แผลไหม้

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
แผลไหม้
Hand2ndburn.jpg
แผลไหม้ระดับสองที่มือ
การจำแนกและแหล่งข้อมูลภายนอก
ICD-10 T20T31
ICD-9 940949
DiseasesDB 1791
MedlinePlus 000030
eMedicine article/1278244
MeSH D002056

แผลไหม้ (อังกฤษ: burn) หมายถึง การบาดเจ็บบนผิวหนัง หรือเนื้อเยื่ออื่น ๆ สาเหตุจากความร้อน ไฟฟ้า สารเคมี แรงเสียดทาน หรือการแผ่รังสี[1] แผลไม้ที่กระทบเพียงผิวหนังชั้นบนสุดเรียกว่าเป็นแผลไหม้ระดับหนึ่ง เมื่อบาดลามไปถึงผิวหนังชั้นใน เรียกว่าเป็นแผนไหม้ระดับสอง ในแผลไหม้ระดับสามนั้น บาดแผลจะลามไปในผิวหนังทุกชั้น และแผลไหม้ระดับสี่จะเป็นบาดแผลถึงที่เนื้อเยื่อลึกลงไป เช่น กล้ามเนื้อ เอ็นกล้ามเนื้อ หรือกระดูก

การรักษาขึ้นกับความรุนแรงของแผลไหม้ แผลไหม้พื้นผิวอาจรักษาด้วยยาระงับปวดอย่างง่าย ขณะที่แผลขนาดใหญ่อาจต้องการการรักษาที่ศูนย์รักษาแผลไหม้ ซึ่งใช้เวลานาน การใช้น้ำเย็นจากก๊อกอาจช่วยลดอาการเจ็บปวดและลดความรุนแรงของแผลได้ แต่แผลไหม้ที่เป็นวงกว้างอาจทำให้เกิดภาวะตัวเย็นเกิน แผลไหม้ระดับสองอาจต้องทำความสะอาดด้วยน้ำและสบู่ และการทำแผล วิธีการรักษาแผลพุพองยังไม่แน่ชัด แต่การปล่อยแผลให้เป็นอย่างเดิมนั้นอาจสมเหตุสมผล แผลไหม้ระดับสามมักต้องการการผ่าตัด เช่นการตัดแต่งผิวหนัง แผลไหม้ขนาดใหญ่ต้องรักษาด้วยการฉีดของเหลวเข้าเส้นเลือด เพราะการตอบสนองต่อการอักเสบอาจทำให้ของเหลวในหลอดเลือดฝอยไหลออกมา และเกิดการบวมน้ำได้ แผลไหม้ในกรณีร้ายแรงอาจทำให้เกิดการติดเชื้อ

ขณะที่แผลไหม้ขนาดใหญ่อาจอันตรายถึงชีวิต แต่การรักษาในสมัยใหม่นับตั้งแต่ ค.ศ. 1960 ได้พัฒนาประสิทธิภาพอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการรักษาในเด็กและวัยหนุ่มสาว[2] ทั่วโลกมีคน 11 ล้านคนรับการรักษา และมีผู้เสียชีวิตจากแผลไหม้ 300,000 คนต่อปี[3] ในสหรัฐอเมริกา ผู้ป่วยประมาณ 96% ที่เข้ารับการรักษาที่ศูนย์รักษาแผลไหม้รอดชีวิตมาได้[4] ผลการรักษาระยะยาวขึ้นกับขนาดของแผลไหม้และอายุของผู้ป่วย

อ้างอิง[แก้]

  1. Herndon D (ed.). "Chapter 4: Prevention of Burn Injuries". Total burn care (4th ed.). Edinburgh: Saunders. p. 46. ISBN 978-1-4377-2786-9. 
  2. Herndon D (ed.). "Chapter 1: A Brief History of Acute Burn Care Management". Total burn care (4th ed.). Edinburgh: Saunders. p. 1. ISBN 978-1-4377-2786-9. 
  3. Peck, MD (November 2011). "Epidemiology of burns throughout the world. Part I: Distribution and risk factors". Burns : journal of the International Society for Burn Injuries 37 (7): 1087–100. doi:10.1016/j.burns.2011.06.005. PMID 21802856. 
  4. "Burn Incidence and Treatment in the United States: 2012 Fact Sheet". American Burn Association. 2012. สืบค้นเมื่อ 20 April 2013.