เทียรี่ เมฆวัฒนา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เทียรี่ เมฆวัฒนา
Terry bao.jpg
ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่อเกิด เทียรี่ สุทธิยงค์ เมฆวัฒนา
ชื่อเล่น รี่
วันเกิด 23 เมษายน พ.ศ. 2501 (56 ปี)
เกิดที่ ประเทศลาว
แนวเพลง เพื่อชีวิต, ร็อก, ป๊อป
อาชีพ นักร้อง, นักดนตรี, โปรดิวเซอร์
เครื่องดนตรี กีตาร์
ปี พ.ศ. 2521 - ปัจจุบัน
ส่วนเกี่ยวข้อง คาราบาว
กิตติคุณ เชียรสงค์
ไพจิตร อักษรณรงค์
อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี
อำนาจ ลูกจันทร์
อิทธิ พลางกูร
เว็บไซต์ http://www.thierrybao.net/contact.htm
อดีตสมาชิก
Runspot
ไพจิตร อักษรณรงค์

เทียรี่ เมฆวัฒนา นักร้องและนักดนตรีชาวไทย สมาชิกวงคาราบาว มีชื่อจริงว่า เทียรี่ สุทธิยงค์ เมฆวัฒนา เกิดเมื่อวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2501 ที่ประเทศลาว โดยมีพ่อเป็นชาวไทยเชื้อสายจีนชื่อ เอนก เมฆวัฒนา แม่เป็นชาวสวิตเซอร์แลนด์[1] จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนอัสสัมชัญ และการบริหารธุรกิจจากสหรัฐอเมริกา

ประวัติ[แก้]

เทียรี่ เมฆวัฒนา เกิดที่ประเทศลาว โดยมีพ่อทำงานให้กับหน่วยซีไอเอในลาวคอยหาเครื่องใช้ให้ทหารอเมริกัน แม่เป็นชาวสวิสเซอร์แลนด์ ชื่อ Simond พอเทียรี่ อายุได้ 2 ขวบที่ประเทศลาวมีสงครามกลางเมืองพ่อจึงพาครอบครัวย้ายมาอยู่เมืองไทย เทียรี่มีความสนใจในการเล่นดนตรีมาตั้งแต่เด็ก ๆ โดยหัดเล่นกีตาร์ตอนอายุ 11 ขวบ ซึ่งเพลงแรกที่หัดเล่นคือเพลง Flying Machine ของคลิฟฟ์ ริชาร์ด เทียรี่ชื่นชอบและได้รับแรงบันดาลใจทางดนตรีมาจากบทเพลงของบ็อบ ดิลลัน, ดอน แม็กลีน, เดอะ บีทเทิลส์ รวมถึงวงควีน

วงการบันเทิง[แก้]

เทียรี่เข้าสู่วงการบันเทิงด้วยการถ่ายแบบ แสดงละครและภาพยนตร์มาก่อน เริ่มมีผลงานทางดนตรีครั้งแรก เป็นดนตรีแนวโฟล์ก โดยเข้าร่วมวงดนตรี Runspot กับ กิตติคุณ เชียรสงค์ และหมึก ศิลปากร ออกอากาศรายการ เสาร์สนุก ทางช่อง 9 ในปี พ.ศ. 2521

หลังจากนั้นด้วยความที่ตัวเทียรี่ได้ออกโทรทัศน์บ่อยจึงได้รับการติดต่อให้แสดงภาพยนตร์เรื่องแรกคือเรื่อง "สตรีหมายเลขศูนย์" คู่กับ ชลธิชา สุวรรณรัต และได้เล่นเป็นพระเอกอีกครั้งในภาพยนตร์เรื่อง "โอ้กุ๊กไก่" ในปี พ.ศ. 2522 ก่อนจะเดินทางไปศึกษาต่อและทำงานเป็นนักดนตรีตอนกลางคืนในร้านอาหาร ที่เมืองนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา โดยร้องเพลงสากลของคลิฟฟ์ ริชาร์ด และ เอลวิส เพรสลี่ย์

