ข้ามไปเนื้อหา

พระเจ้าพิมพิสาร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พระเจ้าพิมพิสาร
พระเจ้าแคว้นมคธ
ครองราชย์ป.544 491 ปีก่อน ค.ศ. หรือ ป.457 405 ปีก่อน ค.ศ. (52 พรรษา)
ก่อนหน้าพระเจ้าภัตติยะ
ถัดไปพระเจ้าอชาตศัตรู
ตระกูลหรยังกะ
พระราชสมภพ558 หรือ 472 ปีก่อน ค.ศ.
สวรรคต491 หรือ 405 ปีก่อน ค.ศ.
คู่อภิเษกโกศลเทวี
Chellanā
Dharini
พระนางเขมา
Nandā[1]
Padmāvatī / Padumavatī
อัมพปาลี
พระราชบุตรพระเจ้าอชาตศัตรู
ราชวงศ์หารยังกะ
พระราชบิดาพระเจ้าภัตติยะ
ศาสนาเชน, พุทธ

พิมพิสาร (ตามศาสนาพุทธ) หรือ เศรณิก (Śreṇika) และ เสนีย์ (Seṇiya) ตามประวัติศาสตร์เชน[2][3] (ป.558 491 ปีก่อน ค.ศ.[4][5] หรือ ป.472 405 ปีก่อน ค.ศ.[6][7]) เป็นกษัตริย์แห่งมคธ (ค.543  492 ปีก่อน ค.ศ.[8] หรือ ค.457  405 ปีก่อน ค.ศ.[6][9]) และอยู่ในราชวงศ์หรยังกะ[10] พระองค์เป็นพระราชโอรสในพระเจ้าภัตติยะ[11] การขยายอาณาจักร โดยเฉพาะการผนวกอาณาจักรอังคะทางตะวันออก ถือเป็นการวางรากฐานสู่การขยายตัวของจักรวรรดิเมารยะ[12]

พระราชประวัติ

[แก้]
แผนที่ที่ราบลุ่มคงคาตะวันออกก่อนหน้าการพิชิตของพระเจ้าพิมพิสาร
(แสดงลิจฉวีในสีเขียว และแยกมัลละออกจากกัน)

พระเจ้าพิมพิสารเป็นพระราชโอรสในพระเจ้าภัตติยะ พระองค์ขึ้นครองราชย์เมื่อพระชนมพรรษา 15 พรรษใน 543 ปีก่อน ค.ศ.[13] พระองค์สถาปนาราชวงศ์หรยังกะและจัดตั้งป้อมปราการในหมู่บ้านแถวแคว้นมคธ ซึ่งภายหลังกลายเป็นนครปาฏลีบุตร[14] เมืองหลวงแรกของพระเจ้าพิมพิสารอยู่ที่ Girivraja (ระบุเป็นราชคฤห์) พระองค์ทำสงครามต่ออังคะ ซึ่งอาจเป็นการแก้แค้นต่อความปราชัยของพระราชบิดาด้วยน้ำพระหัตถ์ของ Brahmadatta

พันธมิตรทางการสมรส

[แก้]

ถูกจำคุก

[แก้]
คุกหลวงเมืองราชคฤห์ สถานที่พระเจ้าพิมพิสารถูกจองจำจนเสด็จสวรรคตในช่วงบั้นปลายพระชนม์ชีพ

ตามศาสนาพุทธ พระเจ้าพิมพิสารถูกพระเจ้าอชาตศัตรู พระราชโอรสที่ได้รับอิทธิพลจากเทวทัต (ภิกษุ) จำคุกใน ป.493 ปีก่อน ค.ศ. แล้วขึ้นครองราชย์ต่อ ส่วนในศาสนาเชนระบุว่าพระเจ้าพิมพิสารทรงทำการอัตวินิบาตกรรม[15]

รายงานตามธรรมเนียม

[แก้]

