ข้ามไปเนื้อหา

อะลาดิน (ภาพยนตร์ พ.ศ. 2535)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อะลาดิน
กำกับ
บทภาพยนตร์
เนื้อเรื่อง
สร้างจากอะลาดิน จาก อาหรับราตรี[a]
อำนวยการสร้าง
  • จอห์น มัสเคอร์
  • รอน คลีเมนต์ส
นักแสดงนำ
ตัดต่อเอช. ลี ปีเตอร์สัน
ดนตรีประกอบอลัน เมนเคน
บริษัทผู้สร้าง
ผู้จัดจำหน่ายบัวนาวิสต้าพิคเจอร์ส
วันฉาย
  • 11 พฤศจิกายน ค.ศ. 1992 (1992-11-11)
ความยาว90 นาที
ประเทศ สหรัฐ
ภาษาอังกฤษ
ทุนสร้าง28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[4]
ทำเงิน504.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[4]

อะลาดิน (อังกฤษ: Aladdin) เป็นภาพยนตร์แอนิเมชันตลกขับขันอเมริกันที่ออกฉายใน ค.ศ. 2535 ผลิตโดย วอลท์ดิสนีย์ฟีเจอร์แอนิเมชั่น ภาพยนตร์เขียนบทและกำกับโดย จอห์น มัสเคอร์ และรอน คลีเมนต์ส และแสดงนำโดย สกอตต์ ไวน์เกอร์, โรบิน วิลเลียมส์, ลินดา ลาร์กิน, โจนาธาน ฟรีแมน, แฟรงค์ เวลเกอร์, กิลเบิร์ต ก็อตต์ฟรีด และดักลาส ซีล

เนื้อเรื่อง

[แก้]

พ่อค้าเร่นายหนึ่งเล่าความว่า ในนครอัคราบาห์แห่งอาหรับ มีจอมโจรหนุ่มจิตใจงามนาม อะลาดิน เร่ร่อนอยู่กับสหายลิงคาปูชินชื่อ อาบู ได้ใกล้ชิดกับเจ้าหญิงจัสมิน ธิดาของสุลต่าน ที่ทรงหลบหนีออกจากวัง เพราะทรงเบื่อกับชีวิตที่ถูกประคบประหงม

ขณะเดียวกัน มหาเสนาบดีจาฟาร์ มีแผนการที่จะโค่นล้มสุลต่าน เพื่อยึดครองอัคราบาห์ จาฟาร์แสวงหา 'ตะเกียงวิเศษ' ที่ถูกกักเก็บไว้ในถ้ำแห่งสิ่งมหัศจรรย์ อันมีเพียงผู้มีคุณสมบัติ 'เพชรในตม' เท่านั้นที่มีสิทธิ์เข้าไปได้ ซึ่งหนึ่งในนั้นคืออะลาดิน จาฟาร์จึงจับตัวอะลาดินไว้ แล้วปลอมตัวเป็นนักโทษชราและโน้มน้าวให้ไปนำตะเกียงวิเศษมา โดยหลอกว่าจะปล่อยให้เป็นอิสระ อะลาดินเข้ามาในถ้ำแห่งวิ่งมหัศจรรย์โดยมีอาบูติดตามมาด้วย ทั้งสองได้ผูกมิตรกับพรมวิเศษ และได้รับตะเกียงวิเศษ อะลาดินมอบตะเกียงให้กับจาฟาร์ก่อนจะถูกทิ้งไว้ในถ้ำ หาทางออกไม่ได้ โชคดีที่อาบูฉกฉวยตะเกียงกลับมาให้

อะลาดินที่ติดอยู่ในถ้ำ ไม่รู้จะทำเช่นไร เผลออัญเชิญจีนี ญินที่สิงอยู่ในตะเกียงวิเศษ ผ่านการขัดถูตะเกียง จีนีเสนอตัวว่า ตนมีอำนาจนัปการ สามารถทำให้พรที่ผู้ครอบครองตะเกียงขอสัมฤทธิ์ได้สามประการ อะลาดินได้ยินเช่นนั้นจึงร้องขอให้จีนีช่วยเขาออกจากถ้ำโดยไม่ขอพร จากนั้น เขาจึงขอพรประการแรกในการปลอมตัวเป็นเจ้าชายสูงศักดิ์ เพื่อผูกมัดพระทัยเจ้าหญิงจัสมิน และสัญญากับจีนีว่า จะใช้พรประการสุดท้ายปลดปล่อยจีนีจากการถูกจองจำในตะเกียง

อะลาดินเดินทางเข้าสู่อัคราบาห์ ในฐานะ "เจ้าชายอาลีแห่งอาบับวา" อย่างยิ่งใหญ่ และได้ถวายตนเข้าเฝ้าเจ้าหญิงจัสมิน จนทั้งสองสามารถสื่อใจถึงกันได้ เมื่ออะลาดินพาจัสมินประทับบนพรมวิเศษออกท่องโลกภายนอก ที่จัสมินทรงปรารถนาที่จะเห็นมาโดยตลอด ทว่า จาฟาร์ที่ทราบเรื่องดังกล่าวรู้สึกโกรธอะลาดิน จึงสั่งให้ทหารนำตัวอะลาดินไปถ่วงน้ำ หวังจะลอบขโมยตะเกียง แต่ตะเกียงนั้นติดไปกับตัวอะลาดิน อะลาดินจึงถูตะเกียงก่อนจะหมดสติ จีนีจึงช่วยชีวิตเขาขึ้นจากน้ำได้ด้วยพรประการที่สอง อะลาดินจึงกลับมาเปิดโปงแผนร้ายของจาฟาร์ หลังจากที่สุลต่านทรงเสนออะลาดินเป็นทายาทอัคราบาห์ เขากลัวว่าจะเสียจัสมินไป หากความจริงทั้งหมดถูกเปิดเผย อะลาดินจึงขอให้จีนีอยู่ด้วย และปฏิเสธที่จะปล่อยเป็นอิสระ จีนีจึงรู้สึกผิดหวังในการกระทำและคำพูดของอะลาดิน