หลังจากกลับมาเมืองไทยเพียง 2 สัปดาห์ ก็ได้เล่นเป็นวงแบ็คอัพในห้องอัดเสียงของ อโซน่า และมีผลงานเพลงกับ ไพจิตร อักษรณรงค์ จำนวน 2 อัลบั้มคือ รักแรก และ เรือรัก โดยอัลบั้มชุดที่ 2 มีเพลงฮิตอย่าง วานนี้ช้ำ วันนี้จำ จนกระทั่งปี พ.ศ. 2526 วงคาราบาวมาอัดเสียงที่ห้องอัดแห่งนี้ เทียรี่จึงได้เป็นนักดนตรีแบ็คอัพบันทึกเสียงให้คาราบาวในชุด "ท.ทหารอดทน" ก่อนที่จะได้ออกทัวร์คอนเสิร์ตร่วมกับวงเมื่อเล็ก ปรีชา ชนะภัยมือกีตาร์ของวงต้องไปทัวร์คอนเสิร์ตกับวงเพรสซิเดนท์ที่สหรัฐอเมริกา เล็ก ปรีชาจึงให้เทียรี่มาทำหน้าที่เล่นกีตาร์ไฟฟ้าบนเวทีแทนตน

ด้วยความโด่งดังของอัลบั้มท.ทหารอดทน ทำให้วงคาราบาวได้เล่นเป็นดารารับเชิญในภาพยนตร์เรื่อง "ปล. ผมรักคุณ" และเทียรี่ในฐานะนักดนตรีแบ็กอัพก็ได้ปรากฏตัวในภาพยนตร์เรื่องนี้พร้อมกับคาราบาวด้วย โดยในปีดังกล่าว เทียรี่ เมฆวัฒนา ได้แต่งงานเป็นครั้งแรกกับแฟนสาวที่คบหากันมานานถึง 6 ปี แต่ใช้ชีวิตคู่อยู่เพียงแค่ 6 เดือนก็หย่าขาดจากกันในปีเดียวกัน

เข้าร่วมวงคาราบาว[แก้]

หลังจากทัวร์คอนเสิร์ตร่วมกับวงมาอย่างยาวนานเทียรี่ ก็ได้เป็นสมาชิกของคาราบาวอย่างเต็มตัวในปี พ.ศ. 2527 ในอัลบั้มชุดเมด อิน ไทยแลนด์ โดยเป็นสมาชิกใหม่ในตำแหน่งมือกีตาร์และนักร้องนำ ร้องเพลงให้คาราบาวเพลงแรกคือเพลง นางงามตู้กระจก ซึ่งผลจากความสำเร็จอย่างถล่มทลายของอัลบั้มชุดนี้ที่มียอดจำหน่ายในปีเดียวมากกว่า 5,000,000 ก๊อปปี้ ทำให้เทียรี่ เมฆวัฒนาในฐานะสมาชิกคนหนึ่งของวงโด่งดังเป็นอย่างมาก และได้ขึ้นเล่นคอนเสิร์ตทำโดยคนไทย ซึ่งเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ของวงที่เวโลโดรม ในปี พ.ศ. 2528 ซึ่งคอนเสิร์ตดังกล่าวมีผู้ชมมากกว่า 60,000 คน อีกทั้งยังได้ไปทัวร์คอนเสิร์ตที่สหรัฐอเมริกาอีกด้วย โดยเทียรี่ เมฆวัฒนาได้เป็นผู้ร้องเพลงเมด อิน ไทยแลนด์ ภาคภาษาอังกฤษ โดยในเวอร์ชันนี้ทางวงตั้งชื่อเพลงว่า เมด อิน ไทยแลด์ อิน ยูเอสเอ

