พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช
พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช.jpg

พระนาม พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช
พระนามเต็ม พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช กุลเชษฐมหันต์ ไชยนันทบุรมหาราชวงศาธิบดี สุริตจารีราชนุภาวรักษ์ วิบูลยศักดิ์กิติไพศาล ภูบาลบพิตรสถิตย์ ณ นันทราชวงษ์
พระอิสริยยศ พระเจ้านครน่าน
ราชวงศ์ ราชวงศ์หลวงติ๋นมหาวงศ์
ครองราชย์ พ.ศ. 2435 - 5 เมษายน พ.ศ. 2461
รัชกาล 26 ปี
รัชกาลก่อน เจ้าอนันตวรฤทธิเดช
รัชกาลถัดไป เจ้ามหาพรหมสุรธาดา
ข้อมูลส่วนพระองค์
ราชสมภพ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2374
พิราลัย 5 เมษายน พ.ศ. 2461 (87 ปี)
พระบิดา เจ้าอนันตวรฤทธิเดช
พระมารดา แม่เจ้าสุนันทา
พระชายา แม่เจ้ายอดหล้า
ชายา แม่เจ้าคำปลิว
แม่เจ้าจอมแปง
แม่เจ้าคำเกี้ยว
แม่เจ้ายอดหล้า
หม่อม หม่อมศรีคำ
หม่อมบัว
พระบุตร 41 พระองค์

พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช ทรงเป็นเจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 63 แห่งราชวงศ์หลวงติ๋นมหาวงศ์ในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 และเป็นต้นราชสกุล ณ น่าน

พระประวัติ[แก้]

พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ มีพระนามเดิมว่า "เจ้าสุริยะ ณ น่าน" ประสูติเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2374 ทรงเป็นราชโอรสในเจ้าอนันตวรฤทธิเดช เจ้าผู้ครองนครน่านกับแม่เจ้าสุนันทา [1] ในปีพ.ศ. 2398 และทรงได้รับพระราชทานสัญญาบัตรเป็น พระยาราชวงษ์ ต่อมา พ.ศ. 2431 ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เป็นว่าที่เจ้าอุปราช

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2446 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยูหัว โปรดเกล้าฯให้สถาปนาเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เลื่อนพระฐานันดรศักดิ์ขึ้นเป็น พระเจ้านครน่าน[2] มีพระนามปรากฏตามสุพรรณบัฎว่า "พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช กุลเชษฐมหันต์ ไชยนันทบุรมหาราชวงศาธิบดี สุริตจารีราชนุภาวรักษ์ วิบูลยศักดิ์กิติไพศาล ภูบาลบพิตรสถิตย์ ณ นันทราชวงษ์"[3] นับเป็นพระเจ้านครน่านองค์แรกและองค์เดียวในประวัติศาสตร์น่าน[4]

พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ ถึงแก่พิราลัยด้วยโรคชรา ในวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2461 สิริรวมอายุได้ 87 ปี [5]

พระกรณียกิจ[แก้]

ด้านการปกครอง[แก้]

  • กวาดต้อนและชักชวนให้ชุมชนไทลื้อในเมืองต่างๆ ของสิบสองปันนา ให้เข้ามาตั้งถิ่นฐานรกรากอยู่ในจังหวัดน่าน [6]
  • ยกเลิกอำนาจโทษประหารทางอาญา
  • จัดวางผังเมือง ขยายถนนให้กว้างขวาง สะดวกแก่การสัญจรไปมา

ด้านการทหาร[แก้]

  • ทรงนุบำรุงกิจการทหาร โดยการรวบรวมกำลังพลเข้าสังกัดมูลนาย ฝึกกำลังพลการรบ จัดตั้งยุ้งฉาง สะสมเสบียงอาหาร กระสุนดินดำ
  • โดยเมื่อปี พ.ศ. 2430 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้า ฯ ให้เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรียกทัพไปปราบฮ่อที่เมืองหลวงพระบาง ซึ่งพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เมื่อครั้งดำรง ตำแหน่งที่เจ้าราชวงศ์นครน่าน ได้ทรงนำกำลังไปสมทบกับทัพหลวง
  • ครั้นปี พ.ศ. 2445 เกิดขบถเงี้ยวที่เมืองแพร่ โดยพวกขบถจะยกทัพมายึดนครน่าน พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ ได้ทรงยกกำลังทหารไปขัดตาทัพต่อสู้กับขบถเงี้ยว และได้ร่วมกับกองทัพหลวงตามตีจนได้รับชัยชนะ

ด้านการศึกษา[แก้]

