนีอินเดอะแบงก์แลดเดอร์แมตช์ ของฝั่งรอว์ ประจำปี 2010 และเคยเข้าร่วมประกวดรายการ ทัฟ อีนัฟ ซีซั่น 4

ประวัติ[แก้]

ชีวิตวัยเยาว์[แก้]

มิซานินเป็นชาวเมืองปาร์มา รัฐโอไฮโอ จบการศึกษาจาก นอร์แมนดี ไฮสคูล โดยที่เขาเป็นกัปตันทีม บาสเก็ตบอล และทีมจักรยานวิบากของโรงเรียน[2][3] นอกจากนี้ยังเป็นนักว่ายน้ำและสภานักเรียน และเป็นผู้จัดทำหนังสือรุ่นอีกด้วย[2] หลังจากนั้นเข้าศึกษาต่อที่ มหาวิทยาลัยไมอามี นอกจากนี้ก็ยังศึกษาด้านธุรกิจกับ สถาบันกสิกรธุรกิจ ริชาร์ด ที. ด้วย มิซานินย้ายสู่เมืองเซาเทิร์น แคลิฟอร์เนีย เพื่อศึกษาต่อทางด้านการแสดง และยังกลับไปเยือนไฮสคูลและมหาวิทยาลัยเพื่อเป็นวิทยากรบรรยายให้กับรุ่นน้องด้วย

ในอาชีพมวยปล้ำ[แก้]

เวิลด์เรสต์ลิงเอ็นเตอร์เทนเมนต์/ดับเบิลยูดับเบิลยูอี (2004–ปัจจุบัน)[แก้]

ในช่วงปลายปี 2007 มิซได้มาอยู่ อีซีดับเบิลยู และได้คู่กับ จอห์น มอร์ริสัน ในชื่อทีมว่า จอห์น มอร์ริสัน และเดอะ มิซ และได้คว้าทั้งแชมป์โลกแทคทีม และแชมป์แทคทีม WWE[4][5] และเสียแชมป์แทคทีม ให้กับ คาร์ลีโต และ พรีโม ในแมตช์การปล้ำลัมเบอร์แจ็ค ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 25[6] หลังจากนั้น มิซได้ทำการหักหลังมอร์ริสันและแตกทีมกันไป

ในรอว์ (5 ตุลาคม 2009) มิซสามารถคว้า แชมป์ยูเอส มาได้ โดยการเอาชนะ โคฟี คิงส์ตัน[7][8] และยังสามารถคว้าแชมป์แทคทีมยูนิฟายด์ คู่กับ บิ๊กโชว์ มาได้ โดยการเอาชนะทีม ดี-เจเนอเรชันเอ็กซ์ (ทริปเปิล เอช และ ชอว์น ไมเคิลส์) และตั้งชื่อทีมว่า โชมิซ ต่อมาก็เสียแชมป์ให้กับทีม เดอะฮาร์ทไดนาสตี้ (เดวิด ฮาร์ท สมิธ และ ไทสัน คิด) ทำให้บิ๊กโชว์โกรธ และชกหน้ามิซ จนสลบคาเวทีและแตกทีมกัน[9]

ในศึก มันนีย์อินเดอะแบงก์ (2010) มิซได้คว้ากระเป๋าในแมตช์การปล้ำมันนีอินเดอะแบงก์แลดเดอร์แมตช์ ของฝั่งรอว์ จึงทำให้เขาสามารถชิงแชมป์โลก ที่ไหน เมื่อไร เวลาใด ก็ได้ เพียง 1 ครั้งเท่านั้น[10][11] ต่อมามิซได้มี อเล็กซ์ ไรลีย์ เป็นลูกศิษย์ในเอ็นเอ็กซ์ที ซีซั่น 2 และได้เปิดศึกกับ แดเนียล ไบรอัน อดีตลูกศิษย์ในซีซั่น 1 ในศึก ไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2010) มิซก็เสียแชมป์ยูเอสให้กับไบรอัน[12] ในรอว์ มิซได้เจอกับ จอห์น ซีนา ในแมตช์การปล้ำไม่มีการจับแพ้ฟาล์ว โดยผู้ชนะจะได้เป็นกัปตันทีมของฝั่งรอว์ เจอกับทีมฝั่งสแมคดาวน์ โดยในแมตช์ ไมเคิล แมคกิลลิคัตตี และ ฮัสกี้ แฮร์ริส สมาชิกของกลุ่ม เดอะเน็กซัส ได้มาลอบทำร้ายซีนา ทำให้มิซจับกดเอาชนะและได้เป็นกัปตันทีมฝั่งรอว์ ในศึก แบรกกิ้ง ไรท์ส (2010) สุดท้ายมิซก็นำทีมแพ้ไป[13] ในรอว์ เดือนพฤศจิกายน มิซได้ใช้สิทธิ์กระเป๋ามันนีอินเดอะแบงก์ ชิงแชมป์ WWE กับ แรนดี ออร์ตัน ในสภาพไม่พร้อมปล้ำ และสามารถเอาชนะและคว้าแชมป์โลกสมัยแรกมาได้สำเร็จ[14]

ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 27 มิซต้องป้องกันแชมป์กับซีนา สุดท้ายมิซก็เป็นฝ่ายป้องกันแชมป์เอาไว้ได้ จากการช่วยเหลือของ เดอะ ร็อก[15] แต่มิซก็เสียแชมป์ให้กับซีนา ในศึก เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2011)[16] ในรอว์ (9 พฤษภาคม 2011) มิซได้เอาชนะ เรย์ มิสเตริโอ และ อัลเบร์โต เดล รีโอ ในแมตช์การปล้ำ 3 เส้า และได้เป็นผู้ท้าชิงอันดับ 1 ในการชิงแชมป์ WWE กับ ซีนา ในแมตช์การปล้ำ I Quit Match ในศึก โอเวอร์ เดอะ ลิมิต (2011) สุดท้ายมิซก็ไม่สามารถคว้าแชมป์ WWE คืนมาได้[17][18] ในรอว์คืนต่อมา (23 พฤษภาคม 2011) มิซออกมาบอกว่า สาเหตุที่ทำให้เขาอดได้แชมป์ WWE ก็คือ อเล็กซ์ ไรลีย์ เพราะมันคนเดียว ตั้งแต่ศึก เอ็กซ์ตรีมรูลส์ ที่มันไม่ยอมออกมาช่วยแล้วในรอว์ มันก็ทำแผนแตกจนกรรมการจับได้เมื่อคืนนี้มันก็มาฟาดหัวฉัน มิซบอกขอโอกาสชิงแชมป์อีกครั้งคืนนี้แบนไรลีย์ ออกจากข้างเวทีด้วย ผู้จัดการเมลมาบอกว่า มิซฉันได้ยินคำขอของนายแต่ฉันไม่อนุมัติแกแพ้แล้วแกกับซีนา จบลงแค่นี้ มิซหันไปด่าไรลีย์ และบอกว่าเพราะแกคนเดียว ไรลีย์บอกแต่ฉันไม่ใช่คนที่พูด I Quit มิซโมโหต่อยหน้าไรลีย์ และบอกว่าถ้าฉันไม่จ้างแกเป็นผู้ช่วยแกก็ไม่ได้มาอยู่ในรอว์ ด้วยซ้ำแกมันไม่มีอะไรดีสักอย่างแกถูกไล่ออก ไรลีย์ทนไม่ไหวไล่กระทืบมิซ ยับเยินและเหวี่ยงไปอัดที่กั้นคนดู และเหวี่ยงขึ้นโต๊ะผู้บรรยายเหวี่ยงขึ้นเวทีแล้ววิ่งมาถีบหน้าก่อนจะเดินจากไป จากนั้นมิซก็ได้ท้าไรลีย์เจอกัน ในศึก แคปิเทล พูนิชเมนท์ โดยมิซเป็นฝ่ายแพ้ไปในที่สุด

มิซกับอาร์-ทรูธ ในนามทีมออซัม ทรูธ

มิซได้คู่แทคทีมกับ อาร์-ทรูธ โดยตั้งชื่อทีมว่า ออซัม ทรูธ[19] ในรอว์ (19 กันยายน 2011) ออซัม ทรูธได้เจอกับ ซีเอ็ม พังก์ และ จอห์น ซีนา แต่ก็แพ้ไป หลังแมตช์ ทริปเปิล เอช ประธาน COO ของ WWE ออกมาสั่งไล่ มิซและทรูธ ออกจาก WWE ทันที แล้วก็เดินกลับไปหลังเวที ที่หลังเวที มิซและทรูธ วิ่งตามเข้ามารุมทำร้าย ทริปเปิล เอช ทำให้นักมวยปล้ำคนอื่นต้องช่วยกันห้าม สุดท้าย ทริปเปิล เอช ก็สั่งให้จับ มิซและทรูธ โยนออกไปนอกอาคาร[20][21] ในศึก เฮลอินเอเซล (2011) หลังแมตช์การปล้ำเฮลอินเอเซล ชิงแชมป์ WWE ระหว่าง จอห์น ซีนา, ซีเอ็ม พังก์ และ อัลเบร์โต เดล รีโอ นั้น ออซัม ทรูธ ได้แอบมุดเข้ามาในกรงเหล็กและทำร้าย ซีนา, พังก์, เดล รีโอ รวมทั้ง กรรมการ และ ตากล้อง ทำให้ ทริปเปิล เอช และ จอห์น โลรีนายติส และนักมวยปล้ำคนอื่นๆ ต้องออกมาช่วย สุดท้าย ทริปเปิล เอช เลยเรียกตำรวจมาจับ ทั้งคู่ออกไปท่ามกลามความชุลมุลวุ่นวาย[22] ในรอว์ (10 ตุลาคม 2011) ออซัม ทรูธ ได้กลับมาใน WWE อีกครั้ง และเจอกับ ซีเอ็ม พังก์ และ อัลเบร์โต เดล รีโอ สุดท้าย ออซัม ทรูธ ถูกปรับแพ้ฟาล์ว ในศึก เซอร์ไวเวอร์ซีรีส์ (2011) ออซัม ทรูธ ได้เจอกับ จอห์น ซีนา และ เดอะ ร็อก แต่ ออซัม ทรูธ ก็เป็นฝ่ายแพ้ไป[23] ในรอว์ (21 พฤศจิกายน 2011) ออซัม ทรูธ ได้แตกทีมกัน โดย มิซได้ทำการหักหลังทรูธ โดยใส่ท่า Skull-Crushing Finale เล่นงานกับพื้นทางเดินจนได้รับบาดเจ็บและต้องพักการปล้ำ[24] ในรอว์ (26 ธันวาคม 2011) อาร์-ทรูธ ได้กลับมาลอบทำร้ายมิซ ก่อนจะหยิบไมค์มาบอกว่า ฉันจัดการเสร็จแล้วตอนนี้ แต่ความสนุกมันอยู่ไหนล่ะ ต่อจากนี้ไปจะเป็นเวลาแก้แค้นของฉันแล้ว ก่อนจะเดินกลับไปหลังเวที[25]

