เจ้าราชดนัย (ยอดฟ้า ณ น่าน)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เจ้าราชดนัย (ยอดฟ้า ณ น่าน)

พระนาม เจ้าน้อยยอดฟ้า ณ น่าน
พระอิสริยยศ พระยาราชบุตรนครแพร่
เจ้าราชดนัยนครน่าน
ฐานันดรศักดิ์ เจ้า
ราชวงศ์ ราชวงศ์หลวงติ๋นมหาวงศ์
ข้อมูลส่วนพระองค์
ประสูติ พ.ศ. 2413
พิราลัย 2 มีนาคม พ.ศ. 2460
พระบิดา พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช
พระมารดา แม่เจ้ายอดหล้า
พระชายา เจ้าหญิงสุพรรณวดี เทพวงศ์
พระบุตร เจ้าสร้อยฟ้า โลหะพจน์พิลาศ
เจ้าวิลาวัณย์ ณ น่าน

ร้อยตำรวจเอก เจ้าราชดนัย (ยอดฟ้า ณ น่าน) หรือ เจ้าน้อยยอดฟ้า เจ้าราชดนัยแห่งนครน่าน อดีตพระยาราชบุตรแห่งนครแพร่ และเป็นราชโอรสในพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 63 กับแม่เจ้ายอดหล้า

ประวัติ[แก้]

เจ้าราชดนัย (ยอดฟ้า ณ น่าน) หรือ เจ้าน้อยยอดฟ้า ณ น่าน เป็นราชโอรสในพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 63 กับแม่เจ้ายอดหล้า มีเชษฐาเชษฐภิคินีร่วมเจ้ามารดารวม 13 องค์ คือ

  1. เจ้าคำบุ
  2. เจ้าคำเครื่อง
  3. เจ้ายศ
  4. เจ้านางอัมรา
  5. เจ้าน้อยรัตน ได้เป็นเจ้าราชวงษ์
  6. เจ้าน้อยบริยศ
  7. เจ้านางบัวเขียว ภายหลังได้สมรสกับเจ้าบุรีรัตน์ (บรม)
  8. อำมาตย์ตรีเจ้าบุรีรัตน์ (สุทธิสาร)
  9. เจ้าราชภาติกวงษ์ (จันทวงษ์)
  10. เจ้าหนานบุญรังษี
  11. เจ้าราชภาคินัย (น้อยมหาวงษ์)
  12. เจ้าราชดนัย (น้อยยอดฟ้า)
  13. เจ้านางสมุท

เจ้าน้อยยอดฟ้า เสกสมรสกับเจ้าหญิงสุพรรณวดี เทพวงศ์ ราชธิดาในเจ้าพิริยเทพวงษ์ เจ้าผู้ครองนครแพร่องค์สุดท้าย กับแม่เจ้าบัวไหล เจ้าน้อยยอดฟ้า มีตำแหน่งเดิมเป็น พระยาราชบุตร พระยาราชบุตรนครแพร่ และรับราชการเป็นนายตำรวจอยู่ในเมืองนครแพร่ มียศเป็น ร้อยตำรวจเอกพระยาราชบุตร ต่อมาปีพ.ศ. 2446 ภายหลังจากกิดความไม่สงบขึ้นในเมืองนครแพร่ พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช เจ้าผู้ครองนครน่าน เจ้าบิดาได้ขอย้ายพระยาราชบุตรไปรับราชการที่เมืองนครน่าน และขอรับพระราชทานสัญญาบัตรเป็น เจ้าราชดนัย เจ้าราชดนัยแห่งนครน่าน[1] ท่านจึงได้พาครอบครัวไปพำนักอยู่นครน่าน จึงกระทั่งถึงวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2460 เจ้าราชดนัยป่วยเป็นโรคฝีในปอด ถึงแก่กรรมเมื่อชนมายุได้ 47 ปี

