เจ้าราชดนัย (ยอดฟ้า ณ น่าน)
| เจ้าราชดนัย (ยอดฟ้า ณ น่าน) | |
|---|---|
| เจ้าราชดนัยนครน่าน | |
| เจ้าราชดนัยนครน่าน | |
| ดำรงพระยศ | 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2446 - 2 มีนาคม พ.ศ. 2460 |
| รวมระยะเวลา | 13 ปี 3 เดือน 3 วัน |
| เจ้าผู้ครองนคร | พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช (พระเจ้านครเมืองน่าน) |
| พระยาราชบุตรนครแพร่ | |
| ดำรงพระยศ | 26 มกราคม พ.ศ. 2440 - 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2446 |
| รวมระยะเวลา | 6 ปี 10 เดือน 1 วัน |
| เจ้าผู้ครองนคร | เจ้าพิริยเทพวงษ์ (เจ้านครเมืองแพร่) |
| ประสูติ | พ.ศ. 2413 หอคำหลวง นครน่าน เจ้ายอดฟ้า ณ น่าน |
| พิราลัย | 2 มีนาคม พ.ศ. 2460 (47 ปี) นครน่าน |
| พระราชทานเพลิงศพ | 20 มีนาคม พ.ศ. 2460 |
| พระชายา | เจ้านางสุพรรณวดี เทพวงศ์ |
| พระบุตร | เจ้านางสร้อยฟ้า โลหะพจน์พิลาศ เจ้านางวิลาวัณย์ ณ น่าน |
| ราชสกุล | ณ น่าน |
| ราชวงศ์ | ติ๋นมหาวงศ์ |
| พระบิดา | พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช |
| พระมารดา | แม่เจ้ายอดหล้าอรรคราชเทวี |
รองอำมาตย์เอก[1] ร้อยตำรวจเอก เจ้าราชดนัย (ยอดฟ้า ณ น่าน) เจ้าราชดนัยนครน่าน หรือ เจ้าน้อยยอดฟ้า ณ น่าน อดีตพระยาราชบุตรแห่งนครแพร่ และเป็นราชโอรสในพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 63 กับแม่เจ้ายอดหล้าอรรคราชเทวี
พระประวัติ
[แก้]เจ้าราชดนัย (ยอดฟ้า ณ น่าน) หรือ เจ้าน้อยยอดฟ้า ณ น่าน เป็นราชโอรสในพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 63 กับแม่เจ้ายอดหล้า มีเชษฐา-เชษฐภิคินี ร่วมเจ้ามารดารวม 13 องค์ คือ
- เจ้าคำบุ ณ น่าน
- พระยาวังขวา (เจ้าคำเครื่อง ณ น่าน)
- เจ้าบุรีรัตน์ (เจ้าน้อยยศ ณ น่าน)
- เจ้านางอัมรา ณ น่าน
- เจ้าราชวงศ์ (เจ้าน้อยรัตน ณ น่าน)
- เจ้าน้อยบริยศ ณ น่าน
- เจ้านางบัวเขียว ณ น่าน เสกสมรสกับ เจ้าบุรีรัตน์ (เจ้าน้อยบรม ณ น่าน)
- อำมาตย์ตรี เจ้าราชวงศ์ (เจ้าสุทธิสาร ณ น่าน)
- เจ้าราชภาติกวงษ์ (เจ้าจันทวงษ์ ณ น่าน)
- เจ้าราชบุตร (เจ้าหนานบุญรังษี ณ น่าน)
- เจ้าราชภาคินัย (เจ้าน้อยมหาวงษ์ ณ น่าน)
- เจ้าราชดนัย (เจ้าน้อยยอดฟ้า ณ น่าน)
- เจ้านางสมุท ณ น่าน
เจ้าน้อยยอดฟ้า เสกสมรสกับเจ้าหญิงสุพรรณวดี เทพวงศ์ ราชธิดาในเจ้าพิริยเทพวงษ์ เจ้าผู้ครองนครแพร่องค์สุดท้าย กับแม่เจ้าบัวไหล เจ้าน้อยยอดฟ้า มีตำแหน่งเดิมเป็น พระยาราชบุตร พระยาราชบุตรนครแพร่ และรับราชการเป็นนายตำรวจอยู่ในเมืองนครแพร่ มียศเป็น ร้อยตำรวจเอกพระยาราชบุตร ต่อมาปีพ.ศ. 2446 ภายหลังจากกิดความไม่สงบขึ้นในเมืองนครแพร่ พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช เจ้าผู้ครองนครน่าน เจ้าบิดาได้ขอย้ายพระยาราชบุตรไปรับราชการที่เมืองนครน่าน และขอรับพระราชทานสัญญาบัตรเป็น เจ้าราชดนัย เจ้าราชดนัยแห่งนครน่าน[2] ท่านจึงได้พาครอบครัวไปพำนักอยู่นครน่าน
พิราลัย
[แก้]รองอำมาตย์เอก เจ้าราชดนัย (ยอดฟ้า ณ น่าน) เจ้าราชดนัยนครน่าน ป่วยเป็นโรคฝีในปอด ถึงแก่กรรม เมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2460 สิริชนมายุได้ 47 ปี[3]
พระราชทานเพลิงศพ
วันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2460 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ส่งหีบเพลิงไปพระราชทานเพลิงศพ รองอำมาตย์เอก เจ้าราชดนัย (น้อยยอดฟ้า ณ น่าน) ที่วัดในจังหวัดน่าน แล้วพระราชทานเงิน ๑๐๐๐ สตางค์ ผ้าขาว ๒ พับ[4]
พระยศ
[แก้]เจ้าราชดนัย (ยอดฟ้า ณ น่าน) ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรบรรดาศักดิ์ ดังนี้
เหตุการณ์กบฏเงี้ยวปล้นเมืองแพร่
