แคราแคล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
แคราแคล[1]
20120219 Olmense Zoo (63).jpg
แคราแคล
Africa-Caracal01.jpg
ส่วนหัว
สถานะการอนุรักษ์
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Mammalia
อันดับ: Carnivora
วงศ์: Felidae
วงศ์ย่อย: Felinae
สกุล: Caracal
Gray, 1843
สปีชีส์: C.  caracal
ชื่อทวินาม
Caracal caracal
(Schreber, 1776)
ชนิดต้นแบบ
Caracal melanotis
Gray, 1843 (= Felis caracal Schreber, 1776) โดยมีเพียงชนิดเดียว
Caracal distribution.png
แผนที่แสดงการกระจายพันธุ์
ชื่อพ้อง
  • Felis caracal Schreber, 1776
  • Lynx caracal (Schreber, 1776)

คาราคัล หรือ ลิงซ์เปอร์เซีย หรือ ลิงซ์อียิปต์ หรือ ลิงซ์แอฟริกา หรือ ลิงซ์ทะเลทราย (อังกฤษ: Caracal, Persian lynx, Egyptian lynx, African lynx, Desert lynx) เป็นแมวขนาดกลาง มีการกระจายพันธุ์ในเอเชียตะวันตก, เอเชียใต้ และทวีปแอฟริกา

คำว่า "คาราคัล" (Caracal) มาจากคำในภาษาตุรกี คำว่า "karakulak" ซึ่งแปลว่า "หูสีดำ"[3] ในอินเดียเหนือและประเทศปากีสถาน คาราคัลรู้จักกันในชื่อ syahgosh (स्याहगोष/سیاه گوش) หรือ shyahgosh ซึ่งในคำในภาษาปากีสถานแปลว่า หูสีดำ เช่นกัน[4] ในภาษาแอฟริคานส์เรียกแคราแคลว่า Rooikat ซึ่งแปลว่า "แมวแดง"[5]

ลักษณะ[แก้]

คาราคัล มีน้ำหนักเต็มที่ในตัวผู้ 10–18 กิโลกรัม ความสูงจากอุ้งเท้าถึงหัวไหล่ประมาณ 40–50 เซนติเมตร ความยาวลำตัว 55–90 เซนติเมตร ความยางหาง 25–40 เซนติเมตร อายุโดยเฉลี่ย 8–10 ปี

มีลักษณะของตัวผู้และตัวเมียคล้ายคลึงกัน ในตัวผู้จะมีขนาดใหญ่กว่าตัวเมียเล็กน้อย อาศัยอยู่ตามทุ่งหญ้ากว้างใหญ่และมีโขดหิน ล่าเหยื่อได้หลากหลายชนิดรวมถึงสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ในบางครั้ง เช่น อิมพาลาด้วย แต่โดยทั่วไปจะล่าไฮแรกซ์, กระต่ายป่า, หมูป่า, นกกระทา, ไก่ต๊อก, นกพิราบและนกเขา รวมถึงแอนทีโลปขนาดเล็กด้วย คาราคัล สามรถกระโดดได้สูง และล่าสัตว์ที่มีน้ำหนักมากกว่าตัวเองได้ถึง 2–3 เท่า โดยก่อนกินจะใช้ฟันถอนขนของเหยื่อออกให้หมดก่อน ในกรณีที่อาหารมีขนปกคลุมหนาแน่น[6]

แต่ตัวของคาราคัลเองก็ถูกล่าเช่นกันจากเสือดาวหรือสิงโต คาราคัลที่ยังไม่โตเต็มวัยอาจถูกล่าได้จากอินทรีขนาดใหญ่ คาราคัลปีนต้นไม้ได้เก่งและจะหนีขึ้นต้นไม้เมื่อถูกล่าหรือถูกคุกคาม[7]

ชนิดย่อย[แก้]

มีหลักฐานบางอย่างที่แสดงว่าคาราคัลในเอเชียทั้งสองชนิดย่อยนี้ควรถือว่าเป็นพันธุ์เดียวกัน

ชื่อวิทยาศาสตร์ เขตกระจายพันธุ์
C.c.caracal ซูดาน-แอฟริกาใต้
C.c.algira แอฟริกาเหนือ
C.c.damarensis นามิเบีย
C.c.limpopoensis บอตสวานา
C.c.lucani กาบอง
C.c.nubica ซูดาน เอธิโอเปีย
C.c.poecilictis แอฟริกาตะวันตก
C.c.michaelis เติร์กเมเนีย *
C.c.schmitzi อาหรับถึงอินเดีย *

