ตลก 6 ฉาก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ตลก 6 ฉาก
ไฟล์:Talok6chak.jpg
ประเภท รายการวาไรตี้ และ เกมโชว์
พัฒนาโดย เครือเวิร์คพอยท์
เสนอโดย ชูศักดิ์ เอี่ยมสุข
ภาณุพันธ์ ครุฑโต
สุดารัตน์ บุตรพรม
เจริญพร อ่อนละม้าย
พิษณุ นิ่มสกุล
ศิวดล จันทเสวี
นลินทิพย์ เพิ่มภัทรสกุล
ศิลป์ รุจิรวนิช
ดนู ชุตินาวี
ภาคภูมิ จงมั่นวัฒนา
ประเทศแหล่งกำเนิด ไทย ประเทศไทย
ภาษาต้นฉบับ ภาษาไทย
การผลิต
สถานที่ถ่ายทำ เวิร์คพอยท์สตูดิโอ
ความยาวตอน 60 นาที (6 มกราคม 2561 - ปัจจุบัน)
บริษัทผู้ผลิต เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์
การแพร่ภาพ
เครือข่าย/ช่อง ช่องเวิร์คพอยท์
ออกอากาศครั้งแรก 21 ตุลาคม พ.ศ. 2550 (10 ปี)
การออกอากาศแรก 21 ตุลาคม พ.ศ. 2550 – ปัจจุบัน
แหล่งข้อมูลอื่น
เฟซบุ๊กของรายการตลก 6 ฉาก

ตลก 6 ฉาก เป็นรายการวาไรตี้ผสมละครซิตคอมตลกสั้นจบในตอนมีความกระชับ และปิดท้ายด้วยเกมโชว์ ออกอากาศทุกวันเสาร์ 11:30 - 12:30 น. และวันจันทร์ 14:30 - 15:30 น. ทางช่องเวิร์คพอยท์ ผลิตโดย บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) ในยุคแรกมีฉากทั้งหมด 6 ฉาก เช่น ฉากโรงพยาบาล, ร้านกาแฟ, ซูเปอร์มาเก็ต, ฟิตเนส เป็นต้น จึงได้ชื่อว่า "ตลก 6 ฉาก" ละครจะเน้นความตลกขบขัน ภายใต้สโลแกนว่า “จะฉากอะไรในชีวิต ก็คิดให้มันเป็นเรื่อง..ตลก”

นอกจากนี้ยังเป็นรายการโทรทัศน์รายการแรกของไทยที่ได้รับ เหรียญรางวัลและเกียรติบัตรจาก เวที อินเตอร์เนชั่นแนล เอมี่ อะวอร์ดส รางวัลทางโทรทัศน์ระดับโลก [1]

ในปัจจุบัน ฉากในรายการจะมีทั้งหมด 10 ฉาก ได้แก่ ออฟฟิศจิตป่วน , ข่าวด่วนชวนยิ้ม, แท็กซี่ฮาเฮ , ห้องเรียน , ร้านเฮียพัน , ร้านเฟอร์นิเจอร์ , รถไฟฟ้า , บ้าน , ห้าง , ร้านโยเกิร์ต แต่ละฉากก็จะมีเนื้อเรื่องที่แตกต่างกันออกไป มีนักแสดงหมุนเวียนสับเปลี่ยนกันแสดงทุกฉาก หากตอนในฉากใดมีหมายเลขกำกับด้านล่าง แสดงว่าเป็นตอนที่จะมีมากกว่า 1 ช่วงในตอนนั้น ๆ

รูปแบบ[แก้]

ในยุคแรก เปิดรายการมาพิธีกรจะกล่าวสวัสดีท่านผู้ชมแล้วก็แนะนำแขกรับเชิญประจำสัปดาห์ โดยการร้องเพลงต้อนรับ หลังจากนั้นก็จะมีการคุยกับแขกรับเชิญ แล้วจึงตัดมาเป็นละครซิตคอมสั้นช่วงละ 2 ฉาก (ปัจจุบันจะมีช่วงละ 4 ฉาก และ 6 ฉากในภายหลัง) เมื่อละครจบครบทั้ง 6 ฉาก (หรือ 11 ฉากและ 12 ฉากในภายหลัง) ก็มาถึงช่วงสุดท้ายของรายการ ซึ่งดารารับเชิญจะร่วมเล่นเกมกับพิธีกร (แต่อย่างไรก็ดี ตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม 2553 ถึง 30 ธันวาคม 2553 ทางรายการจะไม่มีแขกรับเชิญมาร่วมรายการ จึงกลายเป็นการแข่งขันเกมของพิธีกรแทน)

โดยช่วงแรกจะไม่มีเพลงบรรเลงเข้าฉากถัดไปจะเป็นผู้บรรยายประกาศชื่อฉากที่จะนำออกอากาศ ต่อมา พ.ศ. 2552 มีการใช้เพลงบรรเลงประกอบฉากซึ่งทำนองจะเข้ากับฉากของแต่ละฉาก ต้นปี 2556 มีการดัดแปลงเพลงเข้าฉากเพื่อให้เข้ากับไตเติ้ลใหม่ แต่กลางปีเดียวกันกลายเป็นไตเติ้ลรายการแทน จนกระทั่งปี 2558

