สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ
Office of the Pubic Sector Development Commission
Opdc.JPG
ที่ทำการ
59/1 ถนนพิษณุโลก แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300
ภาพรวม
งบประมาณ 305.6265 ล้านบาท (พ.ศ. 2559)[1]
ผู้บริหาร ศ.พิเศษ ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์[2], เลขาธิการ
นครเขตต์ สุทธปรีดา, รองเลขาธิการ
ว่าง, รองเลขาธิการ
ต้นสังกัด สำนักนายกรัฐมนตรี
เว็บไซต์
opdc.go.th

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ เป็นส่วนราชการไทยประเภทกรม สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่ริเริ่ม ผลักดัน และเสนอแนะนโยบายต่อคณะรัฐมนตรีในเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติราชการ และการพัฒนาระบบราชการ ผ่านกลไกต่าง ๆ (ก.พ.ร. อ.ก.พ.ร. คตป.) เพื่อให้เกิด การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (Good Governance) เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ตามมาตรา 3/1 ของพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 หน่วยงานทั้งของรัฐและรัฐวิสาหกิจ

ประวัติ[แก้]

การริเริ่ม ผลักดัน และเสนอแนะนโยบายต่อคณะรัฐมนตรี ในเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติราชการ และการพัฒนาระบบราชการ ผ่านกลไกต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (Good Governance) เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ตามมาตรา 3/1 ของพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 โดย “การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี” นั้น เป็นหลักในการพัฒนาระบบราชการ ที่เริ่มจากแนวคิดในการเปลี่ยนแปลงการบริหารราชการ จากระบบเดิมที่มีรัฐบาลและระบบราชการเป็นตัวนำ มาเป็นการบริหารราชการที่ต้องประกอบด้วยกลไก 3 ส่วนที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนบ้านเมือง ได้แก่ ภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคประชาสังคม

ในการดำเนินนโยบายต่าง ๆ นั้น จะต้องหาความสมดุลและความพอดีของกลไกทั้ง 3 ส่วนด้วย จึงทำให้การบริหารกิจการบ้านเมืองในปัจจุบัน จึงเปลี่ยนจากคำว่า “Government” ไปสู่ “Governance” และเมื่อเป็น Governance แล้ว ก็ต้องเป็น Governance ที่ดีด้วย ทั้งในมุมมองของภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคประชาสังคม ซึ่งกลไกทั้ง 3 ส่วนนั้นต่างก็มองการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ “ดี” ที่แตกต่างกันไปตามปรัชญาและมุมมองของตน

ดังนั้น จึงได้มีการนำแนวความคิดเรื่องการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ในมุมมองต่าง ๆ มาใส่ไว้ในกฎหมายแม่บทของการปฏิรูประบบราชการ นั่นคือ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 ในมาตรา 3/1 และถ่ายทอดออกมาเป็น พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 โดยนำแนวคิดเรื่องการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีในพระราชบัญญัติดังกล่าว มาขยายความและลงรายละเอียดในมาตราต่าง ๆ ของพระราชกฤษฎีกาฯ เป็นหลักเกณฑ์ให้ส่วนราชการดำเนินการ นอกจากพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 และ พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 แล้วในการดำเนินงานของสำนักงาน ก.พ.ร. ยังได้ยึดหลักและแนวทางตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการไทย พ.ศ. 2546 - 2550 ควบคู่กันไปด้วย

คณะกรรมการ[แก้]

คณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 61 มีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2559[3] แต่งตั้ง คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการดังรายนามต่อไปนี้

  1. ด้านการเงินการคลัง หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล
  2. ด้านเศรษฐศาสตร์ รองศาสตราจารย์วรากรณ์ สามโกเศศ
  3. ด้านเศรษฐศาสตร์ ดร.อำพน กิตติอำพน
  4. ด้านรัฐศาสตร์ นายจเด็จ อินสว่าง
  5. ด้านนิติศาสตร์ คุณพรทิพย์ จาละ
  6. ด้านนิติศาสตร์ ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ
  7. ด้านบริหารรัฐกิจ นายปรีชา วัชราภัย
  8. ด้านบริหารธุรกิจ นายเทวินทร์ วงศ์วานิช
  9. ด้านจิตวิทยาองค์การ ดร.ปิติ ตัณฑเกษม
  10. ด้านสังคมวิทยา รองศาสตราจารย์ ดร.จุรี วิจิตรวาทการ

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]