พระราชวังโทพคาปึ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พระราชวังโทพคาปึ
طوپقپو سرايى
Topkapi Palace Bosphorus.JPG
พระราชวังโทพคาปิมองจากทะเลบอสฟอรัส
สถาปนิกสุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2
ซินาน
ปีที่สร้างค.ศ. 1459
เจ้าของรัฐตุรกี
สถาปัตยกรรมออตโตมัน บาโรก
ที่ตั้งอิสตันบุล
ประเทศตุรกี
พิกัด41°00′46.8″N 28°59′2.4″E / 41.013000°N 28.984000°E / 41.013000; 28.984000

พระราชวังโทพคาปึ (ตุรกี: Topkapı Sarayı[1], อังกฤษ: Topkapı Palace) เป็นพระราชวังที่ตั้งอยู่ที่เมืองอิสตันบูลในประเทศตุรกีที่เดิมเป็นที่ประทับหลักของสุลต่านแห่งจักรวรรดิออตโตมันเป็นเวลราว 400 ในช่วง 600 ปีที่มีอำนาจ[2] ระหว่างปี ค.ศ. 1465 จนถึงปี ค.ศ. 1853 เดิมพระราชวังนี้ใช้ชื่อว่า Saray-i Cedid-i Amire (พระราชวังหลวงแห่งใหม่) จนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 18[3] ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้ชื่อปัจจุบันในรัชสมัยสุลต่านมะห์มุดที่ 2 ตามชื่อพระราชวังริมทะเลที่ถูกเพลิงไหม้[4]

ในปัจจุบันพระราชวังโทพคาปึเป็นสถานที่จัดงานรับรองของรัฐ และเป็นสถานที่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว และเป็นที่เก็บรักษาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของมุสลิมเช่นเสื้อคลุมและดาบของมุฮัมมัด[2] และตั้งอยู่ในบริเวณประวัติศาสตร์ของอิสตันบูลที่ได้รับการสถาปนาให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การ การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติในปี ค.ศ. 1985 พระราชวังโทพคาปิได้รับการบรรยายในข้อที่ iv ของการเป็นมรดกโลกว่า “ตัวอย่างที่ดีที่สุดของกลุ่มพระราชวัง [...] ของสมัยออตโตมัน”[5]

การสร้างครั้งแรกเริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 1459 ตามพระราชโองการของสุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 หลังจากที่ทรงพิชิตกรุงคอนสแตนติโนเปิลจากจักรวรรดิไบแซนไทน์ได้ ตัวพระราชวังเป็นกลุ่มสิ่งก่อสร้างที่มีลานหลักสี่ลานและสิ่งก่อสร้างย่อย ๆ อีกหลายตึก ในจุดที่สูงที่สุดพระราชวังเป็นที่พำนักของผู้คนถึง 4,000 คน[2] เดิมครอบคลุมบริเวณขนาดใหญ่ตามแนวฝั่งทะเล กลุ่มสิ่งก่อสร้างขยายตัวต่อมาเรื่อย ๆ รวมทั้งการบูรณปฏิสังขรณ์หลายครั้งเช่นเมื่อปี ค.ศ. 1509 เมื่อได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหว และในปี ค.ศ. 1665 หลังจากเกิดเพลิงไหม้ ภายในพระราชวังใช้เป็นสุเหร่า โรงพยาบาล โรงอบขนมปัง และโรงตีเงินกษาปณ์[2]

พระราชวังโทพคาปึเริ่มมาหมดความสำคัญลงในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 17 เมื่อสุลต่านนิยมที่จะเสด็จไปประทับที่พระราชวังใหม่บนฝั่งบอสฟอรัสมากขึ้น ในปี ค.ศ. 1853 สุลต่านอับดุล เมซิดที่ 1 (Abdül Mecid I) ตัดสินพระทัยย้ายออกไปประทับที่ Dolmabahçe Palace ซึ่งเป็นพระราชวังแบบยุโรปที่สร้างขึ้นใหม่ในเมือง แต่ระบบบริหารต่าง ๆ เช่นกองพระคลัง หอสมุด สุเหร่า และ โรงกษาปณ์ยังคงอยู่ที่พระราชวังโทพคาปิ

หลังจากการล่มสลายของจักรวรรดิออตโตมันในปี ค.ศ. 1921 พระราชวังโทพคาปิก็เปลี่ยนมาเป็นพิพิธภัณฑ์ตามรัฐประกาศของวันที่ 3 เมษายน ค.ศ. 1924 ภายใต้การบริหารของกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวแห่งตุรกี

พระราชวังเป็นกลุ่มสิ่งก่อสร้างที่มีห้องหอเป็นจำนวนร้อยแต่เปิดให้สาธารณรัฐชนชมแต่เฉพาะเพียงห้องสำคัญ ๆ ที่เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงลักษณะสถาปัตยกรรมออตโตมัน นอกจากนั้นก็ยังมีห้องแสดงเครื่องเคลือบพอร์ซีเลน เสื้อคลุม อาวุธ เสื้อเกราะ หนังสือวิจิตรออตโตมัน หนังสืออักษรวิจิตรอิสลาม (Islamic calligraphy) จิตรกรรมฝาผนัง และเครื่องราชสมบัติ และเพชรพลอย

อ้างอิง[แก้]

  1. The word "Topkapı" is pronounced "Tope-kah-py" (with long "o").
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 Simons, Marlise. "Center of Ottoman Power". New York Times. สืบค้นเมื่อ 2009-06-04.
  3. "İslâm Ansiklopedisi Online (in Turkish)" Topkapı sarayı article PDF. "TDV Encyclopedia of Islam" Archived 2014-11-10 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน. Retrieved 30 May 2015
  4. "Topkapı Sarayı Müzesi Resmi Web Sitesi". www.topkapisarayi.gov.tr. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2018-01-22. สืบค้นเมื่อ 2020-06-22.
  5. ICOMOS (2006). "2006 Periodic Reporting" (PDF). State of Conservation of World Heritage Properties in Europe SECTION II. UNESCO. สืบค้นเมื่อ 2008-09-17.

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ พระราชวังโทพคาปึ