พูนสวัสดิ์ กระทิงแดงยิม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พูนสวัสดิ์ กระทิงแดงยิม
Poonsawat.jpg
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อจริง เฉลิมวงศ์ อุดมนา
ฉายา ไอ้รถถังจูเนียร์
ไอ้รถถัง
ไทยพูน (THAIPOON)
(สื่อมวลชนไอร์แลนด์เป็นผู้ตั้งให้)
เด็กสมบูรณ์
(สร้อย มั่งมี เป็นผู้ตั้งให้)[1]
วันเกิด 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2523 (36 ปี)
สถานที่เกิด อำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร
รุ่น แบนตั้มเวท
ซูเปอร์แบนตั้มเวท
เฟเธอร์เวท
ค่ายมวย แกแล็คซี่บ็อกซิ่งโปรโมชั่น
ผู้จัดการ นิวัฒน์ เหล่าสุวรรณวัฒน์
ผู้ฝึกสอน วินัย สิงห์เสน่ห์
อนันต์ ตัวลือ
เขาทราย แกแล็คซี่
สุเทพ ณ นคร
เก๋า โตเกียว
สถิติ
ชก 50
ชนะ 48
ชนะน็อก 33
แพ้ 2
เสมอ 0

พูนสวัสดิ์ กระทิงแดงยิม มีชื่อจริงว่า เฉลิมวงศ์ อุดมนา (ชื่อเดิม: ประกอบ อุดมนา, ชื่อเล่น: โต้) เกิดวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2523 ที่อำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร มีฉายาว่า "ไอ้รถถังจูเนียร์" หรือ "ไอ้รถถัง" อดีตแชมป์โลกรุ่นซูเปอร์แบนตัมเวท WBA , อดีตแชมป์'เฉพาะกาล'รุ่นแบนตัมเวท WBA , อดีตแชมป์ PABA และ อดีตแชมป์ WBA Fedelatin( สละ )

ชีวิตส่วนตัว สมรสกับ นางเอื้อการย์ อุดมนา (พร) และมีบุตรสาวหนึ่งคน ชื่อ ธมลวรรรณ อุดมนา (พั๊นซ์)

พูนสวัสดิ์เป็นลูกชายของ พูนสวัสดิ์ ศิษย์ศรทอง อดีตแชมป์มวยไทยเวทีราชดำเนิน รุ่น 126 ปอนด์ เคยชกมวยไทยมาก่อนในชื่อ พูนสวัสดิ์ ว.สิงห์เสน่ห์ [1] ชกมวยสากลครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2544 ชนะน็อค รามิค ลทอม นักมวยชาวฟิลิปปินส์ไปแค่ยกแรกจากการชก กำหนด 6 ยก ต่อจากนั้น ชกชนะอีกสองครั้ง จึงได้ชิงแชมป์สมาคมมวยแห่งเอเชียในรุ่นแบนตัมเวท และป้องกันตำแหน่งได้หลายครั้ง ก่อนจะขึ้นชิงแชมป์โลกเฉพาะกาล WBA กับ ริคาร์โด คอร์โดบา นักมวยชาวปานามา และป้องกันไว้ได้หนึ่งครั้ง ก่อนจะต้องมาชกเพื่อชิงแชมป์จริงกับ วลาดิเมียร์ ไซโดเรนโก นักมวยชาวยูเครน อดีตคู่ชกของวิจารณ์ พลฤทธิ์ ในการแข่งขันโอลิมปิก 2000 ที่ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย แต่ไม่ประสบความสำเร็จเมื่อเป็นฝ่ายแพ้คะแนนไป

