นามสกุลพระราชทาน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

นามสกุลพระราชทาน เป็นนามสกุลที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขนานนามสกุลขึ้นเมื่อวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2455[1] โดยให้มีผลใช้บังคับในวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2456 อย่างไรก็ตาม ได้มีการเลื่อนเวลาการบังคับใช้กฎหมาย 2 ครั้ง เพื่ออำนวยความการสะดวกแก่เจ้าพนักงานซึ่งจะทำทะเบียนและสะดวกแก่ผู้ที่จะเลือกตั้งนามสกุล โดยพระราชบัญญัติได้บังคับใช้เป็นกฎหมายโดยสมบูรณ์เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2458[2][3]

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามสกุลครั้งแรกเป็นจำนวน 102 นามสกุล เช่น นามสกุล "สุขุม" พระราชทานแก่ เจ้าพระยายมราช (ปั้น), นามสกุล "มาลากุล" พระราชทานแก่ พระยาวิสุทธสุริยศักดิ์ (หม่อมราชวงศ์เปีย) และ พระยาอนุรักษ์ราชมณเฑียร (หม่อมราชวงศ์ปุ้ม) และนามสกุล "พึ่งบุญ" พระราชทานแก่ พระยาประสิทธิ์ศุภการ (หม่อมหลวงเฟื้อ)[4] นามสกุลที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานไว้มีทั้งสิ้น 6464 นามสกุล แยกเป็น

  • นามสกุลตามสมุดทะเบียน 6439 นามสกุล (ในสมุดทะเบียนลงลำดับที่นามสกุลที่ได้พระราชทานไปเพียง 6432 นามสกุล)
  • นามสกุลพิเศษ 1 นามสกุล คือ นามสกุล ณ พิศณุโลก
  • นามสกุลสำหรับราชสกุลรัชกาลที่ 4 อีก 24 นามสกุล [5]

รายชื่อนามสกุลที่มีที่มาจากภาษาต่างประเทศ[แก้]

  • เศียนเสวี พระราชทาน พระอักษรสมบูรณ (ต่อมาได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น พระยานนทิเสนสุเรนทรภักดี) เสมียนตรากระทรวงวัง และนายพันตรีในกองทัพบก บิดาเป็นชาวเยอรมัน นามสกุลเดิมว่า “Falck” คือมุ่งว่า “falk” แปลว่าเหยี่ยว แปลกลับเป็นสันสกฤตว่า “เศ์ยน” แผลงเป็นไทยว่า “เศียน”
  • เศวตศิลา พระราชทาน พระวันพฤกษ์พิจารณ (ทองคำ) ปลัดกรมป่าไม้ กับพระกรุงศรีบริรักษ์ (ทองย้อย) ปลัดมณฑลกรุงเก่ากระทรวงมหาดไทย เป็นบุตรนายเฮนรี อาลบาสเตอร์ (แปลนามสกุลเป็น “หินขาว”)
  • สุมิตร พระราชทาน นายอี สเปนช์ สมิต ผู้ช่วยอธิบดีกรมศึกษาธิการ ขอพระราชทานให้บุตรชายหญิงซึ่งมารดาเป็นไทย
  • เวลานนท์ พระราชทาน รองอำมาตย์เอกเกอรช ฟริดริช เวเลอร์ นายตรวจเอก กรมรถไฟหลวงสายเหนือ (ต่อมาถูกถอนสัญชาติและเรียกคืนนามสกุล เมื่อคราวประเทศสยามประกาศสงครามกับประเทศเยอรมนีในสงครามโลกครั้งที่ 1)
  • อันตรนิยุกต์ พระราชทาน ขุนทิพรศโอชา (ปีเตอร์) พนักงานครัวเฃ้าต้น กรมมหาดเล็ก นามสกุลเดิม “อันโตนิโอ”
  • สีมันตร พระราชทาน ขุนเลขการวิจิตร (แสวง) นายเวรกรมที่ปฤกษา กระทรวงพระคลังมหาสมบัติ บิดาเป็นชาวโปรตุเกส นามสกุลเดิมว่า “ซีโมเอนส์”
  • เตชะวณิช พระราชทาน พระอนุวัฒน์ราชนิยม (ฮง) สังกัดกรมมหาดเล็ก แซ่แต้
  • อับดุลพันธุ์ พระราชทาน นายหมู่ตรีปุ๋ย ประจำแผนกเกียกกาย กองเสนารักษาดินแดนกรุงเทพฯ ปู่ทวดชื่อเฮเดอรใบ ปู่ชื่อเมียโบ บิดาชื่ออับดุลโคยุม
  • อับดุลละบุตร พระราชทาน พระยาพิพิธเสนามาตยาธิบดีศรีสงคราม (นิโอ๊ะ) พระยาเมืองยะหริ่ง ปู่ทวดชื่ออับดุลเลาะ
  • คุณะดิลก พระราชทาน พระยาอรรถการประสิทธิ์ (วิลเลียม แอลเฟรด ตีเลกี, William Alfred Tilleke) อธิบดีกรมอัยการ กระทรวงยุติธรรม เขาชื่อเช่นนี้มาแต่เดิมแล้วแต่ต้องการได้รับอนุมัติ จึ่งตกลงให้เขียนว่า“คุณะดิลก”เช่นนี้ เพื่อให้เป็นไทย เดิมเขียนว่า“คุณะติละกะ” (ตัวโรมัน“Guna Tilleke”)
  • สิงหลกะ พระราชทาน พระดรุณรักษา (เสงี่ยม) ปลัดบาญชีกรมมหาดเล็ก หลานพระอุดรพิสดาร (สิญญ) ซึ่งเป็นชาวสิงหล

