ราชวงศ์ติ๋นมหาวงศ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ราชวงศ์ติ๋นมหาวงศ์
พระราชอิสริยยศพระเจ้าประเทศราช
เจ้าประเทศราช
พระยาประเทศราช
ปกครองนครเมืองน่าน
สาขาราชสกุลสาย ณ น่าน
1. ณ น่าน สายที่ 1 พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ
2. ณ น่าน สายที่ 2 เจ้าอนันตวรฤทธิเดชฯ
3. ณ น่าน สายที่ 3 เจ้ามหาพรหมสุรธาดาฯ
ประมุขพระองค์แรกเจ้าหลวงติ๋นมหาวงศ์
ผู้นำสกุลองค์ปัจจุบันอ้างสิทธิ :
เจ้าสมปรารถนา ณ น่าน
ประมุขพระองค์สุดท้ายเจ้ามหาพรหมสุรธาดา
สถาปนาพ.ศ. 2269
ล่มสลายพ.ศ. 2474
ราชวงศ์ก่อนหน้าราชวงศ์ภูคา

ราชวงศ์ติ๋นมหาวงศ์ หรือ นันทราชวงศ์ หรือ ราชวงศ์หลวงติ๋นมหาวงศ์ เป็นราชวงศ์ลำดับที่สองต่อจากราชวงศ์ภูคา ที่ปกครองนครเมืองน่าน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2269 จนถึง พ.ศ. 2474 รวมระยะเวลา 205 ปี

การสถาปนา[แก้]

เจ้าผู้ครองนครน่านและสาย ณ น่าน ราชวงศ์ติ๋นมหาวงศ์ หรือราชวงศ์หลวงติ๋นมหาวงศ์ เป็นราชวงศ์ที่สืบราชสกุลมาจากเจ้าหลวงติ๋นมหาวงศ์ปฐมวงศ์ แห่งเจ้านครน่าน พระเจ้ากรุงอังวะได้โปรดฯให้ เจ้าพญาติ๋นหลวง เมืองเชียงใหม่ มาเป็นเจ้าผู้ครองนครน่าน โดยการกราบทูลของพระนาขวา รั้งตำแหน่ง เจ้าผู้ครองนครน่าน มากว่า 10 ปี เจ้าพญาหลวงติ๋นมหาวงศ์ ครองเมืองน่านระหว่าง พ.ศ. 2269 - 2294 นับเป็นบรรพบุรุษราชสกุล ณ น่าน ในปัจจุบัน[1]

  • บางตำราสัญนิฐานว่า เจ้าหลวงติ๋นมหาวงศ์ มีเชื้อสายเป็นเจ้า ที่ปกครองเมืองเชียงใหม่ และยังเป็นญาติวงศ์ กับพระเจ้าศรีสองเมือง กษัตริย์แคว้นล้านนา หรือเจ้าศรีสองเมืองพลศึกซ้ายไชยสงคราม เจ้านครเมืองน่าน เจ้าผู้ครองเมืองน่าน องค์ที่ 41

ราชวงศ์ติ๋นมหาวงศ์ ภายใต้ราชอาณาจักรสยาม[แก้]

ต่อมานครน่าน ได้เป็นประเทศราชรวมอยู่ในราชอาณาจักรสยาม โดยในช่วง พ.ศ. 2297 – 2327 หัวเมืองล้านนาต่าง ๆ พยายามแข็งข้อต่อพม่า สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงสามารถโจมตีขับไล่พม่าออกจากเชียงใหม่เป็นผลสำเร็จเมื่อปี พ.ศ. 2317 แต่นครน่านยังตกอยู่ในฝ่ายพม่า เจ้าน้อยวิฑูร เจ้านครน่านถูกจับและถูกคุมตัวส่งไปยังกรุงธนบุรี (พ.ศ. 2321) เมืองน่านจึงขาดเจ้าผู้ปกครอง พม่าได้ยกทัพกวาดต้อนผู้คนไปอยู่ที่เชียงแสน ทำให้เมืองน่านถูกทิ้งร้างว่างเปล่า จนกระทั่งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงแต่งตั้งให้เจ้ามงคลวรยศ หลานเจ้าพญาหลวงติ๋นมหาวงศ์ มาปกครองนครน่านที่รกร้างว่างเปล่า และในปี พ.ศ. 2328 กองกำลังพื้นเมืองล้านนาโดยการสนับสนุนของกองทัพสยาม ขับไล่พม่าออกไปได้สำเร็จ นครน่านจึงรวมเข้าอยู่ในราชอาณาจักรสยาม และเจ้ามงคลวรยศได้ยกนครน่านให้เจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญปกครองสืบไป

