ผลต่างระหว่างรุ่นของ "พระมหาธรรมราชาที่ 1"

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เนื้อหาที่ลบ เนื้อหาที่เพิ่ม
Patcha007 (คุย | ส่วนร่วม)
บรรทัด 1: บรรทัด 1:
{{เพิ่มอ้างอิง}}
{{Infobox royalty
| image = ภาพ:Mahathammaracha I.JPG|250px|center|
| caption = พระบรมรูปพระมหาธรรมราชาที่ 1
| birth_style = {{Nowrap|พระราชสมภพ}}
| birth_date = พ.ศ. 1843
| birth_place = [[อาณาจักรสุโขทัย]]
| death_date = พ.ศ. 1911 (68 พรรษา)
| death_place = [[อาณาจักรสุโขทัย]]
| spouse-type = {{Nowrap|อัครมเหสี}}
| spouse = [[สมเด็จพระราชชนนีศรีธรรมราชมาดา]]
| succession = พระมหากษัตริย์สุโขทัย
| reign = พ.ศ. 1890 - 1911 (21 ปี)
| father = [[พระยาเลอไทย]]
| issue = [[พระมหาธรรมราชาที่ 2]]
| dynasty = [[ราชวงศ์พระร่วง|พระร่วง]]
|ทรงราชย์ = พ.ศ. 1890 - พ.ศ. 1919<br /><small>(โดยประมาณ)</small>(29 ปี) <small>(โดยประมาณ)</small>
| predecessor = [[พระยางั่วนำถุม]]
| successor = [[พระมหาธรรมราชาที่ 2]]
| religion = [[พุทธ]]
}}


'''พระมหาธรรมราชาที่ 1''' หรือ '''พระบาทกมรเตงอัญศรีสุริยพงศ์รามมหาราชาธิราช'''<ref name="จารึกวัดป่ามะม่วง">{{cite book | author = ฐานข้อมูลจารึกในประเทศไทย | title = จารึกวัดป่ามะม่วง (ภาษาเขมร) ด้านที่ 1 | url = https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/image_detail/1330 | publisher =ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) | location = กรุงเทพฯ | year = 2549}}</ref>, '''พระบาทกมรเตงอัญฦๅไทยราช '''<ref name="จารึกวัดป่ามะม่วง"/>, '''พระยาลือไทย'''<ref>ศานติ ภักดีคำ. "พระนามกษัตริย์สุโขทัย : ความสัมพันธ์กับเขมรโบราณ". ''ดำรงวิชาการ''. 6:1 (มกราคม-มิถุนายน 2550), หน้า 92</ref> หรือ '''พญาลิไทย'''<ref>''นามานุกรมพระมหากษัตริย์ไทย'', หน้า 33</ref> (ประสูติ พ.ศ. 1843 - 1911) เป็นพระมหากษัตริย์สุโขทัยลำดับที่ 6 ใน[[ราชวงศ์พระร่วง]] เป็นพระราชโอรสของ[[พระยาเลอไทย]] และพระราชนัดดาของ[[พ่อขุนรามคำแหงมหาราช]]

==พระราชประวัติ==
{{พระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์พระร่วง}}
{{พระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์พระร่วง}}
เป็นหลานปู่ของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชพระยาลิไทยเป็นกษัตริย์องค์ที่ 6 แห่ง[[อาณาจักรสุโขทัย]] มีพระนามเดิมว่า'''ฦๅไทย''' (ลือไทย) ซึ่งภาษาบาลีสะกดว่า '''ลิเทยฺย'''<ref>''พจนานุกรมศัพท์วรรณคดีไทย สมัยสุโขทัย ไตรภูมิกถา'', หน้า 3</ref> (ลิไทย) ขึ้นครองราชย์ต่อจาก[[พระยางั่วนำถุม]] เดิมทรงปกครองเมืองศรีสัชนาลัย ในฐานะอุปราชหรือรัชทายาท[[อาณาจักรสุโขทัย|เมืองสุโขทัย]] เมื่อปี พ.ศ. 1882
เป็นหลานปู่ของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชพระยาลิไทยเป็นกษัตริย์องค์ที่ 6 แห่ง[[อาณาจักรสุโขทัย]] มีพระนามเดิมว่า'''ฦๅไทย''' (ลือไทย) ซึ่งภาษาบาลีสะกดว่า '''ลิเทยฺย'''<ref>''พจนานุกรมศัพท์วรรณคดีไทย สมัยสุโขทัย ไตรภูมิกถา'', หน้า 3</ref> (ลิไทย) ขึ้นครองราชย์ต่อจาก[[พระยางั่วนำถุม]] เดิมทรงปกครองเมืองศรีสัชนาลัย ในฐานะอุปราชหรือรัชทายาท[[อาณาจักรสุโขทัย|เมืองสุโขทัย]] เมื่อปี พ.ศ. 1882
บรรทัด 32: บรรทัด 8:
===ศาสนา===
===ศาสนา===