พูนสวัสดิ์ได้เลื่อนรุ่นขึ้นไปชกในรุ่นซูเปอร์แบนตั้มเวท และประสบความสำเร็จเมื่อเป็นฝ่ายชนะน็อก เบอร์นาร์ด ดันน์ เพียงแค่ยกที่ 3 ที่ประเทศไอร์แลนด์ ในถิ่นของดันน์เอง เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2552 ซึ่งในครั้งนี้พูนสวัสดิ์มีความสมบูรณ์ทางร่างกายมาก จนทางสื่อมวลชนท้องถิ่นตั้งฉายาให้ว่า "ไทยพูน" อีกทั้งในการชกพูนสวัสดิ์ก็ทำให้ดั้งจมูกของดันน์แตกเป็นแผลฉกรรจ์ได้

เมื่อได้แชมป์โลกมาแล้ว พูนสวัสดิ์มีท่าทางว่าจะสามารถป้องกันแชมป์ได้อย่างยาวนาน เพราะเป็นนักมวยหมัดหนัก ฝีมือดี แต่ในการป้องกันตำแหน่ง 3 ที่ประเทศญี่ปุ่น กับ เรียว ลิลี นักมวยชาวเกาหลีเหนือสัญชาติญี่ปุ่น เรียว ลิลี ใช้รูปแบบการชกที่ตีหัวเข้าบ้าน ด้วยการเข้าชกแล้วหนี พูนสวัสดิ์พยายามไล่ตามแต่ไม่ทัน ครบ 12 ยก ก็เสียแชมป์โลกไปเมื่อเป็นฝ่ายแพ้คะแนนอย่างเป็นเอกฉันท์ เมื่อปี พ.ศ. 2553

จากนั้นพูนสวัสดิ์ก็ยังคงชกเคลื่อนไหว ด้วยการกลับมาเป็นแชมป์ PABA ในรุ่นเฟเธอร์เวท จนกระทั่งในปลายปี พ.ศ. 2555 พูนสวัสดิ์มีโอกาสชิงแชมป์โลกอีกครั้ง กับ กิลเลอร์โม ริกอนเดอ๊อกซ์ นักมวยชาวคิวบา ผู้ไม่เคยแพ้หรือเสมอใคร เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก 2 สมัย (โอลิมปิก 2000, โอลิมปิก 2004) ซึ่งเป็นคู่ชิงชนะเลิศในรุ่นแบนตั้มเวทของ วรพจน์ เพชรขุ้ม ซึ่งกำหนดจะมีขึ้นที่โตโยต้า เซนเตอร์ เมืองฮุสตัน รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ในเช้าวันที่ 16 ธันวาคม ตามเวลาในประเทศไทย ร่วมรายการเดียวกับ โนนิโต โดแนร์ นักมวยระดับซูเปอร์สตาร์ชาวฟิลิปปินส์ป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกด้วย พูนสวัสดิ์และคณะได้เดินทางไปถึงที่สถานที่ชกตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม แต่ทว่าผลการตรวจเลือดก่อนการชกจริงแค่วันเดียว ปรากฏว่าเลือดของพูนสวัสดิ์หลังจากการตรวจแล้วถึง 3 ครั้ง ปรากฏว่าเป็นเลือดบวก (เลือดติดเชื้อธาลัสซีเมียและไวรัสตับอักเสบ บี) ไม่อาจขึ้นชกได้ตามกฎของคณะกรรมาธิการมวยรัฐเท็กซัส ทำให้ต้องเดินทางกลับทันที ซึ่งทางพูนสวัสดิ์มีความผิดหวังเป็นอย่างมาก[2]

หลังจากนั้นไม่นาน พูนสวัสดิ์จึงต้องแขวนนวมไปในที่สุด[3]

เกียรติประวัติ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 [1], คำอธิบายเพิ่มเติม.
  2. "ตะลึง 'พูนสวัสดิ์ อดชิงแชมป์โลก'" หน้า 19, เดลินิวส์ ฉบับที่ 23,073: วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2555 ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 1 ปีมะโรง
  3. พูนสวัสดิ์แขวนนวมแล้ว! หลังพบโรคธาลัสซีเมีย-ไวรัสตับอักเสบ บี
  4. "พูนสวัสดิ์ได้คิวเคาะสนิม'" หน้า 13, ข่าวสด ฉบับที่ : วันศุกร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2550

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]