น้ำมันแมคาเดเมีย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ขวดและถ้วยน้ำมันแมคาเดเมีย

น้ำมันแมคาเดเมีย (อังกฤษ: macadamia oil, macadamia nut oil) เป็นน้ำมันไม่ระเหยง่ายที่สกัดจากเนื้อแมคาเดเมีย (Macadamia integrifolia) ซึ่งเป็นพืชประจำถิ่นของออสเตรเลีย เป็นของเหลวที่อุณหภูมิห้อง เมื่อกลั่นจะมีสีอำพันอ่อน ๆ มีกลิ่นถั่ว มีโครงสร้างทางเคมีเป็นกรดโอเลอิกประมาณ 60%, กรดปาลมิโตเลอิก 19%, กรดลิโนเลอิก 1-3% และกรดลิโนเลนิกอัลฟา 1-2% น้ำมันคงสภาพได้ดีมากและเก็บไว้ได้นานเพราะมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวมีพันธะคู่หลายคู่ต่ำ บางครั้งใช้ประกอบอาหารโดยผัด/ทอด (เพราะทนความร้อนได้สูง) หรือเป็นน้ำสลัด ใช้ในเครื่องสำอางเป็นสารให้ความชุ่มชื้นและช่วยบำรุงเส้นผม และใช้ในน้ำหอมไม่ให้ระเหยเร็ว

คุณสมบัติ[แก้]

Macadamia integrifolia

ถั่วแมคาเดเมียเป็นน้ำมัน 75% ของน้ำหนัก ที่เหลือเป็นโปรตีน 9.0%, คาร์โบไฮเดรต 9.3%, ความชื้น 1.5%, แร่ธาตุ 1.6% และใยอาหาร 2.0% เนื้อเมล็ดมีวิตามินเอ1 บี1 บี2 ไนอาซิน และแร่ธาตุจำเป็นรวมทั้งแคลเซียม เหล็ก ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม และโพแทสเซียม น้ำมันเป็นไตรกลีเซอไรด์และโดยหลักประกอบด้วยไขมันไม่อิ่มตัวมีพันธะคู่เดี่ยวมากถึง 80-84% ดังนั้น น้ำมันแมคาเดเมียจึงมีเปอร์เซ็นต์ไขมันไม่อิ่มตัวมีพันธะคู่เดี่ยวสูงสุดเทียบกับ "น้ำมันสุขภาพ" คือน้ำมันมะกอกและน้ำมันแคโนลา[1]

ต้นแมคาเดเมีย คือ Macadamia integrifolia เป็นต้นไม้ท้องถิ่นของออสเตรเลีย มีใบคล้ายต้นฮอลลี่ (สกุล Ilex) ที่ปลูกได้ดีในดินอินทรีย์ชื้น ทนหนาวได้จนถึงอุณหภูมิ -4.4 องศาเซลเซียส ต้นสามารถออกผลภายใน 5-7 ปี ผลจะอยู่ในเปลือกรูปกลมที่แข็งมาก เนื้อจะออกขาว ๆ หวาน สามารถทานดิบหรือคั่ว ดอกจะขาวจนถึงนวล ใบจะออกเป็นวงช่อละ 3 ใบ การขยายพันธุ์ทำด้วยเมล็ด ติดตาต่อกิ่ง หรือตอนกิ่ง เป็นต้นไม้ที่ปลูกเพื่อพาณิชย์[2]

มีต้นแมคาเดเมียสองชนิดที่เพาะปลูก คือ

  • Macadamia integrifolia (หรือ Macadamia ternifolia) มีชื่อสามัญว่า Australian nut (ถั่วออสเตรเลีย) หรือเรียกอีกอย่างว่า smooth shelled macadamia (แมคาเดเมียเปลือกเรียบ) เป็นพืชท้องถิ่นออสเตรเลียซึ่งพบในป่าดิบชื้นใกล้แม่น้ำลำธาร
  • Macadamia tetraphylla มีชื่อสามัญว่า Queensland nut (ถั่วควีนส์แลนด์) หรือเรียกอีกอย่างว่า rough shelled macadamia (แมคาเดเมียเปลือกหยาบ) เป็นพืชท้องถิ่นของรัฐควีนส์แลนด์ตะวันออกเฉียงใต้ และรัฐนิวเซาท์เวลส์ตะวันออกเฉียงเหนือ