รายชื่อนามสกุลแยกตามรายอาชีพของผู้เป็นต้นสกุล[แก้]

  • สืบสกุลจากเจ้าเมือง มีคำราชทินนามนำหน้า อาทิ เจ้าเมืองกำแพงเพชร,พระยากำแพงเพชร ได้รับพระราชทานนามสกุล เช่น รามสูต, รามบุตร, อินทรสูต, พรหมเทพ , นุชนิยม
  • สกุลพ่อค้า มีคำว่า วณิช หรือวานิช และ เวส ประกอบในนามสกุลเช่น กมุทวณิช, กัณหะเวส, คุปตะวาณิช, กฤษณวนิช, เตมียาเวส
  • สกุลชาวสวน มีคำว่า ผล และ ผลิน ประกอบในนามสกุล เช่น ผลพันธิน, นิตย์อำนวยผล, ผลาชีวะ, มณฑลผลิน
  • สกุลชาวนา มีคำว่า กสิกร, เกษตริน และศาลิ ประกอบในนามสกุล เช่น โพธิกสิกร, รัตกสิกร,พงษ์สาริกิจ, สนธิเกษตริน, พฤทธิศาลิกร, ศาลิคุปต
  • สกุลทหารบก มีคำว่า โยธิน ประกอบในนามสกุล เช่น พหลโยธิน, พินทุโยธิน, อุตตมะโยธิน, กมลโยธิน,โกษะโยธิน,อัครโยธิน,วัฒนโยธิน,อินทรโยธิน
  • สกุลทหารเรือ มีคำว่า นาวิน และกลิน ประกอบในนามสกุล เช่น กมลนาวิน, กนกนาวิน, วิเศษนาวิน, โรหิตนาวิน, ไอศะนาวิน, อังคะนาวิน, กฤษณกลิน, สุนทรกลิน, บุญยรัตกลิน
  • สกุลทหารอากาศ มีคำว่า อากาศ หรือ นภา ประกอบในนามสกุล เช่น รณนภากาศ, วุฒากาศ, อากาศไชย
  • สกุลช่างสิบหมู่ มีคำว่า ศิลปิน ประกอบในนามสกุล เช่น เกียรติศิลปิน, เตมียศิลปิน
  • ศิลปินโขน มีคำว่า นัฏ ประกอบในนามสกุล เช่น กานตะนัฎ, จารุนัฎ, สมรรคนัฎ
  • นักดนตรี มีคำว่า วาทิน ประกอบในนามสกุล เช่น กมลวาทิน, วรวาทิน, สุนทรวาทิน
  • กรมพระอัศวราช มีคำว่า อัศวิน ประกอบในนามสกุล เช่น ศวิน โกมลาศวิน, ชยาศวิน, มณฑาศวิน
  • สกุลแพทย์ มีคำว่า เวช, ไวทยะ, แพทย์ ประกอบในนามสกุล เช่น บุรณเวช,โกมลเวช, สุนทรเวช, ถาวรเวช, วีระไวทยะ, พัฒนเวชวงศ์, ตีรแพทย์,ไวทยะชีวิน, มิลินทแพทย์, เวชภูติ ,เวชชาชีวะ, ปิณฑะแพทย์ , วิริยเวช , รัตนเวช , ไวทยะกร
  • โหรหลวง มีคำว่า โชติ ประกอบในนามสกุล เช่น โชติวิท, เศษโชติ, สุนทรโชติ, หิรัญโชติ
  • พราหมณ์ มีคำว่า พราหมณ ประกอบในนามสกุล เช่น จุลละพราหมณ์, พราหมณายน, วินทุพราหมณกุล , วุฒิพราหมณ์ , รัตนพราหมณ์

