ข้ามไปเนื้อหา

จิตร ภูมิศักดิ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จิตร ภูมิศักดิ์
เกิดสมจิตร ภูมิศักดิ์
25 กันยายน พ.ศ. 2473
อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี ประเทศสยาม
เสียชีวิต5 พฤษภาคม พ.ศ. 2509 (35 ปี)
อำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร ประเทศไทย
สาเหตุเสียชีวิตถูกฆาตกรรมโดยการล้อมยิง
ชื่ออื่นสหายปรีชา
ศิษย์เก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (อ.บ.)
อาชีพ
  • นักเขียน
  • นักประวัติศาสตร์
  • นักภาษาศาสตร์
  • นักแปล
  • กวี
  • นักแต่งเพลง
  • อาจารย์
  • นักเคลื่อนไหว
ผลงานเด่น
พรรคการเมืองพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (2508–2509)
ถูกกล่าวหากระทำการเป็นคอมมิวนิสต์
สถานะทางคดีถูกคุมขังก่อนพิจารณาคดี และยกฟ้อง
ลายมือชื่อ

จิตร ภูมิศักดิ์ (ชื่อเกิด สมจิตร ภูมิศักดิ์; 25 กันยายน พ.ศ. 2473 – 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2509) เป็นนักเขียน นักประวัติศาสตร์[1] นักภาษาศาสตร์ และนักเคลื่อนไหวฝ่ายซ้ายชาวไทย ผลงานของเขาได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในหนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่านจำนวน 3 รายการ

จิตรเป็นนักวิชาการรุ่นใหม่ที่กล้าโต้แย้งแนวคิดของปราชญ์คนสำคัญ ด้วยการให้เหตุผลที่ลุ่มลึกและเป็นระบบ ผลงานการค้นคว้าทางวิชาการของเขามีความโดดเด่นทั้งความแปลกใหม่และความลึกซึ้ง ขณะเดียวกัน จิตรยังมีแนวคิดคัดค้านเผด็จการและการใช้อำนาจกดขี่ของชนชั้นนำมาโดยตลอด[2]

แม้เขาจะมีผลงานครอบคลุมหลายแขนง แต่อุดมการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจกลับเป็นปฏิปักษ์กับระบอบทหารซึ่งต่อต้านคอมมิวนิสต์อย่างเข้มข้นในขณะนั้น จึงทำให้จิตรตัดสินใจเข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ก่อนถูกยิงเสียชีวิตในเวลาต่อมา อย่างไรก็ดี ผลงานและแนวคิดของเขายังคงเป็นแรงผลักดันทางปัญญาที่มีส่วนต่อการก่อเกิดเหตุการณ์วันมหาวิปโยคเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516[3] และยังคงมีอิทธิพลสืบมาจนถึงปัจจุบัน

ประวัติ

[แก้]
จิตร ภูมิศักดิ์ ในวัยเด็ก

จิตร ภูมิศักดิ์ เกิดเมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2473 ที่อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี เดิมมีชื่อว่า "สมจิตร ภูมิศักดิ์" ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น "จิตร" เพียงคำเดียว ตามนโยบายของจอมพล แปลก พิบูลสงคราม ซึ่งกำหนดแนวทางการตั้งชื่อบุคคลให้สะท้อนความแตกต่างทางเพศอย่างชัดเจน[4] เป็นบุตรของศิริ ภูมิศักดิ์ เสมียนสรรพสามิต กับแสงเงิน ฉายาวงศ์[5] บิดาของจิตรได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้มีความคิดก้าวหน้าและทันสมัยกว่าคนทั่วไปในยุคเดียวกัน โดยเปิดรับเทคโนโลยีและแนวคิดใหม่ ๆ จากต่างประเทศเข้ามาใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งมีอิทธิพลต่อการปลูกฝังแนวคิดและทัศนคติของจิตร ทำให้เขาเติบโตขึ้นพร้อมมุมมองที่เปิดกว้างและล้ำหน้ากว่าเยาวชนส่วนใหญ่ในสมัยนั้น[4]