ปริมาณน้ำมันอยู่ในพิสัย 65-75% และปริมาณน้ำตาล 6-8% ทำให้มีสีและเนื้อต่าง ๆ เมื่อคั่วถั่วโดยวิธีเดียวกัน[2]

น้ำมันแมคาเดเมียเป็นของเหลวที่อุณหภูมิห้อง น้ำมันที่กลั่นจะใส มีสีเหลืองอำพันอ่อน ๆ มีกลิ่นถั่วหน่อย ๆ ความถ่วงจำเพาะของมันอยู่ระหว่าง 900-920 จุดวาบไฟ (อุณหภูมิต่ำสุดที่ไอน้ำมันจะติดไฟ) จะเกิน 148.9 องศาเซลเซียส[3]

การสะสมน้ำมันไม่เริ่มจนกว่าถั่วจะโตเต็มที่และเปลือกเริ่มแข็ง โดยจะสะสมอย่างรวดเร็วภายในเนื้อปลายฤดูร้อนในขณะที่ปริมาณน้ำตาลลดลง ตารางต่อไปนี้แสดงองค์ประกอบของแมคาเดเมียที่สุกแล้ว คั่ว หรือใส่เกลือ เหมือนกับเมล็ดพืชน้ำมันอื่น ๆ โปรตีนจะมี methionine น้อย เนื้อสด ๆ จะมีน้ำตาลถึง 4.6% โดยมากเป็นน้ำตาลง่าย ๆ (non-reducing) น้ำมันโดยมากเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวและคล้ายกันในพันธุ์ทั้งสอง แม้อัตราส่วนระหว่างกรดไขมันไม่อิ่มตัวกับกรดไขมันอิ่มตัวดูเหมือนจะสูงกว่าเล็กน้อยในพันธุ์ M. integrifolia (6.2:1 เทียบกับ 4.8:1) องค์ประกอบทางไขมันและการไร้คอเลสเตอรอลวันหนึ่งอาจทำให้โปรโหมตแมคาเดเมียว่าเป็นอาหารสุขภาพมีพลังงานสูง องค์ประกอบระเหยได้หลัก ๆ ของเนื้อแมคาเดเมียคั่วดูจะเหมือนกับที่พบในถั่วคั่วอื่น ๆ แม้จะมีรายละเอียดน้อยมาก[4][4]

คุณค่าทางอาหารของแมคาเดเมียคั่ว[4]
น้ำ (%) 2
พลังงาน (กิโลจูล) 3,064
โปรตีน (กรัม) 7.1
ไขมัน (กรัม) 78.6
กรดไขมันอิ่มตัว (กรัม) 11.4
กรดไขมันไม่อิ่มตัวมีพันธะคู่เดี่ยว (กรัม) 61.1
กรดไขมันไม่อิ่มตัวมีพันธะคู่หลายคู่ (กรัม) 0.014
คาร์โบไฮเดรต (กรัม) 14.3
แคลเซียม (มิลลิกรัม) 46.4
ฟอสฟอรัส (มิลลิกรัม) 203.6
เหล็ก (มิลลิกรัม) 1.8
โพแทสเซียม (มิลลิกรัม) 332.1
โซเดียม (มิลลิกรัม) 264.3
โซเดียมเมื่อไม่ใส่เกลือ (มิลลิกรัม) 7.1
ไทอามีน (มิลลิกรัม) 0.21
ไรโบเฟลวิน (มิลลิกรัม) 0.11
ไนอาซิน (มิลลิกรัม) 2.14
แมกนีเซียม (มิลลิกรัม) 0.12
สังกะสี (มิลลิกรัม) 1.4
แมงกานีส (มิลลิกรัม) 0.38
ทองแดง (มิลลิกรัม) 0.33

