ชินจิ โอกาซากิ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ชินจิ โอกาซากิ
JAP-POL (4) (cropped).jpg
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม ชินจิ โอกาซากิ[1]
วันเกิด 16 เมษายน ค.ศ. 1986 (33 ปี)
สถานที่เกิด ทาการาซูกะ จังหวัดเฮียวโงะ ญี่ปุ่น
ส่วนสูง 1.74 เมตร (5 ฟุต 8.5 นิ้ว)[2]
ตำแหน่ง กองกลางตัวรุก / กองหน้า
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน
อูเอสกา
หมายเลข 12
สโมสรเยาวชน
2002–2004 โรงเรียนมัธยมปลายทะคิกะวะ ไดนิ
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2005–2010 ชิมิซุ เอส-พัลส์ 121 (42)
2011–2013 ชตุทท์การ์ท 63 (10)
2013–2015 ไมนทซ์ 05 65 (27)
2015–2019 เลสเตอร์ซิตี 114 (14)
2019 มาลากา 0 (0)
2019– อูเอสกา 1 (0)
ทีมชาติ
2007–2008 ญี่ปุ่น รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี 14 (1)
2008– ญี่ปุ่น 119 (50)
* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้กับสโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 4 กันยายน 2019
‡ ข้อมูลการลงเล่นและประตูให้กับทีมชาติล่าสุด ณ วันที่ 23:56, 24 มิถุนายน 2019 (UTC)

ชินจิ โอกาซากิ (ญี่ปุ่น: 岡崎 慎司; เกิด 16 เมษายน ค.ศ. 1986) เป็นนักฟุตบอลชาวญี่ปุ่น เล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรุกและกองหน้า ให้กับอูเอสกาในเซกุนดาดิบิซิออน ลีกรองของสเปน และทีมชาติญี่ปุ่น

โดยชินจิ โอกาซากิ จัดเป็นนักฟุตบอลชาวญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในประเทศเยอรมนี จากผลงานการลงเล่นฟุตบอลระดับบุนเดิสลีกาถึง 4 ฤดูกาล กับเฟาเอฟเบ ชตุทท์การ์ทและสโมสรฟุตบอลไมนทซ์ 05 ก่อนที่จะมาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกกับเลสเตอร์ในฤดูกาล 2015-2016

ส่วนผลงานระดับทีมชาติ โอกาซากิ เป็นผู้เล่นที่ยิงประตูให้ทีมชาติญี่ปุ่นมากที่สุดตลอดกาลเป็นอันดับ 3 ที่จำนวน 50 ประตู

สโมสรอาชีพ[แก้]

ชิมิซุ เอส-พัลส์[แก้]

หลังจากที่จบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมปลายทากิกาวะแห่งที่สองในปี ค.ศ. 2004 โอกาซากิได้เซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพ กับสโมสรชิมิซุ เอส-พัลส์ ซึ่งเป็นสโมสรฟุตบอลชื่อดังประจำเมืองชิซูโอกะในเดือนธันวาคม ปี ค.ศ. 2005

วันที่ 17 เมษายน ค.ศ. 2007 โอกาซากิ ได้ลงสนามในเจลีกเป็นครั้งแรกโดยถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรอง ในนัดที่พบกับซานเฟรซ ฮิโรชิมะ ก่อนจะยิงประตูแรกได้ในนัดที่พบกับคาวาซากิ ฟรอนตาเล โดยโอกาซากิลงเล่นในฤดูกาลแรกไป 13 นัด ยิงได้ 3 ประตู

ในการแช่งขันเจลีก ฤดูกาล 2008 โอกาซากิ ยิงประตูได้ 10 ประตู จากการลงสนาม 27 นัด และพาสโมสรผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วย เจลีก คัพ โดยในรอบชิงชนะเลิศที่สนามกีฬาโอลิมปิก (โตเกียว) สโมสรแพ้โออิตะ ตรินิตะ ไป 2–0 และได้ตำแหน่งรองชนะเลิศไปครอง