มิซก็เริ่มโชว์ฟอร์มตกต่ำลง ทั้งการปล้ำบนเวทีและการพูดออกไมค์ดูจะฝืนๆ ทำให้ WWE ลดระดับไปเป็นสตาร์ระดับกลางและคงไม่มีแผนจะผลักดันขึ้นมาอีกในอนาคต ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28 มิซได้เข้าร่วมทีมของ จอห์น โลรีนายติส เจอกับทีมของ ทีโอดอร์ ลอง ในแมตช์การปล้ำแทคทีม 12 คน สุดท้ายมิซก็สามารถช่วยให้ทีมของ โลรีนายติส เป็นฝ่ายเอาชนะมาได้[26] หลังจากนั้น มิซก็จะหยุดปล้ำ เพื่อไปแสดงภาพยนตร์เรื่อง เดอะ มารีน 3:Homefront ในศึก มันนีย์อินเดอะแบงก์ (2012) มิซได้กลับมาหลังจากไปถ่ายภาพยนตร์เรื่อง เดอะ มารีน 3:Homefront เป็นเวลา 2 เดือน โดยออกมาด้วยทรงผมใหม่และมีเครา มิซบอกว่า ฉันเบื่อเต็มทนที่ถูกใครๆ มองข้ามมาตลอด ดังนั้นแมตช์มันนีอินเดอะแบงก์ สำหรับแชมป์ WWE จะไม่มีผู้เข้าร่วมแค่ 4 คน แต่จะเป็น 5 คน คืนเดียวกัน มิซได้เข้าร่วมในแมตช์การปล้ำมันนีอินเดอะแบงก์แลดเดอร์แมตช์ เพื่อชิงเอกสารสิทธิ์ในกระเป๋าเพื่อชิงแชมป์ WWE สุดท้าย จอห์น ซีนา ก็เป็นฝ่ายคว้ากระเป๋าไปได้[27] ในศึก รอว์ ตอนที่ 1,000 (23 กรกฎาคม 2012) มิซได้คว้า แชมป์อินเตอร์คอนติเนนทัล โดยเอาชนะ คริสเตียน และเป็นแชมป์ทริปเปิล คราวน์ คนที่ 25[28] ในรอว์ (17 กันยายน 2012) มิซออกมาจัดรายการ MizTV เป็นครั้งแรก โดยบอกว่าเมื่อก่อนก็เคยมีรายการอย่าง Piper's Pits, Jericho Highlight Reels และ Cutting Edge แต่สิ่งที่ต่างกันคือพิธีกรอย่าง รอดดี้ ไพเพอร์, คริส เจอริโค และ เอดจ์ ไม่ได้ดีเลิศเหมือนกับ มิซสักคน แขกรับเชิญคนแรกคือ บูเกอร์ ที มิซถามว่า บูเกอร์ ที รู้สึกอย่างไรที่ได้รับเกียรติให้เป็นแขกรับเชิญคนแรก ภูมิใจกว่าตอนที่ได้แชมป์โลก 5 สมัยใช่มั้ยแล้วทำไมนายถึงแบนท่า โบรก คิก แล้วยกเลิกแบน เพราะนายอยากดังใช่มั้ย นายกลัวว่าวันเวลาที่นายโด่งดังกำลังจะจบลงแล้วใช่มั้ย บูเกอร์ ที แย่งไมค์ไปพูด บอกว่าทำไมนายพูดมากเหลือเกิน แล้วก็เรียก ไรแบ็ค ออกมาทำลายโชว์

