สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

(เปลี่ยนทางมาจาก ช่อง 3)
บริษัท บางกอก เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด
ประเภท บริษัทจำกัด
รูปแบบ สถานีโทรทัศน์/สถานีวิทยุ
ก่อตั้งเมื่อ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2510 (อายุ 41 ปี)
ออกอากาศ: 26 มีนาคม พ.ศ. 2513 (อายุ 39 ปี)
ผู้ก่อตั้ง วิชัย มาลีนนท์
สำนักงานใหญ่ เลขที่ 3199 อาคารมาลีนนท์ ถนนพระรามที่ 4 เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย
พื้นที่ที่ให้บริการ Flag of ไทย ประเทศไทย
บุคลากรหลัก ประวิทย์ มาลีนนท์
กรรมการผู้จัดการ
อุตสาหกรรม สื่อสารมวลชน
ผลิตภัณฑ์ สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 อสมท
สถานีวิทยุเอฟเอ็ม 105.5 เมกะเฮิร์ตซ์
บริษัทแม่ บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน)
คำขวัญ คุ้มค่าทุกนาที ดูทีวีสีช่อง 3
เว็บไซต์ www.thaitv3.com

สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 อสมท เป็นสถานีโทรทัศน์แห่งที่สี่ของประเทศไทย (ต่อจาก ไทยทีวี, ททบ. ขาวดำ และ บีบีทีวี) มีคำขวัญประจำสถานีว่า คุ้มค่าทุกนาที ดูทีวีสีช่อง 3 (เริ่มใช้ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2527 ในวาระครบรอบ 15 ปีของสถานี มีที่มาจากแนวคิดของเจ้าหน้าที่ในสถานีฯ กับข้อมูลของผู้ชม จากการประกวดคำขวัญที่เคยจัดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2524 แต่ไม่มีผู้ได้รับคัดเลือกในครั้งนั้น)

เนื้อหา

[แก้] ประวัติ

สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 อสมท เกิดขึ้นจาก บริษัท บางกอก เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด บริหารงานโดย วิชัย มาลีนนท์(อังกฤษ: Bangkok Entertainment Company Limited; ชื่อย่อ: บีอีซี, BEC) ซึ่งจดทะเบียนจัดตั้งเป็นบริษัท เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2510 และ บริษัท ไทยโทรทัศน์ จำกัด ลงนามร่วมกัน ในสัญญาดำเนินกิจการส่งโทรทัศน์ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2511 โดยมีอายุสัญญา 10 ปี ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2513-25 มีนาคม พ.ศ. 2523

อนึ่ง บริษัทฯ ได้รับอนุมัติให้ขยายอายุสัญญาดำเนินกิจการส่งโทรทัศน์ กับองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (อ.ส.ม.ท.) ซึ่งแปรรูปมาจาก บริษัท ไทยโทรทัศน์ จำกัด เมื่อปี พ.ศ. 2520 มาแล้วสองครั้ง คือเมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2521 ขยายออกไปอีก 10 ปี ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2523-25 มีนาคม พ.ศ. 2533 และในวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2530 ขยายออกไปอีก 30 ปี ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2533-25 มีนาคม พ.ศ. 2563

ต่อมา เมื่อวันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2513 ไทยทีวีสีช่อง 3 เริ่มทดลองออกอากาศ โดยใช้กำลังส่งเต็มระบบคือ 50 กิโลวัตต์ ด้วยเครื่องส่งขนานเป็นครั้งแรก ระหว่างเวลา 19.00-21.00 น. จากนั้น ในวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2513 ทางสถานีฯ เริ่มทดลองแพร่ภาพออกอากาศแบบเสมือนจริง ระหว่างเวลา 09.30-24.00 น. และเริ่มออกอากาศอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2513 เวลา 10.00 น. ตามเวลาฤกษ์ โดยมีจอมพลถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดสถานีฯ[1][2]

