ทอย สตอรี่

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ทอย สตอรี่
ใบปิดภาพยนตร์แสดงวูดีกำลังเกาะบัซซ์ ไลต์เยียร์ ขณะบินอยู่ในห้องของแอนดี ข้างล่างคือโบ พีป มิสเตอร์โปเตโต้เฮด โทรลล์ แฮมม์ สลิงกี ซาร์จ และเร็กซ์ ลงมาด้านล่างขวาเป็นชื่อภาพยนตร์ พื้นหลังเป็นวอลล์เปเปอร์รูปก้อนเมฆภายในห้องนอน
ใบปิดภาพยนตร์
กำกับจอห์น แลสซีเตอร์
อำนวยการสร้าง
บทภาพยนตร์
เนื้อเรื่อง
นักแสดงนำ
ดนตรีประกอบแรนดี นิวแมน
ตัดต่อ
บริษัทผู้สร้าง
ผู้จัดจำหน่ายบวยนาวิสตาพิกเชอส์ดิสทริบิวชัน
วันฉาย19 พฤศจิกายน ค.ศ. 1995 (1995-11-19)(โรงภาพยนตร์เอลคับปิตัน)
22 พฤศจิกายน ค.ศ. 1995 (1995-11-22)(สหรัฐ)
ความยาว81 นาที[1]
ประเทศสหรัฐ
ภาษาอังกฤษ
ทุนสร้าง$30 ล้าน[2]
รายได้$373.6 ล้าน[3]

ทอย สตอรี่ (อังกฤษ: Toy Story) เป็นภาพยนตร์คอมพิวเตอร์แอนิเมชันแนวตลกคู่หู สร้างโดยพิกซาร์แอนิเมชันสตูดิโอส์ และจัดจำหน่ายโดยวอลต์ดิสนีย์พิกเชอส์ ภาพยนตร์เป็นงานกำกับเรื่องแรกของจอห์น แลสซีเตอร์ ทอย สตอรี่ เป็นภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องยาวเรื่องแรกที่สร้างด้วยคอมพิวเตอร์ทั้งหมดและเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของพิกซาร์ เขียนบทโดยจอสส์ วีดอน, แอนดรูว์ สแตนตัน, โจล โคเฮนและอเล็ก โซโคโลฟ จากเนื้อเรื่องโดยแลสซีเตอร์, สแตนตัน, พีต ดอกเตอร์และโจ แรนฟต์ ดนตรีประกอบภาพยนตร์โดยแรนดี นิวแมน อำนวยการสร้างโดย บอนนี อาร์โนลด์และราลฟ์ กุกเกนไฮม์ และมีผู้อำนวยการสร้างฝ่ายบริหารคือ สตีฟ จอบส์และเอ็ดวิน แคตมัลล์ ตัวละครให้เสียงโดย ทอม แฮงส์, ทิม อัลเลน, ดอน ริกเคิลส์, วอลเลซ ชอว์น, จอห์น แรตเซนเบอร์เกอร์, จิม วาร์นีย์, แอนนี พอตส์, จอห์น มอร์ริส, ลอรี เมตคาล์ฟและเอริก วอน เดตเทน ดำเนินเรื่องในในโลกที่ของเล่นมีชีวิตในเวลาที่มนุษย์ไม่อยู่ โครงเน้นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างวูดดี ตุ๊กตาคาวบอยแบบดึงเชือกยุคเก่า กับ บัซซ์ ไลต์เยียร์ หุ่นแอ็กชันนักบินอวกาศ ความเป็นคู่แข่งเริ่มจากการที่ทั้งคู่ แข่งขันเพื่อแย่งความสนใจจากแอนดี เดวิส เจ้าของของพวกเขา ต่อมาพวกเขาได้กลายเป็นเพื่อนที่ต้องร่วมมือกันเพื่อกลับมาเขา หลังถูกแยกออกจากเขา

พิกซาร์ ซึ่งเคยเป็นผู้สร้างภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องสั้นเพื่อส่งเสริมผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ ได้รับการทาบทามจากดิสนีย์ในการสร้างภาพยนตร์แอนิเมชันสร้างด้วยคอมพิวเตอร์ หลังจากภาพยนตร์เรื่องสั้นของเขาเรื่อง ทินทอย (1988) ประสบความสำเร็จ ซึ่งเล่าเรื่องด้วยมุมมองของของเล่นขนาดเล็กเช่นกัน แลสซีเตอร์ สแตนตัน และดอกเตอร์เขียนบทรุ่นแรกแต่ถูกดิสนีย์พับทิ้งไป เนื่องจากเขาต้องการให้ภาพยนตร์มีเค้าโครงชัดเจนกว่านี้ หลังจากบทภาพยนตร์ถูกพับทิ้ง การสร้างต้องหยุดลงและมีการเขียนบทขึ้นมาใหม่ และสะท้อนโทนเรื่องและเนื้อหาที่พิกซาร์ต้องการให้เป็นมากขึ้น"โดยลึก ๆ แล้ว ของเล่นต้องการให้เด็ก ๆ เล่นกับพวกเขา และความต้องการนี้ผลักดันให้เกิดความหวัง ความกลัว และการกระทำต่าง ๆ"[4] สตูดิโอมีพนักงานจำนวนไม่มาก และสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ภายใต้ข้อจำกัดเกี่ยวกับการเงินที่น้อย[5][6]