รายชื่อสกุลที่ขึ้นต้นด้วย "ณ"[แก้]

สกุลที่ขึ้นต้นด้วย "ณ" เป็นนามสกุลพระราชทาน โดยพระราชทานให้แก่ผู้สืบเชื้อสายจากบรรพบุรุษที่มีนิวาสถานตั้งอยู่ในที่แห่งนั้นเป็นเวลานานมาก มีผู้คนรู้จัก และนับถือโดยมาก โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการห้ามไม่ให้ผู้ที่ไม่ได้รับพระบรมราชานุญาตใช้คำว่า "ณ" นำหน้าสกุลเป็นอันขาด[6]

สกุลที่ขึ้นด้วย ณ[แก้]

สกุล อักษรโรมัน เลขที่ พระราชทานแก่ สืบเชื้อสายจาก หมายเหตุ
ณ กาฬสินธุ์ na Kâlasindhu 1190 พระยาชัยสุนทร (เก) พระยาชัยสุนทร (โสมพะมิตร) [7]
ณ จัมปาศักดิ์ na Champâsakdi 1618 เจ้าศักดิ์ประสิทธิ์ (เบง) และเจ้าศักดิ์ประเสริฐ (อุย) เจ้ายุติธรรมธร (คำสุก) [7]
ณ เชียงใหม่ na Chiengmai 1161 เจ้าแก้วนวรัฐ (แก้ว) พระเจ้ากาวิละ [7][8]
ณ ตะกั่วทุ่ง na Takuathung 2289 หลวงราชภักดี (หร่าย) พระยาโลหะภูมิพิสัย [7]
ณ ถลาง na Thâlang 0742 พระยาสุนทราทรธุรกิจ (หมี), พระอาณาจักรบริบาล (อ้น) และพระพิไสยสุนทรการ (แปลง) พระยาถลาง (ฤกษ์) [7]
ณ นคร na Nagara 0103 เจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิต (แย้ม) เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย) [7]
ณ น่าน na Nân 1162 พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช (สุริยะ) พญาหลวงติ๋นมหาวงศ์ [7][8]
ณ บางช้าง na Bâng Xâng 0360 หลวงขจรเนาวรัฐ (หลำ) และหลวงพิพิธวรรณการ (ม้วน) พระแม่กลอง (สอน) กับเจ้าคุณหญิงแก้ว [7]
ณ ป้อมเพชร์ na Pombejra 0150 พระยาชัยวิชิตวิศิษฏ์ธรรมธาดา (ขำ) พระยาไชยวิชิต (เผือก) [7]
ณ พัทลุง na Badalung 2279 หลวงวิบูลย์บุรขันฑ์ (นพ) พระยาพัทลุง (ขุน) [7]
ณ พิศณุโลก พิเศษ หม่อมคัทริน [7][9]
ณ มโนรม na Manorom 2770 หลวงวินิจสารา (ดวง) พระยามโนรม [7]
ณ มหาไชย na Mahajai 0004 พระยาเทพทวาราวดี (สาย) พระยานรนารถภักดี [7]
ณ ร้อยเอ็จ na Roi Ech 1189 พระยาขัติยะวงษา (เหลา) เพี้ยพระนคร (คำ) [7]
ณ ระนอง na Ranong 2345 พระยารัตนเศรษฐี (ยู่หงี) พระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี (ซู้เจียง) [7]
ณ ลำปาง na Lampâng 1166 เจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต (บุญทวงษ์) พระยาคำโสม [7][8]
ณ ลำภูน na Lambhûn 0866 เจ้าจักรคำขจรศักดิ์ (จักรคำ) พระยาคำฟั่น [7]
ณ วิเชียร na Vijira 2803 พระยาประเสริฐสงคราม (ใจ) [7]
ณ สงขลา na Sonkhlâ 0108 พระยาอภิรักษ์ราชอุทยาน (ฑิตย์) พระยาสุวรรณคีรีสมบัติ (เหยี่ยง) [7]
ณ หนองคาย na Nonggai 1181 พระยาวุฒาธิคุณ (แพ) พระปทุมเทวาภิบาล (สุวอ) [7][8]
ณ อุบล Na Ubol 3127 พระอุบลเดชประชารักษ์ (เสือ) พระปทุมวรราชสุริยวงศ์ (คำผง) [7]