พุทธ

[แก้]
พระเจ้าพิมพิสารทรงต้อนรับพระโคตมพุทธเจ้า ภาพแกะสลักบนงาช้าง

พระเจ้าพิมพิสารได้ทรงพบกับพระพุทธเจ้าเป็นครั้งแรกที่กรุงราชคฤห์ เมื่อครั้งที่พระพุทธองค์ยังผนวชได้ไม่นานและยังเป็นพระโพธิสัตว์อยู่[16] พระเจ้าพิมพิสารทอดพระเนตรเห็นพระโพธิสัตว์กำลังเสด็จดำเนินไปในเมืองเพื่อบิณฑบาต และด้วยพระรูปอันงาม, กิริยาอันสำรวม พร้อมกับลักษณะมหาบุรุษ 32 ประการของพระโพธิสัตว์ทำให้พระเจ้าพิมพิสารเกิดความเลื่อมใสเป็นอย่างมาก จึงทรงส่งคณะราชทูตติดตามไปเพื่อสืบว่าพระโพธิสัตว์จะเสด็จไป ณ ที่ไหน เมื่อทรงทราบความแล้วพระเจ้าพิมพิสารจึงได้รีบเสด็จตามไปเพื่อสนทนากับพระโพธิสัตว์ โดยที่พระเจ้าพิมพิสารได้ทรงเสนอที่จะยกราชสมบัติให้แล้วจึงตรัสถามถึงพระชาติ พระโพธิสัตว์ได้ทรงตอบคำถามนั้น [ของพระเจ้าพิมพิสาร] ทรงกล่าวถึงเหตุผลที่ทำให้ตัดสินพระทัยออกผนวช แล้วจึงทรงปฏิเสธข้อเสนอด้วยเหตุผลว่าพระทัยของพระองค์ไม่ได้ทรงยินดีในกามสุข แต่ทรงมีความยินดีในการบำเพ็ญเพียรเพื่อความหลุดพ้นเท่านั้น[17]

หลังจากที่พระสิทธัตถะโพธิสัตว์ทรงตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว ได้ทรงแสดงธรรมโปรดพระปัญจวัคคีย์,[18][19][20][21][22] ยสกุลบุตรพร้อมทั้งบิดา มารดา ภรรยาเก่าและเพื่อนอีก 54 คน,[23] ภัททวัคคีย์ 30 คน,[24] และชฎิล 3 พี่น้องกับบริวาร 1,000 องค์[25][26] ไปตามลำดับ แล้วได้เสด็จพร้อมด้วยหมู่ภิกษุผู้เป็นอดีตชฎิล 1,003 รูปมาถึงเมืองราชคฤห์ พระเจ้าพิมพิสารได้ยินชื่อเสียงของพระพุทธองค์มาก่อนแล้วว่าเป็นผู้ตรัสรู้เองโดยชอบ จึงพร้อมด้วยพราหมณ์คหบดีชาวมคธ 12 นหุต (12 หมื่น หรือ 120,000) เสด็จมาเข้าเฝ้า หลังจากที่พระพุทธองค์ได้เปลื้องความสงสัยของชาวเมืองราชคฤห์ที่คิดว่า ระหว่างพระพุทธเจ้ากับชฎิลนั้นใครเป็นอาจารย์ของใคร ด้วยการตรัสเชื้อเชิญให้พระอุรุเวลกัสสปะผู้เป็นหัวหน้าของภิกษุอดีตชฎิล 1,002 รูปถึงเหตุผลที่ทำให้เลิกบูชาไฟ เมื่อชาวราชคฤห์หมดความสงสัยแล้ว พระพุทธองค์จึงทรงแสดงพระธรรมเทศนา คือ อนุปุพพิกถาและอริยสัจ 4 เมื่อจบพระธรรมเทศนา พระเจ้าพิมพิสารพร้อมด้วยบริวารอีก 11 นหุตะได้บรรลุอริยผล ส่วนอีก 1 นหุตะได้แสดงตนเป็นอุบาสก[27]