ในปี พ.ศ. 2528 เทียรี่ เมฆวัฒนาได้แสดงภาพยนตร์อีกครั้งในเรื่องเสียงเพลงแห่งเสรีภาพ คู่กับอุทุมพร ศิลาพันธ์ ซึ่งสมาชิกวงคาราบาวได้แสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยกันทั้งวงตลอดจนมีดาราอื่น ๆ เช่น สุพรรษา เนื่องภิรมย์, พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ ร่วมแสดงด้วย และในปีดังกล่าวบริษัทการบินไทย ครบรอบ 25 ปี จึงได้มอบหมายให้วงคาราบาวแต่งเพลงให้ ซึ่งแอ๊ด ยืนยง โอภากุลได้แต่งเพลง รักคุณเท่าฟ้า โดยมอบให้เทียรี่เป็นผู้ขับร้อง และกลายเป็นเพลงฮิตที่ติดหูผู้ฟังอย่างมากจนถึงปัจจุบันและมีการนำกลับมาร้องซ้ำโดยศิลปินอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น ฟอร์ด สบชัย ไกรยูรเสน

ในปีดังกล่าวเทียรี่ได้แต่งงานอีกครั้งกับนางเอกสาว อุทุมพร ศิลาพันธ์ ซึ่งทั้งสองเคยมีงานแสดงร่วมกัน

จากนั้นคาราบาวได้ออกอัลบั้มชุดอเมริโกย อัลบั้มนี้เทียรี่ได้ร้องนำ 1 เพลงคือเพลง มาลัย โดยวงคาราบาวได้กลายเป็นผู้นำแฟชั่นของวัยรุ่นในสมัยนั้นด้วยการแต่งตัวด้วยชุดลายพรางทหารและใส่แว่นดำ ต่อมาได้ร่วมงานกับทางวงในชุดประชาธิปไตย ซึ่งวางจำหน่ายในปี พ.ศ. 2529 โดยได้ร้องนำคู่กับแอ๊ดในเพลง มหาจำลอง รุ่น 7

ในปี พ.ศ. 2530 คาราบาวออกอัลบั้มเวลคัม ทู ไทยแลนด์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งอัลบั้มที่มียอดขายเกิน 1,000,000 ก๊อปปี้ และมีมิวสิกวิดีโอถึง 4 เพลง เทียรี่มีบทบาทในอัลบั้มชุดนี้มากโดยนอกจากจะเป็นมือกีตาร์และประสานเสียงแล้ว ยังได้ร้องเพลงในอัลบั้มนี้ถึง 3 เพลง คือเพลงสังกะสี, เพลงบิ๊กเสี่ยว ที่ร้องคู่กับแอ๊ด และเพลง คนหนังเหนียว ที่ร้องคู่กับเล็ก ปรีชา ชนะภัย

เทียรี่ เมฆวัฒนาโด่งดังถึงขีดสุดกับคาราบาวในอัลบั้ม ทับหลัง ในปี พ.ศ. 2531 จากการขับร้องเพลง แม่สาย ซึ่งเพลงนี้มีการทำเป็นมิวสิควิดีโอแบบแอนิเมชั่นอีกด้วย

แยกวง[แก้]

หลังวงคาราบาวประสบความสำเร็จจากอัลบั้มทับหลังในปี พ.ศ. 2531 เทียรี่จึงได้แยกวงไปพร้อมกับสมาชิกอีก 2 คน คือ อ. ธนิสร์ ศรีกลื่นดี และ อำนาจ ลูกจันทร์ และทั้ง 3 คนได้ร่วมกันออกอัลบั้มในชื่อชุด "ขอเดี่ยวด้วยคนนะ" ในปี พ.ศ. 2532 มีเพลงที่เป็นที่รู้จัก เช่น สาวดอย สอยดาว, วันเกิด, เงินปากผี เป็นต้น

