สโนว์ไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สโนว์ไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด
Walt Disney - Snowwhite.jpg
ใบปิดภาพยนตร์
กำกับ
อำนวยการสร้างวอลต์ ดิสนีย์
เขียนบท
เค้าโครงจากสโนว์ไวต์
โดย พี่น้องตระกูลกริมม์
นักแสดงนำ
ดนตรีประกอบ
บริษัทผู้สร้าง
ผู้จัดจำหน่ายอาร์เคโอเรดิโอพิกเจอร์ส
วันฉาย21 ธันวาคม ค.ศ. 1937 (1937-12-21)(คาร์ทีเซอร์เคิลเทียเตอร์)
4 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1938 (1938-02-04)(สหรัฐ)
ความยาว83 นาที
ประเทศสหรัฐ
ภาษาอังกฤษ
ทุนสร้าง1.49 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[1]
รายได้418 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[2]

สโนว์ไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด (อังกฤษ: Snow White and the Seven Dwarfs) เป็นภาพยนตร์แอนิเมชันอเมริกัน แนวแฟนตาซีดนตรี สร้างโดย วอลต์ดิสนีย์โปรดักชันส์ และจัดจำหน่ายโดย อาร์เคโอเรดิโอพิกเจอร์ส สร้างจาก เทพนิยายเยอรมันในปี ค.ศ. 1812 โดย พี่น้องตระกูลกริมม์ เป็นภาพยนตร์แอนิเมชันวาดมือขนาดยาวเรื่องแรกและเป็นภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องแรกของดิสนีย์ เนื้อเรื่องได้รับการดัดแปลงโดย นักวาดสตอรีบอร์ด โดโรที แอน แบลงค์, ริชาร์ด ครีดอน, เมอร์ริล เดอ มาริส, ออตโต อิงแลนเดอร์, เอิร์ล เฮิร์ด, ดิก ริกเคิร์ด, เทด เซียร์สและเวบบ์ สมิท เดวิด แฮนด์ เป็น ผู้กำกับดูแล ในขณะที่ วิลเลียม คอตเทรล, วิลเฟรด แจ็กสัน, แลร์รี มอรีย์, เพอร์ซ เพียร์ซและเบน ชาร์ปสตีน เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ในแต่ละฉาก

สโนว์ไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด ฉายรอบปฐมทัศน์ที่ คาร์ทีเซอร์เคิลเทียเตอร์ ใน ลอสแอนเจลิส, รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ. 1937 และฉายทั่วประเทศในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1938 ภาพยนตร์ประสบความสำเร็จทั้งในด้านรายได้และคำวิจารณ์ โดยทำเงินทั่วโลก 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงการการฉายครั้งแรก ทำสถิติกลายเป็นภาพยนตร์มีเสียงที่ทำเงินสูงสุดในเวลานั้น ความนิยมของภาพยนตร์เรื่องนี้ได้นำไปสู่การฉายซ้ำในโรงภาพยนตร์หลายครั้ง จนกระทั่งมีการเปิดตัวในรูปแบบโฮมวิดีโอในปี ค.ศ. 1990 หากนำเงินที่ทำได้ทั้งหมด มาปรับตามอัตราเงินเฟ้อแล้ว ภาพยนตร์จะกลายเป็นภาพยนตร์อเมริกันหนึ่งในสิบอันดับแรกที่ทำเงินสูงสุดตลอดกาล และภาพยนตร์แอนิเมชันที่ทำเงินสูงสุด

สโนว์ไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด ได้รับการเสนอชื่อในรางวัลออสการ์ สาขาเพลงประกอบยอดเยี่ยม ในปี ค.ศ. 1938 และในปีถัดมา ผู้อำนวยการสร้าง วอลต์ ดิสนีย์ ได้รับรางวัลออสการ์กิตติมศักดิ์สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ รางวัลนี้เป็นรางวัลไม่เหมือนใคร ซึ่งประกอบด้วยรูปปั้นออสการ์ขนาดปกติหนึ่งชิ้นและรูปปั้นออสการ์ขนาดเล็กเจ็ดชิ้น เชอร์ลีย์ เทมเปิล เป็นคนมอบรางวัลนี้ให้กับดิสนีย์[3]

โครงเรื่อง[แก้]