ต่อมา ปี 2557 เบรกแรก จะเปิดรายการด้วยละครก่อนต่อด้วยผู้ดำเนินรายการหลัก 10 คนมาต้อนรับผู้ชม และมีประเด็นประจำสัปดาห์มาให้ผู้ดำเนินรายการพูดคุยกัน แล้วส่งผู้ชมไปชมละคร ต่อมาเบรก 2-4 จะเป็นละคร เบรก 5 ที่เป็นการเล่นเกมของผู้ดำเนินรายการ ปิดท้ายด้วยคำคม และช่วงมุกหลุด ที่รวบรวมมุกหลุดๆ จากละคร หรือมุกที่ไม่ได้มีในละคร

การออกอากาศ[แก้]

“ตลก 6 ฉาก” เดิมออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00 น. ทางช่อง 5 เริ่มครั้งแรก 21 ตุลาคม 2550 ต่อมารายการนี้มีการเปลี่ยนแปลงเวลาออกอากาศมาเป็นทุกวันเสาร์ ช่อง 5 เวลา 14.00 น. ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2551 เป็นต้นไป และเมื่อต้นปี พ.ศ. 2552 ละครก็หลุดออกจากผังช่อง 5 พร้อมรายการอื่นในเครืออีก 4 รายการเนื่องจากความผิดพลาดในการสื่อสารและประสานงานกันของบริษัทกับสถานี[2] โดยตอนสุดท้ายออกอากาศเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ใน พ.ศ. 2552 กลับมาออกอากาศอีกครั้งที่ช่อง 5 เช่นเดิม ทุกวันศุกร์ เวลา 23.00 น. เป็นต้นไป เริ่มออกอากาศ 24 เมษายน พ.ศ. 2552[3] เพื่อทดแทนรายการแฟนพันธุ์แท้

ใน พ.ศ. 2553 ตั้งแต่เทปวันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 จะย้ายวัน และ เวลาออกอากาศไปเป็นวันพฤหัสบดี เวลา 23.30 - 00.10 น. เนื่องจากมีรายการของทางบริษัทฯ คือ เอสเอ็มอี ตีแตก มาออกอากาศในช่วงเวลาดังกล่าว และ เป็นการแข่งขันอีกรายการของทางบริษัท คือ ล้วงลับตับแตก ซึ่งออกอากาศคนละช่อง แต่อยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน

ใน พ.ศ. 2554 เปลี่ยนแปลงเวลาออกอากาศเป็นทุกวันเสาร์เวลา 12.50 น. เริ่มวันเสาร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2554 ต่อมาในปี พ.ศ. 2557 มีการขยับเวลาการออกอากาศจากเดิม 12.50 - 14.00 น. เป็น 13.50 - 15.00 น.(โดยประมาณ) เนื่องจากมีรายการคืนความสุขให้คนในชาติของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ออกอากาศรีรันในช่วง 08.00 น. โดยเริ่มออกอากาศตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2557 จนถึง ธันวาคม 2557

ใน พ.ศ. 2558 มีการเปลี่ยนแปลงการออกอากาศเป็นทุกวันเสาร์ เวลา 12.00 - 13.30 น. ( 1 ชั่วโมงครึ่ง ) และ ย้ายการออกอากาศจาก สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 มาเป็น ช่อง 1 เวิร์คพอยท์ โดยเริ่มออกอากาศครั้งแรกวันเสาร์ที่ 3 มกราคม 2558 นี้ เป็นต้นไปและออกอากาศซ้ำอีกครั้งทุกวันจันทร์เวลา 23.00 - 00.30 น.

ใน พ.ศ. 2559 งดออกอากาศจำนวน 5 สัปดาห์ ระหว่างวันที่ 15 ตุลาคม - 12 พฤศจิกายน 2559 ถวายความอาลัยเนื่องจากการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ใน พ.ศ. 2560 เฉพาะเทปวันเสาร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2560 รายการ ตลก 6 ฉาก ขอเลื่อนเวลาการออกอากาศรายการ 1 วันจากเดิมในเวลา 12.00 - 13.30 น. ไปเป็นเวลา 14.38 - 15.38 น. เนื่องจากทางสถานี , สถานีโทรทัศน์ไทยทุกสถานี , สถานีวิทยุแห่งประเทศไทยทุกคลื่นความถี่ ร่วมกับ โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.) ถ่ายทอดสดพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวารถวายพระบรมศพ ครบ 100 วัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 10.25 - 14.50 น. และงดออกอากาศจำนวน 3 สัปดาห์ ระหว่างวันที่ 14,21 และ28 ตุลาคม ถวายความอาลัยและอยู่ในระหว่างพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยจะกลับมาออกอากาศอีกครั้งในวันเสาร์ที่ 4 พฤศจิกายน 2560 [4]

ใน พ.ศ. 2561 มีการเปลี่ยนแปลงการออกอากาศเป็นทุกวันเสาร์ เวลา 11.30 - 12.30 น. (60 นาที) โดยเริ่มออกอากาศครั้งแรกวันเสาร์ที่ 6 มกราคม 2561 เป็นต้นไป[5]

