เอ็ดดี เกอร์เรโร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เอ็ดดี เกอร์เรโร
An image of เอ็ดดี เกอร์เรโร.
ข้อมูล
ฉายา Black Tiger II
Eddie Guerrero
Eddy Guerrero
El Caliente
Gory Guerrero, Jr.
Máscara Mágica
ความสูง ฟุต 8 นิ้ว (1.73 ม.)
น้ำหนัก 228 ปอนด์ (103 kg)
เกิด 9 ตุลาคม ค.ศ. 1967(1967-10-09)
El Paso, Texas, United States
เสียชีวิต 13 พฤศจิกายน ค.ศ. 2005 (38 ปี)
Minneapolis, Minnesota
มาจาก El Paso, Texas
ฝึกหัดโดย Hector Guerrero
Mando Guerrero
เปิดตัว 18 กันยายน ค.ศ. 1989

เอ็ดดี เกอร์เรโร มีชื่อจริงว่า Eduardo Gori Guerrero Llanes (9 ตุลาคม ค.ศ. 1967 - 13 พฤศจิกายน ค.ศ. 2005) เป็นนักมวยปล้ำอาชีพของสมาคม ดับเบิลยูดับเบิลยูอี เขาเป็นหนึ่งในสมาชิกตระกูลนักมวยปล้ำที่มีชื่อเสียงตลอดกาลที่สุดของ เม็กซิโก นั่นก็คือ ตระกูลเกอร์เรโร ซึ่งบิดาของเขา คือ กอรี เกอร์เรโร ถือว่าเป็นหนึ่งในตำนานนักมวยปล้ำ เม็กซิโก เลยทีเดียว เอ็ดดีมีพี่น้องอยู่ 4 คน เป็นผู้หญิง 2 คน เป็นผู้ชาย 3 คน ส่วนที่เป็นผู้ชายเป็นนักมวยปล้ำอาชีพทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น แมนโด เกอร์เรโร สุดยอดนักมวยปล้ำเม็กซิโก, เฮคเตอร์ เกอร์เรโร ผู้ที่มีหน้าคล้ายกับเอ็ดดี มากที่สุด และ ชาโว่ เกอร์เรโร่ อดีตแชมป์ จูเนียร์ เฮฟวี่เวท ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการมวยปล้ำโลก เอ็ดดีมีหลานอยู่หนึ่งคนชื่อว่า ชาโว เกอร์เรโร จูเนียร์ ซึ่งเป็นลูกของ ชาโว ซีเนียร์ ซึ่งเขากับ ชาโว่ อายุห่างกันเพียงแค่ 3 ปี เท่านั้น และ เอ็ดดียังมีญาติอย่าง Enrique Llanes และ Javier Llanes ทั้งคู่เป็นนักมวยปล้ำที่มีชื่อเสียงแห่ง เม็กซิโก ด้วย ถึงจะเกิดที่ เม็กซิโก แต่ตระกูลก็ยังเป็นทั้งสัญชาติ เม็กซิกัน และ อเมริกัน ด้วย ในปี 2005 เอ็ดดีได้เสียชีวิตลงด้วยโรคหัวใจวายฉับพลัน และในปี 2006 เอ็ดดีได้รับการบรรจุชื่อเข้าสู่ หอเกียรติยศดับเบิลยูดับเบิลยูอี

เนื้อหา

ประวัติในวงการมวยปล้ำ[แก้]