องค์ประกอบทางเคมี[แก้]

ข้อมูลทางเทคนิคของน้ำมันแมคาเดเมีย[5]
ตัวแปร หน่วย น้อยสุด มากสุด
กรดไขมันอิสระ (กรดโอเลอิก) % 1.5
Peroxide value meqO2/Kg 5.0
Saponification value mg/KOH/gr
C:16:0 กรดปาลมิติก % 7.0 10.0
C:16:1 กรดปาลมิโตเลอิก % 14.0 22.0
C:18:0 Stearic % 2.0 5.5
C:18:1 กรดโอเลอิก % 53.0 67.0
C:18:2 กรดลิโนเลอิก % 1.0 5.0
C:20:0 กรดอะราคิดิก % 1.0 3.0
C:20:1 Gadoleic % 1.0 3.0
C:22:0 กรดเบฮินิก % 1.0
น้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จินเพื่อเปรียบเทียบ[6][7]
คุณสมบัติ หน่วย น้อยสุด มากสุด
กรดไขมันอิสระ (กรดโอเลอิก) % <0.8
Peroxide value meqO2/Kg <20.0
Saponification value mg/KOH/gr
C:16:0 กรดปาลมิติก % 7.5 20.0
C:16:1 กรดปาลมิโตเลอิก % 0.3 3.5
C:18:0 Stearic % 0.5 5.0
C:18:1 กรดโอเลอิก % 55.0 83.0
C:18:2 กรดลิโนเลอิก % 3.5 21.0
C:18:3 Linolenic % 0 <1.0
C:20:0 กรดอะราคิดิก % <0.6
C:20:1 Gadoleic % <0.4

น้ำมันแมคาเดเมียมีกรดโอเลอิก (กรดไขมันไม่อิ่มตัวมีพันธะคู่เดี่ยว) ประมาณ 60%, กรดปาลมิโตเลอิก (palmitoleic) 19%, กรดลิโนเลอิก (กรดไขมันโอเมกา-6) 1-3% และกรดลิโนเลนิกอัลฟา (กรดไขมันโอเมกา-3) 1-2% บางพันธุ์มีกรดไขมันโอเมกา-6 และโอเมกา-3 พอ ๆ กัน แม้แมคาเดเมียจะปลูกในที่ต่าง ๆ แต่ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมก็ไม่ได้มีอิทธิพลสำคัญต่อลักษณะกรดไขมันของมัน เป็นไขมันที่มีคุณสมบัติทั่วไปของน้ำมันพืชอันเป็นไตรกลีเซอไรด์ เป็นน้ำมันที่เสถียรดีเพราะมีไขมันไม่อิ่มตัวมีพันธะคู่หลายคู่น้อย[8]

ใช้ทาน[แก้]

ถั่วแมคาเดเมียสด ๆ

น้ำมันแมคาเดเมียสามารถใช้ผัด/ทอดเพราะทนความร้อนได้สูงและมีคุณสมบัติอื่น ๆ ของน้ำมันที่ใช้ทานได้[ต้องการอ้างอิง]

  • มีไขมันไม่อิ่มตัวมีพันธะคู่เดี่ยวอาจถึง 85%
  • มีคุณภาพสินค้าโดยไม่แช่เย็น 1-2 ปี
  • มีจุดก่อควัน (อุณหภูมิต่ำสุดที่ไขมันจะเกินควันสีน้ำเงินอย่างต่อเนื่องซึ่งในที่สุดก็จะมองเห็นได้) 210 °C
  • มีจุดวาบไฟ (อุณหภูมิต่ำสุดที่ไขมันจะติดไฟ) เกิน 300 °C
น้ำมันพืช[9][10]
ประเภท การ
แปรรูป
กรดไขมัน
อิ่มตัว
กรดไขมันไม่อิ่มตัว
มีพันธะคู่เดี่ยว
กรดไขมันไม่อิ่มตัวมีพันธะคู่หลายคู่ จุดก่อควัน
Total mono[9] กรดโอเลอิก
(ω-9)
Total poly[9] กรดลิโนเลนิก
(ω-3)
กรดลิโนเลอิก
(ω-6)
อาโวคาโด[11] 11.6 70.6 13.5 1 12.5 480 °F (249 °C)[12]
คาโนลา[13] 7.4 63.3 61.8 28.1 9.1 18.6 238 °C (460 °F)[14]
มะพร้าว[15] 82.5 6.3 6 1.7 347 °F (175 °C)[14]
ข้าวโพด[16] 12.9 27.6 27.3 54.7 1 58