สกุลที่มี ณ อยู่ท้ายสกุล[แก้]

สกุล อักษรโรมัน เลขที่ พระราชทานแก่ สืบเชื้อสายจาก หมายเหตุ
พรหมสาฃา ณ สกลนคร Brâhmasâkhâ na Sakolnagara 1368 พระยาประจันตประเทศธานี (โง่นคำ) พระบรมราชา (พรหมา) [10]
ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม Bhavabhûtânanda na Mahasaragama 1218 พระเจริญราชเดช (อุ่น) พระเจริญราชเดช (กวด) [11]
รัตนดิลก ณ ภูเก็ต Ratnatilaka na Bhuket 2327 หลวงวรเทพภักดี (เดช) พระยาณรงค์เรืองฤทธิ์ (เจิม) [12]
สุนทรกุล ณ ชลบุรี Sundarakul na Jolburi 4603 หม่อมหลวงจาบ กรมขุนสุนทรภูเบศร์ [13]

สกุลย่อยที่ใช้ ณ ต่อท้ายสกุล[แก้]

สกุล อักษรโรมัน เลขที่ พระราชทานแก่ แยกจากสกุล หมายเหตุ
โกมารกุล ณ นคร Komârakul na Nagara 0253 พระยาไชยยศสมบัติ (เฉลิม) ณ นคร [14]
ประทีป ณ ถลาง Pradîp na Thâlang 3945 หลวงราชอาณัติ (กล่อม) ณ ถลาง [15]
สุคนธาภิรมย์ ณ พัทลุง Sugandhâbhiromya na Badalung 2425 สมบุญ ณ พัทลุง [13]

นามสกุลจากราชทินนาม[แก้]

คือ นามสกุลที่ตั้งขึ้นมาโดยมีที่มาจากราชทินนามของขุนนาง ราชทินนาม มีความหมายคือ นามที่ได้รับพระราชทาน ซึ่งแสดงถึงตำแหน่งหน้าที่ทางราชการของขุนนางผู้นั้น นามพระราชทานนี้อยู่ต่อท้ายบรรดาศักดิ์ (อันได้แก่เจ้าพระยา พระยา พระ หลวง ขุนหมื่น พัน ทนาย ฯ) ในบางกรณี ราชทินนาม พระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้เจ้ากระทรวงแต่งตั้งให้แก่ชนชั้นขุนนางที่ได้รับบรรดาศักดิ์ ดังนั้นราชทินนาม เป็นความดีความชอบที่มอบให้แก่ชนชั้นปกครอง ซึ่งไม่ได้รับเงินเดือนในสมัยกรุงศรีอยุธยา นอกจากนี้ ราชทินนาม ยังใช้สำหรับสมณศักดิ์ชั้นสัญญาบัตรที่พระเจ้าแผ่นดินพระราชทานแก่พระภิกษุสงฆ์ เช่นเจ้าคณะฯ