ราชวงศ์ติ๋นมหาวงศ์ ภายใต้กรุงรัตนโกสินทร์[แก้]

เมื่อนครน่านขึ้นกับกรุงรัตนโกสินทร์ ในปี พ.ศ. 2331 เจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญ ได้ลงไปเฝ้าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ณ กรุงรัตนโกสินทร์ เพื่อขอเป็นข้าขอบขัณฑสีมา จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญเป็นเจ้าผู้ครองนครน่าน และแต่งตั้งเจ้าสุมนเทวราช ขึ้นเป็นเจ้าพระยาหอหน้า พ.ศ. 2343 นครน่านจึงมีฐานะเป็นหัวเมืองประเทศราชของกรุงเทพฯ ตั้งแต่นั้นมา เจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญมีความสามารถในการปกครองและบริหารบ้านเมืองเป็นอย่างยิ่ง นับแต่เจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญ ขอเป็นข้าขอบขัณฑสีมากรุงรัตนโกสินทร์ เมืองน่านมีฐานะเป็นหัวเมืองประเทศราช เจ้าผู้ครองนครมีอำนาจสิทธิเด็ดขาด ในการปกครองพลเมือง การขึ้นครองนครแม้จะต้องได้รับความเห็นชอบจากกรุงรัตนโกสินทร์ แต่โดยทางปฏิบัติแล้ว พระมหากษัตริย์กรุงรัตนโกสินทร์ทรงให้เจ้านายและขุนนางผู้ใหญ่ในเมืองน่านเลือกตัวเจ้านายผู้มีอาวุโสเป็นเจ้าผู้ครองนครกันเอง มิได้ทรงยุ่งเกี่ยวกับกิจการภายใน เจ้าผู้ครองนครน่านในชั้นหลังทุกพระองค์ต่างจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ราชวงศ์จักรี ได้ช่วยราชการบ้านเมืองสำคัญ ๆ หลายครั้งหลายคราวด้วยกัน เช่น ช่วยราชการสงครามเมืองเชียงแสนในรัชกาลที่ 1 ปราบกบฏเจ้าอนุวงศ์ในรัชกาลที่ 3 ช่วยราชการสงครามเมืองเชียงตุง ในรัชกาลที่ 4 และ 5 เป็นต้น สมัยเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เป็นเจ้าผู้ครองนครน่าน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงแก้ไขวิธีการปกครองแผ่นดินขึ้นใหม่ ในปี พ.ศ. 2435 โดยแบ่งการปกครองหัวเมืองออกเป็นมณฑลเทศาภิบาล ได้ทรงส่งข้าราชการผู้ใหญ่ที่ไว้วางพระราชหฤทัยจากกรุงเทพฯ เป็นผู้แทนต่างพระเนตร พระกรรณมากำกับดูแล การบริหารบ้านเมืองของเจ้าผู้ครองนคร เรียกชื่อตามตำแหน่งทำเนียบว่า 'ข้าหลวงประจำเมือง'

ในปี พ.ศ. 2446 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริว่าเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เจ้าผู้ครองนครน่าน ได้ประกอบคุณงามความดี แก่ราชการบ้านเมือง เป็นที่รักใคร่นับถือของเจ้านายท้าวพระยาและพลเมืองโดยทั่วไป จึงมีพระบรมราชโองการให้สถาปนาเลื่อนยศฐานันดรศักดิ์ขึ้นเป็น 'พระเจ้านครน่าน' มีพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฏ ว่า พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช กุลเชษฐมหันต์ ไชยนันทบุระมหาราชวงษาธิบดี สุจริตจารีราชานุภาวรักษ์ วิบูลยศักดิกิตติไพศาล ภูบาลบพิตร์ สถิตย์ ณ นันทราชวงษ์ พระเจ้านครเมืองน่าน

