มู่หลาน (ภาพยนตร์ ค.ศ. 1998)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มู่หลาน
Mulan
โปสเตอร์
กำกับ Tony Bancroft
Barry Cook
อำนวยการสร้าง Pam Coats
เขียน Robert D. San Souci
Rita Hsiao
นำแสดง Miguel Ferrer พากย์เสียงเป็น ฉาง หยู
Ming-Na Wen พากย์เสียงเป็น มู่หลาน
Lea Salonga พากย์เสียงร้องเพลงเป็น มู่หลาน
James Hong พากย์เสียงเป็น ฉี ฟู
Eddie Murphy พากย์เสียงเป็น มูชู
Harvey Fierstein พากย์เสียงเป็น เหยา
Jerry Tondo พากย์เสียงเป็น เฉียนโป
B.D.Wong พากย์เสียงเป็นนายกองชาง
Donny Osmond พากย์เสียงร้องเพลงเป็น นายกองชาง
จำหน่าย/เผยแพร่ วอล์ท ดิสนีย์ พิคเจอร์
ฉาย 5 มิถุนายน พ.ศ. 2541
ความยาว 88 นาที
ภาษา อังกฤษ
ข้อมูลจาก IMDb
ข้อมูลจากสยามโซน

มู่หลาน (อังกฤษ: Mulan) เป็นภาพยนตร์การ์ตูนลำดับที่ 36 ของดิสนีย์ กำกับโดย Tony Bancroft และ Barry Cook เป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่นดัดแปลงมาจากตำนานวีรสตรีของประเทศจีนที่มีที่มาจากบทกวีจีนชื่อว่า "บทเพลงของฟา มู่หลาน" กระบวนการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้เริ่มต้นขึ้นในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2537 เสร็จสิ้นในปี พ.ศ. 2541 และออกฉายตามโรงภาพยนตร์ในประเทศสหรัฐอเมริกาในวันที่ 19 มิถุนายน ปีเดียวกัน ส่วนในประเทศไทย ออกฉายในวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2541[1]

เนื้อเรื่อง[แก้]

ณ กำแพงเมืองจีน ในขณะที่ทหารจีนกำลังเดินตรวจตราอยู่ เขาเจอชาวฮั่นกำลังปีนขึ้นมาบนกำแพงเมืองจีนและฉาง หยู แม่ทัพชาวฮ้่นพร้อมด้วยนกอินทรีคู่ใจของเขา ชาวฮั่นเหล่านี้มีเป้าหมายจะมายึดครองเมืองจีน ทหารจีนจึงจุดคบไฟส่งสัญญาณเพื่อให้รับรู้ว่ามีการบุกรุกเกิดขึ้นแล้ว เมื่อข่าวนี้ไปถึงเมืองหลวง แม่ทัพจึงรีบนำข่าวนี้ไปทูลแด่ฮ่องเต้ ว่า พวกฮั่นขึ้นกำแพงเมืองจีนมาบุกเมืองเราแล้ว ฮ่องเต้รู้ดีว่าชาวฮั่นบุกมา จึงสั่งให้ออกโองการเกณฑ์ไพร่พลเพื่อเตรียมกองกำลังให้พร้อมที่จะต่อสู้กับชาวฮั่น

