ผึ้งหลวง ส.สิงห์อยู่

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ผึ้งหลวง ส.สิงห์อยู่
ชื่อจริงปัญญา อุทก
ฉายาไอ้หนูหมัดปืนกล
รุ่นแบนตัมเวท
ส่วนสูง164 เซนติเมตร
เกิด16 เมษายน พ.ศ. 2531 (33 ปี)[remark 1]
จังหวัดอุทัยธานี
ชกทั้งหมด57
ชนะ52
ชนะน็อก35
แพ้5 (แพ้น็อก 2)
เสมอ0

ผึ้งหลวง ส.สิงห์อยู่ เป็นอดีตแชมป์โลกขององค์กรมวยโลก (WBO) 2 สมัย ในรุ่นแบนตัมเวท (118 ปอนด์)

ประวัติ[แก้]

ผึ้งหลวง มีชื่อจริงว่า ปัญญา อุทก (ชื่อเล่น: บอมบ์) เกิดเมื่อวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2531 ที่จังหวัดอุทัยธานี เป็นบุตรของนายวิรัตน์และนางสนิท อุทก จบการศึกษาจากโรงเรียนวัดดอนตูม ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เคยขึ้นชกมวยไทยมาก่อน แล้วจึงหันมาชกมวยสากลอาชีพภายใต้การจัดการของ ปริยากร รัตนสุบรรณ เมื่อ พ.ศ. 2547 โดยขณะนั้นผึ้งหลวงยังเป็นเพียงนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาอยู่ และได้ครองแชมป์โลกเยาวชน WBC รุ่นแบนตัมเวท เมื่อ พ.ศ. 2549 ป้องกันตำแหน่งไว้ได้หลายครั้ง จนไปเสียแชมป์ที่เบลเยียมเมื่อ พ.ศ. 2552 จากนั้น ผึ้งหลวงหันมาชิงแชมป์ WBO เอเชียเยาวชน และแชมป์ WBO เอเชียตะวันออกและได้ครองแชมป์ระหว่าง พ.ศ. 2552 - 2555 จนได้เป็นรองแชมป์โลก WBO อันดับสูงในรุ่นแบนตัมเวท

ในวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2555 ผึ้งหลวงได้ขึ้นชิงแชมป์โลกที่ว่างของ WBO รุ่นแบนตั้มเวท กับ เอเจ บานัล นักมวยชาวฟิลิปปินส์ ถึงประเทศฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นถิ่นของบานัลเอง ผลปรากฏว่าผึ้งหลวงสามารถเอาชนะทีเคโอได้ในยกที่ 9 นับเป็นนักมวยชาวไทยคนแรกที่ได้แชมป์โลกจากประเทศฟิลิปปินส์

ต่อมาในวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2556 ผึ้งหลวงป้องกันตำแหน่งครั้งแรกกับ พอลลัส อัมบุนด้า นักมวยชาวนามิเบีย ถึงประเทศนามิเบีย (ตามเวลาในประเทศนามิเบียเป็นคืนวันที่ 2 มีนาคม) ปรากฏว่าผึ้งหลวงเป็นฝ่ายแพ้คะแนนไป 115-113, 116-112 และ116-112 ทำให้เสียตำแหน่งไปในการป้องกันตำแหน่งครั้งแรกนี่เอง ซึ่งในมุมมองของทางฝั่งผึ้งหลวงเห็นว่าเป็นฝ่ายถูกปล้นชัยชนะ โดยเฉพาะในยกสุดท้ายที่อัมบุนด้าถูกหมัดของผึ้งหลวงจนออกอาการเกือบจะล้ม แต่ก็โผเข้ามากอดถ่วงเวลา จนเอาตัวรอดไปได้ แต่กรรมการบนเวทีก็ไม่ได้สั่งห้าม [1]

ในวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 ผึ้งหลวงได้มีโอกาสขึ้นชิงแชมป์โลกอีกครั้ง ในฐานะที่เป็นรองแชมป์โลกอันดับ 1 ในรุ่นและสถาบันเดิมกับ โทโมกิ คาเมดะ นักมวยชาวญี่ปุ่น ที่ประเทศเม็กซิโก ซึ่งโทโมกิ คาเมดะ ยังไม่เคยมีสถิติแพ้หรือเสมอมาก่อนด้วย[2] แต่ต่อมาได้เปลี่ยนมาชกที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา แทน และเปลี่ยนวันที่เป็น 13 กรกฎาคม ปีเดียวกัน [3] ผลการชกปรากฏว่า ผึ้งหลวงเป็นฝ่ายแพ้ทีเคโอไปในยกที่ 7 ด้วยการถูกหมัดชกถูกลำตัว[4]