กาลครั้งหนึ่งในดินแดนสุดมหัศจรรย์ ยังมีองค์หญิงน้อยแสนงามผู้มีผมดำดุจไม้มะเกลือ ริมฝีปากแดงดั่งกุหลาบและมีผิวขาวผ่องดังหิมะ. เธอคือสโนไวท์ ผู้ที่รู้จักเธอล้วนรักใคร่เธอ เว้นแต่ราชินีแม่เลี้ยงใจร้ายผู้ริษยาในความงามของเธอ. สโนไวท์อาศัยอยู่ในดินแดนมหัศจรรย์ที่มีน้ำตกเจ็ดชั้นและภูเขาอัญมณีเจ็ดลูกที่ภายในมีอัญมณีเลอค่ามากมาย. ภูเขาที่อยู่ห่างไกลที่สุดเป็นที่ตั้งของปราสาทที่สโนไวท์เติบโตมาภายใต้อำนาจของราชินี.

ถึงแม้ว่าความปรารถนาที่จะมีรักแสนหวานของเธอจะดูเป็นไปไม่ได้ แต่ความรักก็สามารถหาทางของมันได้เสมอ แม้ว่าเสื้อผ้าของหล่อนที่ขาดรุ่งริ่งก็ยังไม่สามารถห้ามให้เจ้าชายหลงรักสโนไวท์ได้.

ราชินีเกรงว่าสักวันสโนไวท์จะเติบโตและมีสิริโฉมงดงามกว่าพระนาง. ด้วยเหตุนี้พระนางจึงใช้ให้สโนไวท์ทำงานหนักดั่งทาส และเมื่อกระจกวิเศษเผยแก่ราชินีว่าสโนไวท์มีความงดงามยิ่งกว่าผู้ใดในแผ่นดิน รวมทั้งพระนาง ชีวิตของสโนไวท์ก็ตกอยู่ในอันตราย.

สโนไวท์วิ่งหนีเข้าใปในป่ามืด ดูเหมือนว่าต้นไม้เกิดมีชีวิตและพยายามจะฉุดรั้งสโนไวท์เอาไว้. เธอเหนื่อยล้าและหวาดกลัวจนกระทั่งหมดแรงและล้มลงกลางป่า แล้วสิ่งที่ทำให้เธอมีชีวิตชีวาอีกครั้งก็คือเสียงเพลงและรอยยิ้ม. เธอได้พบเพื่อนเหล่าคนแคระ เพื่อน ๆ ตัวเล็ก ๆ ทั้งเจ็ดคนที่ช่วยเหลือเธอไว้ และรับเธอให้มาอยู่ด้วยกัน.

วันหนึ่ง ระหว่างที่สโนไวท์กำลังทำกูซเบอร์รี่พายของโปรดของเหล่าคนแคระ หญิงชราแปลกหน้าก็เข้ามาคะยั้นคะยอเธอให้ทำแอปเปิ้ลพายด้วยลูกแอปเปิ้ลสีแดงสดในมือนาง และเมื่อสโนไวท์อธิษฐานต่อแอปเปิ้ลเธอกัดมันและสลบลงไปนอนกองกับพื้นทันที!

คนแคระทั้งเจ็ดมาถึงลานโล่ง ในขณะที่หญิงแก่ผู้อัปลักษณ์หายกลับเข้าไปในป่า คนแคระทั้งเจ็ดถลาเข้าหาราชินีอย่างรวดเร็ว ฟ้าผ่าลงมาและฝนกระหน่ำตก ราชินีเริ่มปีนหุบเขาหิน ราชินีปีนป่ายสูงขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายนางไปถึงยอดหน้าผาซึ่งไปไกลกว่านั้นไม่ได้อีกแล้ว นางพยายามที่จะผลักหินก้อนใหญ่ใส่คนแคระทั้งเจ็ด ทันใดนั้น แสงแปลบปลาบของฟ้าผ่าก็ผ่าลงมาตรงแนวหินที่ยื่นออกมาจากหน้าผา มันแตกและร่วงลง...ลง...ไปในด้านล่างสุดของหุบเขา ทำให้ราชินีถึงแก่ความตาย

หลังจากผ่านไป 3 คืน สโนว์ไวท์ก็ตื่นขึ้นมาเจอเจ้าชาย เจ้าชายได้จุมพิตนางทำให้นางฟื้นขึ้นมา และต่อสู้กับราชินีจนทำให้ราชินีตาย ทำให้ต่อมาทุกคนอยู่อย่างเป็นสุข