ในรอว์ (8 ตุลาคม 2012) แลร์รี คิง และภรรยาออกมาจัดรายการ Larry King Now โดยมีมิซเป็นแขกรับเชิญ มิซบอกว่าวันนี้เป็นวันเกิดของเขา และสั่งให้ทุกคนร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ แต่แลร์รี บอกไม่มีใครอยากร้องหรอก และไม่มีใครสนใจแกด้วย โคฟี คิงส์ตัน ออกมาเป็นแขกอีกคน แล้วมิซก็ปากเสียด่าทุกคนไปหมด ทำให้ภรรยาของแลร์รี เอาน้ำสาดหน้า แล้วโคฟี ก็มาเล่นงานมิซ ในรอว์ (15 ตุลาคม 2012) มิซออกมาจัดรายการ MizTV โดยมีแขกรับเชิญเป็น โคฟี คิงส์ตัน แล้วมิซก็ด่าถากถางโคฟี ต่างๆ นานา ทั้งสองคนมีแมตช์ชิงแชมป์ที่จะเจอกันในเมนอีเวนต์ แต่โคฟีขอท้าเจอกับมิซ คืนนี้ด้วย มิซตอบตกลง สุดท้ายมิซก็แพ้ไปด้วยท่า Trouble in Paradise หลังแมตช์ แพทย์ต้องเข้ามาดูอาการของมิซ เพราะดูเหมือนจะโดนเตะจริง และมีแผลแตกที่หน้าด้วย ในเมนอีเวนต์ (17 ตุลาคม 2012) มิซก็เสียแชมป์อินเตอร์คอนติเนนทัล กับ โคฟี คิงส์ตัน[29] จากนั้นมิซก็ได้มาเป็นฝ่ายธรรมะ[30] ในรอว์ ครบรอบ 20 ปี มิซออกมาจัดรายการ MizTV โดย มีแขกรับเชิญ คือ ริก แฟลร์ ริกบอกว่าช่วงเวลาที่ดีที่สุดของเขาในรอว์ คือวันที่เขารีไทร์หลังจากแพ้ให้กับ ชอว์น ไมเคิลส์ แต่ แอนโทนีโอ ซีซาโร ออกมาหาเรื่อง เลยโดนริกตบหน้าอกรัว จากนั้น มิซใส่ Skull Crashing Final แล้ว ริกบอกให้มิซใส่ Figure four leglock[31] ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 29 มิซได้คว้าแชมป์อินเตอร์คอนติเนนทัล โดยการเอาชนะ เวด บาร์เร็ตต์[32] แต่ก็เสียแชมป์คืนให้กับบาร์เร็ตต์ ในรอว์ (8 เมษายน 2013) หลังจากครองมาได้เพียง 1 วัน[33]

ในรอว์ (16 กันยายน 2013) มิซได้เจอกับ แรนดี ออร์ตัน มิซเปิดตัวออกมาและทักทายพ่อกับแม่ที่มาดูถึงขอบสนามในบ้านเกิด (คลีฟแลนด์) แต่ออร์ตันเข้ามาอัดไม่ยั้งและเหวี่ยงไปอัดใส่ขั้นบันไดเหล็ก มิซต้องสู้ทั้งที่แขนเจ็บไปข้างหนึ่ง สุดท้ายก็ถูกกรรมการนับ 10 ให้แพ้ตกเวทีทั้งคู่ และออร์ตันก็จัดการ DDT จากบนที่กั้นคนดู แล้วก็ลากมิซขึ้นเวทีไป เอาเก้าอี้หนีบคอแล้วกระโดดทิ้งเข่าใส่[34] ในสแมคดาวน์ (27 กันยายน 2013) มิซได้เจอกับ ออร์ตัน อีกครั้ง สุดท้ายมิซชนะฟาล์ว ทริปเปิล เอช ออกมาและสั่งให้เริ่มปล้ำกันใหม่ โดยเปลี่ยนเป็นแมตช์ไม่มีกฏกติกา สุดท้ายมิซก็เป็นฝ่ายแพ้ไป ในรอว์ (18 พฤศจิกายน 2013) มิซได้จับคู่กับ โคฟี คิงส์ตัน เจอกับทีม เดอะเรียลอเมริกันส์ ช่วงท้ายแมตช์ โคฟีจะแท็กมิซเข้ามาปล้ำ ทว่ามิซไม่แท็ก ก่อนจะกระโดดลงจากเวทีไป ไม่ยอมปล้ำ ทำให้เรียลอเมริกันส์เอาชนะไป ในศึก เซอร์ไวเวอร์ซีรีส์ (2013) มิซได้เจอกับโคฟี เป็นแมตช์ก่อนเริ่มรายการ สุดท้ายมิซเป็นฝ่ายเอาชนะไปได้โดยการรวบกด หลังแมตช์ หลังแมตช์ มิซจะขอจับมือกับโคฟี แต่โคฟีไม่จับและตบหน้ามิซ ก่อนเดินกลับไป ในศึก ทีแอลซี: เทเบิล แลดเดอร์ แอนด์ แชร์ (2013) มิซได้เจอกับโคฟีอีกครั้ง สุดท้ายมิซก็เป็นฝ่ายแพ้ไป ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 30 มิซได้ร่วมปล้ำในแมตช์แบทเทิลรอยัล เพื่อเป็นเกียรติให้กับ อ็องเดรเดอะไจแอนต์ แต่ก็ไม่ได้เป็นผู้ชนะ จากนั้นมิซได้หยุดปล้ำ เพื่อไปถ่ายภาพยนตร์เรื่อง เดอะ มารีน 4 โดยมี ซัมเมอร์ เรย์ ร่วมแสดงด้วย