หน้าปกอัลบั้ม ขอเดี่ยวด้วยคนนะ

ในปี พ.ศ. 2533 เทียรี่ก็ได้ออกอัลบั้มเดี่ยวของตัวเองชุดแรกภายหลังแยกวง คือ "เจาะเวลา..." โดยอัลบั้มชุดนี้ได้รับการสนับสนุนจากเครื่องดื่มโค้ก และได้ อิทธิ พลางกูร มาเป็นศิลปินรับเชิญร่วมขับร้องเพลง ทะเล ตลอดจนได้ชานนท์ ทองคง อดีตมือเบสวง เนื้อกับหนัง ซึ่งเป็นวงดนตรีเฮฟวี่ เมทัลยุคแรก ๆ ของเมืองไทยมาร่วมงานด้วยในตำแหน่งมือเบส ทำให้อัลบั้มชุดนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยมีเพลงฮิตที่รู้จักกันดีเช่น ปาปาย่า ป๊อก ๆ , สาวตากลม, เจาะเวลาหาปัจจุบัน, รักขึ้นสมอง เป็นต้น

ปี พ.ศ. 2534 ได้ออกอัลบั้ม สุดขั้วหัวใจ มีเพลงฮิตคือเพลง ความรักสีดำ, ไผ่แดง ซึ่งเป็นเพลงประกอบละครเรื่องไผ่แดง และเพลง สูงสุดสู่สามัญ ซึ่งได้รับรางวัลสีสันอะวอร์ดส์ สาขาเพลงยอดเยี่ยม ประจำปี พ.ศ. 2534

เดือนตุลาคม ปี พ.ศ. 2535 เทียรี่ออกอัลบั้มชุดที่ 3 ในชื่อชุดไม่เต็มบาท มีเพลงเด่น ๆ เช่น แสงแห่งกาลเวลา, พขร.ณ รมต., ชั่วเจ็ดทีดีเจ็ดหน, ทำใจ, ฝันของดอกไม้ริมทาง เป็นต้น โดยอัลบั้มนี้เป็นชุดสุดท้ายที่มีโค้กเป็นผู้สนับสนุน ก่อนที่เทียรี่จะออกอัลบั้มชุดที่ 4 ในปี พ.ศ. 2537 ในชุด คาถาเศรษฐี ซึ่งมีเพลงฮิตในขณะนั้นคือ ถังแตก, สิ่งสุดท้ายแห่งความทรงจำ ตลอดจนมีเพลงประกอบโฆษณาอย่าง ปรารถนา และเพลงประกอบรายการโทรทัศน์อย่างเพลง จบที่ใจ เป็นต้น

หลังจากนั้นเทียรี่ได้ออกอัลบั้มเดี่ยวออกมาอีกหลายชุดเช่น ยาชูกำลัง, จักรวาล โดยเทียรี่ เมฆวัฒนาเป็นนักร้องที่มีเสียงแหบเสน่ห์ เป็นตัวของตัวเอง โดยมากเพลงที่เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมเป็นเพลงช้า จึงได้มีโอกาสแต่งและร้องเพลงประกอบภาพยนตร์และละครหลายเรื่อง เช่น ละครเรื่อง "สุดแต่ใจจะไขว่คว้า" (ช่อง 3: 2532), "ไผ่แดง" (ช่อง 7: 2534), "ด้วยสองมือแม่นี้ที่สร้างโลก" (ช่อง 3: 2537), "แม้เลือกเกิดได้" (ช่อง 7: 2544) เป็นต้น และเคยร้องเพลงออกอัลบั้มร่วมกับ อิทธิ พลางกูร ด้วย และจุดเด่นอีกประการหนึ่งของเพลงของเทียรี่ อยู่ที่เนื้อร้องที่เล่นกับภาษาได้อย่างลงตัวและสนุก มีความหมาย เช่น เพลง พขร.ณ รมต. ที่เล่นกับตัวย่อทั้งเพลง, ฉำฉาฉ่อยฉุกเฉิน ที่เล่นกับอักษร ฉ.ฉิ่ง ทั้งเพลง, หัวใจจิ้มจุ่ม ที่เล่นกับอักษร จ.จาน, ไปไหนไปด้วย ที่มีการยกตัวอย่างเปรียบเทียบเปรียบเปรยทั้งเพลง เป็นต้น และเพลงส่วนใหญ่ในอัลบั้มเดี่ยวมักจะแฝงไว้ด้วยป๊อปเซ้นส์เสมอซึ่งทำให้เพลงของเทียรี่ฟังง่ายและเป็นที่นิยม