ใน พ.ศ. 2479 จิตรได้ติดตามบิดา ซึ่งรับราชการเป็นนายตรวจสรรพสามิต เดินทางไปรับราชการที่จังหวัดกาญจนบุรี และเข้าศึกษาระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนประจำจังหวัดกาญจนบุรี กระทั่ง พ.ศ. 2482 ครอบครัวย้ายมาพำนักที่จังหวัดสมุทรปราการ อย่างไรก็ตาม เพียงเจ็ดเดือนต่อมาบิดาได้รับคำสั่งให้ย้ายไปปฏิบัติราชการที่เมืองพระตะบอง (ซึ่งในปัจจุบันอยู่ในประเทศกัมพูชา) จิตรจึงย้ายตามไปศึกษาในระดับมัธยมศึกษา ณ เมืองดังกล่าว

ต่อมา ครอบครัวได้แยกย้ายกลับประเทศไทย โดยมารดาเดินทางไปประกอบอาชีพค้าขายที่จังหวัดลพบุรี ส่วนจิตรพร้อมพี่สาวย้ายเข้ามาศึกษาต่อในจังหวัดพระนคร จิตรได้เข้าศึกษาที่โรงเรียนเบญจมบพิตร (ปัจจุบันคือโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร) ก่อนสอบเข้าในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และในเวลาต่อมาได้เข้าศึกษาในระดับปริญญาตรีที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมีบทบาทสำคัญต่อการหล่อหลอมแนวคิดทางวิชาการและการเมืองของเขาในภายหลัง

ในด้านชีวิตส่วนตัว จิตรเคยมีความสัมพันธ์กับ เวียน เกิดผล ตั้งแต่สมัยศึกษาอยู่ระดับมัธยมศึกษา ทั้งสองใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันเป็นระยะเวลาหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ดังกล่าวสิ้นสุดลงโดยมิได้มีการสมรส[6]

การเคลื่อนไหวทางการเมือง

[แก้]
จิตรขณะเดินทางไปเยี่ยมชมนครวัด ประเทศกัมพูชา

จิตรเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างจากเหตุการณ์ "โยนบก" เมื่อครั้งที่เขาดำรงตำแหน่งสาราณียกรของหนังสือประจำปีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ใน พ.ศ. 2496 ในการจัดทำหนังสือครั้งนั้น จิตรได้ปรับเปลี่ยนเนื้อหาจากรูปแบบตามประเพณีที่มุ่งเสนอภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัย ไปสู่การนำเสนอข้อเขียนเชิงวิพากษ์วิจารณ์ที่สะท้อนปัญหาสังคม และประณามการเอารัดเอาเปรียบในสังคมไทย ผลงานดังกล่าวสร้างความไม่พอใจแก่ฝ่ายผู้มีอำนาจ หนังสือที่กำลังจัดพิมพ์ถูกตำรวจสันติบาลสั่งอายัด และจิตรยังถูกเรียกเข้าสอบสวนที่หอประชุมใหญ่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เหตุการณ์บานปลายเมื่อกลุ่มนิสิตที่นำโดย สีหเดช บุนนาค จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ เข้าจับตัวจิตรแล้วโยนลงจากเวทีหอประชุม ส่งผลให้เขาได้รับบาดเจ็บและต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลหลายวัน ต่อมา มหาวิทยาลัยได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนและมีมติให้ลงโทษพักการเรียนจิตรเป็นเวลา 1 ปี ใน พ.ศ. 2497[7]

ระหว่างถูกพักการเรียน จิตรได้ประกอบอาชีพเป็นครูสอนภาษาไทยที่โรงเรียนอินทร์ศึกษา แต่สอนอยู่ได้เพียงระยะสั้นก็ถูกให้ออกจากงาน โดยถูกกล่าวหาว่ามีความคิดหัวก้าวหน้าเกินไป หลังจากนั้นจิตรได้เข้าทำงานที่หนังสือพิมพ์ ไทยใหม่ และเริ่มสร้างสรรค์งานเขียนเชิงวิจารณ์ด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการวิจารณ์วรรณกรรม หนังสือ และภาพยนตร์ โดยใช้นามปากกาหลากหลาย เช่น "บุ๊คแมน" และ "มูฟวี่แมน" ผลงานดังกล่าวได้รับการยกย่องว่ามีคุณค่าทางวิชาการและเปิดมิติใหม่ให้แก่วงการวิจารณ์ในสังคมไทย[4]