ทั้งนี้ การที่จะใช้ราชทินนามขุนนางเป็นนามสกุลได้ต้องนำความกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตก่อน เมื่อโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตแล้ว ผู้ขอใช้ราชทินนามเป็นนามสกุลจึงจะไปแจ้งขอเปลี่ยนนามสกุลได้

ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล มีพระบรมราชานุญาตให้ใช้นามสกุลจากราชทินนาม ตามความในมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติชื่อบุคคล พุทธศักราช 2484 ว่า "ผู้ใดประสงค์จะขอใช้ราชทินนามของตนทั้งหมดหรือแต่บางส่วนเป็นชื่อสกุล ให้ยื่นเรื่องราวต่อรัฐมนตรีเพื่อถวายต่อพระมหากษัตริย์ ถ้าได้รับพระบรมราชานุญาตและได้นำหลักฐานไปจดทะเบียนต่อกรมการอำเภอ ณ ที่ว่าการอำเภอท้องที่ซึ่งผู้ยื่นเรื่องราวมีภูมิลำเนาแล้ว จึงให้ถือว่าเป็นชื่อสกุลอันชอบด้วยกฎหมาย"

ทันทีที่พระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวนั้นประกาศใช้อย่างเป็นทางการ ได้มีผู้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตใช้ราชทินนามเป็นนามสกุลในครั้งแรก[16] จำนวน 10 คนดังนี้

  1. จอมพล หลวงพิบูลสงคราม (แปลก ขิตตะสังคะ) ขอใช้นามสกุล พิบูลสงคราม
  2. พลตำรวจตรี หลวงอดุลเดชจรัส (อดุล พึ่งพระคุณ) ขอใช้นามสกุล อดุลเดชจรัส
  3. นาวาเอก หลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ (ถวัลย์ ธารีสวัสดิ์) ขอใช้นามสกุล ธำรงนาวาสวัสดิ์
  4. พันเอก หลวงเชวงศักดิ์สงคราม (ช่วง ขวัญเชิด) ขอใช้นามสกุล เชวงศักดิ์สงคราม
  5. พลโท หลวงพรหมโยธี (มังกร ผลโยธิน) ขอใช้นามสกุล พรหมโยธี
  6. พลอากาศตรี พระเวชยันตรังสฤษฏ์ (มุนี มหาสันทนะ) ขอใช้นามสกุล เวชยันตรังสฤษฏ์
  7. นายพันเอก พระบริภัณฑ์ยุทธกิจ (เภา เพียรเลิศ) ขอใช้นามสกุล บริภัณฑ์ยุทธกิจ
  8. นายพลตรี หลวงเสรีเริงฤทธิ์ (จรูญ รัตนกุล) ขอใช้นามสกุล เสรีเริงฤทธิ์
  9. หลวงวิจิตรวาทการ (วิจิตร วัฒนปฤดา) ขอใช้นามสกุล วิจิตรวาทการ
  10. ขุนสมาหารหิตะคดี (โป-ระ โปรคุปต์) ขอใช้นามสกุล สมาหาร

การขอพระราชทานใช้ราชทินนามเป็นนามสกุล เป็นผลสืบเนื่องมาจากการยกเลิกบรรดาศักดิ์ในสมัยจอมพล ป.พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี ที่กำหนดให้ข้าราชการเลิกใช้บรรดาศักดิ์ คงเป็นนายเท่าเทียมกันทั้งหมด จึงทำให้บรรดาข้าราชการที่เคยมีบรรดาศักดิ์และเคยรู้จักกันทั่วไปราชทินนามต่างๆ พากันนำราชทินนามมาใช้ร่วมกับนามและนามสกุลเดิม เช่น พระยาภะรตราชา อดีตผู้บัญชาการจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็ได้เปลี่ยนมาใช้นามตามรัฐนิยมว่า หม่อมหลวงทศทิศ อิศรเสนา ภะรตราชา ,พระยาอนุมานราชธน ท่านก็เปลี่ยนมาเป็นนายยง เสฐียรโกเศศ อนุมานราชธน ,สกุลเจ้าเมืองจังหวัดสุรินทร์ ก็สามารถใช้ราชทินนามพระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง มาใช้ร่วมกับนามและนามสกุลพระราชทานตาม รัฐนิยมว่า สุรินทร์ภักดี อินทนูจิตร ได้ , ขุนเสลวาปี ขุนนางในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็มาใช้ราชทินนามร่วมกับนามตาม รัฐนิยม ว่า เสลวาปีนุสรณ์