[แก้] อาคารที่ทำการ

เมื่อราวต้นปี พ.ศ. 2512 มีพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารที่ทำการสถานีฯ บนที่ดินขนาด 6 ไร่เศษ บริเวณกิโลเมตรที่ 19 ถนนเพชรเกษม เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร โดยอาคารดังกล่าว มีความสูง 4 ชั้น ภายในเป็นห้องส่งขนาด 600 ตารางเมตร 2 ห้อง, ขนาด 500 ตารางเมตร 2 ห้อง และขนาด 110 ตารางเมตร อีก 1 ห้อง โดยแต่ละห้องส่งจะมีห้องควบคุมเฉพาะ ซึ่งมีการติดตั้งระบบไซโครามา สูง 7.5 เมตร กว้าง 47 เมตร ใช้ประดิษฐ์ภาพฉากท้องฟ้า ซึ่งก่อให้เกิดความชัดลึก และเปลี่ยนสีให้กับฉากได้เสมือนจริงอีกด้วย ทั้งนี้ เมื่อเริ่มแพร่ภาพออกอากาศแล้วทางสถานีฯ ต้องส่งมอบอาคาร และที่ดินดังกล่าว ตลอดจนเครื่องส่งโทรทัศน์ และอุปกรณ์การออกอากาศต่างๆ ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของ บริษัท ไทยโทรทัศน์ จำกัด โดยทันที

ต่อมาได้แยกส่วนของสำนักงาน มายังอาคารเลขที่ 2259 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ และจัดสร้างห้องส่งโทรทัศน์ บนชั้น 8 ของอาคารโรบินสัน จากนั้น เมื่อวันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2529 จึงได้รวมส่วนงานที่กระจายอยู่ 3 แห่ง มารวมศูนย์อยู่ที่อาคารวานิช 1 และ 2 บริเวณแยกวิทยุ-เพชรบุรี (ถนนวิทยุตัดกับถนนเพชรบุรีตัดใหม่) เพื่อเพิ่มความสะดวกในการดำเนินงานให้คล่องตัวมากขึ้น และในราวปี พ.ศ. 2538 สถานีฯ ย้ายอาคารที่ทำการทั้งสามส่วนงาน ขึ้นไปยังอาคารเอ็มโพเรียม ถนนสุขุมวิท[2]

ในปัจจุบัน (ตั้งแต่ พ.ศ. 2548) จึงย้ายมายังอาคารที่ทำการปัจจุบัน โดยมี บมจ.บีอีซี เวิลด์ เป็นเจ้าของด้วยตนเอง คือ อาคารมาลีนนท์ (เดิมเป็นอาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท เอสโซ่ สแตนดาร์ด (ประเทศไทย) จำกัด) เลขที่ 3199 ถนนพระรามที่ 4 เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย 2 อาคาร โดยอาคาร เอ็ม 1 เป็นที่ตั้งสำนักงานบริษัทฯ และ อาคาร เอ็ม 2 เป็นส่วนปฏิบัติการออกอากาศ[1]

[แก้] เทคโนโลยีการออกอากาศ

สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 (ชื่อสากล: HS-TV3) เป็นสถานีโทรทัศน์ที่ใช้ช่องความถี่ต่ำในระบบวีเอชเอฟ ในการออกอากาศ เพียงแห่งเดียวในประเทศไทย (ถ่ายทอดทางช่อง 2 ถึง ช่อง 4) ในระยะเริ่มแรก ซึ่งสามารถให้บริการได้ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเท่านั้น โดยใช้เครื่องส่งโทรทัศน์ขนาด 25 กิโลวัตต์ จำนวนสองเครื่องขนานกัน รวมกำลังส่งเป็น 50 กิโลวัตต์ อัตราการขยายสายอากาศ 13 เท่า กำลังออกอากาศที่ปลายเสาอยู่ที่ 650 กิโลวัตต์ เสาอากาศเครื่องส่งมีความสูง 250 เมตร ความถี่คลื่นอยู่ระหว่าง 54-61 เมกะเฮิร์ตซ์ ใช้ระบบ ซีซีไออาร์ พาล (CCIR PAL) 625 เส้น ในการส่งออกอากาศทางช่องสัญญาณที่ 3

จากนั้น เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2530 บริษัทฯ จึงลงนามในสัญญาขยายเครือข่ายโทรทัศน์ทั่วประเทศ ร่วมกับ อ.ส.ม.ท. เพื่อดำเนินการจัดตั้งสถานีเครื่องส่งโทรทัศน์พร้อมอุปกรณ์ออกอากาศร่วมกัน ระหว่างไทยทีวีสีช่อง 3 และไทยทีวีสีช่อง 9 อ.ส.ม.ท. ตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2531-กรกฎาคม พ.ศ. 2534 จนทั้งสองช่อง สามารถออกอากาศไปได้ทั่วประเทศ