นักแสดง[แก้]

การฉาย[แก้]

การฉายซ้ำ[แก้]

สโนว์ไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด ฉายซ้ำครั้งแรกในปี ค.ศ. 1944 เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับสตูดิโอดิสนีย์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง การฉายซ้ำนี้กลายเป็นธรรมเนียมของดิสนีย์ ด้วยการฉายซ้ำภาพยนตร์แอนิเมชันของดิสนีย์ในทุก ๆ เจ็ดถึงสิบปี โดย สโนว์ไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด ฉายซ้ำในโรงภาพยนตร์ในปี ค.ศ. 1952, 1958, 1967, 1975, 1983, 1987 และ 1993[4] เพื่อฉลองครบรอบ 50 ปี ของภาพยนตร์ในปี ค.ศ. 1987 ดิสนีย์วางจำหน่ายนวนิยายที่ดัดแปลงจากเนื้อเรื่องจากภาพยนตร์ เขียนโดย ซูซาน เวย์น[5][6] ในปี ค.ศ. 1993 สโนว์ไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด กลายเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่ได้รับการสแกนเป็นไฟล์ดิจิทัลทั้งหมด, มีการเปลี่ยนแปลงและบันทึกกลับไปเป็นฟิล์ม โครงการบูรณะดำเนินการทั้งหมดที่ความละเอียดระดับ 4K และ ความลึกของสี ระดับ 10 บิต โดยใช้ระบบ ซีนีออน เพื่อขจัดสิ่งสกปรกและรอยขีดข่วนแบบดิจิทัล[7]

สโนว์ไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด ทำเงิน 418 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยรวมตั้งแต่เงินที่ทำได้จากการฉายครั้งแรกและการฉายใหม่อีกหลายครั้ง[2] หากนำเงินที่ทำได้ทั้งหมด มาปรับตามอัตราเงินเฟ้อ ภาพยนตร์จะกลายเป็นภาพยนตร์อเมริกันหนึ่งในสิบอันดับแรกที่ทำเงินสูงสุดตลอดกาล[8]

อ้างอิง[แก้]

  1. Barrier 1999, p. 229.
  2. 2.0 2.1 Box-office
    • Wilhelm, Henry Gilmer; Brower, Carol (1993). The Permanence and Care of Color Photographs: Traditional and Digital Color Prints, Color Negatives, Slides, and Motion Pictures. Preservation Pub. p. 359. ISBN 978-0-911515-00-8. In only 2 months after the 1987 re-release, the film grossed another $45 million—giving it a total gross to date of about $375 million! (Online copy at Google Books)
    • "Snow White and the Seven Dwarfs (1987 Re-issue)". Boxoffice. สืบค้นเมื่อ May 29, 2016. North American box-office: $46,594,719
    • "Snow White and the Seven Dwarfs (1993 Re-issue)". Boxoffice. สืบค้นเมื่อ May 29, 2016. North American box-office: $41,634,791
  3. Disney's special Oscars
  4. Block, Alex Ben; Wilson, Lucy Autrey, eds. (2010). George Lucas's Blockbusting: A Decade-By-Decade Survey of Timeless Movies Including Untold Secrets of Their Financial and Cultural Success. HarperCollins. p. 206. ISBN 978-0-06-177889-6.
  5. Weyn, Suzanne (1987). Snow White & the Seven Dwarfs: Walt Disney Classics Series. New York NY: Scholastic. p. 80. ISBN 0-590-41170-5. สืบค้นเมื่อ January 5, 2013.
  6. Walt Disney's classic Snow White and the seven dwarfs : based on Walt Disney's full-length animated classic. WorldCat.org. Dublin OH: OCLC Online Computer Library Center, Inc. OCLC 123104598.
  7. Aldred, John (Winter 1997). "Disney's Snow White: The Story Behind the Picture". The Association of Motion Picture Sound. Archived from the original on 2001-01-12. สืบค้นเมื่อ April 25, 2009.
  8. "All-Time Box Office: Adjusted for Ticket Price Inflation". Box Office Mojo. สืบค้นเมื่อ September 8, 2006.
บรรณานุกรม

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

การสตรีมเสียง