ถิ่นที่อยู่อาศัย[แก้]

คาราคัลอาศัยอยู่ในพื้นที่แห้งแล้ง อดทนต่อสภาพที่อยู่อาศัยหลายประเภท พบในป่าวูดแลนด์ ซะวันนา และป่าละเมาะอะคาเซียทั่วทวีปแอฟริกา พบได้บ่อยในป่าที่ชุ่มชื่นใกล้ชายฝั่งเหนือทะเลทรายซาฮารา และยังพบในทะเลทรายของอินเดียด้วย แต่ไม่พบในป่าฝนเขตร้อน อยู่ได้สูงถึง 3,000 เมตร

ในแอฟริกาใต้ คาราคัลอยู่ในป่าดิบและป่าบนเขาสูงทางใต้ของจังหวัดเคป ในเอธิโอเปีย คาราคัลพบได้สูงถึง 2,500 เมตร ในเทือกเขาเบลีและไซเมียน

อุปนิสัย[แก้]

คาราคัลอดน้ำได้เก่ง เพียงน้ำจากตัวเหยื่อก็ดำรงชีวิตได้แล้ว ตอนกลางวันอันร้อนระอุจะพักอยู่ตามหลืบหิน หากินเฉพาะตอนเช้าและตอนเย็นที่อากาศเย็น

การล่าของคาราคัลจะใช้วิธีย่องเข้าหาและพุ่งตะครุบเช่นเดียวกับแมวบ้าน ตัวผู้มีอาณาเขตหากินซ้อนทับพื้นที่ของตัวเมียหลายตัว หากินโดยลำพัง จะหากินด้วยกันก็ต่อเมื่อต้องการผสมพันธุ์เท่านั้น

ในประเทศแอฟริกาใต้แมวคาราคัลตัวผู้มีอาณาเขต 31-65 ตารางกิโลเมตร ส่วนตัวเมียใช้พื้นที่เพียง 4-31 ตารางกิโลเมตร คาราคัลตัวผู้เดินทางเฉลี่ยวันละ 10.4 +5.2 กิโลเมตร ส่วนตัวเมียเดินทางเฉลี่ยวันละ 6.6+4.1 กิโลเมตร เคยมีการแกะรอยคาราคัลตัวหนึ่งในทะเลทรายคารากัมในเติร์กเมนิสถานพบว่ามันเดินทางในเวลากลางคืนเป็นระยะทางถึง 20 กิโลเมตร

คาราคัลกินสัตว์ฟันแทะเป็นอาหารหลัก เช่น เจอร์บัว หนูทราย กระรอกดิน นอกจากนี้ยังกิน นก ร็อกไฮแรก กระต่ายป่า สัตว์เลื้อยคลาน งูพิษ และแอนติโลปขนาดเล็กอย่างรีดบัก ดุยเกอร์ สปริงบอก กูดู

คาราคัลที่อยู่ในทะเลทรายของเติร์กเมนิสถาน กินกระต่ายป่าโทไลเป็นอาหารหลัก บางครั้งก็จับสัตว์ใหญ่ได้เหมือนกัน เช่นกาเซลล์กอยเตอร์ ในอาหรับก็เคยพบคาราคัลฆ่าตัวโอริกซ์ และยังเคยพบรอยคาราคัลติดตามตัวกาเซลล์ดอร์คัสในแอลจีเรีย โดยเฉพาะคาราคัลในตะวันตกเฉียงเหนือของทะเลสาบชาด ขึ้นชื่อในเรื่องการจับกาเซลล์กอยเตอร์ จึงมีชื่อเรียกในภาษาตูบูที่มีความหมายว่าแมวกาเซลล์ ในปากีสถานก็เคยมีคนเห็นคาราคัลย่องตามฝูงแกะป่ามูฟลอนตอนกลางวัน

บางครั้งคาราคัลก็กินซากด้วยแม้ไม่บ่อยครั้ง ครั้งหนึ่งในอุทยานแห่งชาติอิโตชาในนามิเบีย คาราคัลตัวเมียตัวหนึ่งรอให้เสือชีตาห์กินเหยื่อจนเสร็จจนจากไปแล้วค่อยไปกินซากที่เหลือ บางครั้งก็กินหญ้าและผลไม้ คาดว่าคาราคัลกินหญ้าและผลไม้เพื่อต้องการน้ำจากภายในเท่านั้น เมื่อจับเหยื่อได้จะลากไปในที่ลับตาเพื่อหลีกเลี่ยงสัตว์อื่นมารบกวน ถ้าเหยื่อตัวใหญ่กินคราวเดียวไม่หมด ก็จะคลุมเหยื่อด้วยหญ้าเพื่อกลับมากินคราวหลัง บางครั้งคาราคัลก็ลากเหยื่อขึ้นไปกินบนต้นไม้แบบเดียวกับเสือดาว ในการกินนก หากเป็นนกตัวใหญ่คาราคัลจะถอนขนก่อนกิน แต่ถ้าเป็นนกตัวเล็กจะกลืนเข้าไปทั้งตัว