สะดวกขึ้น
พระยาลิไทยทรงเลื่อมใสใน[[ศาสนาพุทธ]]เป็นอย่างมากนโยบายการปกครองที่ใช้ศาสนา เป็นหลักรวมความเป็นปึกแผ่นจึงเป็นนโยบายหลักในรัชสมัยนี้ ด้วยทรงดำริว่าการจะขยายอาณาเขตต่อไปเช่นเดียวกับในรัชกาลพ่อขุนรามคำแหง พระอัยกา ก็จักต้องนำไพร่พลไปล้มตายอีกเป็นอันมาก พระองค์จึงทรงมีพระราชประสงค์ที่จะปกครองบ้านเมืองเช่นเดียวกับพระเจ้าอโศกมหาราชที่ทรงปกครองอินเดียให้เจริญได้ด้วยการส่งเสริมพระพุทธศาสนา และสั่งสอนชาวเมืองให้ตั้งอยู่ในศีลธรรมอันจะเป็นวิธีรักษาเมืองให้ยั่งยืนอยู่ได้


ทรงสร้างเมืองสองแคว ([[พิษณุโลก]]) เป็น[[เมืองลูกหลวง]]โดยการย้ายเมืองซึ่งเคยอยู่ที่สองแควซึ่งเดิมอยู่ทางใต้ ([[วัดจุฬามณี (จังหวัดพิษณุโลก)|วัดจุฬามณี]]ในปัจจุบัน) แต่ยังคงเรียกว่า[[เมืองสองแคว]]ตามเดิม
ทรงสร้างเจดีย์ที่เมืองนครชุม ([[กำแพงเพชร]]) ผนวชในพระพุทธศาสนาเมื่อ พ.ศ. 1905 ที่[[วัดป่ามะม่วง]]การที่ทรงออกผนวช นับว่าทำความมั่นคงให้พุทธศาสนามากขึ้น ดังกล่าวแล้วว่า หลังรัชสมัย[[พ่อขุนรามคำแหงมหาราช]]แล้ว บ้านเมืองแตกแยก วงการสงฆ์เองก็แตกแยก แต่ละสำนักแต่ละเมืองก็ปฏิบัติแตกต่างกันออกไป เมื่อผู้นำทรงมีศรัทธาแรงกล้าถึงขั้นออกบวช พสกนิกรทั้งหลายก็คล้อยตามหันมาเลื่อมใสตามแบบอย่างพระองค์ กิตติศัพท์ของพระพุทธศาสนาในสุโขทัยจึงเลื่องลือไปไกล พระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่หลายรูปได้ออกไปเผยแพร่ธรรมในแคว้นต่าง ๆ เช่น อโยธยา [[หลวงพระบาง]] [[เมืองน่าน]] แม้แต่[[พญากือนา]]แห่ง[[อาณาจักรล้านนา]]ก็นิมนต์พระสุมณเถระจากสุโขทัยไปเพื่อเผยแพร่ธรรมที่อาณาจักรล้านนา


===ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ===
นอกเมืองสุโขทัยทางทิศตะวันตก ทรงอาราธนาพระสามิสังฆราชจากลังกาเข้ามาเป็น[[สังฆราช]]ในกรุงสุโขทัย เผยแพร่เพิ่มความเจริญให้แก่พระศาสนามากยิ่งขึ้น ทรงสร้างและบูรณะวัดมากมายหลายแห่ง รวมทั้งการสร้างพระพุทธรูปเป็นจำนวนมาก เช่น [[พระพุทธชินสีห์]] [[พระศรีศาสดา]] และพระพุทธรูปองค์สำคัญองค์หนึ่งของประเทศคือ [[พระพุทธชินราช]] ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่[[วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร]]


พระยาลิไทย ทรงปราดเปรื่องในความรู้ในพระพุทธศาสนา ทรงมีความรู้แตกฉานใน[[พระไตรปิฎกภาษาบาลี]] พระองค์ได้ทรงแบ่งพระสงฆ์ออกเป็น 2 ฝ่ายคือฝ่าย "[[คามวาสี]]" และฝ่าย "[[อรัญวาสี]]" โดยให้ฝ่ายคามวาสีเน้นหนักการสั่งสอนราษฎรในเมืองและเน้นการศึกษา[[พระไตรปิฎก]] ส่วนฝ่ายอรัญวาสีเน้นให้หนักด้านการ[[วิปัสสนา]]และประจำอยู่ตามป่าหรือชนบท ด้วยทรงเป็นองค์อุปถัมภ์พระศาสนาตลอดพระชนม์ชีพ ราษฎรจึงถวายพระนามว่า "'''พระมหาธรรมราชา'''"


