คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ คตง. (State Audit Commission - SAC) เป็นคณะกรรมการ ที่ก่อตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2542 มีหน้าที่กำกับดูแล สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้งบประมาณของหน่วยงานของรัฐ เสนอรายงานผลการปฏิบัติงานต่อสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และคณะรัฐมนตรีทุกปี

ผังองค์กร[แก้]

คตง. ทำหน้าที่เป็นผู้กำหนดนโยบายและกรอบการทำหน้าที่ให้ ผู้ว่าการ สตง. ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของสตง. นำไปปฏิบัติ

นอกจากนี้ คตง. ยังเป็นผู้สรรหาและแต่งตั้ง คณะกรรมการวินัยทางการเงินและการคลัง (ตามรัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2540 คือ คณะกรรมการวินัยทางบประมาณและการคลัง) ซึ่งเป็นสิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นหลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2540 เพื่อทำหน้าที่วินิจฉัยโทษทางปกครอง (โดยหลักคือการสั่งปรับเงินเดือน) ข้าราชการหรือนักการเมืองที่กระผิดทางงบประมาณและการคลัง เช่น ยกยอกทรัพย์ ทุจริต หรือไม่ทำตามระเบียบการพัสดุ เป็นต้น ในขณะที่พิจารณาลงโทษทางอาญานั้นเป็นหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. และศาล

คตง. ภายใต้รัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2540[แก้]

สตง. ถูกปรับเปลี่ยนให้มีการบริหารงานแบบ "คณะกรรมการ" หลังมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฯ 2540 (หมวด 11) และมีสถานะเป็นองค์กรอิสระจากฝ่ายบริหาร (ก่อนหน้านี้ สตง. อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี) ต่อมาในปี พ.ศ. 2542 (ปลายปี) ได้มีการประกาศใช้ "พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2542" และมี คตง. ชุดแรกใน ปี พ.ศ. 2543 และมี คตง. ชุดที่สองในปี พ.ศ. 2547 ตามรายชื่อที่ปรากฏด้านล่าง

รายนามคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน[แก้]

ชุดแรก พ.ศ. 2543[แก้]

คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) ชุดที่ได้รับแต่งตั้งเมื่อวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2543 ประกอบด้วย[1]

โดย คตง. ชุดแรกนี้มีวาระการดำรงตำแหน่งเพียง 3 ปี (และอยู่ได้เพียงวาระเดียว) เนื่องจากถูกสรรหาตามมาตรา 322 รัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2540 (ไม่มี "ประธาน[[ศาลปกครอง (ประเทศไทย)|ศาลปกครอง]" ใน "คณะกรรมการสรรหา")

ชุดที่สอง พ.ศ. 2547[แก้]

คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) ชุดที่ได้รับแต่งตั้งเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2547 ประกอบด้วย[3]

คตง. ชุดที่สองซึ่งมีวาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี (อยู่ได้เพียงวาระเดียว) กลับทำงานได้เพียง 3 ปี ก่อนสิ้นสภาพลงเมื่อ วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2549 ตามประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ฉบับที่ 12/2549 หลังรัฐประหาร ปี พ.ศ. 2549

โดย คปค. ให้ผู้ว่าการ สตง. (ในขณะนั้นคือ นางจารุวรรณ เมณฑกา) ปฏิบัติหน้าที่แทน[4] จึงกล่าวได้ว่า ผู้ว่าการ สตง. ในขณะนั้นผูกขาดอำนาจในการตรวจสอบการใช้งบประมาณแต่เพียงผู้เดียว ก่อนมีการประกาศใช้ รัฐธรรมนูญฯ ปี พ.ศ. 2550

คตง. ภายใต้รัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2550[แก้]

รัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2550 มาตรา 252 ได้บัญญัติองค์ประกอบของ คตง. ว่า คตง. ต้องประกอบด้วย “ประธานกรรมการคนหนึ่งและกรรมการอื่นอีกหกคน” รวมเป็น 7 คน โดย “กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน” ถูกสรรหาโดย “คณะกรรมการสรรหา” เดียวกับการสรรหา ผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวคือ คณะกรรมการสรรหาดังกล่าวประกอบด้วย 1) ประธานศาลฎีกา 2) ประธานศาลรัฐธรรมนูญ 3) ประธานศาลปกครองสูงสุด 4) ประธานสภาผู้แทนราษฎร 5) ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร 6) บุคคลซึ่งที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเลือก 1 คน และ 7) บุคคลซึ่งที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุดเลือก 1 คน รวมกรรมการสรรหาทั้งหมด 7 คน[5]

วิธีสรรหากรรมการตรวจเงินแผ่นดินมีดังนี้ คือ คณะกรรมการสรรหาลงคะะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของกรรมการทั้งหมดที่มีอยู่ เพื่อเลือกผู้สมัครเป็นกรรมการตรวจเงินแผ่นดินมา 3 คน (ตามคุณสมบัติในหัวด้านล่าง) และเสนอต่อประธานวุฒิสภา

คุณสมบัติ[แก้]

คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม การสรรหาและการเลือก การพ้นจากตำแหน่ง และอำนาจหน้าที่ 
เป็นไปตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน
การกำหนดคุณสมบัติและวิธีการเลือกบุคคลที่มาดำรงตำแหน่ง 
เป็นไปเพื่อให้ได้บุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและมีความซื่อสัตย์สุจริต และเพื่อให้ได้หลักประกันความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่
อำนาจหน้าที่ 
อาทิ วางนโยบายการตรวจเงินแผ่นดิน กำหนดหลักเกณฑ์มาตรฐานเกี่ยวกับการตรวจแผ่นดิน ให้คำปรึกษาและคำแนะนำ เสนอแนะให้มีการแก้ไขข้อบกพร่องเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดิน ตลอดจนกำหนดโดยทางปกครองและพิจารณาวินิจฉัยความผิดวินัยทางงบประมาณและการคลัง เป็นต้น

ทั้งนี้ อำนาจหน้าที่ย่อมเป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2542


รัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2550 ได้บัญญัติให้มีการปรับปรุงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2542 ภายใน 1 ปี หลังการประกาศรัฐธรรมนูญดังกล่าว และให้สรรหา คตง. ชุดใหม่ (แทนชุดเก่าที่ถูกยกเลิกไปตอนรัฐประหาร พ.ศ. 2549 และมีผู้ว่าการ สตง. ทำหน้าที่แทน) ภายใน 120 วันหลังมีประธานสภาผู้แทนราษฎรและผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ

แต่ตราบจนกระทั่ง รัฐประหาร พ.ศ. 2557 ก็ยังไม่มีทั้งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. ... ฉบับใหม่ และ คตง. ชุดใหม่







อ้างอิง[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

  1. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (จำนวน ๑๐ ราย)ราชกิจานุเบกษา เล่ม 117 ตอนพิเศษที่ 43 ง วันี่ 8 พฤษภาคม 2543
  2. [1]
  3. ประกาศพระบรมราชโองการ ประกาศแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (จำนวน ๑๐ ราย)
  4. ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ ๑๒ เรื่อง ให้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญบางฉบับมีผลใช้บังคับต่อไป
  5. มาตรา 243 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550