ต่อมา ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2546 ไทยทีวีสีช่อง 3 ได้รับอนุมัติการจัดสรรคลื่นความถี่ในระบบยูเอชเอฟ จากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ (กกช.) เพื่อใช้ออกอากาศแทนคลื่นความถี่เดิม (ระบบวีเอชเอฟ ความถี่ต่ำ) จำนวน 5 สถานี คือ สถานีหลักกรุงเทพมหานคร ออกอากาศทางช่อง 32, เชียงใหม่ ออกอากาศทางช่อง 46, สุโขทัย ออกอากาศทางช่อง 37, นครราชสีมา ออกอากาศทางช่อง 41 และ สงขลา ออกอากาศทางช่อง 38

สำหรับสถานีส่งหลักในกรุงเทพมหานคร ได้มีการร่วมกันลงนามในสัญญาร่วมใช้เสาส่งโทรทัศน์ และระบบสายอากาศโทรทัศน์ บนอาคารใบหยก 2 ระหว่างบริษัท บางกอก เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด และบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547 (ปัจจุบัน คู่สัญญาเปลี่ยนเป็น สำนักบริหารกิจการสถานีวิทยุโทรทัศน์ระบบยูเอชเอฟเฉพาะกิจ และ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย) หลังจากนั้น ไทยทีวีสีช่อง 3 ได้เริ่มออกอากาศในระบบยูเอชเอฟอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่เวลา 09.39 น. วันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2548

โดยในระยะแรก จะสามารถรับชมได้ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล 17 จังหวัด ด้วยการออกอากาศคู่ขนาน ระหว่างระบบวีเอชเอฟ ทางช่อง 3 และยูเอชเอฟ ทางช่อง 32 เพื่อให้ผู้ชมสามารถรับชมได้ทั้งสองระบบ ในปัจจุบันจึงยุติการออกอากาศระบบวีเอชเอฟ ความถี่ต่ำ ทางช่อง 3 ในกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 แล้วออกอากาศด้วยระบบยูเอชเอฟ เพียงเท่านั้น[1][2]

ส่วนสถานีเครือข่ายระบบยูเอชเอฟในส่วนภูมิภาค ก็ได้เริ่มทยอยแพร่ภาพออกอากาศ ในปี พ.ศ. 2548 ตามลำดับ ดังต่อไปนี้[3]

[แก้] รายการโทรทัศน์ที่มีชื่อเสียง

ไทยทีวีสีช่อง 3 ถือเป็นผู้นำด้านละครโทรทัศน์ของประเทศไทย เนื่องจากเปิดโอกาสให้บริษัทเอกชน เข้าเสนอผลงานผลิตละครโทรทัศน์หลากหลายแนว ในเวลาไพรม์ไทม์ ช่วงเย็นและหัวค่ำ นอกจากนี้ ยังเป็นสถานีโทรทัศน์ที่มีจำนวนผู้ประกาศข่าวมากที่สุด[ต้องการแหล่งอ้างอิง] และมีการนำเสนอข่าวถึงครึ่งหนึ่ง (12 ชั่วโมง) ของเวลาการออกอากาศทั้งหมด รวมถึงสถานีฯ ได้จัดซื้อระบบดิจิตอลนิวส์รูม ซึ่งเป็นเทคโนโลยีทันสมัย ที่ได้รับการพัฒนาระดับสูง มูลค่ากว่า 80 ล้านบาท จากบริษัท โซนี่ ไทย จำกัด มาใช้ในการผลิต และนำเสนอข่าวของสถานีฯ อย่างเต็มระบบ เป็นแห่งแรกในภาคพื้นเอเชีย เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550[4] นอกจากนี้ ยังมีรายการโทรทัศน์หลากหลายประเภท ที่สร้างชื่อเสียงแก่สถานีอีกหลายรายการ ดังจะได้กล่าวถึงต่อไปนี้

[แก้] การเสนอข่าว

ในอดีตนั้น ไทยทีวีสีช่อง 3 เคยทำการเสนอข่าวในรูปแบบการอ่านข่าวเหมือนปกติ จนเมื่อระยะหนึ่ง ในปี พ.ศ. 2524 ถึง พ.ศ. 2529 อ.ส.ม.ท. ได้ทำการสัญญากับ บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ว่า ให้ไทยทีวีสีช่อง 3 รับสัญญาณจากช่อง 9 ในการนำเสนอข่าวต่างๆ จากสำนักข่าวไทย เป็นเวลา 5 ปี ต่อมา ในปี พ.ศ. 2529 อ.ส.ม.ท. ได้อนุญาตให้สถานีฯ กลับมาทำการเสนอข่าวสารจากสถานีฯ ไปตามปกติอีกครั้ง จนถึงทุกวันนี้

