เทพฤทธิ์ สิงห์วังชา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เทพฤทธิ์ สิงห์วังชา
Tepparith1.jpg
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อจริง พันธุ์เทพ มุลลีปุ้ม
ฉายา แอสโตรบอย
เจแปนคิลเลอร์
วันเกิด 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2531 (27 ปี)
สถานที่เกิด อำเภอโกสุมพิสัย
จังหวัดมหาสารคาม
ส่วนสูง 160 เซนติเมตร
รุ่น ฟลายเวท
ซูเปอร์ฟลายเวท
แบนตั้มเวท
ค่ายมวย ก่อเกียรติกรุ๊ป
ผู้จัดการ ก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์
ผู้ฝึกสอน วินัย สิงห์เสน่ห์
สมชาย นิยมพงษ์
สถิติ
ชก 38
ชนะ 35
ชนะน็อก 22
แพ้ 3 (ทีเคโอ 1)
เสมอ 0

เทพฤทธิ์ สิงห์วังชา เป็นนักมวยสากลอาชีพชาวไทย เป็นอดีตแชมเปี้ยนโลกในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวท (115 ปอนด์) ของสมาคมมวยโลก (WBA)

ประวัติ[แก้]

เทพฤทธิ์ มีชื่อจริงว่า พันธุ์เทพ มุลลีปุ้ม เกิดเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2531 ที่ตำบลแก้งแก อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม เคยชกมวยไทยมากว่า 100 ไฟต์ ในชื่อ เทพฤทธิ์ ว.สิงห์เสน่ห์ ก่อนจะหันมาชกมวยสากลอาชีพในปี พ.ศ. 2551 มีแพ้อยู่ 2 ครั้ง ก่อนจะได้แชมป์พาบา (PABA) ในรุ่นฟลายเวท (112 ปอนด์) และยังได้เป็นแชมป์ของสถาบันองค์กรมวยโลกในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิคอีกด้วย (WBO Asia Pacific) โดยป้องกันแชมป์ไว้ได้ทั้งหมด 6 ครั้ง[1]

แชมป์โลก[แก้]

เทพฤทธิ์ขึ้นชิงแชมป์เฉพาะกาลในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวทของสมาคมมวยโลก โดยสามารถเอาชนะคะแนน เดรียน ฟรานซิสโก นักมวยชาวฟิลิปปินส์ที่ไม่เคยแพ้ใครมาก่อน ไปได้อย่างเป็นเอกฉันท์ด้วยคะแนน 114-113, 114-113 และ 117-111 ในวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2554[2] โดยสามารถชกให้ฟรานซิสโกลงไปให้กรรมการนับ 8 ได้ในยกที่ 3 อีกด้วย ที่โรงเรียนเบญจมเทพอุทิศ จังหวัดเพชรบุรี[3]

ต่อมาทางสมาคมมวยโลกได้สถาปนาให้เป็นแชมป์โลกตัวจริง เนื่องจาก โทโมโนบุ ชิมิสึ นักมวยชาวญี่ปุ่นซึ่งเป็นแชมป์โลกตัวจริงได้หยุดพักการชกไปหลังจากการชกแล้วได้รับบาดเจ็บ[4]

เทพฤทธิ์สามารถป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกเอาไว้ได้ถึง 3 ครั้งติดต่อกัน กับนักมวยชาวญี่ปุ่นทั้งหมด ถึงประเทศญี่ปุ่น จนกระทั่งได้รับฉายาว่า "เจแปน คิลเลอร์" แม้จะมีจุดอ่อน คือ การป้องกันตัว เพราะในการชกแต่ละครั้ง เทพฤทธิ์มักทำการ์ดตกข้างลำตัว แต่ครั้งในที่ 4 ในวันสิ้นปี พ.ศ. 2555 กับ โคเฮอิ โคโนะ นักมวยอายุ 32 ที่เคยชิงแชมป์โลกมาแล้วก่อนหน้านี้ถึง 2 ครั้ง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เทพฤทธิ์กลับเป็นฝ่ายแพ้ทีเคโอไปในยกที่ 4 ด้วยการถูกชกล้มถึง 3 ครั้ง เพราะจุดอ่อนคือการ์ดตก และเมื่อโดนหมัดเข้าไปแล้วยังเข้าไปแลกหมัดด้วย ทำให้โอโนะได้กลายเป็นแชมป์โลกไปทันที และถือเป็นการแพ้น็อกครั้งแรกในชีวิตของเทพฤทธิ์ด้วย [5]

หลังจากเสียแชมป์โลกไปแล้ว เทพฤทธิ์ยังได้ชกมวยต่อ จนคว้าแชมป์พาบา ในรุ่นแบนตั้มเวท (118 ปอนด์) มาได้ โดยชกครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 ที่แขวงสุวรรณเขต ประเทศลาว และหลังจากนั้นเจ้าตัวได้หยุดการชกมวยลง เนื่องจากต้องการแขวนนวม แต่ได้เปลี่ยนใจและหันมาชกมวยอีกครั้ง ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 เท่ากับว่าได้หยุดชกไปนานถึง 1 ปีเต็ม[6] โดยเทพฤทธิ์กลับมาชกเคลื่อนไหวอีกครั้งเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 ซึ่งตรงกับ วันวาเลนไทน์ ในปีนั้น โดยสามารถชนะคะแนน โจอาควิม มาแฮ นักมวยชาวฝรั่งเศส ที่เวทีพัทยาบ็อกซื่งเวิลด์ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ในการชกกำหนด 6 ยก

