น้ำมันปาล์ม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

น้ำมันปาล์ม (อังกฤษ: Palm oil) สกัดจาก ปาล์มน้ำมันดิบ เป็นพืชน้ำมันที่ให้ปริมาณน้ำมันสูงถึง 0.6 - 0.8 ตัน/ไร่/ปี เมื่อเปรียบเทียบกับพืชน้ำมันชนิดอื่น สามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารและใช้ในการประกอบอาหารเนื่องจากมีคุณสมบัติทนความร้อนได้สูง ไม่ทำให้เกิดสารก่อมะเร็ง น้ำมันปาล์มมีราคาต่ำกว่าน้ำมันพืชชนิดอื่น นอกจากนี้ปาล์มน้ำมันเป็นพืชที่ปลอดจากสารตัดแต่งพันธุกรรม (GMOs) น้ำมันปาล์มผลิตได้เองในประเทศการใช้ประโยชน์จากปาล์มน้ำมันจะก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มและรายได้โดยรวมของประเทศ

ประวัติศาสตร์[แก้]

น้ำมันปาล์ม (จากน้ำมันปาล์มแอฟริกัน) ได้รับการยอมรับในแอฟริกาตะวันตกและมีการใช้อย่างกว้างขวางมาใช้เป็นน้ำมันปรุงอาหาร ในการค้ายุโรป บางครั้งซื้อน้ำมันปาล์มมาใช้ในยุโรป แต่ทว่าน้ำมันปาล์มมีคุณภาพต่ำกว่าน้ำมันมะกอกจึงไม่ได้ใช้อย่างแพร่หลายในยุโรป น้ำมันปาล์มนั้นเป็นสิ่งที่หายากในแอฟริกาตะวันตก

น้ำมันปาล์มกลายเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ที่ผู้ค้าชาวอังกฤษต้องการ เพราะใช้เป็นสารหล่อลื่นเครื่องจักรของโรงงานอุตสาหกรรมระหว่างยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมของสหราชอาณาจักร[1]

ของประเทศสหรัฐอำเมรีกา

ระวังสับสนกับ คอฟฟีเมต

กาแฟพร้อมกับน้ำตาลซองหนึ่งและคอฟฟีเมตน้ำถุงหนึ่ง

ครีมเทียม (อังกฤษ: Non-dairy creamer, coffee whitener) หรือบางครั้งที่เรียกกันจนติดปากว่า คอฟฟีเมต เป็นครีมผงหรือน้ำที่ใช้ทดแทนนมหรือครีม เพื่อจะเติมรสชาติในกาแฟและเครื่องดื่มชนิดอื่น ๆ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีแล็กโทสและดังนั้นจึงถือกันว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ทำจากนม แม้ว่าจะมีสารเคซีน ซึ่งเป็นโปรตีนที่ทำมาจากนม พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ได้ระบุคำจำกัดความของครีมเทียมไว้ว่า

ประวัติ[แก้][แก้]

ครีมผง (ไม่เทียม) เริ่มมีการขายเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1952 เรียกว่า พรีม ซึ่งทำมาจากครีมและน้ำตาลอบแห้ง ครีมผงนี้ละลายน้ำไม่ค่อยได้เพราะเหตุที่มีโปรตีนนม หกปีต่อมาในปี ค.ศ. 1958 บริษัทคาร์เนชันได้สร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สามารถละลายในน้ำร้อนได้ง่ายเพราะว่า มีการทดแทนไขมันนมด้วยไขมันพืช และลดระดับการใช้โปรตีนนมออกไป เป็นผลิตภัณฑ์ที่ขายใช้ชื่อการค้าว่า คอฟฟีเมต (อังกฤษ: Coffee-Mate)

ตราสินค้า คาร์เนชั่น คอฟฟีเมต เริ่มต้นจากประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นสินค้าเพื่อใช้ทดแทนนมสำหรับใส่ในกาแฟโดยเฉพาะ เพื่อให้ได้รสชาติที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม หลังจากที่เริ่มวางจัดจำหน่ายในปี 1961 คอฟฟีเมตได้รับความนิยมในทันทีเนื่องจากสินค้าช่วยให้กาแฟลดความขมเฝื่อน แต่กลับกลมกล่อมหอมันได้อย่างที่ผู้บริโภคชื่นชอบ จากความนิยมที่แพร่หลายเพิ่มมากขึ้น ตราสินค้าได้ปรับ เป็น เนสท์เล่ คอฟฟีเมตในปี 1985 จากการควบรวมกิจการ เพื่อใช้ตราสินค้านี้ในการจัดจำหน่ายไปทั่วโลก ในประเทศไทย โรงงานผลิต เนทส์เล่ คอฟฟีเมต เริ่มขึ้นเมื่อปี 1983 และพร้อมผลิตสินค้าออกจำหน่ายในประเทศไทยเมื่อปี 1985

ปัจจุบัน เนสท์เล่ คอฟฟีเมต มีวางจำหน่ายทั่วโลกไปกว่า 70 ประเทศ ทุกๆ 1 วินาที คนทั่วโลกจะดื่มกาแฟที่ใส่คอฟฟีเมต 1,000 แก้ว และ 88 แก้ว เกิดขึ้นในประเทศไทย