เมื่อพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช ถึงแก่พิราลัย เจ้ามหาพรหมสุรธาดา (เจ้าอุปราช) ได้ขึ้นครองเมืองน่าน ในสมัยนี้อำนาจของเจ้าผู้ครองนครลดน้อยลงทางกรุงเทพฯ ได้จัดส่งข้าราชการ เช่น ผู้ช่วยผู้ว่าราชการจังหวัด คลังจังหวัด และสรรพากรจังหวัด ฯลฯ มาประจำหน่วยงานเรียกกันว่า 'เค้าสนามหลวง' ส่วนตัวเจ้าผู้ครองนครได้กำหนดรายได้เป็นอัตราเงินเดือน ส่วยสาอากรต่าง ๆ ต้องเก็บเข้าท้องพระคลังทั้งสิ้น เมื่อเจ้ามหาพรหมสุรธาดาถึงแก่พิราลัยในปี พ.ศ. 2475 ตำแหน่งเจ้าผู้ครองนครถูกยุบเลิกแต่นั้นมา[2]

รายชื่อนามสกุลที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน แก่เจ้านายนครเมืองน่าน[แก้]

นามสกุลเจ้านายนครเมืองน่าน ที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขนานนามสกุลขึ้นเมื่อวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2455 โดยให้มีผลใช้บังคับในวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2456 นามสกุลที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน แก่เจ้านายนครเมืองน่าน มีดังนี้

  1. ณ น่าน (เลขที่ 1162) พระราชทานเมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2456 แก่ พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ พระเจ้าผู้ครองนครน่าน พระองค์ที่ 63 เป็นผู้รับพระราชทาน ทรงสืบเชื้อสายราชสกุลมาจาก พระเจ้านครน่านหลวงติ๋นมหาวงศ์ เจ้าผู้ครองนครน่าน พระองค์ที่ 51 และทรงพระราชทานแก่ทายาทผู้สืบราชสกุลจาก เจ้าอนันตวรฤทธิเดชฯ เจ้าผู้ครองนครเมืองน่าน พระองค์ที่ 62 และเจ้ามหาพรหมสุรธาดาฯ เจ้าผู้ครองนครเมืองน่าน พระองค์ที่ 64
  2. มหายศนันทน์ ทรงพระราชทานแก่ เจ้าอุตรการโกศลมหาไชย มหายศนันทน์ ผู้สืบราชสกุลจาก พระเจ้ามหายศ เจ้าผู้ครองนครเมืองน่าน พระองค์ที่ 59
  3. มหาวงศนันทน์ ทรงพระราชทานแก่ เจ้าวรญาติเทพรส มหาวงศนันทน์ ผู้สืบราชสกุลจาก พระเจ้ามหาวงษ์ เจ้าผู้ครองนครเมืองน่าน พระองค์ที่ 61
  4. พรหมวงศนันทน์ ทรงพระราชทานแก่ เจ้าไชยสงครามมธุรส พรหมวงศนันทน์ ผู้สืบราชสกุลจาก เจ้าฟ้าหลวงมหาพรหม เจ้าฟ้าเมืองเทิง
  5. จิตรวงศนันท์ ทรงพระราชทานแก่ ทายาทผู้สืบราชสกุลจาก พระเจ้าอชิตวงษา เจ้าผู้ครองนครเมืองน่าน พระองค์ที่ 60
  6. วรยศ ทรงพระราชทานแก่ ทายาทผู้สืบราชสกุลจาก พระเจ้ามงคลวรยศ เจ้าผู้ครองนครเมืองน่าน พระองค์ที่ 56
  7. สมณะช้างเผือก ทรงพระราชทานแก่ ทายาทผู้สืบราชสกุลจาก พระเจ้าสุมนเทวราช เจ้าผู้ครองนครเมืองน่าน พระองค์ที่ 58 ผู้นำช้างเผือกไปทูลเกล้าฯ ถวายรัชกาลที่ 2
  8. ไชยวงศ์หวั่นท๊อก ทรงพระราชทานแก่ ทายาทผู้สืบราชสกุลจาก พระเจ้าอริยวงษ์ เจ้าผู้ครองนครเมืองน่าน พระองค์ที่ 52

พระนามเจ้าผู้ครองนครน่าน[แก้]