  • ทรงสละทุนทรัพย์ส่วนพระองค์จัดตั้งโรงเรียนสอนหนังสือภาษาไทยเป็นแห่งแรกในนครน่าน ให้ชื่อว่าโรงเรียนสุริยานุเคราะห์ ปฐมของโรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารในปัจจุบัน

ด้านศาสนา[แก้]

  • ทรงสละทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ บูรณปฏิสังขรณ์วัดและบูชนียวัตถุเป็นอันมาก และเป็นองค์ประธานในการจัดสร้างคัมภีร์ใบลาน จารึกพระธรรมคำสั่งสอนไว้เป็นจำนวนมาก โปรดให้สร้างหอพระไตรปิฏกหลังใหญ่ที่วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร บูรณะวัดพระบรมธาตุแช่แห้ง เป็นต้น

ราชโอรส ราชธิดา[แก้]

พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ มีราชโอรสและราชธิดา รวม 41 พระองค์ อยู่ในราชตระกูล ณ น่าน ได้แก่[7]

  • ในแม่เจ้ายอดหล้า ชายาเอก มีราชโอรสธิดารวม 13 พระองค์ ได้แก่
  • เจ้าคำบุ
  • เจ้าคำเครื่อง
  • เจ้ายศ
  • เจ้านางอัมรา
  • เจ้าน้อยรัตน ได้เป็นเจ้าราชวงษ์
  • เจ้าน้อยบริยศ
  • เจ้านางบัวเขียว ภายหลังได้สมรสกับเจ้าบุรีรัตน (บรม)
  • อำมาตย์ตรีเจ้าบุรีรัตน (สุทธิสาร)
  • เจ้าราชภาติกวงษ์ (จันทวงษ์)
  • เจ้าหนานบุญรังษี
  • เจ้าราชภาคินัย (น้อยมหาวงษ์)
  • เจ้าราชดนัย (น้อยยอดฟ้า) สมรสกับเจ้าหญิงสุพรรณวดี ราชธิดาเจ้าพิริยเทพวงษ์
  • เจ้านางสมุท
  • ในแม่เจ้าคำปลิว มีราชโอรสธิดา 4 พระองค์ ถึงแก่กรรมทั้งหมด ไม่ปรากฏนาม
  • ในแม่เจ้าจอมแฟง มีโอรสธิดารวม 3 พระองค์ได้แก่
  • แม่เจ้าบัวแว่น ภายหลังได้สมรสกับเจ้าราชบุตร (น้อยอนุรุท)
  • เจ้าแหว
  • เจ้าน้อยครุธ
  • ในแม่เจ้าคำเกี้ยว มีราชธิดา 2 พระองค์ ได้แก่
  • เจ้านางเกี๋ยงคำ
  • เจ้านางคำอ่าง
  • ในแม่เจ้ายอดหล้า(คนละท่านกับชายาเอก) มีราชโอรสธิดารวม 7 พระองค์ ได้แก่
  • เจ้านางเทพมาลา
  • เจ้านางเทพเกสร
  • เจ้าน้อยอินแสงสี
  • เจ้านางจันทวดี
  • เจ้านางศรีสุภา
  • เจ้านางดวงมาลา
  • เจ้านางประภาวดี
  • ในหม่อมศรีคำ มีราชโอรสธิดารวม 7 พระองค์ ถึงแก่กรรมแต่เยาว์วัย 5 พระองค์ ที่เหลืออยู่และปรากฏนามได้แก่
  • ในหม่อมบัว มีราชโอรสธิดา 7 พระองค์ ถึงแก่กรรมแต่เยาว์วัย 4 ปรากฏนามได้แก่
  • เจ้านางต่อมแก้ว
  • เจ้าก่ำ
  • เจ้านางเกียรทอง

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

ราชสกุล ณ น่าน[แก้]

ณ น่าน สืบสายจากครั้งสมัยราชสกุลเจ้าพญาหลวงติ๋นต้นวงศ์เจ้านครน่าน พระเจ้ากรุงอังวะได้โปรดฯให้ เพื่อขอเจ้าพญาติ๋นหลวง เมืองเชียงใหม่ มาเป็นเจ้าผู้ครองนครน่าน เจ้าพญาหลวงติ๋นมหาวงค์ ครองเมืองน่านระหว่าง พ.ศ. ๒๒๖๙–๒๒๙๔ นับเป็นบรรพบุรุษราชสกุล " ณ น่าน " ในปัจจุบัน

