ยืน ภู่วรวรรณ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ยืน ภู่วรวรรณ
Yuen Poovarawan.jpg
เกิด5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2493 (71 ปี)
จังหวัดพระนคร ประเทศไทย
ถิ่นพำนักจังหวัดนครปฐม
สัญชาติไทย
ศิษย์เก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
อาชีพนักวิทยาการคอมพิวเตอร์
องค์การมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
มีชื่อเสียงจากการพัฒนาการประมวลภาษาธรรมชาติในภาษาไทย
คู่สมรสวรรณา ภู่วรวรรณ
บุตร2 คน
รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ (พ.ศ. 2539)

รองศาสตราจารย์ ยืน ภู่วรวรรณ (เกิด 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2493) เป็นนักวิทยาการคอมพิวเตอร์ชาวไทย เคยเป็นอาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ และดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อยู่ก่อนเกษียณอายุราชการ รศ. ยืนมีผลงานเด่นในด้านการพัฒนาการประมวลภาษาธรรมชาติด้วยคอมพิวเตอร์ในภาษาไทย และการการพัฒนาโครงสร้างระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

วัยเยาว์และการศึกษา[แก้]

รศ. ยืน ภู่วรวรรณ เกิดเมื่อ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2493 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรคนที่สามจากหกคน และเป็นฝาแฝดผู้พี่ของ ศ.ยง ภู่วรวรรณ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อยังเด็ก ครอบครัวได้ย้ายภูมิลำเนาไปอยู่อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม และได้เข้าศึกษาที่โรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย และศึกษาระดับปริญญาตรีที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสำเร็จการศึกษาวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (วิศวกรรมไฟฟ้า) ใน พ.ศ. 2515 และระดับมหาบัณฑิต (ปริญญาโท) สาขาวิศวกรรมไฟฟ้าจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสาขาวิศวกรรมอุตสาหการจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย ใน พ.ศ. 2517[1][2]

การทำงาน[แก้]

รศ. ยืน เริ่มทำงานเป็นอาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ใน พ.ศ. 2516 โดยได้เริ่มพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับไมโครคอมพิวเตอร์ ใน พ.ศ. 2521 และทำการพัฒนาการประมวลภาษาธรรมชาติตั้งแต่ พ.ศ. 2523 รศ. ยืนและคณะได้สาธิตโปรแกรมประมวลผลคำภาษาไทยครั้งแรกใน พ.ศ. 2524 และพัฒนาโปรแกรม Thai Easy Writer เสร็จในปีถัดมา [3][4]

รศ. ยืนเป็นหนึ่งในผู้ที่สนับสนุนให้มีมาตรฐานระบบภาษาไทยสำหรับคอมพิวเตอร์ (ใน พ.ศ. 2527 มีใช้อยู่กว่ายี่สิบระบบ) และเป็นรองประธานคณะกรรมการวิชาการร่างมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม รหัสสำหรับอักขระไทยที่ใช้กับคอมพิวเตอร์ (มอก.620-2529 ซึ่งถัดมาปรับปรุงเป็น มอก.620-2533)[5]

รศ. ยืนเป็นหัวหน้าห้องปฏิบัติการวิจัยไมโครคอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งได้พัฒนาระบบมาตรฐานภาษาไทยระดับแก่น (Thai Kernel System) ใน พ.ศ. 2533 เป็นระบบเคอร์เนลที่รับรองการพัฒนาโปรแกรมที่ใช้ภาษาไทยโดยไม่ต้องขึ้นกับฮาร์ดแวร์ แต่ระบบนี้ไม่สามารถขยายฐานผู้ใช้ได้สำเร็จเมื่อมีการขยายการใช้งานของระบบไมโครซอฟท์ วินโดวส์ในเวลาต่อมา[6]

รศ. ยืนเป็นผู้บุกเบิกการใช้ฐานข้อมูลพจนานุกรมสำหรับการแบ่งคำภาษาไทยและการแปลภาษาด้วยเครื่อง ได้จัดทำอรรถาภิธานภาษาไทยเป็นครั้งแรก[7] และได้พัฒนาระบบการวิเคราะห์และสังเคราะห์คำและประโยคสำหรับการตรวจตัวสะกดด้วยคอมพิวเตอร์ ผลงานวิจัยของ รศ. ยืนจำนวนมากที่ได้นำเสนอในการประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ[8]

รศ. ยืนยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ตั้งแต่ พ.ศ. 2533 ซึ่งต่อมาได้มีการใช้ระบบเครือข่ายใยแก้วนำแสงเป็นมหาวิทยาลัยแรกในประเทศไทย และแลนไร้สายทั้งมหาวิทยาลัยใน พ.ศ. 2540 ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้[9] ทั้งนี้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นผู้บุกเบิกการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศมานาน โดยได้ตั้งสำนักบริการคอมพิวเตอร์เป็นหน่วยงานระดับคณะตั้งแต่ พ.ศ. 2528 ซึ่ง รศ. ยืนก็เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักฯ รศ. ยืนดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศมาตั้งแต่ พ.ศ. 2545 จนเกษียณอายุราชการใน พ.ศ. 2554

รศ. ยืนมีผลงานเขียนหนังสือและตำราด้านคอมพิวเตอร์และด้านอื่น ๆ กว่าหกสิบรายการ และได้รับการยอมรับมานานว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ระดับแนวหน้าของประเทศไทย