ต่อมาในวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2558 ผึ้งหลวงได้มีโอกาสชิงแชมป์โลกอีกครั้ง กับ เรียว อากาโฮะ นักมวยชาวญี่ปุ่น ที่จังหวัดราชบุรี เนื่องจากคาเมดะถูกปลดแชมป์โลก ปรากฏว่าผึ้งหลวงกลับมาเป็นแชมป์โลกได้อีกครั้ง เมื่อเอาชนะน็อกอากาโฮะได้เพียงแค่ยกที่ 2 เท่านั้น

แต่ในการป้องกันตำแหน่งครั้งที่สองกับมาร์ลอน ทาปาเลส ผู้ท้าชิงรองแชมป์โลกอันดับหนึ่งชาวฟิลิปปินส์ ในวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผึ้งหลวงเป็นฝ่ายแพ้น็อกไปในเวลา 37 วินาที ของยกที่ 11 ทั้งที่เป็นฝ่ายชกทาปาเลสลงไปให้กรรมการนับ 8 ได้ก่อนถึง 2 ครั้ง ในยกที่ 5 แต่ไม่สามารถที่จะเอาชนะทาปาเลสได้ ซ้ำในยกที่ 6 ยังเป็นฝ่ายถูกนับ 8 บ้าง และตั้งแต่ยกที่ 9 ก็ได้รับบาดเจ็บจนกรามหัก แต่ยังคงชกต่อไปจนกระทั่งแพ้ไปในที่สุด โดยขณะนั้นคะแนนของผึ้งหลวงยังนำอยู่จากกรรมการให้คะแนน 2 ท่าน จากทั้งหมด 3 ท่าน[5]

เกียรติประวัติ[แก้]

  • รางวัลเกียรติยศบุคคลในวงการกีฬามวยประจำชาติ ครั้งที่ 1 (พ.ศ. 2556)
    • นักมวยสากลอาชีพดีเด่น[7]

เชิงอรรถ[แก้]

  1. ในนิตยสารมวยโลกระบุว่าเกิด 8 เมษายน พ.ศ. 2532?

อ้างอิง[แก้]

  1. “ผึ้งหลวง” โดนปล้นชัย แพ้ค้านสายตานักชกเจ้าถิ่น จากเดลินิวส์
  2. หน้า 17 ต่อ 19 กีฬา, 'คาเมดะ'ลั่นล้มผึ้งหลวงชก'เม็กซิกัน' . เดลินิวส์ฉบับที่ 23,556: วันศุกร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2557 ขึ้น 12 ค่ำ เดือน 5 ปีมะเมีย
  3. ""ผึ้งหลวง"ส้มหล่นบินชกลาสเวกัส". ผู้จัดการออนไลน์. 16 May 2014. สืบค้นเมื่อ 18 May 2014.
  4. ""ผึ้งหลวง" พลาดท่าถูกยุ่นน็อคร่วงร่วงยก 7". ผู้จัดการออนไลน์. 13 July 2014. สืบค้นเมื่อ 13 July 2014.
  5. หน้า 19 ต่อจากหน้า 17 กีฬา, ผึ้งหลวงเจอตอถูกชกกรามหักแชมป์โลกหลุด. เดลินิวส์ฉบับที่ 24,395: วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 แรม 9 ค่ำ เดือน 8 ปีวอก
  6. เทปการชกกับ ดานิลโล พีนา,.
  7. แก้วซิวสากลดีเด่นบุคคลกีฬามวย, คอลัมน์ย่อยข่าวกีฬา. หน้ากีฬา 19 เดลินิวส์ฉบับที่ 23,220: วันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเส็ง
  • สถิติการชก
  • นิตยสารมวยโลก. ปีที่ 17 เล่มที่ 1136. ผึ้งหลวง ส.สิงห์อยู่ นักชกขวัญใจนักเรียนคนใหม่. [ม.ป.ท.] : [ม.ป.พ.], มิถุนายน 2550. หน้า 18-19.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]