นักแสดงและผู้ดำเนินรายการ[แก้]

นักแสดงหลักและผู้ดำเนินรายการในปัจจุบัน[แก้]

นักแสดงสมทบ[แก้]

นักแสดงและผู้ดำเนินรายการในอดีต[แก้]

ละคร[แก้]

ฉาก[แก้]

รายชื่อฉากในปัจจุบัน[แก้]

ฉาก รายละเอียด
ออฟฟิศจิตป่วน เรื่องราวการประชุมภายในออฟฟิศตอนกลางคืน ของบริษัทแห่งหนึ่ง โดยมี บอส (โหน่ง) เดือน-เลขา (ฝน) พรพรรณ (ตุ๊กกี้) ณวัฒน์ (ท็อฟฟี่), แมนเมือง (บอย) เข้าประชุม โดยฉากนี้บอสมักจะพูดประโยคว่า ทำไมบริษัทของเรา ถึงไม่เจริญสักที เป็นการเปิดประเด็นปัญหาทุกครั้ง และลงเอยด้วยสาเหตุที่มาจากการกระทำของพนักงาน หรือการกระทำ (ที่ไม่รู้ตัว) ของบอสเสียเอง ในบางครั้งพัน พลุแตก ก็จะมาถามคำถามต่างๆ เช่นการล้อเลียนรายการปริศนาฟ้าแลบ ในชื่อ ปริศนาฟ้าร้อง
ข่าวด่วนชวนยิ้ม การรายงานข่าวที่ไม่ธรรมดาของสถานีโทรทัศน์ช่อง 6 โดยสุรพันธ์ ชาวบางกะปิ (ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น พัน พลุแตก) (พัน) บางครั้งผู้ประกาศข่าวจะรับบทโดยนักแสดงคนอื่น เช่น โก๊ะตี๋ , นุ้ย EFM หรือ อาร์ต ศิลป์ เป็นต้น และมักจะมาพร้อมกับผู้สนับสนุนรายการซึ่งมีชื่อและสโลแกนที่มาในแนวตลก เช่น มรสุมแอร์ไลน์ หักคานทองทัวร์ ไวน์มองดูวัวบนระเบียง ฯลฯ เป็นต้น
แท็กซี่ฮาเฮ เดิมชื่อคือ เข้าเกียร์ฮา เรื่องของคนขับแท็กซี่ ซึ่งส่วนใหญ่จะนำแสดงโดย พัน พลุแตก ที่ต้องเจอลูกค้าที่ไม่ปกติ หรือเป็นคนขับแท็กซี่ที่ไม่ปกติซะเอง ต่อมามีการนำนักแสดงคนอื่นมาแสดงในฉากนี้เช่นเดียวกันฉากข่าวด่วนชวนยิ้ม
ห้องเรียน เหตุการณ์ภายในห้องเรียนมีเหตุการณ์ที่แตกต่างกันไป ปัจจุบันเป็นห้องเรียนของชั้น ม. 6/3 โรงเรียน ต.ล.ก. ที่มีนักเรียนคือ อาร์ต ดะ นุ่น และมีครูเพ็ญศรี วัฒนาวงศ์วานร (ตุ๊กกี้) มาประจำ ไม่ว่าจะวิชาอะไรครูเพ็ญศรีก็มาสอนแทนครูคนอื่นหมด (วิชาหลักคือวิชาเพาะชำ) เช่น พวกวิชาภาษา ก็จะสอนแบบให้เขียนให้อ่านหรือแปลตามตัว จนนักเรียนงงตลอดเวลา หรือมีเหตุการณ์ต่าง ๆ ในห้องเรียน
ร้านเฮียพัน (11 ตุลาคม 2557 - ปัจจุบัน) เรื่องในร้านขายอาหารตามสั่ง มีเฮียพันและเจ๊หมึก-ภรรยา (พัน) (ตุ๊กกี้) เป็นเจ้าของร้าน ที่ต้องเจอลูกค้าที่ไม่ปกติ หรือเฮียพันไม่ปกติและเจ๊หมึกไม่ปกติที่ชอบบ่นประจำ ต่อมามีการนำนักแสดงคนอื่นมาแสดงในฉากนี้เช่นเดียวกันฉากข่าวด่วนชวนยิ้มและแท็กซี่ฮาเฮ
ร้านเฟอร์นิเจอร์ เรื่องของร้านเฟอร์นิเจอร์แห่งหนึ่ง โดยจะมีลูกค้าหลายประเภทและมีเหตุการณ์แตกต่างกันไป
รถไฟฟ้า เหตุการณ์ภายในขบวนรถไฟฟ้า กับผู้โดยสารหลายรูปแบบ บางครั้งก็มีนิสัย คือ ไม่สมประกอบบ้าง ชอบทำตัวแบบคนไฮโซบ้าง เป็นต้น
โกดัง เหตุการณ์ภายในโกดังแห่งหนึ่ง บางตอนก็จะมีโจรอ้วนและโจรผอม มาร่วมแสดงด้วย
บ้าน เรื่องราวในบ้าน โดยในทุก ๆ ตอนมีการเปลี่ยนตัวละคร
ร้านโยเกิร์ต เรื่องราวในร้านโยเกิร์ตดีไลท์แห่งหนึ่ง
มินิมาร์ท เรื่องราวในมินิมาร์ทแห่งหนึ่ง โดยจะมีลูกค้าหลายประเภทและมีเหตุการณ์แตกต่างกันไป โดยมีนนท์เป็นพนักงาน
ห้าง เรื่องราวในร้านแอร์ โดยจะมีลูกค้าหลายประเภทและมีเหตุการณ์แตกต่างกันไป
โรงพยาบาล สถานการณ์ในโรงพยาบาลชีวาวาย
ร้านขายรถ (SHOWROOM) (ตั้งแต่ 19 พฤศจิกายน 2559) เรื่องราวในร้านขายรถยนต์โตโยต้าชัวร์ โดยจะมีลูกค้าหลากหลายประเภทและเหตุการณ์ต่างกันไป
ร้านเบเกอร์รี่ (ตั้งแต่ 10 ธันวาคม 2559) เรื่องราวในร้านเบเกอร์รี่แห่งหนึ่ง โดยจะมีลูกค้าหลากหลายประเภทและเหตุการณ์ต่างกันไป
มหาวิทยาลัย (ตั้งแต่ 2559 - ปัจจุบัน) เรื่องราวของมหาวิทยาลัย โดยจะมีตัวละครและเหตุการณ์แตกต่างกันไป
สำนักงานการไฟฟ้า (ตั้งแต่ 5 สิงหาคม 2560) เรื่องราวในสำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแห่งหนึ่ง โดยจะมีผู้ใช้บริการที่แตกต่างกันไป โดยมีฝ้ายเป็นพนักงาน