ท่าเดินของคาราคัลคล้ายชีตาห์ แต่แมวชนิดนี้ไม่ใช่นักวิ่งเร็ว แม้จะวิ่งเร็วกว่าแมวชนิดอื่นที่มีขนาดไล่เลี่ยกัน เมื่อถูกหมาวิ่งไล่จะวิ่งขึ้นต้นไม้

คาราคัลมีฝีมือเด่นด้านการกระโดด มันกระโดดได้สูงจากพื้นหลายฟุตขึ้นไปตบนก มันอาจจับนกพิราบได้คราวละราวสิบตัวในคราวเดียว ในอดีตในประเทศอินเดียและอิหร่าน เคยมีการฝึกคาราคัลให้ล่านกด้วย และนี่เป็นที่มาของสำนวนภาษาอังกฤษ ว่า 'to put a cat amongst the pigeons' คาราคัลจะถูกนำไปไว้ในเวทีที่เต็มไปด้วยฝูงนกพิราบเพื่อแข่งขันกันว่าแมวตัวไหนจะฆ่านกได้มากที่สุด นอกจากนี้ยังมีการเลี้ยงไว้เพื่อล่าแอนติโลป กระต่าย และหมาจิ้งจอกอีกด้วย

คาราคัลหากินตอนกลางคืนเป็นส่วนใหญ่ แต่ละคืนอาจเดินหากินเป็นระยะทางถึง 20 กิโลเมตร หลับพักผ่อนในโพรง หลืบหิน หรือพุ่มไม้ทึบ หรือบางครั้งก็บนต้นไม้ แมวชนิดนี้มักไม่ค่อยส่งเสียงนัก ส่วนใหญ่มักเป็นการ ส่งเสียงครางต่ำ ๆ และทำเสียงฟุดฟิดเมื่อฉุนเฉียว เสียงร้องเรียกคู่คล้ายเสียงเห่าและดัง สายตาและหูดีมาก แต่ความไวจมูกปานกลาง

คาราคัลตัวผู้มีพื้นที่หากินเฉลี่ยประมาณ 221 ตารางกิโลเมตร ตัวเมียประมาณ 57 ตารางกิโลเมตร ยิ่งตัวใหญ่ก็ยิ่งมีพื้นที่หากินกว้าง อาณาเขตของตัวผู้จะซ้อนทับกันค่อนข้างมาก (ราว 50 เปอร์เซ็นต์) และซ้อนทับกับพื้นที่ของตัวเมียหลายตัว เคยพบคาราคัลตัวผู้ที่เดินทางไกลถึง 90 กิโลเมตรเพื่อแสวงหาอาณาเขต ส่วนตัวเมียจะใช้พื้นที่ไม่ไกลจากแหล่งกำเนิดเป็นอาณาเขตและพื้นที่ของตัวเมียซ้อนทับกับพื้นที่ของแม่ ส่วนคาราคัลในทะเลทรายเนเกฟในอิสราเอล ใช้พื้นที่หากินกว้างกว่าพวกที่อยู่ในแอฟริกาใต้ แม้จะมีเหยื่อให้กินมากอันเนื่องมาจากระชลประทานที่ดีก็ตาม

ชีววิทยา[แก้]