ณ บ้านตระกูลฮัว มู่หลาน กำลังเขียนบทกลอนสอนหญิงบนแขนของเธอเพื่อที่จะไม่ลืมตอนที่จะต้องแสดงฝีมือในการพบแม่สื่อ ส่วนพ่อของมู่หลานกำลังสวดมนต์ขอพรบรรพบุรุษในศาลบรรพชน เพื่อจะให้คุ้มครองมู่หลานในการพบแม่สื่อวันนี้ มู่หลานมาพบพ่อเพื่อนำยารักษาอาการป่วยมาให้พ่อกินก่อนที่จะเดินทางไปตัวเมือง ในตัวเมือง แม่ของมู่หลานกำลังรอมู่หลานเดินทางมาแต่งตัวเพื่อไปพบแม่สื่ออย่างกระวนกระวายใจ ส่วนยายระหว่างรอยายตัดสินใจซื้อจิ้งหรีดชื่อว่า คริกแนก ไว้เป็นจิ้งหรีดนำโชคประจำตัวมู่หลาน เมื่อมู่หลานมาถึง แม่ของมู่หลานรีบให้มู่หลานอาบน้ำแต่งตัวเพื่อให้ทันเวลาไปพบแม่สื่อ เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้ว ก็รีบไปต่อแถวตามพวกสาวๆคนอื่นไป แม่สื่อเรียกเธอให้ไปพบเพื่อทดสอบว่าเธอจะเป็นเจ้าสาวที่ดีที่สามารถเชิดชูเกียรติของวงศ์ตระกูลได้หรือไม่ แต่ก็เกิดเรื่องทำให้แม่สื่อไล่ตะเพิดมู่หลานออกมา เมื่อกลับถึงบ้าน มู่หลานท้อแท้ใจที่ไม่สามารถเชิดชูเกียรติของวงศ์ตระกูลได้ พ่อของเธอจึงเข้ามาปลอบว่า ปีนี้ดอกท้อบ้านเราบานสะพรั่งทั้งปี ดูนี่สิ ดอกท้อดอกนี้ยังไม่บานแต่พ่อมั่นใจว่ายามใดที่มันบาน นั่นจะเป็นดอกท้อที่งดงามกว่าดอกใดๆ เมื่อพูดจบก็ได้ยินเสียงกลองซึ่งเป็นสัญญาณว่ามีขุนนางมาจากราชสำนักนำจดหมายเรียกเกณฑ์ทหารไปรบมามอบให้กับคนในหมู่บ้าน

มู่หลานเป็นห่วงพ่อมาก เกรงว่าพ่อของเธอจะตายตอนที่สนามรบ จึงไปขอร้องต่อ ฉิง ฟู ขุนนางที่นำจดหมายเรียกเกณฑ์ทหารมา ทั้งยังโดนพูดต่อว่าว่า เจ้าต้องเห็นแก่บุรุษซะบ้าง ตกดึก พ่อกับมู่หลานทะเลาะกันเรื่องการไปรบ มู่หลานรู้สึกเสียใจมาก เธอจึงออกมานั่งร้องไห้และคิดหาทางเพื่อจะไม่ให้พ่อของเธอต้องออกไปรบ สุดท้าย มู่หลานตัดสินใจขโมยจดหมายเรียกเกณฑ์ทหารและชุดเกราะของพ่อไปพร้อมด้วยคาน ม้าคู่ใจของมู่หลานและหนีออกจากบ้านไป ยายตกใจตื่นขึ้นมาไม่เห็นมู่หลาน จึงบอกพ่อกับแม่ว่า มู่หลานหนีไปแล้ว ทั้งคู่เสียใจและกังวลมากว่าจะเสียลูกสาวไป ส่วนยายต้องอ้อนวอนขอให้บรรพชนตระกูลฮัวช่วยปกป้องคุ้มครองมู่หลาน ในความมืดที่ศาลบรรพชน หัวหน้าวิญญาณบรรพชนปรากฏตัวและปลุกมูชู มังกรสีแดงขึ้นมา จากนั้น มูชูปลุกเหล่าวิญญาณบรรพชนทั้งหมด ทั้งหมดพูดคุยและถกเถียงกันเพื่อหาทางช่วยมู่หลาน หัวหน้าวิญญาณตัดสินใจจะส่งมังกรหินไปช่วย มูชูไปช่วยปลุกมังกรหินแต่มังกรไม่ตื่น จึงตีหัวไปอีกหลายครั้งเพื่อจะปลุกให้ตื่นแต่กลับกลายเป็นว่ารูปปั้นมังกรหินหักพังลงทั้งหมด มูชูจึงต้องหาทางช่วยมู่หลานเอง เขาได้พบกับคริครีที่แนะนำให้มูชูไปหามู่หลานเอง มูชูกับคริครีจึงพากันไปหามู่หลาน เมื่อเจอมู่หลาน และแนะนำตัวเสร็จ ทั้งหมดจึงพากันไปยังค่ายทหาร เมื่อเข้าไปในค่าย มู่หลานซึ่งปลอมตัวเป็นผู้ชายก็เป็นต้นเหตุจนเกิดความวุ่นวายไปทั่วค่าย หลังจากที่ชาง และแม่ทัพวางแผนการโจมตี และแม่ทัพซึ่งมีศักดิ์เป็นพ่อของนายกองชางออกเดินทางไปต่อสู้กับชาวฮั่น ชางเห็นคนทะเลาะกันจึงถามว่ามีอะไรผิดปกติ พวกทหารชี้มาที่มู่หลาน ชางจึงเดินเข้าไปหามู่หลาน ชางถามชื่อ มู่หลานตัดสินใจตอบไปว่าชื่อ "ผิง" จากนั้น นายกองชางเริ่มต้นการฝึกทหารด้วยวิธีการต่างๆ แม้ในตอนแรก มู่หลานจะยังทำไม่ได้ แต่สุดท้ายมู่หลานก็พิสูจน์ตัวเองว่าตนนั้นสามารถทำได้และได้รับการยอมรับจากเพื่อนทหารและนายกองชาง ในเวลาเดียวกันนั้น ฉางหยูกับลูกสมุนของเขาได้เตรียมกองกำลังเอาไว้และบุกเมืองต่างๆ ต่อไป

