ข้ามไปเนื้อหา

มานุษยวิทยาศาสนา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

มานุษยวิทยาศาสนา (อังกฤษ: anthropology of religion) เป็นการศึกษาศาสนาในแง่ของความสัมพันธ์ระหว่างศาสนากับหน่วยทางสังคมอื่น และการเปรียบเทียบความเชื่อทางศาสนาและพิธีกรรมและการปฏิบัติในศาสนาต่าง ๆ ในวัฒนธรรมต่าง ๆ กัน[1]

ประวัติศาสตร์

[แก้]

ในต้นศตวรรษที่ 12 อะบู เรฮัน อัลบิรูนี (Abū Rayhān Bīrūnī; 973–1048) ได้เขียนงานศึกษาเชิงเปรียบเทียบอย่างละเอียดเรื่องมานุษยวิทยาของศาสนาและวัฒนธรรมทั่วบริเวณแอ่งเมดิเตอร์เรเนียน (ซึ่งรวมถึง "ตะวันออกกลาง") และอนุทวีปอินเดีย[2] ที่ซึ่งเขาได้เขียนถึงผู้คน ธรรมเนียม และศาสนาของอนุทวีปอินเดีย

ในศตวรรษที่ 19 มานุษยวิทยาวัฒนธรรมเต็มไปด้วยเรื่องของวิวัฒนาการทางวัฒนธรรม (cultural evolution) นักมานุษยวิทยาส่วนใหญ่อนุมานความแตกต่างระหว่างศาสนา "ดึกดำบรรพ์" (primitive) กับ "สมัยใหม่" (modern) ง่าย ๆ และพยายามจะอธิบายว่าทำไมศาสนาจึงวิวัฒนาการจากดึกดำบรรพ์ไปเป็นสมัยใหม่[ต้องการอ้างอิง] ในศตวรรษที่ 20 นักมานุษยวิทยาส่วนใหญ่ได้ปฏิเสธความพยายามนี้ ในปัจจุบัน มานุษยวิทยาศาสนาสะท้อนให้เห็นอิทธิพลหรือการมีส่วนร่วมกับนักทฤษฎีอย่างคาร์ล มาร์กซ์ (1818–1883), ซิกมุนด์ ฟรอยด์ (1856–1939), เอมีล ดูร์กายม์ (1858–1917) และมัคส์ เวเบอร์ (1864–1920)[3] นักมานุษยวิทยาศาสนามีความสนใจอย่างมากเกี่ยวกับว่าเหตุใดความเชื่อทางศาสนาและการปฏิบัติในทางศาสนาอาจสะท้อนให้เห็นถึงแรงผลักดันทางการเมืองหรือทางเศรษฐกิจ หรือแม้แต่หน้าที่ทางสังคมของศาสนาและประเพณี[4][โปรดขยายความ]

ในปี 1912 เอมีล ดูร์กายม์ โดยปรับปรุงจากงานของ Ludwig Feuerbach ได้ระบุว่าศาสนาเป็น "ภาพฉายของค่านิยมทางสังคม" ("a projection of the social values of society"), "หนทางในการสร้างวาทะเที่ยวกับสังคมผ่านทางสัญลักษณ์" ("a means of making symbolic statements about society"), "ภาษาเชิงสัญลักษณ์ที่สร้างวาทะเกียวกับลำดับทางสังคม" ("a symbolic language that makes statements about the social order");[5] โดยสรุปคือ "(ศาสนา) เป็นการที่สังคมบูชาตนเอง" ("religion is society worshiping itself")[6][7]

การนิยาม "ศาสนา"

[แก้]

หนึ่งในปัญหาหลักของมานุษยวิทยาศาสนาคือการให้คำนิยามของ "ศาสนา" เอง[8] Clifford Geertz ได้ระบุว่าศาสนาคือ

(1) ระบบของสัญลักษณ์ซึ่งกระทำเพื่อ (2) ตั้งอารมณ์และแรงชักจูงอันทรงพลัง แผ่ซ่านไปทั่ว และคงอยู่ยาวนานในตัวมนุษย์ผ่านการ (3) สร้างแนวคิดของการจัดลำดับทั่วไปของการดำรงอยู่ และ (4) ซ่อนแนวคิดนี้ภายใต้ภาพของแสงเรืองรองของข้อเท็จจริงที่ซึ่ง (5) อารมณ์แลรแรงจูงใจช่างดูสมจริงอย่างไม่เคยมีมาก่อน"[9]

((1) a system of symbols which acts to (2) establish powerful, pervasive, and long-lasting moods and motivations in men by (3) formulating conceptions of a general order of existence and (4) clothing these conceptions with such an aura of factuality that (5) the moods and motivations seem uniquely realistic.")

ในปัจจุบัน นักมานุษยวิทยาได้พิจารณาขอบเขตหลายประการในการนิยามศาสนา เช่น เป็นความเชื่อในสิ่งเหนือธรรมชาติหรือการพึ่งพาพิธีกรรม อย่างไรก็ตามบางส่วนเชื่อว่าขอบเขตเหล่านี้เป็นสากล[8]

Anthony F. C. Wallace ได้เสนอหมวดหมู่ของศาสนาสี่ประการ ในแต่ละหมวดหมู่ ซึ่งย่อยลงไปเรื่อย ๆ อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายควาามว่าทุกศาสนาบนโลกจะสามารถเข้าไปจัดหมวดหมู่ตามที่วอลเลซเสนอได้ทั้งหมด[10]

  1. ปัจเจกชนนิยม (Individualistic): เป็นพื้นฐานที่สุด เช่น: vision quest ในชนพื้นเมืองอเมริกัน
  2. เชมัน (Shamanistic): ศาสนิกชนแบบชั่วครั้งชั่วคราว (part-time religious practitioner), ใช้ศาสนาเพื่อรักษา เช่น: จิตวิญญาณนิยม (spiritualists), ผู้รักษาจิตวิญญาณ (faith healers), การดูลายมือ (palm readers)
  3. ชุมชน (Communal): กลุ่มความเชื่อและการปฏิบัติที่ซับซ้อน; กลุ่มคนที่ถูกจัดเรียงในแคว้นตามสายเลือด อายุ หรือสังคมทางศาสนา ผู้คนสวมรับหน้าที่ตามความรู้ และการบูชาบรรพบุรุษ
  4. สังฆาวาศ (Ecclesiastical): พบมากในสังคมเกษตรกรรม มีการจัดการและแบ่งระดับชั้นอย่างเป็นระบบ

ความเชื่อและการปฏิบัติทางศาสนาเฉพาะบางส่วน

[แก้]

ดูเพิ่ม

[แก้]

หมายเหตุ

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. ↑ Adams 2017; Eller 2007, p. 2.
  2. ↑ Walbridge 1998.
  3. ↑ Eller 2007, p. 22; Weber 2002.
  4. ↑ Eller 2007, p. 4.
  5. ↑ Durkheim 1912; Bowie 1999, pp. 15, 143.
  6. ↑ Nelson 1990.
  7. ↑ Durkheim, p.266 in the 1963 edition
  8. 1 2 Eller 2007, p. 7.
  9. ↑ Geertz 1966, p. 4.
  10. ↑ Rathman, Jessica. "Anthony Francis Clarke Wallace". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 27 พฤศจิกายน 2003. สืบค้นเมื่อ 22 พฤศจิกายน 2017. {{cite web}}: ตราเวลาใน |archive-date= / |archive-url= ไม่ตรงกัน; แนะนำค่า 27 กันยายน 2003 แทน (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)

บรรณานุกรม

[แก้]