ภาพยนตร์ออกฉายในวันที่ 22 พฤศจิกายน ค.ศ. 1995 เคยทำรายได้ในสัปดาห์แรกได้มากที่สุด[7] และทำรายได้ได้ 373 ล้านดอลลาร์สหรัฐทั่วโลก[3] ภาพยนตร์ได้รับคำชมจากนักวิจารณ์ โดยยกย่องเรื่องนวัตกรรมการทำแอนิเมชัน บทาภพยนตร์ที่ฉลาดและมีเนื้อหาเข้มข้น และชมการแสดงของแฮงส์และอัลเลน[8][9] นักวิจารณ์จำนวนมากจัดให้ภาพยนตร์เป็นหนึ่งในภาพยนตร์แอนิเมชันที่ดีที่สุด[10] ภาพยนตร์ได้เข้าชิงรางวัลอะคาเดมีสามรางวัล ได้แก่รางวัลบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม ดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเพลง "ยูฟกอตอะเฟรนด์อินมี" และได้รับรางวัลสเปเชียลอะชีฟเมนต์อะคาเดมีอะวอร์ด[11] ภาพยนตร์ถูกบันทึกลงในหอสมุดภาพยนตร์แห่งชาติว่า "มีความสำคัญเชิงวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ หรือสุนทรียศาสตร์" เมื่อปี ค.ศ. 2005[12]

นอกจากออกจำหน่ายเป็นสื่อเล่นตามบ้านเรือนและฉายในโรงภาพยนตร์แล้ว มีการออกของเล่น วิดีโอเกม สวนสนุก เรื่องแยก สินค้า และภาพยนตร์ภาคต่ออีกสองภาคคือ ทอย สตอรี่ 2 (1999) และทอย สตอรี่ 3 (2010) ทั้งสองภาคประสบความสำเร็จทางรายได้และได้รับการยกย่อง ภาคต่อภาคที่สาม ทอย สตอรี่ 4 มีกำหนดออกฉายในปี ค.ศ. 2019[13][14]

เรื่องย่อ[แก้]

วูดี้ ของเล่นคาวบอยยุคคลาสสิก ในฐานะของเล่นตัวโปรดของแอนดี้ เด็กชายวัย 6 ขวบ ทำให้วูดี้กลายเป็นหัวหน้าบรรดาของเล่น ด้วยความมาดมั่น ใกล้วันที่ย้ายบ้าน แอนดี้ จึงจัดวันเกิดก่อนวันเกิดจริง แต่เมื่อบัซ ไลท์เยียร์ ตุ๊กตาตำรวจอวกาศที่แม่ให้เป็นของขวัญซอไพรซ์ ได้ก้าวเข้าในถิ่นของวูดี้ ในฐานะของขวัญวันเกิดชิ้นโปรดของแอนดี้ การชิงดีชิงเด่น เพื่อเป็นขวัญใจ ของเจ้านายตัวน้อยจึงเกิดขึ้น และส่งผลให้ทั้งคู่ต้องตกไปอยู่ในบ้านของซิด เด็กชายข้างบ้านผู้รักที่จะทำลายของเล่นเป็นชีวิตจิตใจ และการร่วมมือระหว่างวูดี้กับบัซ เพื่อหลบหนีกลับมานี่เองที่ทำให้พวกเขาตระหนักถึงมิตรแท้ วู้ดดี้ และ บัซ ไลท์เยียร์ ได้พยายามไปให้ทันรถขนส่งให้ได้ คู่หูที่ดูไม่น่าจะเข้ากันได้ทั้งสองต้องเรียนรู้ที่จะปล่อยวายความแตกต่างของแต่ละคนเพื่อที่จะเอาชนะอุปสรรคที่จะทำให้ทั้งคู่ต้องแยกจาก แอนดี้ เจ้าของพวกเขา กับการผจญภัยสุดป่วน ภารกิจสุดฮา กับเพื่อนพ้องของเล่นอีกมากมาย

อ้างอิง[แก้]

  1. "Toy Story". British Board of Film Classification. สืบค้นเมื่อ August 2, 2013.
  2. "Toy Story (1995) – Financial Information". The Numbers. สืบค้นเมื่อ December 7, 2014.
  3. 3.0 3.1 "Toy Story (1995)". Box Office Mojo. สืบค้นเมื่อ August 20, 2016.
  4. Price 2008, p. 121.
  5. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ ew7
  6. Isaacson 2011, p. 208.
  7. "Toy Story". The Numbers. สืบค้นเมื่อ March 11, 2009.
  8. "Toy Story Reviews". Metacritic. สืบค้นเมื่อ March 11, 2009.
  9. "Toy Story (1995)". Rotten Tomatoes. สืบค้นเมื่อ March 11, 2009.
  10. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ best-animation
  11. King, Susan (September 30, 2015). "How 'Toy Story' changed the face of animation, taking off 'like an explosion'". Los Angeles Times. สืบค้นเมื่อ September 30, 2015.
  12. "Librarian of Congress Adds 25 Films to National Film Registry – News Releases (Library of Congress)". Loc.gov. สืบค้นเมื่อ June 10, 2013.
  13. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ THRCars3Incr2
  14. Lang, Brent (October 26, 2016). "'Incredibles 2' Hitting Theaters a Year Early, 'Toy Story 4' Pushed Back to 2019". Variety. สืบค้นเมื่อ October 26, 2016. Italic or bold markup not allowed in: |publisher= (help)

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]