ต่อมาในฤดูกาล 2009 และ ฤดูกาล 2010 โอกาซากิ ยังรักษาผลงานการยิงประตูในเจลีกได้อย่างต่อเนื่อง โดยยิงได้ 14 ประตู ในฤดูกาล 2009 และ 13 ประตู ในฤดูกาล 2010

จากผลงานที่โดดเด่นในเจลีก ทำให้เขาได้เซ็นสัญญาย้ายไปเล่นฟุตบอลในบุนเดิสลีกา ประเทศเยอรมนีกับเฟาเอฟเบ ชตุทท์การ์ท ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2011[3]

เฟาเอฟเบ ชตุทท์การ์ท[แก้]

วันที่ 30 มกราคม ค.ศ. 2011 โอกาซากิเซ็นสัญญาย้ายมาเล่นให้กับเฟาเอฟเบ ชตุทท์การ์ท ด้วยสัญญาระยะเวลา 3 ปีครึ่ง[4] ก่อนจะได้รับอนุญาตจากฟีฟ่าให้ลงเล่น เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2011[5]โดยชินจิ โอกาซากิ ลงเล่นภายใต้การคุมทีมของบรูโน ลับบาเดียโค้ชชาวเยอรมัน

หลังจากได้รับการอนุญาตจากฟีฟ่า โอกาซากิ ได้ลงเล่นให้กับชตุทท์การ์ทเป็นนัดแรกในคืนดังกล่าวทันทีโดยเป็นการลงแข่งขันในรายการยูฟ่า ยูโรปา ลีก นัดที่พบกับสโมสรเบนฟิกา ที่สนามอิชตาดีอู ดา ลุช เมืองลิสบอน

ต่อมาเขาได้ลงเล่นในบุนเดิสลีกาเป็นนัดแรกเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2011 โดยถูกส่งลงสนามเป็นผู้เล่นตัวจริงในนัดที่สโมสรบุกไปเยือนไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซิน ที่สนามเบ อาเรนา สเตเดียม ก่อนจะมาทำประตูแรกในบุนเดิสลีกาได้ในนัดที่พบกับฮันโนเฟอร์ 96[6]

ในการแข่งขันนัดแรกของบุนเดิสลีกา ฤดูกาล 2011–12 ขณะที่สโมสรกำลังขึ้นนำชัลเคอ 04 อยู่ 2–0 ชินจิ โอกาซากิ สามารถทำประตูเพิ่มได้ จากการยิงไกลเข้าประตูไปอย่างสวยงาม พาสโมสรชนะไปอย่างขาดลอย 3–0 ต่อมาเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2012 โอกาซากิ สามารถยิงประตูได้จากลูกจักรยานอากาศ (Bicycle Kick) ในการแข่งขันกับสโมสรฟุตบอลฮันโนเฟอร์ 96 โดยประตูดังกล่าวได้รับการคัดเลือกให้เป็นลูกยิงยอดเยี่ยมประจำเดือน และทำให้เขากลายเป็นนักฟุตบอลชาวญี่ปุ่นคนที่สองที่ได้รับรางวัลนี้ในประเทศเยอรมนี ต่อจากยาซูฮิโกะ โอกูเดระ อดีตกองกลางชาวญี่ปุ่นของเอฟเซ โคโลญ ที่ถือเป็นชาวญี่ปุ่นที่ได้รับรางวัลนี้เป็นคนแรกในเดือนเมษายน 1978

ฤดูกาล 2012–13 โอกาซากิ มีผลงานที่ไม่ค่อยดีนักเมื่อยิงประตูในบุนเดิสลีกาได้เพียงแค่ 1 ประตู อย่างไรก็ตามเขาสามารถยิงประตูในการแข่งขันระดับทวีปยุโรปได้เป็นครั้งแรกโดยเป็นการยิง 2 ประตูในยูฟ่า ยูโรปา ลีกนัดที่พบกับสโมสรฟุตบอลสเตอัว บูคาเรสต์จากประเทศโรมาเนีย

ไมนทซ์ 05[แก้]