ในปี พ.ศ. 2552 เทียรี่ได้รับเป็นพรีเซนเตอร์โฆษณาทางโทรทัศน์ให้กับโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ G-Net โดยเป็นพรีเซนเตอร์ของโทรศัพท์ยี่ห้อนี้เป็นคนแรกด้วย และปัจจุปันยังเป็นสมาชิกของวงคาราบาว

ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 ปรากฏข่าวลือว่าเทียรี่ได้ฆ่าตัวตายด้วยการใช้ปืนยิงตัวเอง แต่เมื่อได้มีการตรวจสอบกันแล้ว พบว่า เทียรี่มีอาการกระเพาะทะลุจากการดื่มสุราหนัก โดยพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลศรีสยาม[2]

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

เทียรี่ เมฆวัฒนา แต่งงานกับ อุทุมพร ศิลาพันธุ์ นักแสดงสาว ทั้งคู่ได้อยู่กินกันมานับสิบปี จนมีลูกด้วยกันทั้งสิ้น 2 คน คือ เจน เมขลา (ลูกสาว) และ เจสซี่ เมฆ (ลูกชาย) แต่ก็ได้หย่าร้างกันเมื่อต้นปี พ.ศ. 2545 ฝ่ายเทียรี่เป็นคนขอหย่าเอง โดยอ้างว่าไม่มีเวลาให้กับครอบครัวเพียงพอ ปัจจุบัน เทียรี่มีห้องอัดเสียงเป็นของตนเองชื่อ jessie&jane studio มีบริษัทเพลงของตัวเองชื่อ here entertainment และมีบริษัท CRB entertainment จำกัด รับงานโฆษณาและผลิตรายการโทรทัศน์ โดยมีนิตยสารของตนเองชื่อ Coffee Break

ปัจจุบัน เจสซี่ ลูกชายของเทียรี่ ศึกษาอยู่ที่ประเทศนิวซีแลนด์ และเจน ลูกสาวคนโต ศึกษาอยู่ที่คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นอกจากนี้แล้ว เทียรี่ ยังมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการและแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ด้วย เนื่องจากนายเอนก บิดาของเทียรี่เป็นน้องชายแท้ ๆ ของ นางไซย้ง แซ่ฮุ้น มารดาของนายสนธิ[3]

ผลงานเพลง[แก้]

คาราบาว[แก้]

เทียรี่ เมฆวัฒนา[แก้]

ผลงานร่วม[แก้]

อื่น ๆ[แก้]

  • โปรดิวเซอร์ วงประจัญบาน ชุด จะเฮ็ดอีหยัง
  • โปรดิวเซอร์ วงสิบล้อ ชุด มนต์รักสิบล้อ และ เสียงเพลงสิบล้อ
  • แต่งเพลงประกอบละครเรื่อง สุดแต่ใจจะไขว่คว้า, ไผ่แดง, ด้วยสองมือแม่นี้ที่สร้างโลก, ดวงยิหวา, แม้เลือกเกิดได้
  • แต่งและร้องเพลงนำรายการ เปิดอก, ผู้หญิง 2000, บัลลังก์คนดี
  • ร้องเพลงโฆษณา เนสกาแฟ (อบอุ่นทุกอารมณ์), ไทยแอร์เอเชีย (ใคร ๆ ก็บินได้)
  • ฟีเจอริ่งในอัลบั้มของ อิทธิ พลางกูร, วงอินโดจีน, โดม มาร์ติน, หงา คาราวาน+ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี, แอ๊ด คาราบาว, เล็ก คาราบาว
  • ร้องเพลง เก็บตะวัน และ ทรมาน ในอัลบั้มรวมศิลปิน เก็บตะวัน อะทริบิว ทู อิทธิ พลางกูร
  • ร้องเพลง สอดคล้องและสมดุล ในอัลบั้มรวมศิลปิน ชุด ผูกพัน

รางวัล[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]