รายชื่อฉากในอดีต[แก้]

ฉาก รายละเอียด
ร้านสะดวกรัก เรื่องของเฮียไฝเจ้าของร้านสะดวกซื้อจอมเจ้าชู้ (โหน่ง) เจ๊หมึก-ภรรยา (โอปอล์) และแป้ง-ลูกจ้าง ของเจ๊หมึกภายในร้าน (พีค) ซึ่งเฮียไฝมักจะหาทางแต๊ะอั๋งแป้งอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ถูกเจ๊หมึกจับได้ทุกครั้งไป และผู้ได้รับผลผระโยชน์ทั้งหมดจากการกระทำของเฮียไฝคือแก๊ป(บอย) ที่เดินเข้าร้านในตอนจบ ต่อมา ฉากนี้ก็ถูกแทนที่ด้วยฉากปั๊มเติมยิ้ม
นางฟ้าฟิตเนส เรื่องของชู(โหน่ง) และดล (ท็อฟฟี่)ซึ่งมาเล่นฟิตเนส โดยมีครูฟ้า (พีค)เป็นเทรนเนอร์ ซึ่งทั้งชูและดลก็พยายามจีบครูฟ้าในทุกตอน แต่ก็ผิดหวังทุกครั้งไป (อนึ่ง ชื่อชูและดลนั้น มาจากชื่อจริงของโหน่งและท๊อฟฟี่) ต่อมา ฉากนี้ก็ถูกแทนที่ด้วยฉากออฟฟิศจิตป่วน แต่ยังคงในองค์ประกอบเดิมทุกอย่าง
สามสาวซาลอน เรื่องของร้านเสริมสวย เดิมทีมีเจ๊น้อยโหน่ง (โหน่ง) คำหล้า (ซาร่า) และเจ๊แป๋ว (โอปอล์)เป็นเจ้าของร้าน แต่ต่อมาก็มีคุกกี้(ตุ๊กกี้)มาทำงานแทนเจ๊แป๋ว และบางครั้งก็มีอุ๋ม(พีค)มาทำงานแทนคำหล้า(ในความเป็นจริงคือ มาช่วยสมทบในกรณีที่ซาร่าไม่ได้มาร่วมบันทึกในเทปนั้นๆ แต่ในเวลาต่อมา มักจะเห็นแต่เจ๊น้อยโหน่ง )
มุมบาร์มุมฮา เรื่องของพนักงานบริษัทสองคนที่เลิกงานแล้ว(พันและบอย) มานั่งดื่มเหล้ากันในบาร์ (ในช่วงที่รายการยังออกอากาศกลางวัน ทั้งคู่จะนั่งดื่มน้ำชากัน)
โมบายป้ายยิ้ม เรื่องราวของพนักงานขายคนหนึ่ง (พัน) ในร้านขายโทรศัพท์มือถือไอโมบายที่คอยบริการลูกค้าหลากหลายประเภท
ไอซียูมหาสนุก เรื่องราวของหมอ(บอย)กับพยาบาลเปิ้ล(ซาร่า)หรือพยาบาลตุ๊ก (ตุ๊กกี้)ในคลินิกแห่งหนึ่ง โดยมีคนไข้เข้ามารับการรักษา แต่มักจะไม่ได้การรักษาที่ถูกต้อง ในอดีต หมอนั้นไม่เคยเรียกชื่อพยาบาลเปิ้ลถูกเลยสักครั้ง
ยิ้มดอตเน็ต เรื่องราวของ กิ๊ก (ตุ๊กกี้) พนักงานให้บริการคนหนึ่งในร้านทรีบรอดแบรนด์ ที่พยายามจีบ ไบร์ท (บอย) พนักงานรักษาความปลอดภัยในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง แต่ก็ล้มเหลวทุกครั้ง ปัจจุบัน ฉากนี้ถูกแทนด้วย ซีนีม่าฮาเฮ
ปั๊มเติมยิ้ม เรื่องภายในปั๊มน้ำมัน G Station โดยมีดำ (โก๊ะตี๋) และแนน (พีค) เป็นเด็กปั๊ม คอยบริการลูกค้าที่มักจะไม่ค่อยปกติ
ฮา อิน วัน เรื่องของสนามกอล์ฟแห่งหนึ่งซึ่งมีเหตุการณ์แตกต่างกันไป
ฮา-บีคิว เรื่องของร้านบาร์บีคิวพลาซ่า ซึ่งมีเหตุการณ์แตกต่างกันไป
ยิ้มติดล้อ เรื่องราวของพนักงานคนหนึ่ง (ท็อฟฟี่) ในโชว์รูมมอเตอร์ไซค์ยามาฮ่าที่คอยบริการลูกค้าที่มีหลากหลายประเภท
เหตุเกิดที่มุมตึก เรื่องราวของโจรอ้วน (โหน่ง) และโจรผอม (บอย) ที่รอปล้นผู้ที่ผ่านไปผ่านมาแถวมุมตึก โดยบางตอนจะมีโก๊ะตี๋และบอลมาร่วมฉากด้วย