ในรอว์ (30 มิถุนายน 2014) มิซได้กลับมาอีกครั้ง โดยแต่งสูทสีขาว สวมแว่นกันแดด และบอกว่าเขาไปแสดงหนังมาและพวกผู้กำกับในฮอลลีวูดก็ต่างขอร้องอ้อนวอนให้เขาอยู่ในวงการต่อไป แต่เขาก็ตัดสินใจกลับมาที่ WWE เพราะว่าเขาได้รับการยอมรับในฮอลลีวูดก็จริงแต่ใน WWE ไม่ค่อยจะมีใครยอมรับความสามารถของเขาเท่าไหร่แถมยังชอบดูถูกด้วยทั้งๆ ที่เขาเป็นอดีตแชมป์โลกและเคยเป็นคู่เอก เรสเซิลเมเนีย มิซบอกว่าเขาจะไม่ไปจาก WWE จนกว่าจะได้เป็นคู่เอก เรสเซิลเมเนีย อีกครั้ง ได้รับการยอมรับจากทุกคนและทุกคนจะต้องอ้อนวอนไม่ให้เขาจากไป คริส เจอริโค ก็ออกมาอีกคน และจัดการ Codebreaker ใส่เต็มหน้ามิซ จนหงายเงิบไป ในรอว์ต่อมา (7 กรกฎาคม 2014) มิซได้มีแมตช์เจอกับ เจอริโค แต่มิซก็เป็นฝ่ายแพ้ไป ในศึก แบทเทิลกราวด์ (2014) มิซได้ชนะในแมตช์ แบทเทิลรอยัล และได้แชมป์อินเตอร์คอนติเนนทัล เป็นสมัยที่ 3[35] ก่อนจะเสียแชมป์ให้กับ ดอล์ฟ ซิกก์เลอร์ ในศึก ซัมเมอร์สแลม (2014)[36] และชิงคืนมาได้อีกครั้งเป็นสมัยที่ 4 ในศึก ไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2014) แต่ในรอว์คืนต่อมา (22 กันยายน 2014) มิซก็ได้เสียแชมป์คืนให้กับซิกก์เลอร์อีกครั้ง โดยครองแชมป์ได้เพียง 1 วันเท่านั้น[37]

ผลงานอื่นๆ[แก้]

โทรทัศน์[แก้]

ปี เรื่อง รับบท หมายเหตุ
2001 The Real World: Back to New York Himself ตอนที่ 2, 3, 4 & 22
2002 Battle of the Seasons Himself ผู้ชนะของฤดูกาล
2003–2004 The Gauntlet Himself
2004 และ 2011 ทัฟ อีนัฟ Himself (2004), เดอะ มิซ (2011)
2004 The Inferno Himself
2004–2005 Battle of the Sexes 2 Himself
2005 The Inferno II Himself ผู้ชนะของฤดูกาล
2005 Battle of the Network Reality Stars Himself ตอนที่ 1.2
2006 Fear Factor Himself ผู้ชนะ – พร้อมกับ Trishelle Cannatella
2007 Identity Himself ตอนที่ 11
2008 Ghost Hunters Himself ตอนพิเศษ
2009 Are You Smarter Than a 5th Grader? Himself
2009 Dinner: Impossible Himself
2010 Destroy Build Destroy Himself
2011 H8R เดอะ มิซ ตอนที่ 4
2012 Psych มาริโอ ตอนที่ 91
2012 Pair of Kings แดมอน ตอนที่ 56

ภาพยนตร์[แก้]

ปี เรื่อง รับบท หมายเหตุ
2012 The Campaign เดอะ มิซ นักแสดงรับเชิญ
2013 เดอะมารีน 3 คนคลั่งล่าทะลุสุดขีดนรก เจค คาร์เตอร์ นักแสดงนำ
Les reines du ring Himself นักแสดงรับเชิญ
Christmas Bounty นักแสดงนำ

เกี่ยวกับมวยปล้ำ[แก้]

มิซใช้ท่า Figure Four Leg Lock เล่นงาน ดีน แอมโบรส
  • ท่าไม้ตาย
    • Figure-four Leglock,[38] sometimes from a standing position[39] - 2013 - ปัจจุบัน; ใช้ท่านี้จาก ริก แฟลร์
    • Mizard of Oz (Swinging inverted DDT)[40] - 2006-2007
    • Reality Check (Running knee lift followed into a neckbreaker)[41] - 2007 - 2009
    • Skull-Crushing Finale (Full nelson facebuster)[42] - 2009 - ปัจจุบัน
  • ท่าเอกลักษณ์
    • Awesome Clothesline[43] (Running corner swinging clothesline)[44][45]
    • Big boot,[46] sometimes to a seated opponent
    • Discus punch[40]
    • Diving double axe handle[47]
    • Dropkick[48]
    • Half nelson facebuster[49] – 2009[50]
    • Flapjack[51][52][53]
    • Inverted facelock backbreaker followed by a neckbreaker[54][55]
    • Running knee lift[56]
    • Sliding through opponent's feet followed with a rollup[57]
    • Snap DDT to a kneeling opponent[58]
    • Snapmare driver[59]
    • Springboard bulldog
    • Turnbuckle bulldog
  • ฉายา
    • "Mr. Money in the Bank"[62][63]
    • "The Awesome One"
    • "The Chick Magnet"
    • "The Most Must-See WWE Superstar / Champion (as Champion)[64]
  • เพลงเปิดตัว
    • "Getting Away With Murder" โดย Papa Roach (2006–2007)
    • "Reality" โดย Jim Johnston (2007–2009)
    • "I Came to Play" โดย Downstait[65] (4 มกราคม 2010–ปัจจุบัน;ในฐานะศิลปินเดี่ยว)
    • "I Came to Crank It Up" โดย Jim Johnston
    • "The Awesome Truth" โดย Jim Johnston[66] (22 สิงหาคม 2011–21 พฤศจิกายน 2011;ในฐานะทีมคู่กับ อาร์-ทรูธ)