[แก้]ในปี พ.ศ. 2445 ได้เกิดความไม่สงบขึ้นในเมืองนครแพร่ โดยพวกไทใหญ่หรือเงี้ยวที่ได้เข้ามาอยู่อาศัยในเมืองนครแพร่ และทำมาหากินในการขุดพลอย ประเภทพลอยไพลินที่ตำบลบ่อแก้ว อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ในปัจจุบัน ได้ทำการก่อจลาจลในเมืองแพร่เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2445 จากเหตุการณ์ครั้งนี้ เจ้าหลวงนครแพร่ถูกกล่าวหาว่าคบกับพวกเงี้ยว เจ้าพิริยเทพวงษ์จึงต้องเสด็จหรีภัยการเมืองไปประทับเมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว[7] และได้พำนักอยู่ที่นั่นจนกระทั่งพิราลัยในปี พ.ศ. 2455 ส่วนเจ้านายองค์อื่น ๆ ถูกถอดยศศักดิ์ ถูกควบคุมลงไปกักตัวไว้ที่กรุงเทพฯ และให้ชดใช้ค่าเสียหายต่าง ๆ ร่วมถึงพระยาราชบุตร (เจ้าน้อยยอดฟ้า ณ น่าน) ก็ถูกถอดยศศักดิ์ ริบทรัพย์สมบัติ ให้ชดใช้ค่าเสียหายต่าง ๆ และให้ย้ายออกจากนครแพร่ ภายหลังเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี มีคำสั่งให้ร้อยตำรวจเอกพระยาราชบุตรนำกองกำลังตามขึ้นไปตีพวกโจรเงี้ยวที่แตกไปอยู่ตำบลสะเอียบ ซึ่งร้อยตำรวจเอกเพระยาราชบุตรก็สามารถกระทำงานที่มอบหมายสำเร็จ คือตีพวกกองโจรเงี้ยวจนแตกพ่ายไป ได้ริบทรัพย์จับเชลยกลับมาเป็นจำนวนมาก อันเป็นวิธีสร้างความดีลบล้างความผิดเพื่อหลีกเลี่ยงการประหารชีวิตเพราะสยามไม่ประสงค์จะให้กระทบกระเทือนใจเจ้านายเมืองเหนือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระยาราชบุตรเป็นราชโอรสในพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช เจ้าผู้ครองนครน่าน ต่อมาปี พ.ศ. 2446 เจ้าบิดาได้ขอย้ายพระยาราชบุตรไปรับราชการที่เมืองนครน่าน และขอรับพระราชทานสัญญาบัตรเป็น “เจ้าราชดนัย” อันเป็นตำแหน่งใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเห็นชอบด้วย
ธิดา
[แก้]เจ้าราชดนัย (ยอดฟ้า ณ น่าน) สมรสกับเจ้าสุพรรณวดี เทพวงศ์ โดยเจ้าพิริยเทพวงษ์ได้ไปสู่ขอตามประเพณีล้านนาในปี พ.ศ. 2439 มีธิดา 2 คน คือ
- เจ้าสร้อยฟ้า ณ น่าน สมรสกับรองอำมาตย์โทขุนโลหะพจน์พิลาศ มีบุตร-ธิดา 4 คน
- นายสมพงษ์ โลหะพจน์พิลาศ สมรสกับนางแสงเดือน กันทาธรรม (เชื้อสายเจ้าธรรมสาร)
- นางสุภาพ แสงศิริ
- นางวรรณแวว ไชยวงศ์
- นายโสภณ แสงสิริ
- เจ้าวิลาวัณย์ ณ น่าน ไม่มีบุตรธิดา[8]
โดยธิดาทั้งสองคือสายสัมพันธ์สองแผ่นดินแห่งนครแพร่ และนครน่าน
เครื่องราชอิสริยาภรณ์
[แก้]- พ.ศ. 2442 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นที่ 5 เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย (บ.ม.) - พ.ศ. 2444 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นที่ 5 เบญจมาภรณ์ช้างเผือก (บ.ช.)[9]
ราชตระกูล
[แก้]| พงศาวลีของเจ้าราชดนัย (ยอดฟ้า ณ น่าน) | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
อ้างอิง
[แก้]- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศพระบรมราชโองการ พระราชทานยศแก่ข้าราชการกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2454
- ↑ ประวัติศาสตร์ที่ชีวิตคุณอาจไม่เคยรู้ กบฏเงี้ยวเมืองแพร่ http://www.oknation.net/blog/kingkaoz
- ↑ ข่าวตาย ๑๖ มี.ค. ๒๔๖๐ เล่ม ๓๔ ง หน้า ๓๖๘๔
- ↑ ส่งหีบเพลิงไปพระราชทานเพลิงศพ ๒๓ มี.ค. ๒๔๖๐ เล่ม ๓๔ ง หน้า ๓๗๔๓
- ↑ พระราชทานสัญญาบัตร ๒๙ ม.ค. ๒๔๔๐ เล่ม ๑๔ ตอนที่ ๔๔ หน้า ๗๕๓
- ↑ พระราชทานสัญญาบัตรขุนนาง ๖ พ.ย. ๒๔๔๖ เล่ม ๒๐ หน้า ๖๓๑
- ↑ องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ ประวัติเจ้าพิริยเทพวงศ์ (เจ้าหลวงองค์สุดท้ายของเมืองแพร่) เก็บถาวร 2016-03-05 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน เรียกดูเมื่อ 7 มิถุนายน 2556
- ↑ หมู่บ้าน วังฟ่อน. เจ้าหลวงพิริยเทพวงศ์(ทายาท)
- ↑