ต่อมานครน่าน ได้เป็นประเทศราชรวมอยู่ในราชอาณาจักรสยาม โดยในช่วง พ.ศ. ๒๒๙๗–๒๓๒๗ หัวเมืองล้านนาต่าง ๆ พยายามแข็งข้อต่อพม่า สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงสามารถโจมตีขับไล่พม่าออกจากเชียงใหม่เป็นผลสำเร็จเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๑๗ แต่นครน่านยังตกอยู่ในฝ่ายพม่า เจ้าน้อยวิฑูร เจ้านครน่านถูกจับและถูกคุมตัวส่งไปยังกรุงธนบุรี ( พ.ศ. ๒๓๒๑ ) เมืองน่านจึงขาดผู้นำ พม่าได้ยกทัพกวาดต้อนผู้คนไปอยู่ที่เชียงแสน ทำให้เมืองน่านถูกทิ้งร้างว่างเปล่า จนกระทั่งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงแต่งตั้งให้เจ้ามงคลวรยศ หลานเจ้าพญาหลวงติ๋นมหาวงศ์ มาปกครองนครน่านที่รกร้างว่างเปล่า และในปี พ.ศ. ๒๓๒๘ กองกำลังพื้นเมืองล้านนาโดยการสนับสนุนของกองทัพสยาม ขับไล่พม่าออกไปได้สำเร็จ นครน่านจึงรวมเข้าอยู่ในราชอาณาจักรสยาม และเจ้ามงคลวรยศได้ยกนครน่านให้เจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญปกครองสืบไป

เมื่อนครน่านขึ้นกับกรุงรัตนโกสินทร์ ในปี พ.ศ. ๒๓๓๑ เจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญ ได้ลงไปเฝ้าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ณ กรุงรัตนโกสินทร์ เพื่อขอเป็นข้าขอบขัณฑสีมา จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้เจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญเป็นเจ้าผู้ครองนครน่าน และแต่งตั้งเจ้าสุมนเทวราช ขึ้นเป็นเจ้าพระยาหอหน้า พ.ศ. ๒๓๔๓ นครน่านจึงมีฐานะเป็นหัวเมืองประเทศราชของกรุงเทพฯ ตั้งแต่นั้นมา เจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญมีความสามารถในการปกครองและบริหารบ้านเมืองเป็นอย่างยิ่ง นับแต่เจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญ ขอเป็นข้าขอบขัณฑสีมากรุงรัตนโกสินทร์ เมืองน่านมีฐานะเป็นหัวเมืองประเทศราช เจ้าผู้ครองนครมีอำนาจสิทธิเด็ดขาด ในการปกครองพลเมือง การขึ้นครองนครแม้จะต้องได้รับความเห็นชอบจากกรุงรัตนโกสินทร์ แต่โดยทางปฏิบัติแล้ว พระมหากษัตริย์กรุงรัตนโกสินทร์ทรงให้เจ้านายและขุนนางผู้ใหญ่ในเมืองน่านเลือกตัวเจ้านายผู้มีอาวุโสเป็นเจ้าผู้ครองนครกันเอง มิได้ทรงยุ่งเกี่ยวกับกิจการภายใน

เจ้าผู้ครองนครน่านในชั้นหลังทุกพระองค์ต่างจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ราชวงศ์จักรี ได้ช่วยราชการบ้านเมืองสำคัญ ๆ หลายครั้งหลายคราวด้วยกัน เช่น ช่วยราชการสงครามเมืองเชียงแสนในรัชกาลที่ ๑ ปราบกบฏเจ้าอนุวงศ์ในรัชกาลที่ ๓ ช่วยราชการสงครามเมืองเชียงตุง ในรัชกาลที่ ๔ และ ๕ เป็นต้น

สมัยเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เป็นเจ้าผู้ครองนครน่าน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงแก้ไขวิธีการปกครองแผ่นดินขึ้นใหม่ ในปี พ.ศ. ๒๔๓๕ โดยแบ่งการปกครองหัวเมืองออกเป็นมณฑลเทศาภิบาล ได้ทรงส่งข้าราชการผู้ใหญ่ที่ไว้วางพระราชหฤทัยจากกรุงเทพ ฯ เป็นผู้แทนต่างพระเนตร พระกรรณมากำกับดูแล การบริหารบ้านเมืองของเจ้าผู้ครองนคร เรียกชื่อตามตำแหน่งทำเนียบว่า "ข้าหลวงประจำเมือง "

ในปี พ.ศ. ๒๔๔๖ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริว่าเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เจ้าผู้ครองนครน่าน ได้ประกอบคุณงามความดี แก่ราชการบ้านเมือง เป็นที่รักใคร่นับถือของเจ้านายท้าวพระยาและพลเมืองโดยทั่วไป จึงมีพระบรมราชโองการให้สถาปนาเลื่อนยศฐานันดรศักดิ์ขึ้นเป็น " พระเจ้านครน่าน" มีพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฏ ว่า " พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชกุลเชษฐ มหันตชัยนันทบุรีมหาราชวงศาธิบดี ฯ "

