ผลต่างระหว่างรุ่นของ "พระมหากัสสปะ"

ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
== ประวัติ ==
=== ก่อนบวช ===
พระมหากัสสปะมีนามว่า '''ปิปผลิ''' เป็นบุตรของกปิลพราหมณ์ เกิดที่หมู่บ้านมหาติตถะ แคว้นมคธ เมื่ออายุเข้าย่างสู่ 20 ปี มารดาบิดาของท่านรบเร้าให้ท่านแต่งงาน ท่านปฏิเสธเพราะตั้งใจว่าเมื่อดูแลมารดาบิดาจนทั้งสองเสียชีวิตแล้วก็จะออกบวช แต่มารดาบิดาของท่านยังยืนยันให้ท่านแต่งงานเพื่อดำรงวงศ์ตระกูล ปิปผลิจึงจ้างช่างหล่อทองคำเป็นรูปหญิงสาว ประดับด้วยผ้านุ่งสีแดง ดอกไม้ และเครื่องประดับต่าง ๆ แล้วบอกมารดาว่าถ้าหาหญิงสาวลักษณะตามรูปปั้นดีได้จึงจะยอมแต่งงาน มารดาของท่านจึงให้พราหมณ์ ๘ คนนำรูปหล่อไปตามหาหญิงสาวที่มีลักษณะตามนั้น เมื่อได้พบ[[พระภัททกาปิลานี|นางภัททากาปิลานี]] จึงแจ้งให้กบิลพราหมณ์ทราบ ทั้งปิปผลิและภัททาต่างไม่อยากแต่งงานจึงแอบส่งจดหมายขอให้อีกฝ่ายหาคู่ครองใหม่ แต่คนถือจดหมายได้แปลงข้อความในจดหมาย ทั้งสองจึงได้แต่งงานกันในที่สุด<ref name="อรรถกถาสูตรที่ ๔">[http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=20&i=146&p=4 อรรถกถาสูตรที่ ๔ ประวัติพระมหากัสสปเถระ], อรรถกถาอังคุตตรนิกาย เอกนิบาต เอตทัคคบาลี วรรคที่ ๑</ref>
 
=== ออกบวช===
วันหนึ่ง ปิปผลิไปตรวจนาเห็นฝูงนกจิกกินไส้เดือน จึงถามบริวารว่าบาปของสัตว์พวกนั้นตกแก่ใคร บริวารว่าตกแก่ท่านปิปผลิ เขาท่านสังเวชใจว่าถ้าอกุศลกรรมแบบนี้ตกแก่ท่านแล้ว ต่อให้ถึงเวียนว่ายตายเกิดสักพันชาติก็คงไม่พ้นทุกข์ กลับถึงบ้านแล้วจึงบอกภรรยาว่าจะออกบวช ภรรยาของท่านก็จะออกบวชเช่นกัน ทั้งสองปลงผมนุ่งห่มผ้ากาสายะ ตั้งใจออกบวชเพื่ออุทิศพระอรหันต์ในโลก<ref name="จีวรสูตร">[http://www.geocities.ws/tmchote/tpd-mcu/tpd16.htm จีวรสูตร], พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค [๕. กัสสปสังยุต]</ref>แล้วออกจากไปจนถึงทางแยกก็แยกกันเดินทาง ขณะที่แยกทางกันนั้นก็เกิดแผ่นดินไหว<ref name="อรรถกถาสูตรที่ ๔"/>
 