งานเขียนที่สำคัญที่สุดชิ้นหนึ่งของเขาคือ โฉมหน้าศักดินาไทย ซึ่งวิเคราะห์พัฒนาการทางสังคมและโครงสร้างอำนาจของไทยตามแนวคิดวัตถุนิยมทางประวัติศาสตร์ในสำนักลัทธิมากซ์ ผลงานชิ้นนี้กลายเป็นหมุดหมายสำคัญของการศึกษาประวัติศาสตร์เชิงวิพากษ์ในประเทศไทย และถูกนำมาศึกษาอย่างกว้างขวางทั้งในแวดวงวิชาการและการเมือง[8][9]

หลังสิ้นสุดโทษพักการเรียนใน พ.ศ. 2498 จิตรกลับเข้าศึกษาต่อจนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาอักษรศาสตร์บัณฑิตใน พ.ศ. 2500 จากนั้นได้รับการบรรจุเป็นอาจารย์ที่วิทยาลัยเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์ และยังได้ศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่วิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตร (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ)[10]

ชีวิตของเขาเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2501 จิตรถูกจับกุมในข้อหากระทำการอันเป็นคอมมิวนิสต์ และถูกนำตัวไปควบคุมในสถานที่ต่าง ๆ ก่อนถูกส่งไปคุมขังที่เรือนจำกลางคลองเปรมใน พ.ศ. 2503[11] กระทั่งวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2506 อัยการศาลทหารกรุงเทพ ได้ยื่นฟ้องตามพระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พ.ศ. 2495 แต่ศาลทหารมีคำพิพากษายกฟ้อง โดยให้เหตุผลว่า รัฐบาลได้ออกกฎหมายนิรโทษกรรมในโอกาสครบรอบ 25 พุทธศตวรรษแล้ว การดำเนินคดีดังกล่าวจึงเป็นการฟ้องซ้ำ ศาลมีคำสั่งปล่อยตัวจิตรเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2507[12]

อย่างไรก็ดี ภายหลังการปล่อยตัว จิตรยังคงถูกเจ้าหน้าที่รัฐติดตามและคุกคามอย่างใกล้ชิด ทำให้ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2508 เขาตัดสินใจเดินทางเข้าสู่ชนบทภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อเข้าร่วมการต่อสู้กับการปกครองโดยระบอบเผด็จการทหารภายใต้รัฐบาลจอมพล ถนอม กิตติขจร ในนาม "สหายปรีชา" จนกระทั่งวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2509 จิตรเสียชีวิตจากการถูกล้อมยิงโดยกลุ่มอาสาสมัครและเจ้าหน้าที่รัฐ บริเวณทุ่งนากลางป่าละเมาะ บ้านหนองกุง ตำบลคำบ่อ อำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร[13]

ด้วยบทบาททางความคิดและการต่อสู้ จิตรได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักคิดนักปฏิวัติสำคัญของไทย บางครั้งถูกขนานนามว่าเป็น "เช เกบารา เมืองไทย"[14]

ผลงานเขียน

[แก้]

จิตรมีความสามารถในด้านภาษาศาสตร์และนิรุกติศาสตร์อย่างมาก และยังมีความสามารถระดับสูงในด้านอื่น ๆ เช่น ประวัติศาสตร์ ถือว่าเป็นอัจฉริยะบุคคลของไทยคนหนึ่ง ในด้านภาษาศาสตร์นั้น จิตรมีความเชี่ยวชาญในภาษาฝรั่งเศส ภาษาบาลี ภาษาสันสกฤต ภาษาเขมร โดยเฉพาะภาษาเขมรนั้น จิตรมีความเชี่ยวชาญทั้งภาษาเขมรปัจจุบันและภาษาเขมรโบราณด้วย นอกจากนี้ จิตรได้เขียนพจนานุกรม"ภาษาละหุ" (มูเซอ) โดยเรียนรู้กับชาวมูเซอขณะอยู่ในคุกลาดยาว

ผลงาน 3 รายการของเขาได้รับยกย่องเป็น หนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน ประกอบด้วย โฉมหน้าของศักดินาไทยในปัจจุบัน (2500), ความเป็นมาของคำสยาม ไทย, ลาว และขอม และลักษณะทางสังคมของชื่อชนชาติ และ บทกวีของจิตร ภูมิศักดิ์