เมื่อพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช ถึงแก่พิราลัย เจ้ามหาพรหมสุรธาดา (เจ้าอุปราช) ได้ขึ้นครองเมืองน่าน ในสมัยนี้อำนาจของเจ้าผู้ครองนครลดน้อยลงทางกรุงเทพ ฯ ได้จัดส่งข้าราชการ เช่น ผู้ช่วยผู้ว่าราชการจังหวัด คลังจังหวัด และสรรพากรจังหวัด ฯลฯ มาประจำหน่วยงานเรียกกันว่า "เค้าสนามหลวง" ส่วนตัวเจ้าผู้ครองนครได้กำหนดรายได้เป็นอัตราเงินเดือน ส่วยสาอากรต่าง ๆ ต้องเก็บเข้าท้องพระคลังทั้งสิ้น เมื่อเจ้ามหาพรหมสุรธาดาถึงแก่พิราลัยในปี พ.ศ. ๒๔๗๔ ตำแหน่งเจ้าผู้ครองนครถูกยุบเลิกแต่นั้นมา

นามสกุลพระราชทานให้แก่ผู้สืบสายสกุล[แก้]

ณ น่าน พระราชทานแก่พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช (สุริย) พระเจ้าผู้ครองนครน่าน ได้รับพระราชทานเมื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2457 นามสกุลของเจ้าเมืองน่านมีทั้งหมดดังนี้ [10]

พระราชทาน พ.ศ. 2457[แก้]

เมื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2457 จำนวน 4 นามสกุล[11]

  1. 1162 ณ น่าน พระราชทานแก่ทายาท พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช
  2. 1163 พรหมวงศนันทน์ พระราชทานแก่เจ้าไชยสงคราม (มธุรศ)
  3. 1164 มหาวงศนันทน์ พระราชทานแก่เจ้าวรญาติ (เทพรศ)
  4. 1165 มหายศนันทน์ พระราชทานแก่เจ้าอุตรการโกศล (มหาไชย)

อื่นๆ[แก้]

  1. จิตรวงศนันท์ สายทายาทเจ้าหลวงอชิตวงศ์
  2. วรยศ สายทายาทเจ้าหลวงมงคลวรยศ
  3. สมณะช้างเผือก สายทายาทเจ้าหลวงสุมนเทวราช ผู้นำช้างเผือกไปถวายรัชกาลที่ 2
  4. ไชยวงศ์หวั่นท๊อก สายทายาทเจ้าหลวงอริยวงศ์หวั่นท๊อก
  5. สิทธิ สายทายาท (ไม่ปรากฏนามหลักฐานแน่ชัด แต่คำว่าสิทธิจะขึ้นด้วยนามสกุลทั้งหมด)

สถานที่อันเนื่องมาจากพระนาม[แก้]

ราชตระกูล[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. http://www.chiangmainews.co.th/viewnews.php?id=20970&lyo=1
  2. การตั้งพระเจ้านครเมืองน่านราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๒๐ ตอนที่ ๓๕ วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๔๖ หน้า ๖๐๙
  3. พระบรมราชโองการ ประกาศ ตั้งพระเจ้านครเมืองน่านราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๒๐ ตอนที่ ๓๕ วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๔๖ หน้า ๖๑๐
  4. http://www.tv5.co.th/service/mod/heritage/nation/oldcity/nan5.htm
  5. ข่าวพิลาลัย
  6. http://www.lannacorner.net/weblanna/article/article.php?type=A&ID=482
  7. สำนักสงเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  8. พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าฝ่ายหน้าราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๒๐ ตอนที่ ๓๕ วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๔๖ หน้า ๖๑๖
  9. พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์
  10. http://www.lannaworld.com/cgi/lannaboard/reply_topic.php?id=48601
  11. ประกาศพระราชทานนามสกุล ครั้งที่ ๑๔ (ลำดับที่ ๑๑๕๖ ถึงลำดับที่ ๑๑๘๒)ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 31 วันที่ 5 เมษายน 2457 หน้า 10

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

ก่อนหน้า พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช ถัดไป
เจ้าอนันตวรฤทธิเดช 2leftarrow.png เจ้าผู้ครองนครน่าน
(พ.ศ. 2435 - พ.ศ. 2461)
2rightarrow.png เจ้ามหาพรหมสุรธาดา

[หมวดหมู่:ราชโอรสในเจ้าผู้ครองนครฝ่ายเหนือ]]