ผลงานทั้งหมด[แก้]

เดอะ มิซ กับ แชมป์ WWE
เดอะ มิซ กับ แชมป์ยูเอส และกระเป๋า Money In The Bank
  • Deep South Wrestling
    • Deep South Heavyweight Championship (1 สมัย)[67]
  • Ohio Valley Wrestling
    • OVW Southern Tag Team Championship (1 สมัย) – คู่กับ คริส เคด[68]
  • Pro Wrestling Illustrated
    • Most Hated Wrestler of the Year (2011)[69]
    • PWI จัดในอันดับที่ 1 ของท็อป 500 อันดับ นักมวยปล้ำเดี่ยวแห่งปีใน PWI 500 ปี 2011[70]
  • World Wrestling Entertainment/WWE
    • WWE Championship (1 สมัย)[71]
    • WWE Intercontinental Championship (4 สมัย)
    • WWE United States Championship (2 สมัย)[72]
    • WWE Tag Team Championship (3 สมัย) – คู่กับ จอห์น มอร์ริสัน (1), บิ๊กโชว์ (1) และ จอห์น ซีนา (1)
    • World Tag Team Championship (2 สมัย) – คู่กับ จอห์น มอร์ริสัน (1) และ บิ๊กโชว์ (1)
    • แชมป์ทริปเปิล คราวน์ คนที่ 25
    • มันนีย์อินเดอะแบงก์ (รอว์ 2010)[73]
    • สแลมมีอะวอร์ด สำหรับ WWE.com Exclusive (2008) – คู่กับ จอห์น มอร์ริสัน
    • สแลมมีอะวอร์ด สำหรับ คู่แทคทีมแห่งปี (2008) – คู่กับ จอห์น มอร์ริสัน[74]
  • Wrestling Observer Newsletter
    • Most Improved (2008 – 2009)[75]
    • แทคทีมแห่งปี (2008) คู่กับ จอห์น มอร์ริสัน

