ธิดาพญามังกร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เทวรูปของธิดาพญามังกร

ธิดาพญามังกร หรือที่ชาวไทยนิยมเรียกทับศัทพ์ภาษาจีนว่า เง็กนึ้ง เป็นอัครสาวกเบื้องขวาของพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์โดยนิยมประดิษฐานนับถือคู่กันกับสุธนกุมาร

เทวประวัติ[แก้]

เสี่ยวหลงหนี่ (จีน: 小龍女; จีน: 小龙女; พินอิน: Xiaolongnü) บางก็เรียก เง็กนึ่ง หรือ หยกหลู หรือ ลุ่งหนู ตามแต่ภูมิภาคจะเรียกแตกต่างกันไป เป็นเด็กผู้หญิงที่อยู่ทางเบื้องขวาของพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์ แต่เดิมเคยเป็นเด็กหญิงกำพร้าที่องค์หญิงเหมี้ยวซ่าน(ปัจจุบันได้รับพระนามว่า พระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์ หรือ กวนซีอิมผู่ซ่า) ได้อุปการะเลี้ยงดูให้พากเพียรความรู้และสามารถเข้าถึงพระธรรมอันมีผู้ใดจะหยั่งได้ถึง ที่เกิดจากพระโอษฐ์ที่ได้กล่าวถึงพระสูตร สัทธรรมปุณฑรีกสูตร ฉบับที่พระอมิตาภพุทธเจ้าได้สดับตรัสไว้ (อมิตสารัตถสูตร (ในหมวดสัทธรรมปุณฑรีกสูตร)) จนถึงแจ้งบรรลุโสดาบันในอเนกอนันต์เพียงแว่วยินเสียงอ่านพระคัมภีร์พระสูตรบทนี้ ทั้งยังทรงอุปการะอุดหนุนช่วยเหลือ องค์หญิงเหมี้ยวซ่านขณะที่ทนทุกขเวนา วิบากต่างๆ ที่ต้องพากเพียรให้ผ่านเพื่อบรรลุอนุตรสัมมาสัมโพธิให้เป็นแบบอย่างให้สรรพสัตว์ให้หลุดพ้นจากอบายภูมิ จากความร้ายป้ายสี ก็พลิกแพลงภาพลักษณ์ที่ชอบด้วยธรรมแล้วประจักษ์แก่บุคคลทั้งหลาย และเป็นที่ยอมรับในเหล่าบรรดาสาวกแห่งพระอมิตาภพุทธเจ้าให้ได้รู้แจ้งแทงตลอดในธรรมอย่างมากล้น

จนถึงสมัยพุทธกาลครั้นที่เกิดในท้องทะเล เป็นราชธิดาแห่งท้องทะเล ตงไห่ เหล่งอ๊วงไต้อ๋อง มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดยิ่งนัก เมื่อพระชนม์ได้ 8 ชันษา ได้สดับธรรมจากพระมัญชุศรีโพธิสัตว์ ก็ได้บรรลุในธรรม ได้รับพระบัญชาการจากเหล่งอ๊วงไต้อ๋องให้รับภารกิจเดินทางแหวกว่ายไปยังชั้นผิวน้ำเพื่อสอดส่องดูประชาราชแห่งท้องทะเลว่าอยู่ดีมีสุขเพียงใด จากนั้นพระอวโลกิเตศวร ที่บำเพ็ญเพียรบารมีจนถึงขั้นในครั้นที่ประสูติเป็นองค์หญิงเหมี้ยวซ่าน และรอเวลามาถึงกาลที่กำหนด พระองค์ทรงมารับไปเพื่อบำเพ็ญเพียรภาวนาในอีกภาคหนึ่งในภาคสาวกที่อยู่ทางเบื้องขวาแห่งพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์ เพื่อช่วยเหลือบรรดาสรรพสัตว์ให้รอดพ้นจากอบายภูมิ ตามพระราชประสงค์ต่อไป เพื่อพัฒนาให้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิประกอบด้วยญาณอันสูงสุดที่หาสิ่งใดเปรียบมิได้ เมื่อเหล่งอ้วงไต้อ๋อง ทราบเรื่องต่างก็ประกาศิษย์เป็นพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์ พร้อมประกาศให้พวกพ้องลูกหลานแห่งท้องทะเลได้รับรู้ ต่างก็พากันชื่นชมพระราชธิดาอย่างหาไม่สามารถหาผู้ใดเปรียบได้

อ้างอิง[แก้]