ลิฟท์ฮาเฮ เรื่องของพนักงานบริษัทคนหนึ่ง(โก๊ะตี๋) พยายามหาทางเข้าลิฟท์เพื่อขึ้นไปยังชั้นที่ 39 แต่ไม่เคยสำเร็จสักครั้ง(มีเพียงสองครั้งเท่านั้นที่พนักงานสามารถขึ้นลิฟท์ได้ โดยเหลิมขึ้นได้แต่ลิฟท์มีแค่ชั้น 1 ส่วนโก๊ะตี๋สามารถขึ้นได้ถึงชั้น 7 ซึ่งเป็นชั้นที่ทำงานได้สำเร็จ) ฉากนี้จะจบฉากด้วยการสรุปมุกเป็นฉากเดียวที่มีการสรุปมุกในตอนจบ และเป็นฉากที่มีระยะสั้นที่สุด ภายหลังเป็น เหตุการณ์ในลิฟต์แทน
ซีนีม่าฮาเฮ เรื่องราวของฟ้าลั่น (พัน) และฟ้าคราม (ตุ๊กกี้) สามีภรรยาคู่หนึ่ง มีเรื่องราวป่วนๆ ไม่ปกติในโรงภาพยนตร์ เช่นจับกิ๊ก คิดว่ามีอะไรกันในโรงหนังให้คนอื่นเข้าใจผิด ซ้อมกันในโรงหนัง ปัจจุบันเป็นเรื่องราวของพนักงานต้อนรับลูกค้าสองคน(ท็อฟฟี่) โดยจะมีลูกค้าหลายประเภทและมีเหตุการณ์แตกต่างกันไป
แก๊ก-แพค-เกอร์ เรื่องของร้านกระเป๋าเดินทางแห่งหนึ่ง โดยมีกิ๊ฟหกฉาก เป็นพนักงานขาย โดยจะมีลูกค้าหลายประเภทและมีเหตุการณ์แตกต่างกันไป
คาเฟ่ เดอ ฮา
(เดิมชื่อ แมวมองคอร์เนอร์)
เรื่องราวภายในคอฟฟี่ช็อป (ในอดีตเป็นร้านนม+เบเกอรี่ และในปัจจุบันได้เปลี่ยนกลับมาเป็นร้านนมอีกครั้ง) โดยมีเอ (ท็อฟฟี่) เป็นพนักงานภายในร้าน โดยมีเจนนี่ (โอปอล์) เป็นผู้จัดการคิวงานของดาราต่างๆ มานั่งรับประทานกาแฟที่นี่พร้อมพูดคุยเรื่องในวงการบันเทิง ต่อมา เหลือเพียงเอคนเดียวที่ทำงานในร้าน และมีตุ๊กกี้ มารับบทเป็นตัวเองแทนตำแหน่งของโอปอล์
ฮา...โหล เรื่องของร้านโทรศัพท์แห่งหนึ่ง โดยมี ท็อฟฟี่ เป็นพนักงานขายโทรศัพท์ซัมซุง โดยจะต้อนรับลูกค้าหลายประเภท
ลิสซิ่ง สถานการณ์ในแหล่งให้บริการสินเชื่อ โดยจะมีลูกค้าหลากหลายประเภทและมีเหตุการณ์ที่แตกต่างกันไป
ร้านค้าปลอดภาษี เรื่องราวในร้านค้าปลอดภาษี โดยจะมีลูกค้าหลากหลายประเภทและมีเหตุการณ์ที่แตกต่างกันไป
ห้องซ้อมดนตรี (3 สิงหาคม 2556 - ปัจจุบัน) สถานการณ์ในห้องซ้อมดนตรี โดยมี วง Room 3.50 บาท (รูม สามบาทห้าสิบ) มาซ้อมที่นี่เป็นประจำ วง Room 3.50 บาท มีแขกมากหน้าหลายตามาเยือน พร้อมเรื่องตลกกับดนตรีและเพลง ปัจจุบันกลายเป็นช่วง ตลก 6 บรรเลง
2 min. cooking อร่อย 2 นาที (25 มกราคม 2557 - ปัจจุบัน) การทำอาหารภายในเวลา 2 นาทีโดยโก๊ะตี๋ และมีดะเป็นผู้ช่วย ซึ่งเมื่อทำเสร็จแล้วมักจะเป็นอาหารที่ดูไม่เป็นอาหารเสียเลย เช่น เป็ดปักกิ่งเป็นการเอากิ่งมาปักบนเป็ด และเอาเป็ดมาจากข้าวหน้าเป็ด ส่วนเครื่องเทศเป็นผักจากต่างประเทศ
ร้านขายรถแทรกเตอร์ เรื่องราวในร้านขายรถแทรกเตอร์คูโบต้า โดยจะมีลูกค้าหลากหลายประเภทและเหตุการณ์ต่างกันไป