แม้ฉิง ฟูจะไม่เห็นด้วยในการส่งทหารที่นายกองชางฝึกไว้ไปสนามรบ แต่ด้วยแผนการของมูชูทำให้มู่หลานและเพื่อนทหารที่สนิทกันอย่าง หลิง เฉียน โป และ เหยา รวมถึงทหารคนอื่นๆก็ได้ออกเดินทางไปรบ จนกระทั่งได้พบกับหมู่บ้านที่เหลือเพียงเถ้าถ่าน ชางพบหมวกของพ่อตกอยู่ในสนามรบ ก่อนที่กองทหารทั้งหมดจะเดินทางต่อไป ในระหว่างทาง กองทหารจีนได้พบกับกองทัพชาวฮั่นจึงเกิดการต่อสู้กัน สุดท้าย มู่หลานคิดแผนกำจัดศัตรูได้ จึงทำตามแผนนั้น ทำให้กองทัพชาวฮั่นแตกพ่ายไป ฉาง หยูเห็นเช่นนั้นจึงโกรธมากและใช้ดาบฟันที่ตัวของมู่หลาน มู่หลานที่บาดเจ็บยังคงสติและหนีออกมาได้และไปช่วยชีวิตนายกองชางไว้ นายกองชางซาบซึ้งใจที่มู่หลานช่วยเอาไว้ ก่อนจะให้ตามหมอมารักษามู่หลาน ระหว่างที่รักษาตัว ชางพบความจริงว่ามู่หลานเป็นผู้หญิง ฉิง ฟู สั่งให้ชางทำตามกฎ นั่นคือ การฆ่าเธอเสีย แต่นายกองชางก็ตัดสินใจไม่ฆ่าเธอและทิ้งเธอไว้ที่นั่นตามลำพัง ส่วนกองทหารก็ออกเดินทางไปสู่เมืองหลวงต่อไป มู่หลานตัดสินใจจะกลับบ้านแต่เมื่อเห็นฉาง หยูและทหารที่เหลือรวมตัวพร้อมจะบุกไปเมืองหลวงเช่นกัน มู่หลานตัดสินใจเดินทางไปเมืองหลวงทันที