เหตุการณ์กบฎเงี้ยวปล้นเมืองแพร่[แก้]

ในปีพ.ศ. 2445 ได้เกิดความไม่สงบขึ้นในเมืองนครแพร่ โดยพวกไทใหญ่หรือเงี้ยวที่ได้เข้ามาอยู่อาศัยในเมืองนครแพร่ และทำมาหากินในการขุดพลอย ประเภทพลอยไพลินที่ตำบลบ่อแก้ว อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ในปัจจุบัน ได้ทำการก่อจลาจลในเมืองแพร่เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2445 จากเหตุการณ์ครั้งนี้ เจ้าหลวงนครแพร่ถูกกล่าวหาว่าคบกับพวกเงี้ยว เจ้าพิริยเทพวงษ์จึงต้องเสด็จหลีภัยการเมืองไปประทับเมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว[2] และได้พำนักอยู่ที่นั่นจนกระทั่งพิราลัยในปี พ.ศ. 2455 ส่วนเจ้านายองค์อื่นๆถูกถอดยศศักดิ์ ถูกควบคุมลงไปกักตัวไว้ที่กรุงเทพฯ และให้ชดใช้ค่าเสียหายต่างๆ ร่วมถึงพระยาราชบุตร(เจ้าน้อยยอดฟ้า ณ น่าน) ก็ถูกถอดยศศักดิ์ ริบทรัพย์สมบัติ ให้ชดใช้ค่าเสียหายต่างๆ และให้ย้ายออกจากนครแพร่ ภายหลังเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี มีสั่งให้ร้อยตำรวจเอกพระยาราชบุตรนำกองกำลังตามขึ้นไปตีพวกโจรเงี้ยวที่แตกไปอยู่ตำบลสะเอียบ ซึ่งร้อยตำรวจเอกเพระยาราชบุตรก็สามารถกระทำงานที่มอบหมายสำเร็จ คือตีพวกกองโจรเงี้ยวจนแตกพ่ายไป ได้ริบทรัพย์จับเชลยกลับมาเป็นจำนวนมาก อันเป็นวิธีสร้างความดีลบล้างความผิดเพื่อหลีกเลี่ยงการประหารชีวิตเพราะสยามไม่ประสงค์จะให้กระทบกระเทือนใจเจ้านายเมืองเหนือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระยาราชบุตรเป็นราชโอรสในพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช เจ้าผู้ครองนครน่าน ต่อมาปี พ.ศ. 2446 เจ้าบิดาได้ขอย้ายพระยาราชบุตรไปรับราชการที่เมืองนครน่าน และขอรับพระราชทานสัญญาบัตรเป็น “เจ้าราชดนัย” อันเป็นตำแหน่งใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเห็นชอบด้วย

ธิดา[แก้]

เจ้าราชดนัย (ยอดฟ้า ณ น่าน) มีธิดากับเจ้าสุพรรณวดี เทพวงศ์ 2 คน คือ

  1. เจ้าสร้อยฟ้า ณ น่าน สมรสกับรองอำมาตย์โทขุนโลหะพจน์พิลาศ มีบุตรธิดา 4 คน
  2. เจ้าวิลาวัณย์ ณ น่าน ไม่มีบุตรธิดา[3]

โดยธิดาทั้งสองคือสายสัมพันธ์สองแผ่นดินแห่งนครแพร่ และนครน่าน

อ้างอิง[แก้]

  1. ประวัติศาสตร์ที่ชีวิตคุณอาจไม่เคยรู้ กบฏเงี้ยวเมืองแพร่ http://www.oknation.net/blog/kingkaoz
  2. องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ ประวัติเจ้าพิริยเทพวงศ์ (เจ้าหลวงองค์สุดท้ายของเมืองแพร่) เรียกดูเมื่อ 7 มิถุนายน 2556
  3. หมู่บ้าน วังฟ่อน. เจ้าหลวงพิริยเทพวงศ์(ทายาท)