พระยาลิไท ได้สร้างและบรรจุ[[พระบรมสารีริกธาตุ]]ในพระธาตุช่อแฮ ([[วัดพระธาตุช่อแฮ]]ปัจจุบัน) เมื่อปี พ.ศ. 1902

นอกจากศาสนาพุทธแล้ว พญาลิไทยยังทรงอุปถัมภ์[[ศาสนาฮินดู]]ด้วยโดยทรงสร้าง[[เทวรูป]]ขนาดใหญ่หลายองค์ซึ่งยังเหลือปรากฏให้ศึกษาใน[[พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ]]ใน[[กรุงเทพมหานคร]]และที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ[[จังหวัดพิษณุโลก]]

===ภาษาและวรรณคดี===
ด้าน[[อักษรศาสตร์]]ทรงพระปรีชาสามารถนิพนธ์หนังสือ'''[[ไตรภูมิพระร่วง]]'''ที่นับเป็นงานนิพนธ์ที่เก่าแก่ที่สุดเรื่องหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย ด้วยทรงเชี่ยวชาญในพระไตรปิฎกจึงทรงนิพนธ์ถึงเรื่องราวเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ประเพณีในพระพุทธศาสนา โลกมนุษย์ สวรรค์ และนรก

นอกจากพระเจ้าลิไทยจะทรงนิพนธ์วรรณคดีเล่มแรกของไทยแล้ว ยังทรงดัดแปลงการเขียนหนังสือไทยที่พ่อขุนรามคำแหงทรงสร้างไว้ โดยกำหนดให้มีสระข้างบน ข้างล่าง ข้างหน้า ข้างหลัง รวมทั้งแก้ไขรูปพยัญชนะให้อ่านเขียนสะดวกขึ้น

===การสร้างเมือง===
ทรงทำนุบำรุงบ้านเมืองให้เจริญหลายประการ เช่น สร้าง[[ถนนพระร่วง]]ตั้งแต่เมือง[[ศรีสัชนาลัย]]ผ่านกรุงสุโขทัยไปถึงเมือง[[นครชุม]] (กำแพงเพชร) บูรณะเมืองนครชุม

ทรงสร้างเมืองสองแคว ([[พิษณุโลก]]) เป็น[[เมืองลูกหลวง]]โดยการย้ายเมืองซึ่งเคยอยู่ที่สองแควซึ่งเดิมอยู่ทางใต้ ([[วัดจุฬามณี (จังหวัดพิษณุโลก)|วัดจุฬามณี]]ในปัจจุบัน) แต่ยังคงเรียกว่า[[เมืองสองแคว]]ตามเดิม

===ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ===
นับแต่พระยาลิไทยได้ครองราชย์มา 2 ปี [[สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1]] ผู้ครอง[[กรุงศรีอยุธยา]] ได้ให้[[สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1]]ยกทัพมาตีเมืองชัยนาท หัวเมืองชั้นในของกรุงสุโขทัยด้วยขณะนั้นกรุงสุโขทัยอ่อนแอจากทุพภิกขภัย ข้าวกล้าในนาเสียหาย ชาวเมืองอดอยาก


ต่อมาพระยาลิไทยได้ส่งทูตไปเจรจาให้กรุงศรีอยุธยาคืนเมืองชัยนาทแต่โดยดี และจะยินยอมให้เป็นประเทศอิสระและมีไมตรีกันเช่นเดียวกับขอมที่ครองเมืองลพบุรี กรุงศรีอยุธยาเห็นควรด้วยเกรงว่าขอมจะร่วมมือกับกรุงสุโขทัยจัดทัพกระหนาบมาตี กรุงศรีอยุธยาจึงคืนเมืองชัยนาทให้พระยาลิไทย
ต่อมาพระยาลิไทยได้ส่งทูตไปเจรจาให้กรุงศรีอยุธยาคืนเมืองชัยนาทแต่โดยดี และจะยินยอมให้เป็นประเทศอิสระและมีไมตรีกันเช่นเดียวกับขอมที่ครองเมืองลพบุรี กรุงศรีอยุธยาเห็นควรด้วยเกรงว่าขอมจะร่วมมือกับกรุงสุโขทัยจัดทัพกระหนาบมาตี กรุงศรีอยุธยาจึงคืนเมืองชัยนาทให้พระยาลิไทย