รายการบทความและงานเขียนเท่าที่ปรากฏเช่น

  • จากพญาฝันถึงทยอยใน (2496)
  • นวนิยายเรื่องขวัญเมือง
  • การปฏิวัติในฝรั่งเศส
  • ตำนานนครวัด (2498-2499)
  • ศิลปะเพื่อชีวิต ศิลปะเพื่อประชาชน (2500)
  • บทบาททางวรรณคดีของพระมหามนตรี (2500)
  • ชีวิตและศิลปะ (2500-2501)
  • โฉมหน้าของศักดินาไทยในปัจจุบัน (2500)
  • เพลงยาวบัตรสนเท่ห์ (2500)
  • คนขี่เสือ งานแปล (2501)
  • โองการแช่งน้ำ และ ข้อคิดใหม่ในประวัติศาสตร์ไทยลุ่มน้ำเจ้าพระยา (2505)
  • ความเป็นมาของคำสยาม ไทย, ลาว และ ขอม และลักษณะทางสังคมของชื่อชนชาติ ฉบับสมบูรณ์ เป็นผลงานรวมเล่มระหว่าง ข้อเท็จจริงว่าด้วยชนชาติขอม กับ ความเป็นมาของคำสยาม ไทย, ลาว และ ขอม และลักษณะทางสังคมของชื่อชนชาติ
  • ศัพท์สันนิษฐานและอักษรวินิจฉัย
  • ภาษาและนิรุกติศาสตร์
  • บทวิเคราะห์วรรณกรรมยุคศักดินา
  • ความเรียงว่าด้วยศาสนา งานแปล
  • ว่าด้วยงานศิลปะวรรณคดี งานแปล
  • เสียงเพลงแห่งการต่อต้าน
  • บทวิเคราะห์มรดกวรรณคดีไทย
  • โคทาน งานแปล
  • นิราศหนองคายวรรณคดีที่ถูกสั่งเผา
  • บทวิพากษ์ว่าด้วยศิลปวัฒนธรรม
  • ความอบอุ่นอันอ่อนหวาน
  • คาร์ลมาซ์ก งานแปล
  • แม่ งานแปล
  • กรณี'โยนบก' ๒๓ ตุลา
  • พระเจ้ากำเนิดข้ามาเสรี
  • ความใฝ่ฝันแสนงาม
  • หลุมฝังศพของดนตรีไทย

บทเพลงและบทกวีเท่าที่ปรากฏ

  • เพลง ภูพานปฏิวัติ
  • เพลง มาร์ชเยาวชนไทย
  • เพลง มาร์ชกรรมกร
  • เพลง เปิบข้าว
  • เพลง ธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ชิงชัย
  • เพลง แสงดาวแห่งศรัทธา
  • เพลง ทะเลชีวิต
  • บทกวี เธอคือหญิงรับจ้างแท้ใช่แม่คน
  • บทกวี อะไรแน่ ศาสนา ข้าสงสัย
  • บทกวี ฉันท์ ๒๙ มีน์ ๙๓ งานถวายพระเพลิง
  • บทกวีของจิตร ภูมิศักดิ์

นามปากกา

[แก้]

นามปากกา ของจิตรมีเป็นจำนวนมาก เช่น

อนุสรณ์

[แก้]
ป้ายโฆษณาสุขสันต์วันเกิดจิตรเมื่อปี 2563

อนุสาวรีย์จิตร ภูมิศักดิ์ตั้งอยู่ที่บ้านหนองกุง ตำบลคำบ่อ อำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานวัน "จิตร ภูมิศักดิ์" ในวันที่ 5 พฤษภาคม ของทุกปี[10]

ในวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2547 ปานชัย บวรรัตนปราณ ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร (ในขณะนั้น) ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร และเทศบาลตำบลคำบ่อ ดำเนินการปรับภูมิทัศน์บริเวณที่จิตรถูกยิงเสียชีวิต พร้อมสร้างรูปปั้นจิตรแบบครึ่งตัวไว้ในพื้นที่ดังกล่าว ในโอกาสการรำลึก 80 ปีชาตกาลจิตร ภูมิศักดิ์ ในวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 ได้มีพิธีวางศิลาฤกษ์การสร้างอนุสรณ์สถานจิตร ภูมิศักดิ์ และมีพิธีเปิดเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 ราษฎารานุสาวรีย์ของจิตร ภูมิศักดิ์ เป็นผลงานของสันติ พิเชฐชัยกุล