เอ็ดดีโตขึ้นที่เมือง El Paso, Texas จบการศึกษาจาก University of New Mexico ขณะที่เรียนอยู่เขาก็ได้เป็นนักมวยปล้ำสมัครเล่นของมหาวิทยาลัยด้วย ก่อนที่จะกลับมาอยู่ที่บ้านตัวเอง เพื่อมาฝึกเป็นนักมวยปล้ำอาชีพเหมือนกับพี่ ๆ ตัวเองที่เป็นและมีชื่อเสียงโด่งดัง เอ็ดดีฝึกซ้อมมวยปล้ำกับพ่อของตัวเอง ก่อนที่จะเริ่มปล้ำอย่างเป็นจริงเป็นจังเมื่อปี ค.ศ. 1987 โดยอยู่ที่สมาคม Empresa Mexicana de Lucha Libre Promotion และเขาก็เริ่มเป็นที่รู้จักทั้งใน เม็กซิโก รวมถึงที่ อเมริกา ด้วย ในปี ค.ศ. 1993 เอ็ดดีเริ่มย้ายไปปล้ำที่สมาคม นิวเจแปนโปรเรสต์ลิง ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยใช้ชื่อในการปล้ำว่า แบล็ค ไทเกอร์ II เป็นนักมวยปล้ำใส่หน้ากาก แต่ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จอะไรมากมายนัก จึงย้ายกลับมาปล้ำที่ เม็กซิโก อีกครั้ง และเริ่มปล้ำในรูปแบบของ แทคทีม โดยจับคู่กับ El Hijo del Santo ในนามทีม La Pareja Atomica หลังจากนั้นไม่นานก็แตกทีมกัน เอ็ดดีจึงย้ายไปจับคู่กับ อาร์ต บาร์ ในนามของทีม La Pareja Del Terror ถือว่าเป็นแทคทีมที่มีคนเกลียดมากที่สุดในประวัติศาสตร์มวยปล้ำ เม็กซิโก ต่อมาก็มาร่วมทีมกับ คอนนัน และ มาดอนนา โดยเปลี่ยนชื่อทีมเป็น Los Gringos Locos ก็ยังคงเป็นทีมที่มีคนเกลียดมากที่สุดเหมือนเดิม ต่อมา เอ็ดดี และ อาร์ต บาร์ ก็ย้ายมาอยู่สมาคม ECW เมื่อปี ค.ศ. 1994 จากการเชิญโดย พอล เฮเมน แต่ก็อยู่ได้ไม่ถึงปี เอ็ดดี กับ บาร์ ก็ต้องแตกทีมกัน เพราะ บาร์ มาเสียชีวิต ในปี ค.ศ. 1995 เอ็ดดีจึงต้องกลายมาเป็นศิลปินเดี่ยวปล้ำเดี่ยวเพียงแค่ครั้งแรกใน ECW ก็ได้แชมป์ TV ทันที และมีเรื่องในบทอยู่กับ ดีน มาเลนโก อยู่นานมากจนกระทั่งทั้งคู่ย้ายมาอยู่ WCW ด้วยกัน

เวิลด์แชมเปี้ยนชิพเรสต์ลิง[แก้]

ใน WCW ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่ทำให้ เอ็ดดีมีชื่อเสียงมากที่สุด เขาประสบความสำเร็จได้เป็น แชมป์ยูเอส ในปี ค.ศ. 1996 และได้เป็นแชมป์ครูเซอร์เวท 2 สมัย ในปี ค.ศ. 1997 และยังเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่ม Latino World Order (L.W.O) เนื่องจากในกลุ่ม nWo ไม่รับนักมวยปล้ำ Latin นักมวยปล้ำ ลาติน จึงย้ายมาอยู่ LWO กันเกือบหมด ไม่ว่าจะเป็น ไซป์โคซิส, เรย์ มิสเตริโอ, ลอส วิลาโนส์ และคนอื่น ๆ อีกมากมาย ต่อมา ไม่นาน เอ็ดดีก็เริ่มไม่มีบทบาทใน WCW จึงประท้วง เอริค บิชอฟฟ์ ด้วยการเอากาแฟราดตัวเอง และออกจากสนามของ WCW ไป ขณะที่ไม่ได้ปล้ำ เอ็ดดีก็ติดนิสัยเสเพล ดื่มสุราจนตัวเองได้รับอุบัติเหตุทางรถยนต์ ถึงขนาดต้องเกือบเลิกปล้ำ และก็ได้กลับมาปล้ำอีกครั้งในปี ค.ศ. 1999 แต่ด้วยสภาพอันไม่ไหวและมีแมตช์ปล้ำมากเกิน ทำให้เกิดอาการติดยาแก้ปวดขนาดหนักอีกครั้ง แต่ก็รักษาตัวมาได้อีก และไม่พอใจการบริหารงานของ WCW จึงย้ายออกมาจาก WCW พร้อมกับ คริส เบนวา, ดีน มาเลนโก และ เพอร์รี ซาเทิร์น ไปอยู่ที่สมาคม WWE ในปี ค.ศ. 2000

เวิลด์เรสต์ลิงเอ็นเตอร์เทนเมนต์[แก้]