ช่วงอื่น ๆ[แก้]

ฉาก รายละเอียด
บัฟฟอลโลว์ (Bufffollow) เป็นช่วงที่ตั๊กกับดะจะมาเล่ามุกตลกแบบฮาๆ ให้ผู้ชมได้ขำกัน
กูรูวิจารณ์ยับ ช่วงพูดคุย วิจารณ์ วงการฟุตบอลแบบฮาๆ บางครั้งมีการพากย์บอล นำโดย หน่อง นกรู้ (พัน) , เซียนโก๊ะ สดั๊ดไร้ปุ่ม (โก๊ะตี๋) , อ่อง เดเคอาร์ต (อาร์ต) , แจ็ค วิลแชร์ (แจ็ค)
SICK STUDIO ช่วงของวง 3.50 ที่จะนำศิลปินชื่อดังมาร้องเพลงของตัวเอง ในสไตล์ของวง 3.50
MINI SERIES (ตั้งแต่ 19 ตุลาคม 2559) เป็นการถ่ายทำนอกสถานที่ โดโดยจะมีเหตุการณ์และสถานที่ต่างกันไป

ช่วงอื่น ๆ ในอดีต[แก้]

ฉาก รายละเอียด
ตลก 6 บรรทัด เป็นช่วงอ่านมุกจากทางบ้านโดยพิธีกรตลก 6 ฉากที่มีความยาว 6 บรรทัด มุกไหนที่คัดเลือกออกอากาศจะได้เสื้อไป
ตลก 6 บรรเลง ช่วงของวง 3.50 ที่จะมาแนะนำเพลงที่เข้ากับสถานการณ์นั้น ๆ ปัจจุบันกลายเป็นช่วง SICK STUDIO

ตัวละคร[แก้]

ตัวละครประจำ[แก้]

  • พนักงานออฟฟิศ บอส , แมนเมือง , ณวัฒน์ และเดือน (รับบทโดย โหน่ง , บอย , ท็อฟฟี่ และฝน)
  • พัน พลุแตก ผู้ประกาศข่าวรายการข่าวด่วนชวนยิ้ม (รับบทโดย พัน)
  • คุณครูเพ็ญศรี (รับบทโดย ตุ๊กกี้)
  • นุ่น , ดะ , อาร์ต (รับบทโดย นุ่น ไกอา , ดะ , อาร์ต)
  • เฮียพัน (รับบทโดย พัน) และ เจ๊หมึก (รับบทโดย ตุ๊กกี้) ร้านอาหารตามสั่ง
  • บอย หรือ บาส - ทมิฬ หินดำเนิน นักแสดงหนุ่มชื่อดัง ที่แสดงแข็งมาก (รับบทโดย อาร์ต)
  • โจรอ้วน กับ โจรผอม (รับบทโดย โหน่ง และบอย)

ละครพิเศษ[แก้]

รักหกฉาก

รักหกฉาก เป็นชื่อรายการตลกหกฉากในเทปพิเศษ ออกอากาศในช่วงที่มีการงดรายการบันเทิง เพื่อไว้อาลัยแด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อวันที่ 13 มกราคม 20 มกราคม 8 พฤศจิกายน และ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 โดย 2 เทปแรก จะมีแขกรับเชิญเทปละ 2 ท่านเป็นชาย 1 คนและหญิง 1 คน โดยรายการตลกหกฉากในชื่อพิเศษนี้จะเป็นเทปที่งดเสียงหัวเราะ งดความสนุกสนาน งดเสียงดนตรี แต่พิธีกรจะพูดคุยกับแขกรับเชิญในเรื่องของความรัก และมีละครสั้นซิตคอม 6 ฉากเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความรักล้วนๆ ทั้งสดใส เหงา เศร้า และสมหวัง เมื่อละครจบครบทั้ง 6 ฉาก พิธีกรก็มีการพูดคุยกับแขกรับเชิญเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนกล่าวปิดรายการ ยกเว้นในเทปวันที่ 8 และ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 ที่มีแขกรับเชิญเพียงคนเดียว ได้ร้องเพลงตามปกติก่อนปิดรายการ

