เสือดาวหิมะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เสือดาวหิมะ
Uncia uncia.jpg
สถานะการอนุรักษ์
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Mammalia
อันดับ: Carnivora
วงศ์: Felidae
สกุล: Panthera
สปีชีส์: P.  uncia
ชื่อทวินาม
Panthera uncia
(Schreber, 1775)
Snow leopard range.png
แผนที่แสดงการกระจายพันธุ์ของเสือดาวหิมะ
ชื่อพ้อง[1]
  • Uncia uncia (Schreber, 1775)
  • Felis irbis Ehrenberg, 1830 (= Felis uncia Schreber, 1775)

เสือดาวหิมะ (อังกฤษ: Snow leopard, Ounce) สัตว์ในวงศ์ Felidae ชนิดหนึ่ง เป็นสัตว์ป่าที่หายากใกล้สูญพันธุ์ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Panthera uncia

เดิมทีเสือดาวหิมะ ใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Uncia uncia โดยถือว่าเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวเท่านั้นที่อยู่ในสกุล Uncia โดยใช้มาตั้งแต่ยุคทศวรรษที่ 30[2] แต่จากการศึกษาด้านจีโนไทป์พบว่าอยู่ในสกุล Panthera เช่นเดียวกับเสือใหญ่หลายชนิด ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2008 และถูกจำแนกออกเป็น 2 ชนิดย่อย แต่ถึงอย่างไรก็ตามความแตกต่างทางพันธุกรรมของทั้ง 2 ชนิดนี้ยังไม่ได้รับการตัดสิน[2][1]

มีขนยาวหนาแน่น สีพื้นเทาอมเหลือง บริเวณสีข้างจะอมเหลืองจาง ๆ มีลายดอกเข้มทั่วตัวคล้ายเสือดาว (P. pardus) ช่วยให้ดูกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมที่อาศัยซึ่งเป็นภูเขาหินและหิมะปกคลุม ลายดอกบริเวณหลังและสีข้างมีขนาดใหญ่ ส่วนบริเวณหัวและขาเป็นลายจุดขนาดเล็ก บริเวณคาง อก และท้องเป็นสีขาวปลอดไม่มีลาย ลายบริเวณหลังและสีข้างจะจางกว่าบริเวณอื่น ซึ่งต่างจากเสือลายจุดชนิดอื่นที่มักมีลายที่หลังเข้มกว่า หางด้านบนจะเป็นวงสีดำ ด้านล่างของหางเป็นจุดจาง ๆ เปรียบเทียบลายดอกของเสือดาวหิมะกับของเสือดาวแล้ว ดอกของเสือดาวหิมะจะห่างกันมากกว่าและไม่คมชัดเท่า มีกล้ามเนื้อหน้าอกและหัวไหล่ที่แข็งแรง อุ้งเท้ากว้างแข็งแรงและปกคลุมด้วยขน ช่วยให้เพิ่มพื้นที่ผิวและกระจายน้ำหนักตัวลงบนหิมะได้อย่างสม่ำเสมอ และช่วยปกป้องอุ้งเท้าจากความเย็นของหิมะได้ดี มีโพรงจมูกใหญ่ที่มีลักษณะพิเศษช่วยให้อากาศที่เย็นเปลี่ยนเป็นอุ่น ก่อนที่จะสูดหายใจเข้าไปในปอด[3] และมีหางยาวที่ขนฟูสามารถพันรอบตัวเพื่อป้องกันความหนาวได้เหมือนผ้าพันคอ[4]

มีความยาวลำตัวและหัว 90–135 เซนติเมตร ความยาวหาง 90 เซนติเมตร ความสูงถึงหัวไหล่ 60 เซนติเมตร น้ำหนักในตัวผู้ 44–55 กิโลกรัม ตัวเมีย 35–40 กิโลกรัม เสือดาวหิมะตัวเมียจะตกลูกครั้งละ 2 ตัว ทุก ๆ 2 ปี ลูกตัวผู้จะอยู่กับแม่นาน 18 เดือน ส่วนตัวเมียจะอยู่ 2 ปี ก่อนจะแยกตัวออกไป[5]

มีการกระจายพันธุ์อย่างกว้างขวางบนภูเขาสูงที่มีหิมะปกคลุมในภูมิภาคเอเชียกลาง เช่น มองโกเลีย, ภูฐาน, ทิเบต, จีน, อัฟกานิสถาน, รัสเซีย, อินเดีย, เนปาล โดยพบที่ทิเบตและจีนมากที่สุด มีชนิดย่อยทั้งหมด 2 ชนิด คือ U. u. uncia พบในมองโกเลียและรัสเซีย และ U. u. uncioides พบในจีนและเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งที่อยู่ของทั้ง 2 ชนิดนี้ไม่เชื่อมต่อติดกัน โดยเสือดาวหิมะถือเป็นสัตว์นักล่าหรือสัตว์กินเนื้อเพียงชนิดเดียวเท่านั้นที่พบได้ในภูมิภาคเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งเป็นเทือกเขาสูง [6] แต่ปัจจุบันได้มีการจำแนกออกเป็น 3 ชนิด คือ P. u. irbis พบทางภาคเหนือของภูมิภาคอัลไต, P. u. uncioides พบศูนย์กลางของเทือกเขาหิมาลัยหลักและที่ราบสูงทิเบต และP. u. uncia พบทางตะวันตกของเทือกเขาเทียนซาน, ปามีร์, ภูมิภาคทรานส์หิมาลัย [2]