หลังจากที่ย้ายออกมาจาก WCW มาอยู่ที่ WWE เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2000 ก็มาตั้งกลุ่มกับนักมวยปล้ำที่ย้ายมาด้วยกันคือ เดอะ ราดิคาลซ์ และได้ถือกำเนิดเป็น "เดอะ ลาติโน ฮีท" แต่ในช่วงแรก เอ็ดดีไม่ค่อยได้ปล้ำเพราะว่าแขนหัก จากการไปทำ ฟ็อกซ์ สแปลช ใส่คู่ต่อสู้ เอ็ดดีจึงได้อยู่แค่รอบๆ เวที ในเดือนมีนาคม 2000 เอ็ดดีเริ่มมีบทบาทกุ๊กกิ๊กกับ ไชนา ทั้งคู่ได้เป็นแฟนกันตามบท โดยที่ เอ็ดดีจะเรียก ไชนา ว่า "Mamacita" ซึ่งคำนี้ได้รับความนิยมอย่างสูง และ เอ็ดดีก็ได้ฉายาใหม่ว่า "ลาติโน ฮีท" และเอ็ดดีก็ได้รับบทเป็นขวัญใจตั้งแต่บัดนั้น ตำแหน่งแรกที่เอ็ดดีได้รับก็คือ แชมป์ยุโรป ซึ่งชิงได้จาก คริส เจอริโค เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2000 และเขาก็สามารถป้องกันแชมป์ได้นานถึง 3 เดือน ก่อนที่จะเสียแชมป์ไปให้กับ เพอร์รี ซาเทิร์น ในศึก Fully Loaded เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2000 หลังจากนั้นเพียงแค่เดือนเดียวความหมาดหมางระหว่าง เอ็ดดี กับ ไชนา ก็เกิดขึ้นเมื่อไชนาได้คว้า แชมป์อินเตอร์คอนติเนนทัล ในศึก ซัมเมอร์สแลม 2000 ต่อมาก็มีการปล้ำแมตช์สามเส้าขึ้นระหว่าง เคิร์ต แองเกิล, ไชนา และ เอ็ดดี โดย เอ็ดดีกด ไชนา อย่างไม่ได้ตั้งใจ จนตัวเองได้เป็นแชมป์อินเตอร์คอนติเนนทัล ต่อมาทั้งคู่ก็มีปัญหากันเรื่อยๆ จนต้องเลิกกันไป

เอ็ดดีได้กลับไปร่วมทีม เดอะ ราดิคาลซ์ อีกครั้ง และได้เป็นแชมป์ยุโรป อีก 1 สมัย ก่อนที่จะเสียแชมป์ให้กับ แมทท์ ฮาร์ดี และเอ็ดดีก็คิดจะเข้าร่วมกับ ฮาร์ดี บอยซ์ ไม่ทันไร เอ็ดดีก็หายไปจากวงการมวยปล้ำอย่างยาวนาน เพื่อไปรักษาเนื้อรักษาตัวจากอาการติดยา ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2001 เอ็ดดีก็ถูกส่งเข้าสถานบำบัด ต่อมาอีกไม่นาน ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2001 เอ็ดดีได้เมาสุราและขับรถไปชนบ้านของคนอื่น 3 วันหลังเกิดเหตุ เอ็ดดีก็ถูกออกจากการเป็นนักมวยปล้ำของ WWE ขณะที่ไม่ได้ปล้ำใน WWE เอ็ดดีก็ไปที่ Independent Circuit รวมถึง ริงออฟออเนอร์ และ เวิลด์เรสต์ลิงออลสตาร์ส จนกระทั่งได้ถูกเรียกตัวกลับมา WWE เมื่อ เดือนมีนาคม ค.ศ. 2002 โดยกลับมา ในศึก รอว์ เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2002 เพื่อมาเล่นงาน ร็อบ แวน แดม และในศึก แบคแลช เมื่อวันที่ 21 เมษายน ค.ศ. 2002 เอ็ดดีก็สามารถกระชากแชมป์อินเตอร์คอนติเนนทัล ได้จาก ร็อบ แวน แดม ก่อนที่จะเสียแชมป์กลับคืนให้คนเดิม และเขาก็ย้ายไป สแมคดาวน์ พร้อมกับเพื่อนซี้อย่าง คริส เบนวา