เกมโชว์[แก้]

เกมร้องเพลง (21 ตุลาคม 2550 - 6 พฤษภาคม 2553)[แก้]

ช่วงสุดท้ายของรายการ จะการร้องเพลงจากแผ่นป้าย แขกรับเชิญจะต้องเลือกแผ่นป้ายที่กำหนดให้ ภายในป้ายจะมีเพลงซ่อนอยู่ เมื่อเลือกแล้วแขกรับเชิญจะต้องร้องเพลงร่วมกับพิธีกร โดยจะมีพิธีกร 1 คนลงไปชี้ตัว เมื่อร้องจบแล้วก็ถึงเวลาสำหรับการให้คะแนนจากท่านผู้ชมในห้องส่งจำนวน 100% ในอดีต ถ้าคะแนนจากท่านผู้ชมมากกว่า 50% ขึ้นไปแขกรับเชิญจะได้รางวัลเครื่องปรับอากาศ แต่ถ้าคะแนนไม่ถึง 50% ก็จะได้รับรางวัลเป็นพัดลมแทน แต่ปัจจุบันจะมีรางวัลเป็นกล้องถ่ายวิดีโอให้หากได้คะแนนจากท่านผู้ชมมากกว่า 50 % (ในภายหลัง ได้เปลี่ยนวิธีแสดงผลคะแนนเป็น O และ X แทน โดย O คือผ่าน X คือไม่ผ่าน)

เกมทายชื่อเพลง (13 พฤษภาคม 2553 - 30 ธันวาคม 2553)[แก้]

พิธีกรจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ทีม คือทีมของ "พีค-ทอฟฟี่-โก๊ะตี๋" และ "บอย-โหน่ง-ตุ๊กกี้" โดยจะมีพันเข้ามาเป็นกรรมการด้วย

ทั้ง 2 ทีมจะส่งตัวแทนออกมาเป่ายิ้งฉุบ เพื่อหาว่าทีมไหนจะได้เล่นก่อน หลังจากนั้น ทางรายการจะเปิดเพลง และแสดงชื่อเพลงบนจอ(โดยไม่มีพยัญชนะ,สระ หรือวรรณยุกต์ใดๆ) ทีมที่ได้เล่นก่อนจะต้องเลือกแผ่นป้ายว่าสมาชิกคนไหนในทีมจะได้ทายชื่อเพลง (โดยทีมของ พีค-ทอฟฟี่-โก๊ะตี๋ จะได้เลือกแผ่นป้ายหมายเลข 1-3 หรือแผ่นป้ายแถวบน ส่วนทีมของ บอย-โหน่ง-ตุ๊กกี้ จะได้เลือกแผ่นป้ายหมายเลข 4-6 หรือแผ่นป้ายแถวล่าง) เมื่อเลือกแผ่นป้ายแล้ว พิธีกรคนนั้นจะมีสิทธิทายพยัญชนะ,สระ หรือวรรณยุกต์ 1 ตัว หากตัวอักษรที่ทาย มีปรากฏอยู่ในชื่อเพลง จะสามารถเล่นต่อไปได้ แต่หากไม่มีปรากฏในชื่อเพลง อีกทีมหนึ่งจะได้เล่นต่อ โดยจะต้องเลือกแผ่นป้ายใหม่ และได้ฟังเพลงเพิ่ม หากทีมไหนทายชื่อเพลงได้ถูกต้องก่อนจะเป็นฝ่ายชนะไป แต่ถ้าหากทายชื่อเพลงแล้วผิด ทีมนั้นจะแพ้ทันที ซึ่งทีมที่แพ้ จะถูกทำโทษไปในแต่ละอาทิตย์

เกมโจรสลัด (8 มกราคม 2554 - 26 มีนาคม 2554)[แก้]

แขกรับเชิญจะต้องเลือกแผ่นป้าย 1 แผ่นป้ายจากทั้งหมด 6 แผ่นป้าย โดยด้านหลังแผ่นป้ายจะเป็นรูปใบหน้าของพิธีกรทั้ง 6 คน คือ โหน่ง บอย พีค ทอฟฟี่ โก๊ะตี๋ และ ตุ๊กกี้ เมื่อเปิดออกมาแล้ว เป็นพิธีกรคนใด พิธีกรคนนั้นจะต้องแต่งชุดเป็นโจรสลัด แล้วต้องเข้ามาอยู่ในถังไม้ที่มีช่องเสียบมีดทั้งหมด 10 ช่อง จากนั้นพิธีกรที่เหลือจะต้องมาแข่งเกมกับแขกรับเชิญ ด้วยการเสียบมีดให้โจรสลัด(พิธีกรที่ถูกเลือก)กระเด้งออกจากถังไม้(ถูกสลิงดึงขึ้นไปข้างบน) โดยแขกรับเชิญจะเริ่มต้นเสียบมีดก่อน หากยังไม่กระเด้ง ทีมพิธีกรก็จะได้เสียบมีดต่อไป สลับกันไปเรื่อยๆจนโจรสลัดกระเด้งออกมา หากแขกรับเชิญสามารถเสียบมีดแล้วโจรสลัดสามารถกระเด้งออกจากถังไม้ได้ ก็จะได้รับรางวัลจากทางรายการ