ฝ่ายจาฟาร์สั่งให้อิอาโก นกแก้วมาคอว์ของเขา ไปขโมยตะเกียงวิเศษมาจากอะลาดิน จึงกลายเป็นนายคนใหม่ของจีนี เขาขอพรสองประการแรกในการยึดอำนาจสุลต่านและกลายเป็นจอมเวทย์เจ้าอิทธิฤทธิ์ที่สุดในโลก แล้วจึงข่มขู่ให้สุลต่านและเจ้าหญิงจัสมินก้มพระเศียรต่อหน้าตน แต่อะลาดินเข้ามาขัดขวาง จาฟาร์จึงเนรเทศเขาไปยังขั้วโลก เพื่อให้ตายอย่างทรมาน จากนั้นจาฟาร์ก็บังคับเจ้าหญิงจัสมินจะทรงตกลงเข้าพิธีอภิเษกกับตน ขณะนั้น อะลาดินสามารถกลับมาอัคราบาห์ได้ จัสมินทรงเห็นเช่นนั้นจึงเบนความสนใจของจาฟาร์ จนอะลาดินสบโอกาสเข้ามาแย่งตะเกียง

จากนั้น จาฟาร์แปลงกายเป็นงูเห่ามหึมาเข้าต่อกรกับอะลาดิน อะลาดินวางแผนเอาชนะจาฟาร์ จึงใช้อุบายเหน็บแนมเขาว่ายังเป็นรองจีนี ในแง่ของพลังุอำนาจทั้งปวง เพราะฉะนั้น จาฟาร์จึงขอพรประการสุดท้ายจากจีนี ในการเป็น 'ญินที่ทรงพลังที่หนึ่ง' จีนีจึงเสกให้จาฟาร์เป็นญินที่มีฤทธิ์เหนือกว่าตน จาฟาร์ประกาศตนเป็นผู้ทรงพลังที่สุดในจักรวาล แต่เพราะไม่มีเจ้านาย จึงถูกจองจำไว้ในตะเกียง โดยลากอิอาโกเข้าไปด้วย จีนีโยนตะเกียงที่กักเก็บจาฟาร์ไปสู่ถ้ำแห่งสิ่งมหัศจรรย์ ต่อมา อะลาดินได้ขอพรประการสุดท้ายปลดปล่อยจีนีจากการถูกกักขังตามคำสัญญา

สุลต่านทรงอนุญาตให้เจ้าหญิงจัสมินอภิเษกสมรสกับอะลาดิน โดยทรงเปลี่ยนกฎมณฑลเฑียรบาลใหม่ว่า เจ้าหญิงจะไม่จำเป็นต้องอภิเษกกับเจ้าชายเสมอไป

ตัวละครและเสียงพากย์

[แก้]

ประเทศไทย นักแสดง[5]

[แก้]

การตอบรับ

[แก้]

รอตเทนโทเมโทส์รายงานว่าร้อยละ 95 ของผู้วิจารณ์ 75 คนได้ให้ความเห็นในเชิงบวก ขณะที่คะแนนเฉลี่ยของภาพยนตร์อยู่ที่ 8.20 เต็ม 10 คะแนน[6] เมทาคริติกรายงานว่าภาพยนตร์มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 86 เต็ม 100 คะแนน ซึ่งประเมินโดยผู้วิจารณ์ 25 คน[7]

เชิงอรรถ

[แก้]
  1. Aladdin and the Magic Lamp was authored by Hanna Diyab,[1][2] and was added to the One Thousand and One Nights by Antoine Galland, appearing in his French translation Les mille et une nuits.[3]

อ้างอิง

[แก้]
  1. Arafat A. Razzaque, 'Who “wrote” Aladdin? The Forgotten Syrian Storyteller' เก็บถาวร พฤษภาคม 25, 2019 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, Ajam Media Collective (14 September 2017).
  2. Horta, Paulo Lemos (2018). Aladdin: A New Translation. Liveright Publishing. pp. 8–10. ISBN 9781631495175. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ September 25, 2019. สืบค้นเมื่อ 23 May 2019.
  3. Nun, Katalin; Stewart, Dr Jon (2014). Volume 16, Tome I: Kierkegaard's Literary Figures and Motifs: Agamemnon to Guadalquivir. Ashgate Publishing, Ltd. p. 31.
  4. 1 2 "Aladdin box office info". Box Office Mojo. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ February 15, 2009. สืบค้นเมื่อ March 17, 2009.
  5. "อะลาดิน (1993)". The Dubbing Database (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2022-04-01.{{cite web}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  6. "Aladdin", รอตเทนโทเมโทส์ (ภาษาอังกฤษ), สืบค้นเมื่อ 2022-04-01
  7. "Aladdin", เมทาคริติก (ภาษาอังกฤษ), สืบค้นเมื่อ 2022-04-01

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]