วันที่ 1 สิงหาคม 2002 เอ็ดดี และ เบนวา ได้ย้ายมาอยู่ สแมคดาวน์ เบนวา เริ่มไปจับคู่กับ เคิร์ต แองเกิล ส่วน เอ็ดดีก็ได้จับคู่แทคทีมกับหลานชายตัวเองอย่าง ชาโว เกอร์เรโร โดยใช้ชื่อทีมว่า ลอส เกอร์เรโรส์ และมีสโลแกนประจำทีมว่า "Lie, Cheat and Steal" ทีมนี้ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วด้วยการได้คว้าแชมป์แทคทีม คู่กันสมัยแรกจาก เรย์ และ เอดจ์ ในศึก เซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ 2002 และก็ครองมาจนมาเสียให้กับ ทีมแองเกิล ต่อมาทีม ลอส เกอร์เรโรส์ มีโอกาสชิงแชมป์อีกครั้ง ในศึก จัดจ์เมนเดย์ 2003 แต่เผอิญว่า ชาโว ได้รับอาการบาดเจ็บก่อน ทำให้ เอ็ดดีต้องหาคู่ใหม่ สรุปแล้วก็ได้คู่แทคทีม คือ ทะจิริ ในศึก จัดจ์เมนเดย์ เอ็ดดี และ ทะจิริ ก็ได้ครองแชมป์ด้วยกัน จนกระทั่ง เอ็ดดีหักหลัง ทะจิริ เพื่อจะได้เป็นนักมวยปล้ำเดี่ยวสำหรับแชมป์เดี่ยวต่อไป

ในต้นปี ค.ศ. 2004 เอ็ดดีได้แตกทีมกับ ชาโว และตัวเองก็ได้มีโอกาสได้เป็นผู้ท้าชิงเพราะได้ชนะในแมตช์ 15 คน รอยัลรัมเบิล ในศึก สแมคดาวน์ และได้ไปเจอกับ บร็อก เลสเนอร์ ในศึก โนเวย์เอาท์ 2004 และ เอ็ดดีก็ได้เป็น แชมป์ WWE เป็นสมัยแรก เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2004 หลังจากนั้น เอ็ดดีก็ประสบความสำเร็จ สามารถป้องกันแชมป์ได้จากนักมวยปล้ำหลาย ๆ คน ไม่ว่าจะเป็น เคิร์ต แองเกิล ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 20 แต่ก็ต้องมาเสียแชมป์ให้กับ เจบีแอล ในศึก เดอะเกรทอเมริกันแบช 2004 หลังจากนั้น เอ็ดดีก็ไม่ได้เป็นแชมป์โลกอีกเลย แต่ก็ยังได้เป็นแชมป์แทคทีม คู่กับ เรย์ มิสเตริโอ แต่ไม่นานก็มาแตกทีมกัน และ เอ็ดดีก็กลายเป็นศัตรูกับ เรย์ และได้ขึ้นปล้ำกับ เรย์ หลายต่อหลายครั้ง แต่ปล้ำกี่ครั้งแทบจะไม่ชนะ เรย์ เลยสักครั้ง ต่อมา ก็เลยแฉว่า โดมินิค ลูกชายของ เรย์ ว่าไม่ใช่ลูกของ เรย์ เขาเป็นลูกของเอ็ดดี และได้มีเรื่องกับ เรย์ จนยาวนานจน เรย์ สามารถเอาชนะเอ็ดดี ไปได้ ในแมตช์การปล้ำชิงการเป็นผู้ปกครองของ โดมินิค ในศึก ซัมเมอร์สแลม 2005 แต่ก็สามารถเอาชนะ เรย์ มาได้ ในตอนแรกของศึก สแมคดาวน์ พร้อมกับเป็นผู้ท้าชิงหมายเลข 1 เจอกับ บาติสต้า ในศึก โนเมอร์ซี 2005 แต่ก็ไม่ชนะอยู่ดี และ เอ็ดดีก็จะได้ชิงแชมป์อีกครั้ง ในศึก SuperShow แต่ก็ไม่มีโอกาส อันเนื่องมาจากการเสียชีวิตอย่างเฉียบพลัน

การเสียชีวิต[แก้]