หลังจากสัมพันธไมตรีระหว่าง 2 กรุงดำเนินมาได้ราว 10 ปี เมื่อพระเจ้าอู่ทองสวรรคต ไมตรีระหว่างกรุงสุโขทัยกับกรุงศรีอยุธยาก็เริ่มตึงเครียดขึ้น และเมื่อขุนหลวงพระงั่ว (พระบรมราชาธิราช) ได้ราชสมบัติครองกรุงศรีอยุธยา ก็ได้กรีธาทัพไปตีกรุงสุโขทัย สงครามระหว่าง 2 กรุงดำเนินไปถึง 6 ปีเศษ ขุนหลวงพระงั่วก็ไม่อาจเอาชัยทัพพระยาลิไทย กรุงสุโขทัยได้


== พงศาวลี ==
== พงศาวลี ==

รุ่นแก้ไขเมื่อ 12:36, 5 มกราคม 2565

พระมหากษัตริย์ราชวงศ์พระร่วง
พ่อขุนศรีอินทราทิตย์
พ่อขุนบานเมือง
พ่อขุนรามคำแหงมหาราช
พระยาเลอไทย
พระยางั่วนำถุม
พระมหาธรรมราชาที่ 1
พระมหาธรรมราชาที่ 2
พระมหาธรรมราชาที่ 3
พระมหาธรรมราชาที่ 4

เป็นหลานปู่ของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชพระยาลิไทยเป็นกษัตริย์องค์ที่ 6 แห่งอาณาจักรสุโขทัย มีพระนามเดิมว่าฦๅไทย (ลือไทย) ซึ่งภาษาบาลีสะกดว่า ลิเทยฺย[1] (ลิไทย) ขึ้นครองราชย์ต่อจากพระยางั่วนำถุม เดิมทรงปกครองเมืองศรีสัชนาลัย ในฐานะอุปราชหรือรัชทายาทเมืองสุโขทัย เมื่อปี พ.ศ. 1882

เมื่อพระยาเลอไทยเสด็จสวรรคตใน พ.ศ. 1884 พระยางั่วนำถุมได้ขึ้นครองราชย์จนเสด็จสวรรคตใน พ.ศ. 1890 พระยาลิไทยโดยต้องใช้กำลังทหารเข้ามายึดอำนาจเพราะที่สุโขทัยเกิดการกบฏการสืบราชบัลลังก์ ไม่เป็นไปตามครรลองครองธรรม พระยาลิไทยยกทัพมาแย่งชิงราชสมบัติได้ และขึ้นครองราชย์ใน พ.ศ. 1890 ทรงพระนามว่า พระบาทกมรเตงอัญศรีสุริยพงษ์รามมหาธรรมราชาธิราช

พระราชกรณียกิจ

ศาสนา

สะดวกขึ้น

ทรงสร้างเมืองสองแคว (พิษณุโลก) เป็นเมืองลูกหลวงโดยการย้ายเมืองซึ่งเคยอยู่ที่สองแควซึ่งเดิมอยู่ทางใต้ (วัดจุฬามณีในปัจจุบัน) แต่ยังคงเรียกว่าเมืองสองแควตามเดิม

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ต่อมาพระยาลิไทยได้ส่งทูตไปเจรจาให้กรุงศรีอยุธยาคืนเมืองชัยนาทแต่โดยดี และจะยินยอมให้เป็นประเทศอิสระและมีไมตรีกันเช่นเดียวกับขอมที่ครองเมืองลพบุรี กรุงศรีอยุธยาเห็นควรด้วยเกรงว่าขอมจะร่วมมือกับกรุงสุโขทัยจัดทัพกระหนาบมาตี กรุงศรีอยุธยาจึงคืนเมืองชัยนาทให้พระยาลิไทย

พงศาวลี

อ้างอิง

เชิงอรรถ
  1. พจนานุกรมศัพท์วรรณคดีไทย สมัยสุโขทัย ไตรภูมิกถา, หน้า 3
บรรณานุกรม
  • มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา (2554). นามานุกรมพระมหากษัตริย์ไทย (PDF). กรุงเทพฯ: มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา. p. 33. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2012-03-04. สืบค้นเมื่อ 2013-04-30.
  • ราชบัณฑิตยสถาน (2554). พจนานุกรมศัพท์วรรณคดีไทย สมัยสุโขทัย ไตรภูมิกถา. กรุงเทพฯ: ราชบัณฑิตยสถาน. p. 3.

ดูเพิ่ม

ก่อนหน้า พระมหาธรรมราชาที่ 1 ถัดไป
พระยางั่วนำถุม พระยาสุโขทัย
(พ.ศ. 1890 - 1911)
พระมหาธรรมราชาที่ 2