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

รศ. ยืน สมรสกับนางวรรณา ภู่วรวรรณ มีบุตรสาวสองคนและบุตรชายหนึ่งคนคือ ณวรรณ ณัญจนา และ ณัช ภู่วรวรรณ ตามลำดับ รศ. ยืนได้ริเริ่มใช้อีเมลในการสื่อสารกับบุตรทั้งสามคนมาตั้งแต่ พ.ศ. 2537 โดยใช้เป็นตัวกลางในการสื่อสารเวลาอยู่ต่างประเทศ และสอนบทเรียนชีวิตผ่านตัวอย่างที่มักได้จากธรรมชาติ ด้วยเหตุนี้กูเกิลจึงได้ให้ รศ. ยืนเป็นหนึ่งใน "ฮีโร่เว็บ" ในแคมเปญ "เว็บคือสิ่งที่คุณสร้างสรรค์" ซึ่งเป็นการประชาสัมพันธ์เบราว์เซอร์กูเกิล โครม[10]

เกียรติประวัติ[แก้]

สภาวิจัยแห่งชาติ ได้มองรางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2539 สาขาวิทยาศาสตร์กายภาพและคณิตศาสตร์ แด่ รศ. ยืน เป็นการประกาศเกียรติคุณสำหรับผลงานวิจัยด้านการประมวลภาษาธรรมชาติด้วยคอมพิวเตอร์อย่างต่อเนื่อง รศ. ยืนยังได้รับรางวัลผลงานคิดค้นหรือสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติ จากสภาวิจัยแห่งชาติ ใน พ.ศ. 2526 พ.ศ. 2527 พ.ศ. 2529 พ.ศ. 2530 พ.ศ. 2531 พ.ศ. 2533 และ พ.ศ. 2535 อีกด้วย[11]

รศ. ยืนได้ดำรงตำแหน่งกรรมการสมาคมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ เป็นสมาชิกสภาวิจัยแห่งชาติ และเป็นที่ปรึกษาให้กับหน่วยราชการ อาทิเช่นสำนักงบประมาณและกรมสรรพากร รศ. ยืนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในการจัดทำหลักสูตรคอมพิวเตอร์ให้กับสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นผู้ดูแลตัวแทนนักเรียนไทยในการแข่งขันคอมพิวเตอร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ และเป็นประธานคณะกรรมการจัดงานการแข่งขันฯ ครั้งที่ 23 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพใน พ.ศ. 2554

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, "ยืน ภู่วรวรรณ", เว็บไซต์ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2011-09-14, สืบค้นเมื่อ 2012-11-20.
  2. บุญหนุน, จิรพรรณ (18 September 2007), "Computer pioneer", The Nation, คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2008-09-06, สืบค้นเมื่อ 2009-02-15.
  3. กออนันตกูล, ทวีศักดิ์ (7 February 2007), "A brief history of ICT in Thailand", Bangkok Post, สืบค้นเมื่อ 2009-02-15.
  4. กออนันตกูล, ทวีศักดิ์ (May 1997), "Multilingual Information Technology Initiatives in Thailand", International Symposium on Standardization of Multilingual Information Technology (MLIT97), สืบค้นเมื่อ 2009-02-15.
  5. สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม, ตันประเสริฐ, จุฬารัตน์ (บ.ก.), รหัสสำหรับอักขระไทยที่ใช้กับคอมพิวเตอร์ (ออนไลน์ ed.), สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม, คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2009-01-29, สืบค้นเมื่อ 2009-02-15.
  6. Linux Thai Project, "การพัฒนาของภาษาไทยกับคอมพิวเตอร์", Linux Thai Project, Linux Thai Project, สืบค้นเมื่อ 2009-02-15.
  7. The Nation (21 October 2004), "Booktalk: A tale of two Thai thesauruses", The Nation, คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2012-10-02, สืบค้นเมื่อ 2009-02-21.
  8. สภาวิจัยแห่งชาติ, รองศาสตราจารย์ ยืน ภู่วรวรรณ นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2539 สาขาวิทยาศาสตร์กายภาพและคณิตศาสตร์, สภาวิจัยแห่งชาติ, คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2007-09-04, สืบค้นเมื่อ 2009-02-15.
  9. Business Wire (16 September 2003), Kasetsart University Builds Largest Academic Wi-Fi Network in Southeast Asia with Cisco Aironet Wireless LAN Solutions, Business Wire, คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2008-06-17, สืบค้นเมื่อ 2009-02-21.
  10. บุญเรือง, ศศิวิมล (12 July 2011), "Nature and nurture: How a doting dad got elevated to the status of 'web hero'", Bangkok Post, สืบค้นเมื่อ 30 August 2011.
  11. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, "รองศาสตราจารย์ ยืน ภู่วรวรรณ", นิทรรศการงานวิจัย 60 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2008-06-09, สืบค้นเมื่อ 2009-02-15.
  12. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย, เล่ม ๑๑๖ ตอนที่ ๒๐ ข หน้า ๑๙, ๒ ธันวาคม ๒๕๔๒
  13. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๑๑๑ ตอนที่ ๒๑ ข หน้า ๔๑, ๓ ธันวาคม ๒๕๓๗
  14. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์, เล่ม ๑๒๐ ตอนที่ ๒๐ ข หน้า ๑๒๙, ๑ ธันวาคม ๒๕๔๖
  15. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา, เล่ม ๑๑๖ ตอนที่ ๓ ข หน้า ๗๓๘, ๒๙ มกราคม ๒๕๔๒