วันที่ 13 พฤศจิกายน ค.ศ. 2005 เอ็ดดีได้เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจวายฉับพลัน ซึ่งเสียชีวิตตอนกำลังแปรงฟันอยู่ ที่ห้องพักในโรงแรม มาร์ริออส ที่ มินนิแอโปลิส มินเนโซตา วันนั้นจึงเกิดศึก SuperShow ขึ้น เพื่อไว้อาลัยให้กับ เอ็ดดีซึ่งสื่อบอกว่า วันนี้เป็นวันที่ เอ็ดดีจะได้แชมป์จาก บาติสต้า แต่ก็ไม่มีโอกาส สร้างความโศกเศร้าไปทุกวงการมวยปล้ำด้วยวัยเพียง 38 ปี เท่านั้น ต่อมา ในปี 2006 เอ็ดดีได้บรรจุเข้าสู่ หอเกียรติยศดับเบิลยูดับเบิลยูอี ซึ่ง วิคกี เกอร์เรโร ภรรยาของเขาเป็นผู้มารับรางวัลแทน

เกี่ยวกับมวยปล้ำ[แก้]

ท่าไม้ตาย Frog splash
  • ในนามของ เอ็ดดี เกอร์เรโร
    • ท่าไม้ตายประจำตัว
      • Frog splash (WCW / WWF/E) / Jackknife Splash (WCW) – adopted from and used as a tribute to Art Barr Cheating Death, Stealing Life - The Eddie Guerrero Story (DVD, 2004)
      • Lasso From El Paso (Elevated cloverleaf with a knee to the back)
    • ท่าเอกลักษณ์
      • Brainbuster
      • Dropkick, or from the top rope
      • European uppercut
      • Figure four leglock
      • Gory special – adopted from his father Gory Guerrero
      • Hilo (Slingshot somersault senton)
      • Hurricanrana, sometimes to an oncoming opponent, while springboarding or from the top rope
      • Monkey flip to cornered opponent
      • Multiple suplex variations
        • German
        • Super
        • Three Amigos (Triple rolling verticals)
        • Vertical
      • Plancha
      • Seated chinlock
      • Senton – WCW
      • Spinning crucifix dropped into a neckbreaker slam – 2000–2001
      • Splash Mountain (Sitout crucifix powerbomb)
      • STF
      • Sunset flip powerbomb
      • Tilt-a-whirl backbreaker
      • Tornado DDT
  • ในนามของ แบล็ค ไทเกอร์
    • ท่าไม้ตาย
      • Black Tiger Bomb (Sitout crucifix powerbomb, sometimes from the second rope)
      • Kneeling belly to belly piledriver
    • ท่าเอกลักษณ์
      • Slingshot somersault senton
      • Tornado DDT
  • ฉายาและชื่ออื่น ๆ
    • Latino Heat
  • เพลงเปิดตัว
    • "Animal" โดย Pearl Jam (ECW) (1995)
    • "Bad Man" (WCW) (1995 - 2000)
    • "Latino World Order" (WCW) (as part of Latino World Order) (1998)
    • "Radical" (WWF) (as part of The Radicalz) (2000)
    • "Latino C" performed โดย Eddie Guerrero & composed โดย Jim Johnston (WWF/WWE) (2000 - 2003)
    • "Lie, Cheat, Steal" performed โดย Eddie Guerrero & composed โดย Jim Johnston (WWE) (2003 - 2005)
    • "We Lie, We Cheat, We Steal" performed โดย Eddie Guerrero & composed โดย Jim Johnston (WWE) (used when partnering with Chavo Guerrero) (2003 - 2004)
    • "Can You Feel the Heat" performed โดย Eddie Guerrero & composed โดย Jim Johnston (WWE) (2005)
    • "Gangster Lane" performed โดย Eddie Guerrero & composed โดย Jim Johnston (WWE) (2005)

ผลงานทั้งหมด[แก้]