450 °F (232 °C)[17]

เมล็ดฝ้าย[18] 25.9 17.8 19 51.9 1 54 420 °F (216 °C)[17]
เมล็ดแฟลกซ์[19] 9.0 18.4 18 67.8 53 13

225 °F (107 °C)

เมล็ดองุ่น 10.5 14.3 14.3 74.7 - 74.7 421 °F (216 °C)[20]
Hemp seed[21] 7.0 9.0 9.0 82.0 22.0 54.0

330 °F (166 °C)[22]

มะกอก[23] 13.8 73.0 71.3 10.5 0.7 9.8 380 °F (193 °C)[14]
ปาล์ม[24] 49.3 37.0 40 9.3 0.2 9.1 455 °F (235 °C)
ถั่วลิสง[25] 20.3 48.1 46.5 31.5 31.4 450 °F (232 °C)[17]
คำฝอย[26] 7.5 75.2 75.2 12.8 0 12.8 212 °C (414 °F)[14]
ถั่วเหลือง[27] 15.6 22.8 22.6 57.7 7 51 460 °F (238 °C)[17]
เมล็ดทานตะวัน (มาตรฐาน, 65% linoleic)[28] 10.3 19.5 19.5 65.7 0 65.7
เมล็ดทานตะวัน (<60% linoleic)[29] 10.1 45.4 45.3 40.1 0.2 39.8

440 °F (227 °C)[17]

เมล็ดทานตะวัน (>70% oleic)[30] 9.9 83.7 82.6 3.8 0.2 3.6

440 °F (227 °C)[17]

เมล็ดฝ้าย[31] Hydrogenated 93.6 1.5 0.6 0.3
ปาล์ม[32] Hydrogenated 88.2 5.7 0
ถั่วเหลือง[33] Partially hydrogenated 14.9 43.0 42.5 37.6 2.6 34.9
ค่าเป็นเปอร์เซ็นต์ (%) ของน้ำหนักไขมันรวม

ใช้ในเครื่องสำอาง[แก้]

กรดปาลมิโตเลอิกมีคุณสมบัติคล้ายกับไขผิวหนังของมนุษย์ ดังนั้น จึงใช้ในผลิตภัณฑ์การแพทย์และเครื่องสำอางหลายอย่าง แหล่งกรดปาลิโตเลอิกรวมไขมันตัวมิงค์ (วงศ์ย่อยเพียงพอน), น้ำมันจากพืช Hippophae (สกุล Hippophae วงศ์มะหลอด) และน้ำมันแมคาเดเมีย กรดปาลมิโตเลอิกความเข้มข้นสูงดังที่พบในพืชทั้งสองนี้ไม่สามัญในน้ำมันพืช โดยอาจเข้มข้นถึง 21% ในน้ำมันแมคาเดเมีย[34] สารอนุพันธ์ของน้ำมันแมคาเดเมียที่ใช้ในเครื่องสำอางรวมทั้งสารทำให้นุ่มและชุ่มชื้น (emollient) คือ ethyl macadamiate (ละลายในไขมันได้) และ PEG-16 macadamia glycerides (ละลายน้ำได้)