ต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขพระราชบัญญัติชื่อบุคคล พุทธศักราช 2484 เป็นพระราชบัญญัติชื่อบุคคล พุทธศักกราช 2505 โดยในมาตรา 19 บัญญัติว่า "ผู้ใดประสงค์จะใช้ราชทินนามของตน ของผู้บุพการีหรือของผู้สืบสันดานเป็นชื่อสกุล ให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนท้องที่ในท้องที่ที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร แล้วให้นายทะเบียนท้องที่นั้นเสนอต่อไปตามลำดับจนถึงนายทะเบียนกลาง เมื่อนายทะเบียนกลางพิจารณาเห็นสมควร ให้เสนอรัฐมนตรีเพื่อนำความกราบบังคมทูล เมื่อได้รับพระบรมราชานุญาตแล้ว จึงให้นายทะเบียนท้องที่รับจดทะเบียนชื่อสกุลนั้น และออกหนังสือสำคัญแสดงการรับจดทะเบียนชื่อสกุลให้แก่ผู้ขอ"

ส่วนหนึ่งของนามสกุลพระราชทานในรัชกาลที่ ๖[แก้]

ลำดับ นามสกุล (อักษรไทย) นามสกุล (อักษรโรมัน) พระราชทานแด่ วันที่พระราชทาน หมายเหตุ
1 สุขุม Sukhum เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2456 * ทรงเขียนให้เอง (สกุลตั้งใหม่)
* เสนาบดีกระทรวงนครบาล
*เดิม พระยาสุขุมนัยวินิต พระอาจารย์ภาษไทยในขณะที่รัชกาลที่ 6 ทรงกำลังศึกษาอยู่ที่ประเทศอังกฤษ
2 มาลากุล ณ กรุงเทพ Malakul na Krungdeb เจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี (หม่อมราชวงศ์เปีย มาลากุล) และเจ้าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดี (หม่อมราชวงศ์ปุ้ม มาลากุล) 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2456 * ทรงเขียนให้เอง
* เดิม พระยาวิสุทธสุริยศักดิ์ (หม่อมราชวงษ์เปีย) เสนาบดีกระทรวงธรรมการ และพระยาอนุรักษ์ราชมณเฑียร (หม่อมราชวงษ์ปุ้ม) เสนาบดีกระทรวงวัง
* สำหรับบรรดาผู้ที่สืบสกุลจากสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอชั้น ๒ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระยาบำราบปรปักษ์
3 พึ่งบุญ ณ กรุงเทพ Phungbun na Krungdeb เจ้าพระยารามราฆพ (หม่อมหลวงเฟื้อ พึ่งบุญ) 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2456 *ทรงเขียนให้เอง
* เดิม พระยาประสิทธิ์ศุภการ จางวางมหาดเล็กห้องพระบรรทม อธิบดีกรมมหาดเล็กและผู้บัญชาการกรมมหรศพ
* สกุลหม่อมไกรสร
4 ณ มหาไชย Na Mahajai พระยาบำเรอบริรักษ์ (สาย ณ มหาไชย) 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2456 * ทรงเขียนให้เอง
* เดิม พระยาเทพทวาราวดี (สาย) อธิบดีกรมมหาดเล็ก
* สำหรับสกุลพระยานรนารถภักดีด้วย ซึ่งมาจากตำบลมหาไชย
* ปัจจุบันยังคงสะกดเป็น "ณ มหาไชย"
5 ไกรฤกษ์ Krairiksh พระยาบุรุษรัตนราชพัลลภ (นพ) และเจ้าพระยามหิธร (ลออ ไกรฤกษ์) 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2456 * ทรงเขียนให้เอง
* เดิม อธิบดีกรมชาวที่ และพระยาจักรปาณีศรีศิลวิสุทธิ์ (ลออ) กรรมการศาลฎีกา และสมุหพระนิติศาสตร์
* สำหรับบรรดาผู้ที่สืบสกุลจากพระยาไกรโกษา (ฤกษ์)

