การถ่ายเลือด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
การถ่ายเลือด
Intervention
ถุงพลาสติกขนาด 0.5–0.7 ลิตรที่มีเม็ดเลือดแดงแน่นในสารละลายซิเตรด ฟอสเฟต เดกซ์โตรสและอะดีนีน (CPDA)
ถุงพลาสติกขนาด 0.5–0.7 ลิตรที่มีเม็ดเลือดแดงแน่นในสารละลายซิเตรด ฟอสเฟต เดกซ์โตรสและอะดีนีน (CPDA)
ICD-9-CM 99.0
MeSH D001803
OPS-301 code: แม่แบบ:OPS301
MedlinePlus 000431

การถ่ายเลือดโดยทั่วไปเป็นกระบวนการรับผลิตภัณฑ์ของเลือดเข้าระบบไหลเวียนของบุคคลเข้าหลอดเลือดดำ การถ่ายเลือดใช้ในภาวะการแพทย์ต่าง ๆ เพื่อทดแทนส่วนประกอบของเลือดที่เสียไป การถ่ายเลือดช่วงแรก ๆ ใช้เลือดเต็ม แต่เวชปฏิบัติสมัยใหม่ทั่วไปใช้เฉพาะบางองค์ประกอบของเลือดเท่านั้น เช่น เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว น้ำเลือด ปัจจัยจับลิ่มของเลือด (clotting factor) และเกล็ดเลือด

การใช้ทางการแพทย์[แก้]

ในอดีต การถ่ายเม็ดเลือดแดงพิจารณาเมื่อระดับฮีโมโกลบินต่ำกว่า 10 กรัมต่อเดซิลิตร หรือปริมาตรเม็ดเลือดแดงในเลือด (ฮีมาโทคริต) ต่ำกว่า 30% ("กฎ 10/30")[1][2] แต่เนื่องจากเลือดแต่ละหน่วยที่ให้มีความเสี่ยง ปัจจุบันปกติจึงใช้ระดับต่ำกว่า 7–8 กรัมต่อเดซิลิตรเพราะแสดงแล้วว่ามีผลลัพธ์ผู้ป่วยดีกว่า[3] การให้เลือดหนึ่งยูนิตเป็นมาตรฐานสำหรับบุคคลที่รับเข้ารักษาในโรงพยาบาลที่ไม่ตกเลือด โดยการรักษานี้ตามด้วยการประเมินซ้ำและการพิจารณาอาการและความเข้มข้นของฮีโมโกลบิน[3] ผู้ป่วยที่มีความอิ่มตัวของออกซิเจนต่ำอาจต้องการเลือดเพิ่ม[3] มีคำเตือนแนะนำให้ใช้การถ่ยเลือดเฉพาะภาวะเลือดจางที่่อนข้างรุนแรงเท่านั้น ส่วนหนึ่งจากหลักฐานว่าผลลัพธ์เลวลงหากให้เลือดปริมาณมากขึ้น[4] แพทย์อาจพิจารณาถ่ายเลือดแก่บุคคลที่มีอาการของโรคหัวใจหลอดเลือด เช่น เจ็บอกหรือหายใจสั้น[2] ในกรณีที่ผู้ป่วยมีฮีโมโกลบินระดับต่ำแต่ระบบหัวใจหลอดเลือดเสถียร เหล็กโดยฉีด (parenteral iron) เป็นทางเลือกที่แนะนำโดยอิงประสิทธิพลังและความปลอดภัย[5] ให้ผลิตภัณฑ์ของเลือดอื่นตามความเหมาะสม เช่น การขาดปัจจัยเลือดจับลิ่ม.

อ้างอิง[แก้]

  1. Adams RC, Lundy JS: Anesthesia in cases of poor surgical risk. Some suggestions for decreasing risk. Surg Gynecol Obstet 1942; 74:1011–1019.
  2. 2.0 2.1 Carson, JL; Grossman, BJ, Kleinman, S, Tinmouth, AT, Marques, MB, Fung, MK, Holcomb, JB, Illoh, O, Kaplan, LJ, Katz, LM, Rao, SV, Roback, JD, Shander, A, Tobian, AA, Weinstein, R, Swinton McLaughlin, LG, Djulbegovic, B, for the Clinical Transfusion Medicine Committee of the, AABB (Mar 26, 2012). "Red Blood Cell Transfusion: A Clinical Practice Guideline From the AABB". Annals of internal medicine. PMID 22454395. doi:10.1059/0003-4819-156-12-201206190-00429 (inactive 2015-01-10). 
  3. 3.0 3.1 3.2 American Association of Blood Banks (24 April 2014), "Five Things Physicians and Patients Should Question", Choosing Wisely: an initiative of the ABIM Foundation (American Association of Blood Banks), สืบค้นเมื่อ 25 July 2014 
  4. Villanueva, C; Colomo, A; Bosch, A; Concepción, M; Hernandez-Gea, V; Aracil, C; Graupera, I; Poca, M; Alvarez-Urturi, C; Gordillo, J; Guarner-Argente, C; Santaló, M; Muñiz, E; Guarner, C (2013). "Transfusion strategies for acute upper gastrointestinal bleeding". The New England Journal of Medicine 368 (1): 11–21. PMID 23281973. doi:10.1056/NEJMoa1211801. 
  5. Gasche, C; Berstad, A; Befrits, R; Beglinger, C; Dignass, A; Erichsen, K; Gomollon, F; Hjortswang, H; Koutroubakis, I; Kulnigg, S; Oldenburg, B; Rampton, D; Schroeder, O; Stein, J; Travis, S; Van Assche, G (2007). "Guidelines on the diagnosis and management of iron deficiency and anemia in inflammatory bowel diseases". Inflammatory bowel diseases 13 (12): 1545–53. PMID 17985376. doi:10.1002/ibd.20285. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]