ชื่ออื่น[แก้]

  • เทพฤทธิ์ ก่อเกียรติยิม
  • เทพฤทธิ์ ว.สิงห์เสน่ห์ (ชื่อชกมวยไทย)
  • เทพฤทธิ์ ศิษย์หมอเส็ง
  • เทพฤทธิ์ ก่อเกียรติเจนิฟู้ดยิม

เกียรติประวัติ[แก้]

  • แชมป์รุ่นฟลายเวท PABA
    • ชิง 25 ธันวาคม 2552 ชนะคะแนน นีโน่ ซูอีโล่ (ธงของประเทศฟิลิปปินส์ ฟิลิปปินส์) ที่ จังหวัดสุพรรณบุรี
    • ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 1, 26 มีนาคม 2553 ชนะน็อคยกที่ 3 ไรอัน แทมบัส (ฟิลิปปินส์) ที่ จังหวัดภูเก็ต
    • ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 2, 11 มิถุนายน 2553 ชนะน็อคยกที่ 6 มาติง กิลากิล (ฟิลิปปินส์) ที่ จังหวัดเพชรบุรี
    • ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 3, 9 สิงหาคม 2553 ชนะน็อคยกที่ 5 เอนิส เคนุฟิน (อินโดนีเซีย) ที่ พระประแดงอาเขต
    • ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 4, 19 กันยายน 2553 ชนะน็อคยกที่ 6 เรย์ มิเกรโน่ (ฟิลิปปินส์) ที่ ห้างสรรพสินค้า เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน
    • ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 5, 24 ตุลาคม 2553 ชนะน็อคยกที่ 7 อลองก์ ดีนอย (ฟิลิปปินส์) ที่ จังหวัดปทุมธานี
    • ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 6, 13 กุมภาพันธ์ 2554 ชนะคะแนน ไมเคิล โรดริเควซ (ฟิลิปปินส์) ที่ จังหวัดกระบี่
    • สละแชมป์
  • แชมป์รุ่นฟลายเวท WBO เอเชียแปซิฟิก
    • ชิง, 11 มิถุนายน 2553 ชนะน็อคยกที่ 6 มาติง กิลากิล (ฟิลิปปินส์) ที่ จังหวัดเพชรบุรี
    • ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 1, 9 สิงหาคม 2553 ชนะน็อคยกที่ 5 เอนิส เซยูฟิน (ธงของประเทศอินโดนีเซีย อินโดนีเซีย) ที่ พระประแดงพลาซ่า
    • สละแชมป์
  • แชมป์โลกรุ่นซูเปอร์ฟลายเวท WBA (พ.ศ. 2554-พ.ศ. 2555)
  • แชมป์รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท PABA (พ.ศ. 2556-ปัจจุบัน)
    • ชิง 8 มีนาคม 2556 ชนะคะแนน ไดบอย ซาจิโร่ (อินโดนีเซีย) ที่ เวทีมวยชั่วคราว หน้าที่ว่าการอำเภอเคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี[7]
  • แชมป์รุ่น WBC Asia รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท (พ.ศ. 2556)
    • ชิง 10 พฤษภาคม 2556 ชนะคะแนน แจ็คเกอร์ บูฮาวี่ (ฟิลิปปินส์) ที่ เวทีมวยชั่วคราว วัดพุน้อย อำเภอบ้านหมี่ จ.ลพบุรี
  • แชมป์ WBC Asia รุ่นแบนตั้มเวท
    • ชิง, 4 ตุลาคม 2556 ชนะทีเคโอ (ไม่ยอมออกจากมุม) ยก 5 ชวง ซูซอง (ธงของสาธารณรัฐประชาชนจีน จีน) ที่ วัดบ้านไร่ อำเภอด่านขุนทด จ.นครราชสีมา
    • ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 1, 21 กุมภาพันธ์ 2557 ชนะน็อคยกที่ 9 ออร์วิน บาอีส (ฟิลิปปินส์) ที่ สะหวันเวกัส กาสิโน ในเมืองสะหวันนะเขต ประเทศสปป.ลาว
  • แชมป์ PABA รุ่นแบนตั้มเวท
  • แชมป์ WBA Asia รุ่นแบนตั้มเวท
    • ชิง, 24 กรกฎาคม 2558 ชนะน็อคยกที่ 2 ริคกี้ มานูโฟ (อินโดนีเซีย) ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลบางบัวทอง อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี
    • ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 1, 27 มีนาคม 2559 ชนะน็อคยกที่ 5 ทอมมี่ ซีรัน (อินโดนีเซีย) ที่ เทศบาลตำบลลำแก่น จังหวัดพังงา
    • ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 3, 26 พฤษภาคม 2559 ชนะRTDยกที่ 7 จูเนียร์ บาจาวา (อินโดนีเซีย) ที่ มูลนิธิคุณปรีชา จตุรงค์เสรีกุล คลอง 4 อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี
  • ได้รับยกย่องให้เป็นนักมวยยอดเยี่ยม WBA ประจำเดือนมีนาคม และเป็นอันดับ 1 ในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวท หลังจากการเอาชนะน็อก โทโมโนบุ ชิมิสึ ลงได้[8]
  • เป็นแชมป์โลกชาวไทยคนแรกที่ป้องกันตำแหน่งแชมป์กับนักมวยชาวญี่ปุ่น ที่ประเทศญี่ปุ่นถึง 3 ครั้งติดต่อกัน และชนะทุกครั้ง[9]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]