อ้างอิง[แก้]

  1. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชบัญญัติขนามนามสกุล พุทธศักราช ๒๔๕๖, เล่ม ๒๙, ตอน ๐ ก, ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๕๕, หน้า ๒๘๓
  2. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ ให้เลื่อนการใช้พระราชบัญญัติขนานนามสกุล, เล่ม ๓๐, ตอน ๐ก, ๑๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๕๖, หน้า ๕๘
  3. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ การเลื่อนใช้พระราชบัญญัติขนานนามสกุล พระพุทธศักราช ๒๔๕๖, เล่ม ๓๐, ตอน ๐ ก, ๒๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๕๖, หน้า ๔๙๓
  4. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศกระทรวงมุรธาธร เรื่อง ประกาศพระราชทานนามสกุล ครั้งที่ ๑, เล่ม ๓๐, ตอน ๐ ง, ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๕๖, หน้า ๖๔๘
  5. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศกรมราชเลขานุการ เรื่อง พระราชทานนามสกุล สำหรับสืบเชื้อพระวงศ์ พระเจ้าบรมวงศ์เธอชั้น ๔, เล่ม ๓๒, ตอน ๐ ง, ๑๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๕๘, หน้า ๑๓๕
  6. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศ ห้ามมิให้ผู้ที่ไม่ได้รับพระราชทานนามสกุลใช้ "ณ" นำหน้านามสกุล, เล่ม ๓๒, ตอน ๐ ก, ๑๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๕๘, หน้า ๓๙๕
  7. 7.00 7.01 7.02 7.03 7.04 7.05 7.06 7.07 7.08 7.09 7.10 7.11 7.12 7.13 7.14 7.15 7.16 7.17 7.18 7.19 7.20 "นามสกุลพระราชทาน อักษร ณ". พระราชวังพญาไท. สืบค้นเมื่อ 24 กันยายน 2561.
  8. 8.0 8.1 8.2 8.3 "ประกาศพระราชทานนามสกุล ครั้งที่ ๑๔ (ลำดับที่ ๑๑๕๖ ถึงลำดับที่ ๑๑๘๒)" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 31 (0 ง): 72. 5 เมษายน 2557. สืบค้นเมื่อ 30 พฤษภาคม 2561.
  9. "ประกาศพระราชทานนามสกุลพิเศษ" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 30 (0 ง): 832. 27 กรกฎาคม 2456.
  10. "นามสกุลพระราชทาน อักษร พ". พระราชวังพญาไท. สืบค้นเมื่อ 24 กันยายน 2561.
  11. "นามสกุลพระราชทาน อักษร ภ". พระราชวังพญาไท. สืบค้นเมื่อ 24 กันยายน 2561.
  12. "นามสกุลพระราชทาน อักษร ร". พระราชวังพญาไท. สืบค้นเมื่อ 24 กันยายน 2561.
  13. 13.0 13.1 "นามสกุลพระราชทาน อักษร ส". พระราชวังพญาไท. สืบค้นเมื่อ 24 กันยายน 2561.
  14. "นามสกุลพระราชทาน อักษร ก". พระราชวังพญาไท. สืบค้นเมื่อ 24 กันยายน 2561.
  15. "นามสกุลพระราชทาน อักษร ป". พระราชวังพญาไท. สืบค้นเมื่อ 24 กันยายน 2561.
  16. ประกาศกระทรวงมหาไทย เรื่องพระราชทานพระบรมราชานุญาติใช้ราชทินนามเป็นชื่อสกุล ณ วันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2474 สืบค้นวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2557
  • เทพ สุนทรศารทูล. นามสกุลพระราชทาน ในรัชกาลที่6 รัชกาลที่7 รัชกาลที่8 รัชกาลที่9. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2555.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]