พระนามเจ้าผู้ครองนครน่าน แห่งราชวงศ์ติ๋นมหาวงศ์ [3]ตั้งแต่ พ.ศ. 2269 ถึง พ.ศ. 2474 ทั้งหมด 14 พระองค์

รายพระนามเจ้าผู้ครองนครเมืองน่าน
ราชวงศ์ติ๋นมหาวงศ์ที่ปกครองนครเมืองน่าน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2269 - 2474
รัชสมัย พระนาม ครองราชย์ ระยะเวลา ความสัมพันธ์กับ
รัชกาลต่อไป
องค์ที่ 1 เจ้าพระยาหลวงติ๋นมหาวงษ์ พ.ศ. 2269 -2294 25 ปี พระบิดา (พ่อ)
รัชกาลที่ 2
องค์ที่ 2 เจ้าหลวงอริยวงษ์ พ.ศ. 2297 - 2311 14 ปี พระมาตุลา (ลุง)
ของรัชกาลที่ 3
องค์ที่ 3 เจ้าหลวงนายอ้าย พ.ศ. 2311 - 2312 7 เดือน พระเชษฐา (พี่)
ของรัชกาลที่ 4
องค์ที่ 4 เจ้าหลวงมโน พ.ศ. 2312 - 2317 5 ปี พระมาตุลา (ลุง)
ของรัชกาลที่ 5
องค์ที่ 5 เจ้าหลวงวิธูร พ.ศ. 2317 - 2321 4 ปี พระอนุชา (น้อง)
ของรัชกาลที่ 6
พ.ศ. 2321 - พ.ศ. 2326 นครเมืองน่าน ได้ว่างเจ้าผู้ครองนคร เป็นเวลา 5 ปี
องค์ที่ 6 เจ้ามงคลวรยศ พ.ศ. 2326 - 2329 3 ปี พระปิตุลา (ลุง)
ของรัชกาลที่ 7
องค์ที่ 7 สมเด็จเจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญ พ.ศ. 2329 - 2353 27 ปี พระนัดดา (หลาน)
ของรัชกาลที่ 8
องค์ที่ 8 เจ้าสุมนเทวราช พ.ศ. 2353 - 2368 15 ปี พระมาตุลา (ลุง)
ของรัชกาลที่ 9
องค์ที่ 9 เจ้ามหายศ พ.ศ. 2368 - 2378 10 ปี พระมาตุลา (น้า)
ของรัชกาลที่ 10
องค์ที่ 10 เจ้าอชิตวงษา พ.ศ. 2379 - 2380 7 เดือน พระมาตุลา (น้า)
ของรัชกาลที่ 11
องค์ที่ 11 เจ้ามหาวงษ์ พ.ศ. 2380 - 2394 14 ปี พระมาตุลา (น้า)
ของรัชกาลที่ 12
องค์ที่ 12 เจ้าอนันตวรฤทธิเดช พ.ศ. 2395 - 2435 40 ปี พระบิดา (พ่อ)
ของรัชกาลที่ 13
องค์ที่ 13 พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช พ.ศ. 2436 - 2461 25 ปี พระเชษฐา (พี่)
ของรัชกาลที่ 14
องค์ที่ 14 เจ้ามหาพรหมสุรธาดา พ.ศ. 2461 - 2474 13 ปี พระบิดา ของ
เจ้าราชบุตรหมอกฟ้า ณ น่าน
- เจ้าราชบุตรหมอกฟ้า ณ น่าน พ.ศ. 2474 - 2501 27 ปี ผู้รั้งตำแหน่งเจ้านครน่าน

ดูเพิ่ม[แก้]

ก่อนหน้า ราชวงศ์ติ๋นมหาวงศ์ ถัดไป
ราชวงศ์ภูคา 2leftarrow.png ราชวงศ์ที่ปกครองนครเมืองน่าน
(พ.ศ. 2269 - พ.ศ. 2475)
2rightarrow.png ยกเลิกเจ้าผู้ครองนคร
(พ.ศ. 2475)

อ้างอิง[แก้]

  1. http://nanwaingsa.myreadyweb.com/article/category-74224.html
  2. http://nanwaingsa.myreadyweb.com/article/category-74224.html
  3. http://www.car.chula.ac.th/rarebook/book2/clra57_0149/mobile/index.html#p=146