มีพฤติกรรมและชีววิทยาเป็นสัตว์ที่มีนิสัยขี้อาย มักหลบเมื่อพบกับมนุษย์ สามารถกระโดดได้ไกลถึง 15 เมตร มีรายงานนอนกลางวันชอบหลบไปนอนในรังของแร้งดำหิมาลัย (Aegypius monachus) โดยการกระโดดขึ้นไปเลยไม่ใช้การปีน

ออกล่าเหยื่อในเวลาพลบค่ำหรือกลางคืน โดยล่าสัตว์ทุกขนาดทั้งสัตว์ใหญ่สัตว์เล็ก รวมถึงล่าปศุสัตว์ของมนุษย์ เช่น แพะหรือแกะ เป็นอาหารได้ด้วย[6] โดยปกติแล้วจะล่าเหยื่อและอยู่ตามลำพัง ยกเว้นในฤดูผสมพันธุ์ ที่อาจอยู่เป็นคู่ เมื่อล่าเหยื่อได้แล้วอาจจะกินไม่หมดในครั้งเดียว อาจใช้เวลานานถึง 3–4 วันกว่าเหยื่อจะหมด นานที่สุดคือ 1 สัปดาห์ และจากคำบอกเล่าของชาวพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ที่เทือกเขาปามีร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัยเล่าว่า เสือดาวหิมะเป็นสัตว์ฉลาด เมื่อจะล่าแพะป่า จะใช้วิธีกลิ้งหินจากข้างบนเพื่อให้เข้าใจผิดว่าเป็นลมพัด เมื่อแพะอยู่นิ่ง ๆ เสือดาวหิมะจึงจะจู่โจม[6]

เสือดาวหิมะมักอยู่ในพื้นที่เล็ก ๆ ในระยะเวลาประมาณ 7–10 วัน ก่อนที่จะเดินทางไกลไปอีกที่หนึ่ง ระยะทางที่เดินทางวันหนึ่งเฉลี่ยราว 1 กิโลเมตรสำหรับตัวผู้และ 1.3 กิโลเมตรสำหรับตัวเมีย บางครั้งอาจเดินทางได้ไกลถึงวันละ 7 กิโลเมตร

ในอดีตมีการล่าเสือดาวหิมะเพื่อทำเป็นเสื้อขนสัตว์ โดยมีราคาซื้อขายสูงถึงตัวละ 50,000 ดอลลาร์ และมีการล่าถึงปีละ 1,000 ตัว จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1952 ทางรัฐบาลอินเดียจึงได้ออกกฎหมายคุ้มครองขึ้นมา แต่ปัจจุบันก็ยังมีการลักลอบในพื้นที่ต่าง ๆ เช่นกัน

เดิมที สหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ (IUCN) ได้จัดสถานะให้เสือดาวหิมะเป็นสัตว์ที่อยู่ในสภานะใกล้สูญพันธุ์ (EN) แต่นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2014 เป็นต้นมา ผลจากการอนุรักษ์ตลอดจนลดความขัดแย้งกับผู้เลี้ยงปศุสัตว์และการสร้างจิตสำนึกในการหวงแหนสัตว์ป่าหายากของชาวพื้นเมือง ทำให้เสือดาวหิมะมีปริมาณในธรรมชาติเพิ่มมากขึ้น โดยคาดการณ์ว่ามีราว 4,000 ตัว และอาจมากถึง 10,000 ตัว จึงทำให้ IUCN ปรัดลดสถานะของเสือดาวหิมะลงมาเป็นอยู่ในข่ายที่จะเข้าสู่สถานะใกล้สูญพันธุ์ (VU) แทน ในปี ค.ศ. 2017[7]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 "Panthera uncia". IUCN Red List of Threatened Species. Version 2017.2. International Union for Conservation of Nature. 2016. สืบค้นเมื่อ 14 September 2017. 
  2. 2.0 2.1 2.2 Janecka, J. E.; Jackson, R.; Zhang, Y.; Diqiang Li, Munkhtsog; Buckley-Beason, V.; Murphy, W. J. (2008). "Population Monitoring of Snow Leopards Using Noninvasive Genetics". Cat News 48: 7–10. 
  3. Snow Leopards of Leafy London. สารคดีทางแอนนิมอลแพลนเน็ต ทางทรูวิชั่นส์: พุธที่ 25 ธันวาคม 2556
  4. Ganges River Of Life, "Wildest India". สารคดีทางแอนนิมอลแพลนเน็ต ทางทรูวิชั่นส์: เสาร์ที่ 12 กรกฎาคม 2557
  5. "เสือดาวหิมะ..นักล่าแห่งขุนเขา 19 มกราคม 2559 ตอนที่ 2". ช่อง 7. 19 January 2016. สืบค้นเมื่อ 19 January 2016. 
  6. 6.0 6.1 6.2 "มนต์เสน่ห์แห่งมองโกเลีย 04 ธันวาคม 2558 Marco Polo Sheep". ช่อง 7. 4 December 2015. สืบค้นเมื่อ 4 December 2015. 
  7. หน้า 7, เลื่อนสถานะอนุรักษ์เสือดาวหิมะห่างจากการสูญพันธุ์. "ทันโลก". ไทยรัฐปีที่ 68 ฉบับที่ 21798: วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560 ขึ้น 6 ค่ำ เดือน 11 ปีระกา

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]