พระมหาปชาบดีโคตมีเถรี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Jump to navigation Jump to search
มหาปชาบดีโคตมีเถรี
พระสาทิสลักษณ์พระนางมหาปชาบดีโคตมีและพระพุทธองค์ขณะทรงพระเยาว์ ภาพวาดประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 18-20
พระสาทิสลักษณ์พระนางมหาปชาบดีโคตมีและพระพุทธองค์ขณะทรงพระเยาว์ ภาพวาดประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 18-20
ข้อมูลทั่วไป
พระนามเดิม มหาปชาบดีโคตมี
สถานที่ประสูติ เทวทหะ แคว้นโกลิยะ
สถานที่บรรลุธรรม กูฏาคารศาลา ป่ามหาวัน[1]
เอตทัคคะ รัตตัญญู (ผู้รู้ราตรีนาน)[2][3]
อาจารย์ พระโคตมพุทธเจ้า
สถานที่นิพพาน ภิกขุณูปัสสยาราม[1]
ฐานะเดิม
ชาวเมือง เทวทหะ
นามพระบิดา พระเจ้าอัญชนะ
นามพระมารดา พระนางยโสธรา[4]
วรรณะเดิม กษัตริย์
ราชวงศ์ โกลิยะ[5]

พระมหาปชาบดีโคตมีเถรี หรือพระนามเดิม พระนางมหาปชาบดีโคตมี เป็นพระราชธิดาในพระเจ้าอัญชนาธิปราชแห่งกรุงเทวทหะ แคว้นโกลิยะ และเป็นพระขนิษฐภคินี(น้องสาว)ของพระนางสิริมหามายา ผู้เป็นพระพุทธมารดา ดังนั้นพระนางมหาปชาบดีโคตมีจึงเป็นพระมาตุจฉาของพระสมณโคดมพุทธเจ้า ทรงเป็นภิกษุณีรูปแรกในพระพุทธศาสนา และทรงได้เรียนกรรมฐานและทรงปฏิบัติอย่างจริงจัง จนได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ พระพุทธจ้าทรงยกย่องท่านว่าเป็นเอตทัคคะ คือเลิศกว่าผู้อื่นในทางรัตตัญญู (คือผู้มีรู้ราตรีนาน)

พระนางมหาปชาบดีโคตมีเป็นพระมาตุจฉาของพระพุทธเจ้า และเมื่อพระนางสิริมหามายาสวรรคตแล้ว หลังจากที่เจ้าชายสิทธัตถะประสูติได้ 7 วัน ในกาลต่อมาพระเจ้าสุทโธทนะได้ทรงตั้งพระนางมหาปชาบดีโคตมีไว้ในตำแหน่งพระอัครมเหสี ซึ่งพระนางได้ทรงถวายการอภิบาลเจ้าชายสิทธัตถะ เสมือนเป็นพระราชโอรสของพระองค์เอง พระนางมีพระราชโอรสพระองค์หนึ่งพระนามว่า เจ้าชายนันทะ และมีพระราชธิดาพระองค์หนึ่งพระนามว่า เจ้าหญิงรูปนันทา

ภาพขณะพระนางปชาบดีโคตมีทูลขอบวชเป็นพระภิกษุณี วาดโดยเหม เวชกร

พระนางได้ทรงแสดงความประสงค์จะบวชต่อพระพุทธเจ้าในคราวที่พระองค์เสด็จไปโปรดพระพุทธบิดาและพระประยูรญาติ ณ กรุงกบิลพัสดุ์ แคว้นสักกะ แต่พระพุทธเจ้ามิได้ทรงอนุญาตให้พระนางผนวช เนื่องจากยังไม่เคยทรงอนุญาตให้สตรีอุปสมบทในพระพุทธศาสนา ต่อมาเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จไปเมืองเวสาลีและประทับอยู่ที่ กูฏาคารศาลาป่ามหาวัน พระนางปชาบดีโคตมีพร้อมด้วยเหล่านางสากิยานีจำนวนมาก จึงได้ปลงพระเกศา ห่มผ้ากาสายะ เป็นการแสดงเจตนาที่จะบวชอย่างแรงกล้า โดยเสด็จไปยังกูฏาคารศาลาป่ามหาวัน เมืองเวสาลี เพื่อทรงทูลขออุปสมบท โดยพระนางได้ทรงแจ้งพระประสงค์ต่อพระอานนท์ให้นำความไปกราบทูลพระพุทธเจ้า ขอให้พระนางพร้อมทั้งเหล่านางสากิยานีได้อุปสมบทเป็นภิกษุณีในพระพุทธศาสนา ซึ่งพระอานนท์ใช้ความพยายามอยู่หลายหน พระพุทธเจ้าจึงทรงออกหลัก ปฏิบัติเป็นพิเศษสำหรับสตรีผู้ที่จะเข้ามาบวชในพระพุทธศาสนา คือครุธรรม 8 ซึ่งพระนางมหาปชาบดีโคตมี ทรงยินดีปฏิบัติตามครุธรรม ทั้ง 8 ประการ จึงได้รับการอุปสมบทในพระพุทธศาสนา พร้อมทั้งเหล่านางสากิยานี

หลังจากการอุปสมบท พระมหาปชาบดีโคตมีเถรีได้ทรงเรียนกรรมฐานที่พระพุทธเจ้าทรงประทานและปฏิบัติอย่างจริงจัง จนได้บรรลุพระอรหันต์ แม้ภิกษุณีเหล่าสากิยานีที่อุปสมบทพร้อมกับท่านก็ได้บรรลุพระอรหันต์เหมือนกัน

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 "พระปชาบดีโคตมีเถรี เอตทัคคะมหาเถรีผู้รู้ราตรีนาน (ต่อ)". ประตูสู่ธรรม. http://www.dharma-gateway.com/bhikunee/pra-prachabordee-kotamee-02.htm. เรียกข้อมูลเมื่อ 16 กรกฎาคม 2560. 
  2. "พระมหาปชาบดีโคตรมีเถรี". ภิกษุณี เอตทัคคะ 84000. http://www.84000.org/one/2/01.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 16 กรกฎาคม 2560. 
  3. "พระปชาบดีโคตมีเถรี เอตทัคคะมหาเถรีผู้รู้ราตรีนาน". ประตูสู่ธรรม. http://www.dharma-gateway.com/bhikunee/pra-prachabordee-kotamee.htm. เรียกข้อมูลเมื่อ 16 กรกฎาคม 2560. 
  4. "พระญาติฝ่ายพระพุทธบิดาและพระพุทธมารดา". พุทธะ. 2553. https://www.phuttha.com//พระพุทธเจ้า/ปฐมบทเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า/พระญาติฝ่ายพระพุทธบิดาและพระพุทธมารดา. เรียกข้อมูลเมื่อ 16 กรกฎาคม 2560. 
  5. พระมหาดาวสยาม วชิรปัญโญ. "ศากยวงศ์". ประตูสู่ธรรม. http://www.dharma-gateway.com/buddha/buddha-misc/bd-misc-16.htm. เรียกข้อมูลเมื่อ 16 กรกฎาคม 2560. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]