ส่วนผสม[แก้][แก้]

เพื่อจะให้มีรสชาติและสัมผัสเหมือนกับไขมันนม ครีมเทียมมักจะมีไขมันพืชแปรสภาพ (hydrogenated) หรือที่เรียกว่า ไขมันทรานส์ ถึงแม้ว่า ผลิตภัณฑ์ครีมเทียมที่ไม่มีไขมัน (nonfat) ก็มีอยู่เหมือนกัน องค์ประกอบอย่างอื่น ๆ ที่มีทั่วไปรวมทั้งน้ำตาลจากข้าวโพด (corn syrup) และสารปรุงแต่งกลิ่นหรือรสอื่น ๆ รวมทั้งกลิ่นวานิลลา ถั่วเฮเซิล (hazelnut) และโซเดียมแคซีเนต (sodium caseinate) คือโปรตีนอนุพันธุ์ที่ได้มาจากเคซีนซึ่งเป็นโปรตีนของนม (ไม่มีแล็กโทส) แต่ว่า การใช้โปรตีนที่มาจากนมทำให้กลุ่มชนบางพวกและองค์กรบางองค์กร เช่นกลุ่มที่ทานอาหารเจแบบเคร่งครัด (vegan) และองค์กรที่กำหนดความสมควรของอาหารของชาวยิว (kashrut) ทำการกำหนดว่าครีมเทียมชนิดนี้เป็นผลิตภัณฑ์มีนม ไม่ใช่ไม่มีนม ีมีผลเป็นการไม่บริโภคครีมเทียมของพวกกินเจแบบเคร่งครัด หรือไม่บริโภคร่วมกับเนื้อสัตว์ประเภทอื่น ๆ ของคนยิวที่ถือศีลประเภทนี้

ปัจจุบัน ทาง Nestle COFFEE-MATE ได้ใช้กรรมวิธีในการผลิตวัตถุดิบไขมันพืช แบบเติมไฮโดรเจนชนิดเต็มรูปแบบ หรือที่เรียกว่า Fully Hydrogenation ซึ่งช่วยทำให้พันธะคู่ของไขมันไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง หรือที่เรียกว่า ปราศจากไขมันทรานส์ (Trans fat) และเนืองจากใช้ ไขมันพืชเป็นวัตถุดิบ จึงไม่มีโคเลสเตอรอล

การใช้นอกแบบ[แก้][แก้]

เหมือนกับอนุภาคเล็ก ๆ หลายประเภทอย่างอื่น ครีมเทียมมีโอกาสที่จะก่อการระเบิดเนื่องจากผง เมื่อลอยอยู่ในอากาศเป็นจำนวนมาก นักถ่ายหนังสมัครเล่น และช่างเทคนิคการระเบิด ได้ใช้คุณสมบัติเช่นนี้ในการสร้างสเปเชียลเอฟเฟคลูกไฟหลายอย่าง

นอกจากนั้นแล้ว.. ยังมีการใช้ครีมเทียมในการทำผ้าให้ขาว (หลังจากที่ผสมครีมเทียมกับน้ำ โดยใช้เพื่อชุบผ้า) การเอาฟองออกจากแทงค์ปลา การทำความสะอาดกระดานขาว และการทำหิมะปลอมในรายการโทรทัศน์และภาพยนตร์

ดูเพิ่ม[แก้][แก้]

  • ประเภท

น้ำมันปาล์ม แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่

  1. น้ำมันปาล์มดิบ (Crude Palm Oil) สกัดได้จากส่วนเปลือกสดของผลปาล์มน้ำมัน
  2. น้ำมันเมล็ดในปาล์ม (Crude Palm Kernel Oil) สกัดได้จากเมล็ดในของผลปาล์มน้ำมัน

โภชนาการ[แก้]

น้ำมันปาล์มประกอบด้วยกรดไขมัน ,เอสเทอร์กับกลีเซอรอล เช่นเดียวกับไขมันปกติทั่ว ไขมันอิ่มตัวจะสูง และมีกรดปาล์มิติก [2]

ปริมาณกรดไขมันจากน้ำมันปาล์ม
ชนิดของกรดไขมัน PCT
กรดไมริสติกอิ่มตัว C14
  
1.0%
กรดปาล์มมิติคอิ่มตัว C16
  
43.5%
กรดสเตียริคอิ่มตัว C18
  
4.3%
กรดโอเลอิก ไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว C18
  
36.6%
กรดไลโนเลนิคไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน C18
  
9.1%
อื่นๆ
  
5.5%

การผลิตในแต่ละภูมิภาค[แก้]

ผลผลิตน้ำมันปาล์มในปี ค.ศ. 2013

การผลิตน้ำมันปาล์มรายใหญ่ คือ ประเทศอินโดนีเซีย และ ประเทศมาเลเซีย ประเทศไนจีเรีย ประเทศโคลอมเบีย ประเทศเบนิน ประเทศเคนยา ประเทศกานา [3]

อ้างอิง[แก้]