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "WWE Contract-on-a-Pole Match: "Calgary Kid" vs. Eugene". WWE. April 6, 2012.  Text "access" ignored (help)
  2. 2.0 2.1 2.2 "The Miz". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ January 3, 2008. 
  3. Varsallone, Jim (August 21, 2009). "WWE's Miz embodies sports entertainment". The Miami Herald. p. 2. Archived from the original on September 9, 2009. สืบค้นเมื่อ September 9, 2009. 
  4. "History Of The WWE Tag team Championship: John Morrison & The Miz". World Wrestling Entertainment. November 16, 2007. สืบค้นเมื่อ December 22, 2007. 
  5. Dee, Louie (November 16, 2007). "That's not what friends are for". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ November 17, 2007. 
  6. Burdick, Michael (April 5, 2009). "Brothers united". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ April 6, 2009. 
  7. "History of the United States Championship: The Miz". World Wrestling Entertainment. October 5, 2009. สืบค้นเมื่อ October 6, 2009. 
  8. Plummer, Dale (October 5, 2009). "Raw: Big Ben and company score". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ October 6, 2009. 
  9. Plummer, Dale (April 26, 2010). "RAW: Feeling a draft". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ April 27, 2010. 
  10. Bishop, Matt (July 19, 2010). "Raw: Hart returns as Cena leads team to face Nexus". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ June 21, 2010. 
  11. Plummer, Dale (July 27, 2010). "RAW: Team Cena is falling apart". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ August 5, 2010. 
  12. Tylwalk, Nick (September 20, 2010). "Few gimmicks, more title changes at Night of Champions". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ September 20, 2010. 
  13. Sokol, Bryan (October 25, 2010). "Cena central to Bragging Rights; Smackdown wins again". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ April 3, 2011. 
  14. Plummer, Dale (November 22, 2010). "RAW: i cashes in as Nexus costs Orton WWE title". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ November 23, 2010. 
  15. Bishop, Matt (April 3, 2011). "The Rock costs Cena as The Miz retains at WrestleMania XXVII". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ April 4, 2011. 
  16. Hillhouse, Dave (May 1, 2011). "Extreme Rules: Championship make-over edition". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ May 2, 2011. 
  17. Plummer, Dale (May 2, 2011). "RAW: Happy Birthday Rock". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ May 8, 2011. 
  18. Hillhouse, Dave (May 22, 2011). "Over the Limit: Unpredictability makes for a good show". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ May 23, 2011. 
  19. "The Miz and R-Truth 8-22-11". YouTube. สืบค้นเมื่อ 29 September 2011. 
  20. "Breaking News: Miz, Truth, released". WWE. 2011-09-20. 
  21. Adkins, Greg. "WWE Raw SuperShow results: Miz & Truth fired". WWE. สืบค้นเมื่อ 29 September 2011. 
  22. "Alberto Del Rio def. John Cena and CM Punk in a Triple Threat Hell in a Cell Match (New WWE Champion)". 
  23. Caldwell, James (2011-11-20). "Caldwell's WWE Survivor Series PPV Results 11/20: Complete "virtual time" coverage of live PPV - The Rock returns, Punk vs. Del Rio, Henry vs. Show". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 2011-11-21. 
  24. Murphy, Ryan. "WWE Raw SuperShow results: The "Awesome Truth" unfolds". WWE. สืบค้นเมื่อ 23 November 2011. 
  25. "WWE RAW 12/26/11". 
  26. Caldwell, James. "CALDWELL'S WWE WRESTLEMANIA 28 PPV REPORT 4/1: Ongoing "virtual time" coverage of live PPV – Rock-Cena, Taker-Hunter, Punk-Jericho". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 2 April 2012. 
  27. Money in the Bank Ladder Match for a WWE Championship Contract, WWE, สืบค้นเมื่อ 2012-06-25 
  28. Herrera, Tom (July 23, 2012). "Raw 1,000 results: John Cena fails to win the WWE Title; The Rock floored by CM Punk — With Bret Hart serving as guest ring announcer, The Miz def. Christian to become the new Intercontinental Champion". WWE.com. สืบค้นเมื่อ July 24, 2012. 
  29. "CUPACH'S WWE MAIN EVENT RESULTS 10/17: Kingston captures IC Title, WM29 preview?, Mike's Reax". 
  30. Parks, Greg. "PARKS'S TAKE: Two turns, two stories: Why Alberto Del Rio's face turn has been more successful than The Miz's". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 24 January 2013. 
  31. Caldwell, Jason (January 14, 2013). "CALDWELL'S RAW RESULTS 1/14:Live,in-person results from 20th Anniv. show - Rock Concert,off-air happenings,more". สืบค้นเมื่อ 15 January 2013. 
  32. "CALDWELL'S WWE WRESTLEMANIA 29 PPV RESULTS: Complete "virtual-time" coverage of live PPV from MetLife Stadium - Rock-Cena II, Taker-Punk, Lesnar-Hunter, more". 
  33. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 4/8: Complete "virtual-time" coverage of live Raw - WM29 fall-out, new World Champ, no Rock, Taker live, crowd takes over". 
  34. http://www.wrestlinginc.com/wi/news/2013/0917/565659/wwe-reports-the-miz-was-injured-on-raw/
  35. http://www.wwe.com/shows/wwebattleground/2014/intercontinental-championship-battleground-battle-royal-26444604
  36. "Caldwell's WWE SummerSlam PPV Results 8/17: Complete "virtual-time" coverage of Cena vs. Lesnar". Pro Wrestling Torch. August 17, 2014. สืบค้นเมื่อ August 18, 2014. 
  37. Caldwell, James. "Caldwell's WWE Raw Results 9/22: Ongoing "virtual-time" coverage of Raw vs. NFL Week 3 - PPV fall-out, Ambrose's in-ring return, IC Title re-match, more". PWTorch.com. สืบค้นเมื่อ 22 September 2014. 
  38. Benigno, Anthony. "Antonio Cesaro crashed "Miz TV" with Ric Flair". WWE.com. สืบค้นเมื่อ 18 January 2013. 