สภาพมีขั้วของเฟสน้ำมัน (oil phase) มีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อสูตรและคุณสมบัติของอิมัลชันเครื่องสำอาง จัดเป็นปัจจัยจำเป็นต่อความเสถียรของอิมัลชันน้ำผสมน้ำมัน[35] สภาพมีขั้วของน้ำมันแมคาเดเมียอยู่ที่ 525.50 nm±0.29 nm (SE) ซึ่งจัดว่าสูง ดังนั้น น้ำมันที่มีขั้วจึงเพิ่มความละลายได้ขององค์ประกอบเครื่องสำอางที่ละลายน้ำมันได้[35] น้ำมันแมคาเดเมียสามารถใช้แทนน้ำมันมิงค์โดยมากได้ และใช้สำหรับเครื่องบำรุงรักษาผมด้วย

ชื่อ International Nomenclature of Cosmetic Ingredients (INCI name) ของน้ำมันแมคาเดเมีย ก็คือ macadamia ternifolia seed oil โดยมี CAS Numbers คือ 128497-20-1

เชิงอรรถและอ้างอิง[แก้]

  1. Akhtar; และคณะ (2006). "Evaluation of basic properties of macadamia nut oil". Gomal University Journal of Research, 22: 21-27. สืบค้นเมื่อ 2016-01-02.
  2. 2.0 2.1 "Madamia Integrifolia". CRFG. สืบค้นเมื่อ 2016-01-02.
  3. "MSDS Macadamia Nut Oil". AAKO. Archived from the original on 2016-01-28. สืบค้นเมื่อ 2016-01-01.
  4. 4.0 4.1 4.2 "Macadamia Nuts". สืบค้นเมื่อ 2016-01-01.[ลิงก์เสีย]
  5. "Macadamia Nut Oil" (PDF). McKinley Resources, Inc. สืบค้นเมื่อ 2015-12-31.
  6. "Chemistry and quality of olive oil" (PDF). primefacts. สืบค้นเมื่อ 2015-12-31.
  7. "Olive oil Chemical Characteristics". Olive Oil Source. สืบค้นเมื่อ 2015-12-31.
  8. Kleemann, Michael (2010-03-07). "Organic & Natural Life - Business Opportunities". xing.com. สืบค้นเมื่อ 2012-08-15.
  9. 9.0 9.1 9.2 "US National Nutrient Database, Release 28". United States Department of Agriculture. May 2016. All values in this column are from the USDA Nutrient database unless otherwise cited.
  10. "Fats and fatty acids contents per 100 g (click for "more details") example: avocado oil; user can search for other oils". Nutritiondata.com, Conde Nast for the USDA National Nutrient Database, Standard Release 21. 2014. สืบค้นเมื่อ 7 September 2017. Values from Nutritiondata.com (SR 21) may need to be reconciled with most recent release from the USDA SR 28 as of Sept 2017.
  11. "Avocado oil, fat composition, 100 g". US National Nutrient Database, Release 28, United States Department of Agriculture. May 2016. สืบค้นเมื่อ 6 September 2017.
  12. What is unrefined, extra virgin cold-pressed avocado oil?, The American Oil Chemists’ Society
  13. "Canola oil, fat composition, 100 g". US National Nutrient Database, Release 28, United States Department of Agriculture. May 2016. สืบค้นเมื่อ 6 September 2017.
  14. 14.0 14.1 14.2 14.3 Katragadda, H. R.; Fullana, A. S.; Sidhu, S.; Carbonell-Barrachina, Á. A. (2010). "Emissions of volatile aldehydes from heated cooking oils". Food Chemistry. 120: 59. doi:10.1016/j.foodchem.2009.09.070.
  15. "Coconut oil, fat composition, 100 g". US National Nutrient Database, Release 28, United States Department of Agriculture. May 2016. สืบค้นเมื่อ 6 September 2017.
  16. "Corn oil, industrial and retail, all purpose salad or cooking, fat composition, 100 g". US National Nutrient Database, Release 28, United States Department of Agriculture. May 2016. สืบค้นเมื่อ 6 September 2017.
  17. 17.0 17.1 17.2 17.3 17.4 17.5 Wolke, Robert L. (May 16, 2007). "Where There's Smoke, There's a Fryer". The Washington Post. สืบค้นเมื่อ March 5, 2011.