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 2013 โอกาซากิย้ายมาเล่นให้กับไมนทซ์ 05 [7] ภายใต้การคุมทีมของโทมัส ทูเคิล ประตูแรกของเขาเกิดขึ้นในเกมนัดแรกของบุนเดิสลีกา ฤดูกาล 2013–14 ในเกมที่พบกับชตุทท์การ์ท ซึ่งเป็นสโมสรเก่าที่เคยค้าแข้งอยู่ [8] โอกาซากิยิงประตูในลีกไปได้ทั้งหมด 15 ประตูหลังจบฤดูกาล

เลสเตอร์ซิตี[แก้]

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ค.ศ. 2015 โอกาซากิเซ็นสัญญากับเลสเตอร์ซิตี สโมสรจากพรีเมียร์ลีกด้วยค่าตัว 7 ล้านปอนด์และได้รับการอณุมัติในการออกใบอนุญาตทำงาน[9]โดยเขาลงเล่นให้กับสโมสรครั้งแรกในเกมนัดแรกที่ชนะซันเดอร์แลนด์ 4–2 และประตูแรกของเขาเกิดขึ้นในเกมที่ชนะเวสต์แฮมยูไนเต็ด 2–1 และก็พาเลสเตอร์คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก สมัยแรก ได้สำเร็จ

สถิติอาชีพ[แก้]

ทีมชาติ[แก้]

ณ วันที่ 24 มิถุนายน 2019[10]
ทีมชาติ ปี ลงเล่น ประตู
ญี่ปุ่น 2008 4 0
2009 16 15
2010 15 3
2011 14 8
2012 9 3
2013 14 7
2014 13 4
2015 13 7
2016 8 2
2017 5 1
2018 5 0
2019 3 0
ทั้งหมด 119 50

ประตูในนามทีมชาติ[แก้]

ประตูในนามทีมชาติของโอกาซากิ[11]

เกียรติประวัติ[แก้]

เลสเตอร์ซิตี

ญี่ปุ่น

รางวัลส่วนตัว

  • J.League Best XI: 2009
  • IFFHS World's Top Goal Scorer of the Year: 2009[13]
  • AFC International Footballer of the Year: 2016
  • Best Footballer in Asia: 2016
  • Premier League Milestones Awards: การลงเล่นครบ 100 นัด[14]

อ้างอิง[แก้]

  1. "FIFA World Cup South Africa 2010: List of Players" (PDF). FIFA. 4 มิถุนายน 2010. p. 16. สืบค้นเมื่อ 20 April 2014.
  2. "National Team Squad". jfa.or.jp. Japan Football Association. สืบค้นเมื่อ 15 มกราคม 2014.
  3. "Shinji Okazaki in Stuttgart". VfB Stuttgart. 30 มกราคม 2011. สืบค้นเมื่อ 30 มกราคม 2011.
  4. "Shinji Okazaki signs for VfB". VfB Stuttgart. 30 มกราคม 2011. สืบค้นเมื่อ 30 มกราคม 2011.
  5. "Clearance for Shinji Okazaki". VfB Stuttgart. 17 กุมภาพันธ์ 2011. สืบค้นเมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2011.
  6. "Okazaki gets maiden Stuttgart goal". The Japan Times. 9 พฤษภาคม 2011. สืบค้นเมื่อ 25 กันยายน 2011.
  7. "Shinji Okazaki moves to Mainz". VfB Stuttgart. 25 มิถุนายน 2013. สืบค้นเมื่อ 25 มิถุนายน 2013.
  8. "Okazaki and Müller fire Mainz to victory". Bundesliga. 11 August 2013. สืบค้นเมื่อ 13 ตุลาคม 2013.
  9. "Shinji Okazaki Agrees Leicester City Deal". Leicester City. 26 มิถุนายน 2015. สืบค้นเมื่อ 26 มิถุนายน 2015.
  10. "Shinji Okazaki – Century of International Appearances". สืบค้นเมื่อ 3 กุมภาพันธ์ 2018.
  11. "Shinji Okazaki – Century of International Appearances". Rec.Sport.Soccer Statistics Foundation.
  12. "Shinji Okazaki: Overview". Premier League. สืบค้นเมื่อ 17 April 2018.
  13. "FORMER RESULTS". IFFHS.de. สืบค้นเมื่อ 4 December 2018.
  14. "Premier League Milestones 2018/19 Season". Premier League. สืบค้นเมื่อ 17 January 2019.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]