ไมค์หมดหนี้

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ไมค์หมดหนี้
ไมค์หมดหนี้.jpg
ประเภท เกมโชว์ และ การประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง
สร้างโดย เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์
พัฒนาโดย เครือเวิร์คพอยท์
เสนอโดย สมเกียรติ จันทร์พราหมณ์
ประเทศแหล่งกำเนิด ไทย ประเทศไทย
ภาษาต้นฉบับ ภาษาไทย
การผลิต
ผู้อำนวยการสร้าง
ฝ่ายบริหาร
ปัญญา นิรันดร์กุล
ประภาส ชลศรานนท์
สถานที่ถ่ายทำ เวิร์คพอยท์สตูดิโอ
กล้อง Multi-camera
ความยาวตอน 60 นาที
การแพร่ภาพ
เครือข่าย/ช่อง ช่องเวิร์คพอยท์ หมายเลข 23
ออกอากาศครั้งแรก 15 สิงหาคม พ.ศ. 2559
การออกอากาศแรก 15 สิงหาคม พ.ศ. 2559 – ปัจจุบัน

ไมค์หมดหนี้ เป็นรายการโทรทัศน์ประเภทการประกวดร้องเพลงลูกทุ่งผสมผสานกับเกมโชว์ ผลิตรายการโดย บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) เริ่มออกอากาศครั้งแรกในวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2559 ออกอากาศทุกวันจันทร์ - พฤหัสบดี เวลา 18.20-19.20 น.[1] และวันศุกร์ เวลา 18.00-19.20 น. ทางช่องเวิร์คพอยท์ หมายเลข 23 ดำเนินรายการโดย เสนาลิง (สมเกียรติ จันทร์พราหมณ์)[2]

ปี 2560 รายการไมค์หมดหนี้ได้ถูกซื้อลิขสิทธิ์รายการไปผลิตที่ประเทศอินโดนีเซีย โดยใช้ชื่อว่า Mikrofon Pelunas Hutang ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ Indosiar ตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2560 เป็นต้นไป

กรรมการ[แก้]

กรรมการประจำรายการ

กรรมการรับเชิญ

รูปแบบและกติกาของรายการ[แก้]

ทางรายการจะให้ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 2 คน โดยไม่จำกัดเพศ, อายุ, การศึกษา และอาชีพ ที่ได้ทำการสมัครเพื่อร่วมรายการพร้อมส่งหลักฐานการเป็นหนี้ผ่านทางเฟซบุ๊ก[2] และผ่านการคัดเลือกแล้ว มาแจ้งจำนวนหนี้ที่มีอยู่ แล้วทำการแข่งขันประกวดร้องเพลงประเภทลูกทุ่งคนละ 1 เพลง โดยมีคณะกรรมการเป็นผู้ตัดสิน ถ้าใครชนะจะได้เข้าสู่รอบ "ไมค์หมดหนี้" ซึ่งเป็นรอบแจ็คพอต โดยถ้าแจ็คพอตแตก ผู้เข้าแข่งขันคนนั้นจะได้รับการชำระหนี้ที่มีอยู่จากทางรายการ[3]

รอบแข่งขันประกวดร้องเพลง[แก้]

ทางรายการจะให้ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 2 คน มาแข่งขันประกวดร้องเพลงประเภทลูกทุ่งคนละ 1 เพลง โดยมีคณะกรรมการจำนวน 3 คน เป็นผู้ตัดสิน ซึ่งถ้าผู้เข้าแข่งขันคนใดได้ผลการตัดสินจากคณะกรรมการจำนวน 2 คน ใน 3 คน หรือทั้ง 3 คน ผู้เข้าแข่งขันคนนั้นจะชนะทันที แล้วได้เข้าสู่รอบแจ็คพอต

รอบไมค์หมดหนี้ (รอบแจ็คพอต)[แก้]

ผู้เข้าแข่งขันที่ชนะจากรอบที่แล้วจะต้องเลือกไมโครโฟน เพียง 1 ตัว/หมายเลข จากหลาย ๆ ตัว/หมายเลข เท่านั้น โดยจะมีไมโครโฟนที่มีเสียงเพียงแค่ตัวเดียว (ซึ่งในรายการจะเรียกว่า "ไมค์หมดหนี้") จากจำนวนของไมโครโฟนตามจำนวนหนี้ของผู้เข้าแข่งขันคน ๆ นั้น ที่ได้แจ้งเอาไว้แล้วก่อนการประกวด (ไมโครโฟนจำนวน 1 ตัว = จำนวนหนี้ 10,000 บาท โดยจะปัดเศษที่เกิน 10,000 บาทขึ้นเสมอ) แล้วจะต้องร้องเพลงโดยใช้ไมโครโฟนที่ได้เลือกเอาไว้ ถ้าไมโครโฟนมีเสียง (ใช้งานได้) แจ็คพอตแตกทันที โดยผู้เข้าแข่งขันคนนั้นจะได้รับการชำระหนี้ของตนทั้งหมดจากทางรายการ แต่ถ้าไมโครโฟนไม่มีเสียง (ใช้งานไม่ได้) ผู้เข้าแข่งขันคน ๆ นั้นจะได้รับการชำระหนี้เพียง 10,000 บาท เป็นทุนสะสม (ซึ่งจะหักจากยอดหนี้ปัจจุบันของผู้เข้าแข่งขันทันที ทำให้ในการเข้ารอบแจ็คพอตครั้งต่อไป จำนวนไมโครโฟนจะลดลง 1 ตัว ซึ่งจะทำให้สามารถทำแจ็คพอตแตกได้ง่ายขึ้นในครั้งต่อๆไป) และจะต้องทำการแข่งขันในครั้งต่อไป จนกว่าผู้เข้าแข่งขันคนนั้นจะแพ้ตกรอบ, ทำแจ็คพอตแตก, หรือได้รับทุนสะสมจากรอบแจ็คพอตได้ครบตามจำนวนหนี้ของตน (ในกรณีที่แจ็คพอตไม่แตกเลย) โดยหลังจากรู้ผลในรอบแจ็คพอตนั้นแล้ว ผู้ดำเนินรายการจะเฉลยหมายเลขประจำตัวของไมโครโฟนที่ใช้งานได้

และตั้งแต่เทปวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 เป็นต้นไป ผู้เข้าแข่งขันที่หมดหนี้ ไม่ว่าจะหาไมค์หมดหนี้เจอ (แจ๊คพอตแตก) หรือได้รับทุนสะสมจนหมดหนี้ จะได้รับทุนตั้งตัวจากผู้สนับสนุนรายการมูลค่า 50,000 บาทด้วย (สนับสนุนโดย M-150)

รางวัลและการเข้าชิง[แก้]

รางวัล สาขารางวัล ผู้ได้รับการเสนอชื่อ ผลการตัดสิน
รางวัลไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ดส์ ครั้งที่ 10 [4]
พิธีกรแห่งปี สมเกียรติ จันทร์พราหมณ์ (ไมค์หมดหนี้) ชนะ
ASIAN TELEVISION AWARDS 2017 [5]
BEST MUSIC PROGRAMME Mic On Debt Off (ไมค์หมดหนี้) เข้าชิง
รางวัลนาฏราช ครั้งที่ 9 [6]
เกมส์โชว์ยอดเยี่ยม ไมค์หมดหนี้ เข้าชิง

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]