  18. "Cottonseed oil, salad or cooking, fat composition, 100 g". US National Nutrient Database, Release 28, United States Department of Agriculture. May 2016. สืบค้นเมื่อ 6 September 2017.
  19. "Linseed/Flaxseed oil, cold pressed, fat composition, 100 g". US National Nutrient Database, Release 28, United States Department of Agriculture. May 2016. สืบค้นเมื่อ 6 September 2017.
  20. Garavaglia J, Markoski MM, Oliveira A, Marcadenti A (2016). "Grape Seed Oil Compounds: Biological and Chemical Actions for Health". Nutr Metab Insights. 9: 59–64. doi:10.4137/NMI.S32910. PMC 4988453. PMID 27559299.
  21. "Efficacy of dietary hempseed oil in patients with atopic dermatitis". Journal of Dermatological Treatment. 2005. สืบค้นเมื่อ 25 October 2017.
  22. https://www.veghealth.com/nutrition-tables/Smoke-Points-of-Oils-table.pdf
  23. "Olive oil, salad or cooking, fat composition, 100 g". US National Nutrient Database, Release 28, United States Department of Agriculture. May 2016. สืบค้นเมื่อ 6 September 2017.
  24. "Palm oil, fat composition, 100 g". US National Nutrient Database, Release 28, United States Department of Agriculture. May 2016. สืบค้นเมื่อ 6 September 2017.
  25. Vegetable Oils in Food Technology 2011, p. 61.
  26. "Safflower oil, salad or cooking, high oleic, primary commerce, fat composition, 100 g". US National Nutrient Database, Release 28, United States Department of Agriculture. May 2016. สืบค้นเมื่อ 6 September 2017.
  27. "Soybean oil, salad or cooking, fat composition, 100 g". US National Nutrient Database, Release 28, United States Department of Agriculture. May 2016. สืบค้นเมื่อ 6 September 2017.
  28. "Sunflower oil, 65% linoleic, fat composition, 100 g". US National Nutrient Database, Release 28, United States Department of Agriculture. May 2016. สืบค้นเมื่อ 15 November 2018.
  29. "Sunflower oil, less than 60% of total fats as linoleic acid, fat composition, 100 g". US National Nutrient Database, Release 28, United States Department of Agriculture. May 2016. สืบค้นเมื่อ 6 September 2017.
  30. "Sunflower oil, high oleic - 70% or more as oleic acid, fat composition, 100 g". US National Nutrient Database, Release 28, United States Department of Agriculture. May 2016. สืบค้นเมื่อ 6 September 2017.
  31. "Cottonseed oil, industrial, fully hydrogenated, fat composition, 100 g". US National Nutrient Database, Release 28, United States Department of Agriculture. May 2016. สืบค้นเมื่อ 6 September 2017.
  32. "Palm oil, industrial, fully hydrogenated, filling fat, fat composition, 100 g". US National Nutrient Database, Release 28, United States Department of Agriculture. May 2016. สืบค้นเมื่อ 6 September 2017.
  33. "Soybean oil, salad or cooking, (partially hydrogenated), fat composition, 100 g". US National Nutrient Database, Release 28, United States Department of Agriculture. May 2016. สืบค้นเมื่อ 6 September 2017.
  34. Ako, H; Okoda, D; Gray, D (1995). "Healthful new oil from macadamia nuts". Nutrition. 11 (3): 286–8. PMID 8541698.
  35. 35.0 35.1 Dietz, T. "Basic properties of cosmetic oils and their relevance to emulsion preparations". SÖFW-Journal. 125 (7): 2–7.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

  • How Products are Made: Macadamia Nut
  • บทความภาษาอังกฤษเรื่องน้ำมันใน Misner, Rebecca (June 2013). Martha Stewart Living. p. 148. Missing or empty |title= (help)