ใน พ.ศ. 2563 กรรมการนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยออกแถลงการณ์ขอโทษกรณีโยนบกจิตร[15]

อ้างอิง

[แก้]
  1. "25 กันยายน 2473 วันเกิด จิตร ภูมิศักดิ์ นักคิด-นักประวัติศาสตร์ที่ "ก่อเกิด" สองครั้ง". ศิลปวัฒนธรรม. 25 กันยายน 2016.
  2. "จากโซ่ตรวนถึงความตายวาระสุดท้ายแห่งชีวิตจิตร ภูมิศักดิ์". 18 ตุลาคม 2002. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 27 พฤศจิกายน 2013. สืบค้นเมื่อ 10 มกราคม 2014.
  3. ธนาพล อิ๋วสกุล และคณะ. 5 พ.ค. 2509 จิตร ภูมิศักดิ์ จบชีวิตอย่างไร้ค่าที่สกลนคร ก่อนกำเนิดอีกครั้งหลัง 14 ตุลาฯ ศิลปวัฒนธรรม ฉบับพฤษภาคม 2547. สืบค้นเมื่อ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2564. ISSN 0125-3654.
  4. 1 2 3 วีรชน, คนกล้า (7 พฤศจิกายน 2017). "ชีวประวัติบุคคลสำคัญ จิตร ภูมิศักดิ์". นักปราชญ์ประชาธิปไตย. สืบค้นเมื่อ 10 ตุลาคม 2021.
  5. "บิดาและมารดาของจิตร ภูมิศักดิ์". สามัญชนบนถนนประชาธิปไตย. สืบค้นเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2015.
  6. Artyasit Srisuwan (29 เมษายน 2018). "อัณฑะมาร์กซ ผู้หญิงของจิตร ภูมิศักดิ์ : เรื่องรักและความป่วยไข้ของนักคิดนักเขียน". The MATTER.
  7. จิตร ภูมิศักดิ์ กับกรณีโยนบก “28 ตุลาคม 2496” ศิลปวัฒนธรรม ฉบับพฤษภาคม 2547, สืบค้นเมื่อ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2563. ISSN 0125-3654.
  8. จิตร ภูมิศักดิ์ (2007). ประพต เศรษฐกานนท์ (บ.ก.). โฉมหน้าศักดินาไทย (9 ed.). นนทบุรี: สำนักพิมพ์ศรีปัญญา. ISBN 9789748075242.
  9. ธรรมเกียรติ กันอริ (กันยายน 1974). "โฉมหน้าศักดินาไทยในสายตาของจิตร ภูมิศักดิ์" (PDF). สังคมศาสตร์ปริทัศน์. 12 (9): 82–94. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 10 ตุลาคม 2021. สืบค้นเมื่อ 10 ตุลาคม 2021.
  10. 1 2 "54 ปี "จิตร ภูมิศักดิ์" เผด็จการปลิดชีวิตกลางป่า ถูกตั้งศาลเตี้ย จับโยนบก". ข่าวสด. 5 พฤษภาคม 2020.
  11. ""จิตร ภูมิศักดิ์" กับชีวิตในห้องขังกองปราบปทุมวัน เผยสภาพชีวิตใน "คอมมูน"". ศิลปวัฒนธรรม. 5 May 2022. สืบค้นเมื่อ 31 July 2022.
  12. "จิตร ภูมิศักดิ์ เมื่อถูกปล่อยตัวจากคุกลาดยาว". มติชนออนไลน์. 5 May 2022. สืบค้นเมื่อ 31 July 2022.
  13. "วันนี้ในอดีต/เดือนพฤษภาคม, 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2509 : จิตร ภูมิศักดิ์ ถึงแก่อสัญกรรม". หอจดหมายเหตุ อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ. 22 พฤษภาคม 2017.
  14. 50 ปีจิตร ภูมิศักดิ์ เช เมืองไทย Voice TV สืบค้นเมื่อ 6 พฤษภาคม 2016.
  15. "5 พฤษภาคม 2509: จิตร ภูมิศักดิ์ ถูกยิงเสียชีวิต". The Momentum. 5 May 2022. สืบค้นเมื่อ 31 July 2022.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]