เอ็ดดี เกอร์เรโร กับ แชมป์แทคทีม WWE คู่กับ เรย์ มิสเตริโอ
  • Asistencia Asesoría y Administración
    • AAA World Tag Team Championship (1 สมัย) [1] – คู่กับ Art Barr
    • AAA Hall of Fame (Class of 2008) [2]
  • Extreme Championship Wrestling
    • ECW World Television Championship (2 สมัย)
  • Independent Wrestling Association Mid-South
    • IWA Mid-South Heavyweight Championship (1 สมัย)
  • Latin American Wrestling Association
    • LAWA Heavyweight Championship (1 สมัย) [3]
  • New Japan Pro Wrestling
    • NJPW Junior Heavyweight Super Grade Tag League Championship (1 สมัย) – คู่กับ The Great Sasuke
    • Best of the Super Juniors (1996) [4]
  • Pro Wrestling Federation
    • PWF World Tag Team Championship (1 สมัย) – คู่กับ Hector Guerrero
  • Pro Wrestling Illustrated
    • PWI Comeback of the Year (1999) [5]
    • PWI Most Inspirational Wrestler of the Year (2002, 2004) [6]
    • PWI Stanley Weston Award (2005) [7]
    • PWI ranked him #2 of the 500 best singles wrestlers in the PWI 500 in 2004.[8]
    • PWI ranked him #81 of the top 500 singles wrestlers of the "PWI Years" in 2003
    • PWI ranked him #18 with Art Barr of the top 100 tag teams of the "PWI Years" in 2003
  • World Championship Wrestling
    • WCW Cruiserweight Championship (2 สมัย)
    • WCW United States Heavyweight Championship (1 สมัย) [9]
  • World Wrestling All-Stars
    • WWA International Cruiserweight Championship (1 สมัย) [10]
  • World Wrestling Association
    • WWA Welterweight Championship (1 สมัย)
    • WWA Trios Championship (1 สมัย) – คู่กับ Chavo Guerrero และ Mando Guerrero
  • World Wrestling Federation / World Wrestling Entertainment
    • WWE Championship (1 สมัย) [11]
    • WWE Tag Team Championship (4 สมัย) [12] – คู่กับ Chavo Guerrero (2), Tajiri (1), และ Rey Mysterio (1)
    • WWE United States Championship (1 สมัย)
    • WWF European Championship (2 สมัย) [13]
    • WWF Intercontinental Championship (2 สมัย) [14]
    • WWE Hall of Fame (Class of 2006)
    • Eleventh Triple Crown Champion
    • Sixth Grand Slam Championship
  • Wrestling Observer Newsletter awards
    • Best on Interviews (2005)
    • Feud of the Year (1994) with Art Barr vs. El Hijo del Santo and Octagón
    • Feud of the Year (1995) vs. Dean Malenko
    • Most Charismatic (2004, 2005)
    • Tag Team of the Year (1994) with Art Barr as La Pareja del Terror
    • 5 stars match Los Gringos Locos (Eddie Guerrero and Art Barr) vs. El Hijo del Santo and Octagón (hair vs. masks; 2-out-of-3 Falls Match) – November 6, 1994 AAA When Worlds Collide PPV
    • Tag Team of the Year (2002) with Chavo Guerrero as Los Guerreros
    • Wrestling Observer Newsletter Hall of Fame (Class of 2006)

อ้างอิง[แก้]

  1. Royal Duncan & Gary Will (2000). Wrestling Title Histories. Archeus Communications. ISBN 0-9698161-5-4. 
  2. Vickie Guerrero To Induct Eddie In AAA HOF?, ROH, & More - WrestlingInc.com
  3. "Latino Heat's profile". BodySlamming.com. สืบค้นเมื่อ 2009-08-31. 
  4. Royal Duncan & Gary Will (2000). "Japan; Top of the Super Junior Heavyweight Champions". Wrestling Title Histories. Archeus Communications. p. 375. ISBN 0-9698161-5-4. 
  5. "Pro Wrestling Illustrated Award Winners — Comeback of the Year". Wrestling Information Archive. สืบค้นเมื่อ 2008-05-05. 
  6. "Pro Wrestling Illustrated Award Winners — Inspirational Wrestler of the Year". Wrestling Information Archive. สืบค้นเมื่อ 2008-05-05. 
  7. "Pro Wrestling Illustrated Award Winners — Editor's Award". Wrestling Information Archive. สืบค้นเมื่อ 2008-05-05. 
  8. "Pro Wrestling Illustrated Top 500 - 2004". Wrestling Information Archive. สืบค้นเมื่อ 2008-05-05. 
  9. "WWE United States Championship official title history". WWE. สืบค้นเมื่อ 2008-02-17. 
  10. Palma, Richard. "WWAS — World Wrestling All-Stars International Cruiserweight Title". Solie. สืบค้นเมื่อ 2008-06-26. 
  11. "WWE Championship official titlehistory". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2008-02-17. 
  12. "WWE Tag Team Championship official title history". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2008-02-17. 
  13. "WWE European Championship official title history". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2008-02-17. 
  14. "WWE Intercontinental Championship official title history". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2008-02-17. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]