คาดว่าคาราคัลผสมพันธุ์ได้ตลอดทั้งปี ในแถบซาฮารามักผสมพันธุ์ในเดือนมกราคมซึ่งเป็นกลางฤดูหนาว มีช่วงเวลาเป็นสัดนาน 5-6 วัน และมีคาบการเป็นสัด 14 วัน ในช่วงเป็นสัดแมวตัวเมียอาจจับคู่กับตัวผู้ได้มากถึงสามตัว โดยจับคู่ตามลำดับบรรดาศักดิ์ของตัวผู้ ซึ่งขึ้นอยู่กับอายุและขนาด แม่แมวตั้งท้องนาน 71-81 วัน ออกลูกครอกละ 1-4 ตัว บางครั้งอาจมากถึง 6 ตัว ทำรังเลี้ยงลูกในโพรงหรือหลืบหินหรือพุ่มทึบ พื้นรังปูด้วยขน ลูกแมวแรกเกิดสีเข้มกว่าตัวผู้ใหญ่ ท้องมีจุดสีอมแดง จุดนี้จะจางหายไปเมื่อโตขึ้น ลืมตาได้ตั้งแต่วันแรก แต่จะเปิดเต็มที่ได้เมื่ออายุได้ 6-10 วัน ช่วงแรกลูกแมวจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นวันละ 21 กรัม เมื่ออายุได้สามสัปดาห์ แม่จะพาออกมาจากรังเพื่อย้ายรังเป็นครั้งแรก เมื่อลูกแมวอายุได้ 4-5 สัปดาห์ก็จะซุกซนมากและส่งเสียงร้องจิ๊บเหมือนนก เมื่ออายุได้ 10 สัปดาห์ก็หย่านม แต่จะยังคงอยู่กับแม่จนกระทั่งอายุครบขวบ แมวตัวผู้จะเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุได้ 12.5-15 เดือน ส่วนตัวเมียเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุได้ 14-16 เดือน และคาดว่ามีลูกได้ทุกปี ตั้งท้องครั้งสุดท้ายเมื่ออายุ 18 ปี ในแหล่งเพาะเลี้ยงมีอายุได้ถึง 19 ปี

แมวชนิดนี้เพาะพันธุ์ได้ง่าย มีการเลี้ยงในสวนสัตว์หลายแห่ง

ภัยคุกคาม[แก้]

คาราคัลมักถูกล่าจากข้อหาว่าไปฆ่าสัตว์เลี้ยงขนาดเล็กในฟาร์มของชาวบ้าน ข้อกล่าวหานี้มีส่วนจริง จากการวิเคราะห์กระเพาะและขี้ของคาราคัลนอกเขตคุ้มครอง พบว่าสัตว์เลี้ยงของชาวบ้านเป็นเหยื่อประจำของคาราคัลจริงและมีอยู่ปริมาณพอสมควร (17-55%) อัตราสูญเสียสัตว์เลี้ยงมีมากถึง 5.3 ตัวต่อ 10 ตารางกิโลเมตร อย่างไรก็ตามปัญหานี้เกิดขึ้นเฉพาะในแอฟริกาใต้และนามิเบียเท่านั้น ในระหว่างปี 2474-2495 มีปฏิบัติการควบคุมจำนวนคาราคัลในพื้นที่คารู จากรายงานระบุว่ามีคาราคัลถูกฆ่าตายไปเฉลี่ย 2,219 ตัวต่อปี ในปี 2532 มีการสำรวจกลุ่มนักล่าที่คอยล่าสัตว์ที่ก่อปัญหาในจังหวัดเคป พบว่า จำนวนของคาราคัลที่ถูกกำจัดและจับมีราว 0.02-1.6 ต่อ 10 ตารางกิโลเมตรต่อปี ในปี 2524 มีการสำรวจพบว่าคาราคัลถูกชาวบ้านฆ่าตายรวม 2,800 ตัว อย่างไรก็ตาม ความพยายามที่จะควบคุมจำนวนคาราคัลนี้ดูเหมือนจะมีผลต่อจำนวนประชากรไม่มากนัก เพราะมักพบว่าหลังจากที่คาราคัลถูกกำจัดไปจากพื้นที่หนึ่ง คาราคัลตัวอื่นก็เข้ามาครอบครองพื้นที่แทน

การล่าเพื่อเอาหนังและเพื่อการเปิบพิสดารก็มีรายงานในแอฟริกาตะวันตกและแอฟริกากลางเช่นกัน ซึ่งในพื้นที่ดังกล่าวมีประชากรคาราคัลไม่หนาแน่นมากนัก

ภัยคุกคามอีกอย่างอย่างหนึ่งคือการสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัย เพราะชุมชนมนุษย์เริ่มรุกล้ำพื้นที่หากินของคาราคัล และสัตว์เหยื่อของคาราคัลก็ถูกกำจัดออกไปด้วย

สถานภาพ[แก้]