ในเมืองหลวง มีขบวนแห่เฉลิมฉลองที่จีนเอาชนะกองทัพฮั่นได้ มู่หลานเตือนนายกองชางว่าพวกกองทัพฮั่นจะบุกโจมตีวังหลวง ชางไม่สนใจและไม่เชื่อเธอ จนกระทั่งกองทัพฮั่นบุกยึดวังหลวงและจับตัวฮ่องเต้ไปเป็นตัวประกัน ทหารจีนพยายามจะบุกเข้าไปช่วยแต่ไม่ได้ผล มู่หลานวางแผนและไปชวนเพื่อนทหารมาช่วย หลิง เฉียนโป เหยาและนายกองชางจึงมาเข้ามาร่วมกับมู่หลานจนสามารถเข้าไปในวังและจัดการกับทหารชาวฮั่น รวมถึงช่วยฮ่องเต้ออกมาได้ มู่หลานต่อสู้กับฉาง หยูและชนะในที่สุด เมื่อเหตุการณ์วุ่นวายสิ้นสุดลง ฮ่องเต้มาพูดกับมู่หลานว่า ข้าได้ยินเรื่องของเจ้ามามาก ฮัว มู่หลาน เจ้าขโมยชุดเกราะของพ่อและหนีออกจากบ้าน แฝงตัวเป็นทหารหนุ่ม หลอกให้นายกองหลงเชื่อ ทำความเสื่อมเสียแก่กองทัพจีน ทำลายพระราชวังของข้าและเจ้าได้ช่วยชีวิตพวกเราทุกคน พูดจบฮ่องเต้คำนับมู่หลาน ทุกคนก็ทำเช่นเดียวกัน ฮ่องเต้ได้มอบดาบและลัญจกรให้แก่เธอ หลังจากนั้น มู่หลานเดินทางกลับบ้าน มาพบครอบครัวของเธอที่ได้เห็นว่าเธอยังไม่ตาย สักพักนายกองชางก็ตามมาเพื่อเอาหมวกของพ่อมู่หลานที่มู่หลานลืมไว้มาคืน มู่หลานเชิญให้นายกองชางอยู่กินข้าวเย็นกับครอบครัว ส่วนมูชูก็ได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นเทพคุ้มครองตระกูลฮัวอีกตน ทั้งหมดอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข

ตัวละค[แก้]

ชื่อตัวละคร ผู้พากย์เสียง
อังกฤษ ไทย
มู่หลาน Ming-Na Wen (พากย์)
Lea Salonga (ร้อง)
ไดอาน่า จงจินตนาการ (พากย์)
นฤมล จิวังกูร (ร้อง)
แม่ทัพชาง BD Wong (พากย์)
Donny Osmond (ร้อง)
สัญญา คุณากร (พากย์)
วิภู กำเนิดดี (ร้อง)
มูชู Eddie Murphy สุรศักดิ์ วงษ์ไทย
เหยา Harvey Fierstein ปรีชา วงศ์รุ่ง
หลิง Gedde Watanabe (พากย์)

Matthew Wilder (ร้อง)

ขจรศักดิ์ นฤภัทร (พากย์)
ภราดร เพ็งศิริ (ร้อง)
เฉียนโป Jerry Tondo สรรเสริญ โภคสมบัติ
ชางหยู Miguel Ferrer ศุภสรณ์ มุมแดง
ฉีฟู James Hong ณัฐนันท์ ศิริเจริญ
ฮ่องเต้ Pat Morita เอกชัย พงศ์สมัย
บรรพชนฮัว George Takei เกรียงศักดิ์ เหรียญทอง
ย่าของมู่หลาน June Foray (พากย์)
Marni Nixon (ร้อง)
สุมาลี สุธีรธรรม (พากย์)
สุกานดา ศิริธนาภิรมณ์ (ร้อง)
พ่อของแม่ทัพชาง James Shigeta กฤษณะ ศฤงคารนนท์

เพลงประกอบ[แก้]