  39. The Miz def. Intercontinental Champion Wade Barrett
  40. 40.0 40.1 40.2 "OWW: The Miz". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ February 26, 2008. 
  41. Andrew M (2007-08-07). "ECW TV report for August 7". Wrestling Observer/Figure Four Online. สืบค้นเมื่อ 2009-07-15. "Miz with the boot in the midsection and hits the knee lift + neckbreaker combo which is now called the Reality Check and gets the victory again." 
  42. "The Miz Bio". WWE. สืบค้นเมื่อ April 14, 2009. 
  43. Trionfo, Richard. "WWE SUPERSTARS REPORT: WRESTLEMANIA PRE-SHOW REMATCH; CESARO VERSUS RYDER; RAW RECAPS; AND A NEW ANNOUNCER". PWInsider. สืบค้นเมื่อ June 30. 
  44. Capuano, Ryan (July 15, 2008). "WWE ECW TV report". Wrestling Observer/Figure Four Online. สืบค้นเมื่อ July 15, 2009. "the swinging corner clothesline." 
  45. Trionfo, Richard. "WWE MAIN EVENT REPORT: MIZ VERSUS DOLPH ZIGGLER; BARRETT VERSUS GABRIEL; JOHN CENA WILL APPEAR NEXT WEEK; DAMIEN SANDOW ADDS SOME CLASS TO THE SHOW". PW Insider. สืบค้นเมื่อ 18 January 2013. 
  46. Parks, Greg. "PARKS' WWE SMACKDOWN REPORT 12/21: Complete coverage of the live Tuesday night show, including The Miz vs. Orton in a PPV rematch". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ September 29, 2011. 
  47. Assaad, Xander. "XANDER'S WWE RAW REPORT 8/29: Alt. perspective review of Raw Supershow, why was it a "wildly uneven" show?". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ September 29, 2011. 
  48. Trionfo, Richard. "WWE MAIN EVENT REPORT: MIZ VERSUS DOLPH ZIGGLER; BARRETT VERSUS GABRIEL; JOHN CENA WILL APPEAR NEXT WEEK; DAMIEN SANDOW ADDS SOME CLASS TO THE SHOW". PWInsider. สืบค้นเมื่อ November 24. 
  49. "411’s WWE Smackdown Report". 411mania. สืบค้นเมื่อ September 29, 2011. 
  50. Trionfo, Richard. "WWE SMACKDOWN REPORT: INTERCONTINENTAL TITLE REMATCH; MORE HATS THROWN IN THE RUMBLE; TEASE OF A FUTURE FEUD; TRIOS ACTION; AND MORE". PW Insider. สืบค้นเมื่อ 18 January 2013. 
  51. Trionfo, Richard. "WWE RAW REPORT: IT WAS THE WORST OF TIMES AND THE BEST OF TIMES FOR SANTA; AJ SPENDS A SPECIAL CHRISTMAS EVE WITH HER MAN; SANTA'S HELPERS; LUMBERJACK FROSTS; MIRACLE ON 34TH STREET FIGHT; CM PUNK BLAMES RYBACK FOR RUINING CHRISTMAS AND HANUKKAH; AND MORE". PW Insider. สืบค้นเมื่อ 18 January 2013. 
  52. Trionfo, Richard. "2012 WWE TRIBUTE TO THE TROOPS REPORT". PW Insider. สืบค้นเมื่อ 18 January 2013. 
  53. Trionfo, Richard. "WWE RAW REPORT: FINAL SHOW OF 2012; WE HAVE A NEW CHAMPION (BUT IF YOU WERE ON WWE.COM THIS WEEKEND, YOU WOULD HAVE KNOWN THAT); SHIELD FINDS NEW TARGETS; AJ IN WHITE; FIRST ENTRANT IN ROYAL RUMBLE; AND MORE". PW Insider. สืบค้นเมื่อ 18 January 2013. 
  54. Martin, Todd (August 2, 2010). "Todd Martin's Raw is Taped report for August 2nd". Wrestling Observer/Figure Four Online. สืบค้นเมื่อ October 17, 2010. "Miz hit a back breaker/neck breaker combination." 
  55. Martin, Todd (October 11, 2010). "TEN ELEVEN TEN Raw TV Report from SEATTLE~!". Wrestling Observer/Figure Four Online. สืบค้นเมื่อ October 17, 2010. "Miz escaped and hit a back breaker/neck breaker combination." 
  56. Johnson, Mike. "12/21 THIS DAY IN HISTORY". PW Insider. สืบค้นเมื่อ 18 January 2013. 
  57. Trionfo, Richard. "COMPLETE WWE RAW REPORT: A CHANGE TO THE WRESTLEMANIA CARD; MORE MATCHES ANNOUNCED; THE STIPULATION FOR TRIPLE H VERSUS LESNAR IS ANNOUNCED; A NEW MEMBER OF THE HALL OF FAME ANNOUNCED; IC TITLE MATCH; AND MORE". PWInsider. สืบค้นเมื่อ March 21. 
  58. Tedesco, Mike. "Smackdown Results – 12/21/10". Wrestleview. สืบค้นเมื่อ September 29, 2011. 
  59. Martin, Adam. "PPV: WWE Summerslam". Wrestleview. สืบค้นเมื่อ September 29, 2011. 
  60. "Bolin Services Biography". Kenny Bolin. สืบค้นเมื่อ March 27, 2008. 
  61. "Roni Jonah". G.L.O.R.Y. Wrestling. สืบค้นเมื่อ March 27, 2008. 
  62. "The Miz blogs WWE SmackDown vs. Raw 2011". WWE. 
  63. "Preview: United States Champion The Miz vs. Daniel Bryan". WWE. 
  64. Trionfo, Richard. "WWE SMACKDOWN REPORT: SHEAMUS/BARRETT III; THE EVIDENCE AGAINST EVE APPEARS (BUT DON'T TELL HER WE KNOW); DEL RIO IN A LUXURY BOX; MIZ INVOKES HIS REMATCH CLAUSE". PW Insider. สืบค้นเมื่อ 24 February 2013. "He says that he will show Kofi why he is the most must see WWE Superstar." 
  65. Downstait (December 29, 2009). "I'm The Miz and I'm awesome! (New Song)". MySpace. สืบค้นเมื่อ January 5, 2010. 
  66. "WWE remixing "Awesome Truth"". 
  67. "Deep South Wrestling Heavyweight Title history". Wrestling-Titles.com. สืบค้นเมื่อ February 20, 2009. 
  68. "OVW Southern Tag Team Championship". Ohio Valley Wrestling. สืบค้นเมื่อ April 3, 2011. 
  69. Pro Wrestling Illustrated 33 (3): 78–79. 2012. 
  70. Saks, Stu (July 25, 2011). "The Miz: No. 1 In The "PWI 500"!". Pro Wrestling Illustrated. สืบค้นเมื่อ July 26, 2011. 
  71. "Miz's first WWE Championship Reign". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ November 22, 2010. 
  72. "History of the United States Championship: The Miz (2)". World Wrestling Entertainment. June 14, 2010. สืบค้นเมื่อ June 18, 2010. 
  73. Wortman, James (July 18, 2010). ""Miz-ter" Money in the Bank". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ July 19, 2010. 
  74. "2008 Slammy Awards". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ February 20, 2009. 
  75. Meltzer, Dave (January 27, 2010). "Feb. 1, 2010 Observer Newsletter: 2009 Awards Issue, Possible biggest wrestling news story of 2010". Wrestling Observer Newsletter. สืบค้นเมื่อ January 30, 2010. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]