และตั้งแต่เดือนมีนาคม แขกรับเชิญจะต้องเป็นโจรสลัดด้วย และต้องเลือกพิธีกรเป็นคู่แข่งจากการเลือกแผ่นป้ายทั้ง 6 แผ่นป้าย จากนั้น ทั้งคู่จะต้องอยู่ในถังไม้ โดยทั้งสองถังจะมีช่องเสียบมีดอยู่ 5 ช่อง โดยแขกรับเชิญจะเริ่มเลือกช่องเสียบมีดฝั่งพิธีกรก่อน โดยจะมีพิธีกรที่ไม่ได้เป็นโจรสลัดมาช่วยเสียบมีดให้ หากพิธีกรไม่กระเด้ง พิธีกรที่เป็นโจรสลัดก็จะเลือกเสียบมีดฝั่งแขกรับเชิญสลับกันไป หากโจรสลัดฝั่งใดกระเด้งขึ้นก่อนก็จะแพ้ไป หากเป็นโจรสลัดฝั่งพิธีกรกระเด้งออกจากถังไม้ขึ้นก่อน แขกรับเชิญก็จะชนะและได้รับรางวัลจากทางรายการ

แข่งเกมกับพิธีกร (2 เมษายน 2554 - ปัจจุบัน)[แก้]

แขกรับเชิญจะต้องแข่งเกมกับพิธีกรทุกคน (ยกเว้นพันที่จะทำหน้าที่กรรมการ) โดยแขกรับเชิญจะต้องเลือก 1 แผ่นป้ายจากทั้งหมด 6 แผ่นป้าย เพื่อดูว่าจะได้เล่นเกมอะไร และถ้าแขกรับเชิญสามารถทำได้ตามเงื่อนไขที่ทางรายการกำหนด แขกรับเชิญก็จะได้รับของรางวัลจากทางรายการทันทีปัจจุบันนี้เป็นการแข่งเกมของพิธีกรกันเอง

รายชื่อเกมที่ใช้แข่งขันในอดีต[แก้]

  • พยางค์ปากเอก - แขกรับเชิญและพิธีกรทุกคนจะต้องตอบคำถามในหัวข้อที่กำหนด โดยผลัดกันตอบทีละคน ใครตอบซ้ำ หรือตอบไม่ทันภายใน 3 วินาที จะต้องออกจากการแข่งขัน

เงื่อนไข แขกรับเชิญต้องอยู่ในเกมจนถึงรอบ 3 คนสุดท้าย

  • พลุแป้งระเบิด - แขกรับเชิญจะต้องแข่งกับพิธีกรแต่ละคน โดยจะมีพลุกระดาษให้ 2 กระบอก กระบอกหนึ่งบรรจุสายรุ้งกระดาษ อีกกระบอกหนึ่งบรรจุแป้ง ให้แขกรับเชิญและพิธีกรเลือกพลุกระดาษแล้วยิงใส่กัน ใครโดนแป้งจะแพ้ในรอบนั้น

เงื่อนไข แขกรับเชิญห้ามโดนแป้งเกิน 2 ครั้ง (หากโดนแป้งครั้งที่ 3 จะถือว่าแพ้ทันที)

รายชื่อเกมที่ใช้แข่งขันในปัจจุบัน[แก้]

  • ใบ้ด้วยภาพ - พิธีกรจะแบ่งเป็น 2 ทีม ทีมละ 5 คน โดยจะจับฉลากคำที่มี 4 พยางค์ โดยให้พิธีกร 4 คน วาดภาพคนละพยางค์ แล้วให้อีกคนทายว่ารวมเป็นคำว่าอะไร ถ้าตอบถูกก็จะชนะ บางครั้งก็มีเสมอกัน
  • ใบ้ไป สองไพเบี้ย - พิธีกรจะแบ่งเป็น 2 ทีม ทีมละ 5 คน โดยจะจับฉลากประโยคชวนมึน โดยให้คนหนึ่งใบ้ อีก 4 คนก็ช่วยกันตอบ หากตอบถูกก็จะชนะไป บางครั้งก็มีเสมอกัน
  • มองหน้าหาเรื่อง - พิธีกรจะแบ่งเป็น 2 ทีม ทีมละ 5 คน โดยจะส่งตัวแทนออกมา 1 คน ให้มานั่งจ้องหน้า และให้พูดอะไรก็ได้ที่เป็นคำถาม ถ้าเผลอตอบ หรือหันหน้าหนี อีกทีมก็จะได้คะแนน ทีมไหนได้คะแนนมากกว่าก็จะชนะไป

อ้างอิง[แก้]

เฟซบุ๊กของรายการ Instagram