เพลงในภาพยนตร์เรื่องนี้ประพันธ์เนื้อร้องเป็นภาษาไทยโดย ธานี พูนสุวรรณ มีเพลงที่มีเนื้อร้องทั้งสิ้น 5 เพลง ได้แก่

  • เพลง "Honor to Us All"

ขับร้องโดย Beth Fowler, Lea Salonga และ Marni Nixon เพลงนี้ในรูปแบบภาษาไทยใช้ชื่อว่า "นำศักดิ์ศรีให้เรา" ขับร้องโดย นฤมล จิวังกูร ประสานเสียงโดย กรุงเทพซิงเงอร์ส

  • เพลง "Reflection"

ขับร้องโดย Lea Salonga เพลงนี้นอกจากในรูปแบบประกอบภาพยนตร์แล้ว ยังมีในรูปแบบป็อปอีกอย่างหนึ่งขับร้องโดย Christina Aguilera เพลงนี้ในรูปแบบภาษาไทยใช้ชื่อว่า "เงา" ขับร้องโดย นฤมล จิวังกูร และในรูปแบบป็อปขับร้องโดย จันทนีย์ พงษ์ประยูรและอัยย์ พรรณี วีรานุกูล

  • เพลง "I'll Make a Man Out of You"

ขับร้องโดย Donny Osmond เพลงนี้ในรูปแบบภาษาไทยใช้ชื่อว่า "จะสร้างนายเป็นชายแท้" ขับร้องโดย วิภู กำเนิดดี ประสานเสียงโดย กรุงเทพซิงเงอร์ส

  • เพลง "A Girl Worth Fighting For"

ขับร้องโดย Harvey Fierstein, James Hong, Jerry Tondo, Lea Salonga และ Matthew Wilder เพลงนี้ในรูปแบบภาษาไทยใช้ชื่อว่า "สู้ตายเพื่อหญิงคนงาม" ขับร้องโดย ปรีชา วงศ์รุ่ง ภราดร เพ็งศิริ สรรเสริญ โภคสมบัติ สุพรรณี จงจินตนาการ ธานี พูนสุวรรณ ประสานเสียงโดย กรุงเทพซิงเงอร์ส

  • เพลง "True to Your Heart"

ขับร้องโดย วง 98° และ Stevie Wonder เพลงนี้เป็นเพลงในช่วงเครติดหลังจบภาพยนตร์จึงไม่มีแปลเป็นภาษาไทย

นอกจากนี้ ภาพยนตร์เรื่องนี้มีเพลงบรรเลงประกอบอีก 6 เพลง ได้แก่ เพลง "Suite from Mulan" เพลง "Attack at the Wall" เพลง "Mulan's Decision" เพลง "Blossoms" เพลง "The Huns Attack" และเพลง "The Burned-Out Village"

ผลตอบรับ[แก้]

รายได้[แก้]

ภาพยนตร์เรื่องมู่หลานทำรายได้สุดสัปดาห์แรกหลังภาพยนตร์เริ่มเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในประเทศสหรัฐอเมริการวม 22,745,143 ดอลลาร์สหรัฐ ทำรายได้ในประเทศสหรัฐอเมริกาตลอดระยะเวลาการฉายทั้งสิ้น 120,620,254 ดอลลาร์สหรัฐ ทำรายได้นอกประเทศ (ไม่นับรวมสหรัฐอเมริกา) ทั้งสิ้น 183,700,000 ดอลลาร์สหรัฐ สรุปแล้วภาพยนตร์เรื่องนี้ทำรายได้ทั่วโลก 304,320,254 ดอลลาร์สหรัฐ[2]

คำวิจารณ์[แก้]

ได้รับเสียงวิจารณ์ดีมาก

รางวัล[แก้]