พระเจ้าพิมพิสารเป็นพระโสดาบัน[28][29] มีพระอัครมเหสีพระนามว่าพระนางเวเทหิ เป็นพระกนิษฐาในพระเจ้าปเสนทิโกศล พระเจ้าปเสนทิโกศลก็ได้พระกนิษฐาของพระเจ้าพิมพิสารเป็นพระมเหสีเช่นกัน พระเจ้าพิมพิสารมีพระราชโอรสนามว่าอชาตศัตรู (ผู้เกิดมาไม่เป็นศัตรู) โหรทำนายว่าพระโอรสองค์นี้จะทำปิตุฆาต แต่พระเจ้าพิมพิสารก็มิสนพระทัยต่อคำทำนาย ทรงอบรมให้การศึกษาพระโอรสเป็นอย่างดี เจ้าชายก็อยู่ในพระโอวาทเป็นอย่างดี แต่พอเจ้าชายน้อยได้รู้จักพระเทวทัต ถูกพระเทวทัตหลอกให้เห็นผิดเป็นชอบ จนจับพระเจ้าพิมพิสารขังคุกให้อดพระกระยาหาร และทำการทรมานต่างๆ เช่น กรีดพระบาทของพระเจ้าพิมพิสาร เพื่อให้เดินจงกรมทำสมาธิไม่ได้ เป็นต้น จนพระองค์เสด็จสวรรคต ไปเกิดเป็นยักษ์ชื่อ "ชนวสภะ"[30][31] ในสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา

พระเจ้าพิมพิสารเป็นกษัตริย์ผู้ทรงธรรม ทรงอุปถัมภ์ศาสนาพุทธเป็นอย่างดี ทำให้พระพุทธศาสนาเจริญแพร่หลายทั่วแคว้นมคธ[32]