=== บรรลุอรหัตผล ===
หลังจากบวชได้ครบ 7 วัน เข้าวันที่ 8 พระมหากัสสปะก็พบพระพุทธเจ้าขณะประทับที่พหุปุตตเจดีย์ พระองค์ประทานโอวาทแก่ท่าน 3 ข้อ คือ<ref name="จีวรสูตร"/>
# มีหิริและโอตตัปปะอย่างแรงกล้าในภิกษุทั้งหลายผู้เป็น[[เถระ]] ผู้เป็น[[นวกะ]] และผู้เป็น[[มัชฌิมะ]]
# ฟังธรรมอย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งประกอบด้วยกุศล จักกระทำธรรมนั้นทั้งหมดให้เป็นประโยชน์ มนสิการถึงธรรมนั้นทั้งหมด จักประมวลจิตมาทั้งหมด เงี่ยโสตสดับธรรม
# ไม่ละกายคตาสติที่ประกอบด้วยความยินดี
{{บทความหลัก|สังคายนาครั้งที่หนึ่งในศาสนาพุทธ}}
[[ไฟล์:Sattapanni.jpg|thumb|left|[[ถ้ำสัตบรรณคูหา]] สถานที่ทำสังคายนาครั้งแรก]]
พระมหากัสสปเถระได้ทราบข่าวการ[[ปรินิพพาน]]ของพระพุทธเจ้า เมื่อพระองค์ปรินิพพานแล้วได้ 7 วัน ขณะที่ท่านกำลังเดินทางอยู่ ณ เมืองปาวาพร้อมด้วยหมู่ศิษย์จำนวนมาก เมื่อได้ทราบข่าวนั้น เหล่าศิษย์ของพระมหากัสสปะซึ่งยังเป็นปุถุชนอยู่ ได้ร้องไห้คร่ำครวญกัน ณ ที่นั้น จึงมีพระภิกษุผู้บวชเมื่อแก่องค์รูปหนึ่ง ชื่อว่า'''สุภัททะ''' ได้กล่าวขึ้นว่า "หยุดเถิด หยุด''พอทีเถิด พวกท่านอย่าร่ำไรไปโศกเศร้า อย่าคร่ำครวญเลย พวกเรารอดพ้นดีแล้วจากพระมหาสมณะรูปนั้นพ้นที่คอยจ้ำจี้จ้ำไชพวกเราอยู่ว่า (ปรินิพพาน)‘สิ่งนี้ควรแก่พวกเธอ แล้วสิ่งนี้ไม่ควรแก่พวกเธอ’ บัดนี้ พวกเราจะทำอะไรปรารถนาสิ่งใด ก็ได้ตามพอใจจักทำสิ่งนั้น ไม่ต้องเกรงบัญชาใครปรารถนาสิ่งใด ก็จักไม่ทำสิ่งนั้น''"<ref name="สังคีตินิทาน">[http://www.geocities.ws/tmchote/tpd-mcu/tpd07.htm สังคีตินิทาน], พระวินัยปืฎก จูฬวรรค [๑๑. ปัญจสติก ขันธกะ] ๑. สังคีตินิทาน ๑๑. ปัญจกสติกขันธกะ</ref> พระมหากัสสปะได้ฟังเช่นนั้น คิดจะทำนิคคหกรรม (ทำโทษ) แต่เห็นว่ายังมิควรก่อน และก็ดำริขึ้นว่าพระพุทธเจ้าปรินิพพานเพียง 7 วัน ก็มีผู้คิดที่จะทำให้เกิดความแปรปรวน หรือประพฤติปฏิบัติให้วิปริตไปจากพระธรรมวินัยเช่นนี้ จึงควรจะทำ[[สังคายนาในศาสนาพุทธ|สังคายนา]]และจะชักชวน[[พระอรหันต์]]เถระทั้งหลาย ซึ่งล้วนทันเห็นพระพุทธเจ้า ได้ฟังคำสอนของพระองค์มาโดยตรง เป็นผู้รู้คำสอนของพระพุทธเจ้า และได้อยู่ในหมู่สาวกที่เคยสนทนาตรวจสอบกันอยู่เสมอ รู้ว่าสิ่งใดที่เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า ให้มาประชุมกัน เพื่อช่วยกันแสดง ถ่ายทอด รวบรวม ประมวลคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า แล้วตกลงวางมติไว้ จากนั้นท่านจึงเดินทางไปยังเมือง[[กุสินารา]]เพื่อเป็นประธานในการถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ ใช้เวลา 7 เดือน พระเจ้าอชาตศัตรู เป็นผู้อุปถัมภ์
 
การ[[สังคายนาครั้งที่หนึ่งในศาสนาพุทธ]]จึงได้จัดขึ้นที่ถ้ำสัตบรรณคูหา กรุง[[ราชคฤห์]] ตามคำปรารภของพระมหากัสสปะเถระ โดยมี[[พระเจ้าอชาตศัตรู]]เป็นองค์อุปถัมภ์ ใช้เวลาในการสังคายนารวบรวมพระธรรมวินัยอยู่ 7 เดือนจึงแล้วเสร็จ โดยในครั้งนั้น พระมหากัสสปะเถระเป็นประธานทำสังคายนา [[พระอานนท์]]เป็นองค์วิสัชชนาแสดงพระธรรม [[พระอุบาลี]]เป็นองค์วิสัชชนาพระวินัยปิฎก การสังคายนาครั้งนั้นนับเป็นต้นกำเนิดของ[[พระไตรปิฎกภาษาบาลี]]ที่ใช้ในนิกาย[[เถรวาท]]ในปัจจุบัน

รายการนำทางไซต์