ภาพยนตร์เรื่องมู่หลาน ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Annie Awards ครั้งที่ 26 ในปี ค.ศ. 1998 ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบกันในวงการอนิเมชันมากถึง 12 รางวัล ใน 10 สาขา (สาขาออกแบบตัวละครยอดเยี่ยม มีผู้เข้าชิงจากภาพยนตร์เรื่องนี้แข่งกันเอง 3 คน) และได้รางวัลในทุกสาขาที่เข้าชิง นับเป็นภาพยนตร์อนิเมชันที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในเวทีนี้ของปีนั้น และในปีถัดมาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์และรางวัลลูกโลกทองคำในสาขาด้านดนตรี

ปี รางวัล สาขารางวัล ผู้ได้รับการเสนอชื่อ ผลการตัดสิน
ค.ศ. 1998
รางวัล Annie Awards [3]
ภาพยนตร์อนิเมชั่นยอดเยี่ยม Walt Disney Feature Animation ชนะ
ออกแบบตัวละครยอดเยี่ยม Ruben Aquino ชนะ
Tom Bancroft เข้าชิง
Mark Henn เข้าชิง
เทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม David Tidgwell ชนะ
ออกแบบงานสร้างภาพยนตร์อนิเมชั่นยอดเยี่ยม Hans Bacher ชนะ
ลำดับกรอบเรื่องราวยอดเยี่ยม Christopher Sanders ชนะ
บทภาพยนตร์อนิเมชั่นยอดเยี่ยม Rita Hsiao
Christopher Sanders
Philip LaZebnik
Raymond Singer
Eugenia Bostwick-Singer
ชนะ
ผู้พากย์เสียงตัวละครหญิงยอดเยี่ยม Ming-Na Wen ผู้พากย์เสียงมู่หลาน ชนะ
ดนตรีประกอบภาพยนตร์อนิเมชั่นยอดเยี่ยม Matthew Wilder (เพลง)
David Zippel (เพลง)
Jerry Goldsmith (ดนตรี)
ชนะ
ผู้กำกับภาพยนตร์อนิเมชั่นยอดเยี่ยม Barry Cook
Tony Bancroft
ชนะ
ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์อนิเมชั่นยอดเยี่ยม Pam Coats ชนะ
ค.ศ. 1999
รางวัลออสการ์
ดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ประเภทภาพยนตร์เพลงหรือตลก Mathew Wilder (ดนตรี)
David Zippel (เนื้อร้อง)
Jerry Goldsmith (ดนตรีออร์เคสตรา)
เข้าชิง
รางวัลลูกโลกทองคำ
ดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม Jerry Goldsmith เข้าชิง
เพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม เพลง Reflection ขับร้องโดย คริสตินา อากีเลรา เข้าชิง

ภาคคนแสดง[แก้]

เมื่อ 30 พฤศจิยายน พ.ศ. 2560 บีบีซีรายงานว่า ดิสนีย์ บริษัทภาพยนตร์ของฮอลลีวูด ประกาศผลการคัดเลือกนักแสดงที่ได้รับบทฮัวมู่หลานในภาพยนตร์ที่จะสร้างใหม่จากฉบับการ์ตูนของดิสนีย์แล้ว คือ หลิว อี้เฟย์ นักแสดงชาวจีน-อเมริกันชื่อดัง สยบเสียงวิจารณ์ว่าดิสนีย์มักเลือกแต่นักแสดงหญิงผิวขาวเป็นตัวละครนำ

ไม่เพียงดิสนีย์เท่านั้น บริษัทภาพยนตร์อื่น ๆ มักถูกวิจารณ์ว่ามักเลือกนักแสดงหญิงผิวขาวมารับบทตัวละครชาวเอเชีย เช่น ให้สการ์เล็ต โจแฮนสัน แสดงบทนำใน Ghost in the Shell ที่สร้างจากแอนิเมชันญี่ปุ่น ส่วนกรณีของมู่หลาน มีข่าวก่อนหน้านี้ว่าอาจเลือก เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ ดาวจรัสแสงของฮอลลีวูด[4][5]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]