จำนวนประชากรของคาราคัลในธรรมชาติยังไม่ทราบแน่ชัด ในเอเชียและตอนเหนือของทวีปแอฟริกาเหลือน้อยและถูกคุกคาม พันธุ์แอฟริกาใต้ (C.c. caracal) ที่อยู่ในแอฟริกาตอนใต้ยังมีอยู่มาก พบมากที่สุดในประเทศแอฟริกาใต้และนามิเบีย และเขตกระจายพันธุ์ในส่วนนี้ยังคงขยายออกไป ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการที่หมาจิ้งจอกหลังดำถูกชาวไร่กำจัดออกไปจากพื้นที่ สถานภาพโดยรวมของแมวชนิดนี้ในทวีปแอฟริกาถือว่าอยู่ในระดับที่ปลอดภัย ตรงข้ามกับชนิดย่อยที่อยู่ในเอเชียถูกคุกคามอย่างหนัก ในปี 2536 พบว่าในเติร์กเมนิสถานเหลือคาราคัลอยู่เพียง 250-300 ตัว ส่วนในอินเดียก็ถือเป็นสัตว์หายาก

ไซเตสจัดแมวคาราคัลในแอฟริกาไว้ในบัญชีหมายเลข 2 ส่วนพันธุ์ที่อยู่ในเอเชียอยู่ในบัญชีหมายเลข 1

ประเทศที่ห้ามล่า[แก้]

แองโกลา เบนิน บูร์กินาฟาโซ แคเมอรูน เอธิโอเปีย เคนยา มอริเตเนีย โมซัมบิก ไนจีเรีย ซาอีร์ แอลจีเรีย อินเดีย อิหร่าน อิสราเอล คาซัคสถาน โมร็อกโก ปากีสถาน ทาจิกิสถาน ตูนิเซีย ตุรกี เติร์กเมนิสถาน อุสเบกิสถาน

ประเทศที่ไม่มีการคุ้มครอง[แก้]

คองโก กาบอง แกมเบีย กีนีบิสเชา ไอวอรีโคสต์ เลโซโท มลาวี มาลี นามิเบีย ไนเจอร์ รวันดา แอฟริกาใต้ ซูดาน สวาซิแลนด์ โตโก อูกันดา ซิมบับเว อียิปต์ เลบานอน โอมาน ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ไม่มีข้อมูล[แก้]

บุรุนดี ชาด กีนี อัฟกานิสถาน อิรัก จอร์แดน คูเวต ลิเบีย กาตาร์ ซีเรีย ซาฮาราตะวันตก

ประเทศที่ควบคุมการล่าและการค้า[แก้]

บอตสวานา สาธารณรัฐแอฟริกากลาง เซเนกัล โซมาเลีย แทนซาเนีย แซมเบีย


ข้อมูลอ้างอิง[แก้]

  1. Wozencraft, W. Christopher (16 November 2005). "Order Carnivora (pp. 532-628)". In Wilson, Don E., and Reeder, DeeAnn M., eds. Mammal Species of the World: A Taxonomic and Geographic Reference (3rd ed.). Baltimore: Johns Hopkins University Press, 2 vols. (2142 pp.). pp. 533. ISBN 978-0-8018-8221-0. OCLC 62265494
  2. Breitenmoser, C., Henschel, P. & Sogbohossou, E. (2008). Caracal caracal. In: IUCN 2008. IUCN Red List of Threatened Species. Downloaded on 18 January 2009. Database entry includes justification for why this species is of least concern
  3. "SCI recordbook -Caracal". Safari Club International. สืบค้นเมื่อ 2009-06-10.
  4. D.L. Drake-Brockman; Drake-Brockman, D.L (1909). "Volume 1 of District Gazetteers of the United Provinces of Agra and Oudh". Government Press, United Provinces, India: 552. ... The caracal (felia caracal) or syahgosh is also found in the Dun ...
  5. af:Rooikat Article on the Afrikaans Wikipedia.
  6. Snow Leopards of Leafy London. สารคดีทางแอนนิมอลแพลนเน็ต ทางทรูวิชั่นส์: พุธที่ 25 ธันวาคม 2556
  7. แม้จะได้ชื่อว่าเป็นลิงซ์ แต่แคราแคลก็ไม่ได้จัดว่าเป็นลิงซ์แต่อย่างใด แต่เชื่อกันว่า แคราแคลเป็นญาติใกล้ชิดกับเสือไฟแอฟริกาและเซอร์วัล แคราแคลถูกจัดว่าเป็นแมวขนาดเล็ก แต่ก็เป็นแมวขนาดเล็กที่หนักที่สุด รวดเร็วที่สุด เร็วใกล้เคียงกับเซอร์วัล ปองพล อดิเรกสาร. สัตว์ป่าแอฟริกา. กรุงเทพฯ : เอเรียสบุ๊คส์, 2553. 272 หน้า. ISBN 978-616-90508-0-3

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]