อ้างอิง

[แก้]
  1. Chandra, Jnan (1958). "SOME UNKNOWN FACTS ABOUT BIMBISĀRA". Proceedings of the Indian History Congress Proceedings of the Indian History Congress. Indian History Congress. 21: 215–217.
  2. von Glasenapp 1999, p. 40-41.
  3. Jain & Upadhye 2000, p. 59.
  4. Hugh George Rawlinson (1950), A Concise History of the Indian People. Oxford University Press, p. 46.
  5. F. Max Muller (2001): The Dhammapada And Sutta-nipata. Routledge (UK), p. xlvii. ISBN 0-7007-1548-7.
  6. 1 2 Sarao, K. T. S. (2003), "The Ācariyaparamparā and Date of the Buddha.", Indian Historical Review, 30 (1–2): 1–12, doi:10.1177/037698360303000201
  7. Keay, John: India: A History. Revised and Updated: "The date [of Buddha's meeting with Bimbisara] (given the Buddhist 'short chronology') must have been around 400 BC."
  8. V. K. Agnihotri (ed.), Indian History. Allied Publishers, New Delhi 262010, p. 166 f.
  9. Keay, India: A History
  10. Peter N. Stearns (2001), The Encyclopedia of World History. Houghton Mifflin, p. 76 ff. ISBN 0-395-65237-5.
  11. Raychaudhuri 1923, p. 97.
  12. "Bimbisara". Encyclopædia Britannica Online. สืบค้นเมื่อ 25 January 2013.
  13. Sen 1999, p. 112.
  14. Sastri 1988, p. 11.
  15. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ :0
  16. "มจร. 1. ปัพพัชชาสูตร : พระไตรปิฎกเล่มที่ 25". 84000.org. "[410] พระพุทธองค์ครั้นบรรพชาแล้ว ทรงเว้นบาปกรรมทางกายและละวจีทุจริตได้ ทรงชำระอาชีวะให้หมดจด [411] พระพุทธองค์ผู้มีพระลักษณะอันประเสริฐทั่วพระวรกาย เสด็จไปถึงกรุงราชคฤห์ คิริพพชนคร แคว้นมคธ ได้เสด็จเที่ยวไปเพื่อทรงบิณฑบาต".
  17. "มจร. 1. ปัพพัชชาสูตร : พระไตรปิฎกเล่มที่ 25". 84000.org.
  18. "มจร. 6. ปัญจวัคคิยกถา ว่าด้วยภิกษุปัญจวัคคีย์ เป็นต้น : พระไตรปิฎกเล่มที่ 4". 84000.org.
  19. "มจร. เรื่องทรงแสดงธรรมแก่ภิกษุปัญจวัคคีย์ : พระไตรปิฎกเล่มที่ 4". 84000.org.
  20. "มจร. ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร : พระไตรปิฎกเล่มที่ 4". 84000.org.
  21. "มจร. ภิกษุปัญจวัคคีย์ทูลขอการบรรพชาอุปสมบท : พระไตรปิฎกเล่มที่ 4". 84000.org.
  22. "มจร. อนัตตลักขณสูตร : พระไตรปิฎกเล่มที่ 4". 84000.org.
  23. "มจร. เรื่องยสกุลบุตร บิดาตามหายสกุลบุตร เป็นต้น : พระไตรปิฎกเล่มที่ 4". 84000.org.
  24. "มจร. 10. ทุติยมารกถา ว่าด้วยมาร เรื่องที่ 2 เป็นต้น : พระไตรปิฎกเล่มที่ 4". 84000.org.
  25. "มจร. เรื่องชฎิล 3 พี่น้อง เป็นต้น : พระไตรปิฎกเล่มที่ 4". 84000.org.
  26. "มจร. เรื่องชฎิล 3 พี่น้อง เป็นต้น : พระไตรปิฎกเล่มที่ 4". 84000.org.
  27. "มจร. เรื่องสวนตาลหนุ่ม เป็นต้น : พระไตรปิฎกเล่มที่ 4". 84000.org.
  28. "[56] ...ธรรมจักษุอันปราศจากธุลีปราศจากมลทินได้เกิดแก่พราหมณ์คหบดีชาวมคธ 11 นหุต ซึ่งมีพระเจ้าพิมพิสารเป็นประมุข ณ ที่นั่งนั้นแลว่า 'สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งปวงมีความดับไปเป็นธรรมดา...'” "มจร. เรื่องสวนตาลหนุ่ม เป็นต้น : พระไตรปิฎกเล่มที่ 4". 84000.org.
  29. "[281] (ชนวสภะยักษ์ ในอดีตคือพระเจ้าพิมพิสาร ทูลกับพระพุทธเจ้าว่า) 'ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ไม่มีทางตกต่ำ ทราบดีถึงความไม่ตกต่ำมาช้านาน ข้าพระองค์ตั้งความปรารถนาไว้เพื่อเป็นพระสกทาคามี ฯลฯ" "มจร. 5. ชนวสภสูตร : พระไตรปิฎกเล่มที่ 10". 84000.org.
  30. "[280] 'อานนท์ ทันใดนั้น ยักษ์ที่ไม่ปรากฏตัว เปล่งเสียงให้ได้ยินว่า ‘ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้าพระองค์ชื่อชนวสภะ ข้าแต่พระสุคต ข้าพระองค์ชื่อชนวสภะ’ อานนท์ ชื่อชนวสภะนี้ เธอรู้จัก (หรือ) เคยได้ยินมาก่อนหรือไม่' ฯลฯ" "มจร. 5. ชนวสภสูตร : พระไตรปิฎกเล่มที่ 10". 84000.org.
  31. "[280] ฯลฯ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า "อานนท์ ขณะที่มีเสียงดังขึ้น ยักษ์มีผิวพรรณผุดผ่องยิ่งนัก ปรากฏขึ้นต่อหน้าเรา ยักษ์นั้นเปล่งเสียงให้ได้ยินอีกเป็นครั้งที่ 2 ว่า ‘ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้าพระองค์คือพิมพิสาร ข้าแต่พระสุคต ข้าพระองค์คือพิมพิสารครั้งนี้เป็นครั้งที่ 7 ที่ข้าพระองค์เข้าถึงความเป็นผู้อยู่ร่วมกับท้าวเวสวัณมหาราชจุติจากสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชนี้แล้ว สามารถไปเกิดเป็นพระราชาในโลกมนุษย์" "มจร. 5. ชนวสภสูตร : พระไตรปิฎกเล่มที่ 10". 84000.org.
  32. ชาดกและประวัติพุทธสาวก-พุทธสาวิกา โดย พระมหาสุนทร สุนฺทรธฺมโม

ข้อมูล

[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]
แผนผังหรยังกวงศ์