ประมาณปี พ.ศ. 2546 เป็นต้นมา สถานีฯ ได้ปรับเปลี่ยนการนำเสนอการรายงานข่าว จากการอ่านข่าว มาเป็นการเล่าข่าว เพื่อความเข้าใจง่ายดายและรับรู้ข่าวสารให้มากขึ้น

การที่ฝ่ายข่าว ไทยทีวีสีช่อง 3 (มีอีกชื่อหนึ่งคือ สำนักข่าวบีอีซีนิวส์) มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ ที่จะเสนอข่าวเพื่อความเข้าใจ จากสถานีฯสู่ประชาชน โดยใช้ผู้ประกาศข่าวที่มีความเชี่ยวชาญและเสนอที่เที่ยงตรงของการนำเสนอข่าว จนปัจจุบัน ก็ได้มีการรวมพลังจัดตั้งกลุ่มผู้ประกาศข่าวและรายการข่าวว่า ครอบครัวข่าว 3

[แก้] ตราสัญลักษณ์ของรายการข่าว

สำหรับการเสนอข่าวของสถานีฯ เมื่อในช่วงที่ออกอากาศอยู่ จะปรากฏตราสัญลักษณ์ของฝ่ายข่าว ไทยทีวีสีช่อง 3 มีลักษณะรูปแบบ ตัวอักษรภาษาไทย เขียนคำว่า ข่าว เป็นตัวสีเหลือง และติดกับตราของสถานี เป็นแนวนอน ตอนหลัง (มีการปรากฏรายละเอียดเว็บไซต์ของฝ่ายข่าว www.becnews.com) หรืออีกหลายอย่าง เช่นการเสนอ รายการระเบียงข่าว 3 180 วินาทีข่าว(ยังใช้อยู่ในปัจจุบัน) รายการข่าวของสถานีอีกหลายตรา จนกระทั่งตราสัญลักษณ์เป็นภาษาอังกฤษ ที่เขียนว่า NEWS และยังคงสีเหลือง เลขตัวเลขสาม (3) เป็นสีน้ำเงิน ซึ่งจะฉายอยู่ด้านล่างขวา ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่สถานีฯ ได้สร้างเอกลักษณ์แตกต่างกว่าช่องอื่นๆ ที่มีอยู่ในประเทศไทยปัจจุบัน (ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 เป็นต้นมา เลิกใช้หมดแล้ว)

[แก้] นิตยสารรายการโทรทัศน์

ดูบทความหลักที่ นิตยสารรายการโทรทัศน์

ไทยทีวีสีช่อง 3 ได้ริเริ่มจัดทำนิตยสารรายการโทรทัศน์ เพื่อแจกฟรีแก่ผู้สนใจ ออกเป็นฉบับปฐมฤกษ์ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2514 นับเป็นสถานีฯ แรก ที่จัดทำนิตยสารในลักษณะนี้ แต่สามารถดำเนินการได้เพียงประมาณสองปีก็หยุดไป แต่ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2518 สถานีฯ จึงฟื้นการจัดทำนิตยสารขึ้นใหม่อีกครั้ง นอกจากนั้น ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2520 ยังออกเป็นฉบับภาษาอังกฤษ[2] และต่อมา มีการออกเป็นฉบับภาษาจีนอีกด้วย แต่ปัจจุบันยุติการจัดพิมพ์ลงแล้วในทุกภาษา

[แก้] ผู้ประกาศข่าวและพิธีกร

[แก้] ในอดีต

[แก้] พิธีกร

[แก้] อ้างอิง

  1. ^ 1.0 1.1 1.2 ประวัติสถานีฯ จากเว็บไซต์ไทยทีวีสีช่อง 3
  2. ^ 2.0 2.1 2.2 2.3 34 ปี ช่อง 3 จากเว็บไซต์นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา
  3. ^ สถานีเครือข่าย จากเว็บไซต์ไทยทีวีสีช่อง 3
  4. ^ ทีวี 3 ไกด์: ดิจิตอลนิวส์รูม จากเว็บไซต์ไทยทีวีสีช่อง 3

[แก้] ดูเพิ่ม

[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้] อ้างอิง

  1. ^ 1.0 1.1 1.2 ประวัติสถานีฯ จากเว็บไซต์ไทยทีวีสีช่อง 3
  2. ^ 2.0 2.1 2.2 2.3 34 ปี ช่อง 3 จากเว็บไซต์นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา
  3. ^ สถานีเครือข่าย จากเว็บไซต์ไทยทีวีสีช่อง 3
  4. ^ ทีวี 3 ไกด์: ดิจิตอลนิวส์รูม จากเว็บไซต์ไทยทีวีสีช่อง 3
เครื่องมือส่วนตัว
ภาษาอื่น