ชิงร้อยชิงล้าน ชะช่ะช่า

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า
แบบโลโก้ที่ 1
แบบโลโก้ที่ 1 (4 มีนาคม พ.ศ. 2541 - 28 สิงหาคม พ.ศ. 2545)
ประเภท เกมโชว์
สร้างโดย เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์
เสนอโดย ปัญญา นิรันดร์กุล
มยุรา เศวตศิลา
แก๊งสามช่า
ดนตรีเปิด ชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า
ของ
ธนพร แวกประยูร
(4 มีนาคม พ.ศ. 2541 - 28 สิงหาคม พ.ศ. 2545)
ประเทศแหล่งกำเนิด ไทย ไทย
ภาษาต้นฉบับ ไทย ไทย
การผลิต
สถานที่ถ่ายทำ สตูดิโอ กรุงเทพ
ความยาวตอน 3 ชั่วโมง
การแพร่ภาพ
เครือข่าย/ช่อง ไทยทีวีสีช่อง 3 (พ.ศ. 2541)
ททบ.5 (7 ตุลาคม พ.ศ. 2542 - 28 สิงหาคม พ.ศ. 2545)
การออกอากาศแรก 4 มีนาคม พ.ศ. 2541 – 28 สิงหาคม พ.ศ. 2545
เรต ไม่มีการจัดระดับ
ชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า
แบบโลโก้ที่ 2
แบบโลโก้ที่ 2 (4 กันยายน พ.ศ. 2545 - 26 มีนาคม พ.ศ. 2551)
ประเภท เกมโชว์
สร้างโดย เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์
ร่วมกับ
มีเดีย ออฟ มีเดียส์ (พ.ศ. 2549 - พ.ศ. 2552)
เสนอโดย ปัญญา นิรันดร์กุล
มยุรา เศวตศิลา
แก๊งสามช่า
ประเทศแหล่งกำเนิด ไทย ไทย
ภาษาต้นฉบับ ไทย ไทย
การผลิต
สถานที่ถ่ายทำ สตูดิโอ กรุงเทพ
เวิร์คพอยท์ สตูดิโอ
ความยาวตอน 3 ชั่วโมง
การแพร่ภาพ
เครือข่าย/ช่อง ททบ.5 (4 กันยายน พ.ศ. 2545 - พ.ศ. 2548)
ช่อง 7 สี (18 มกราคม พ.ศ. 2549 - 26 มีนาคม พ.ศ. 2551)
การออกอากาศแรก 4 กันยายน พ.ศ. 2545 – 26 มีนาคม พ.ศ. 2551
เรต รายการที่ผู้ใหญ่ควรให้คำแนะนำแก้ผู้ชมที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปี
ชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า
แบบโลโก้ที่ 3
แบบโลโก้ที่ 3 (5 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 - 27 ธันวาคม พ.ศ. 2554)
ประเภท เกมโชว์
สร้างโดย เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์
เสนอโดย ปัญญา นิรันดร์กุล
มยุรา เศวตศิลา
แก๊งสามช่า
ประเทศแหล่งกำเนิด ไทย ไทย
ภาษาต้นฉบับ ไทย ไทย
การผลิต
สถานที่ถ่ายทำ เวิร์คพอยท์ สตูดิโอ
ความยาวตอน 3 ชั่วโมง
การแพร่ภาพ
เครือข่าย/ช่อง ช่อง 7 สี (5 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 - 27 ธันวาคม พ.ศ. 2554)
การออกอากาศแรก 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 – 27 ธันวาคม พ.ศ. 2554
เรต รายการที่ผู้ใหญ่ควรให้คำแนะนำแก้ผู้ชมที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปี

ชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า เป็นรายการเกมโชว์ที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบมาจากชิงร้อยชิงล้าน Super Game โดยออกอากาศครั้งแรกทางไทยทีวีสีช่อง 3 เมื่อวันพุธที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2541 และย้ายไปออกอากาศทางททบ.5 เมื่อวันพุธที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2541 และกลับมาออกอากาศทางช่อง 7 สี อีกครั้งเมื่อวันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2549 เป็นต้นมา และตั้งแต่วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 ชื่อที่เรียกในรายการจะใช้แค่ว่า ชิงร้อยชิงล้าน เท่านั้น และในปี พ.ศ. 2555 ย้ายกลับไป ไทยทีวีสีช่อง 3 อีกครั้งในชื่อใหม่ ชิงร้อยชิงล้าน ซันไชน์ เดย์ ฉากใหม่และเวลาใหม่
ปัจจุบันออกอากาศซ้ำเวลา 17.00 - 18.00 น. ในชื่อ ชิงร้อยชิงล้าน Classic (เฉพาะช่วงละครและช่วงเกม) ทางช่องเวิร์คพอยท์นอกจากนี้ ใน ชิงร้อยชิงล้าน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 ถึงปี พ.ศ. 2545 ได้แต่งคำขวัญให้คล้องกับกระแสในช่วงนั้น ต่อมาในปี พ.ศ. 2546 ได้นำคำขวัญ เที่ยวเมืองไทย ปลอดภัยทุกที่ มาแสดงที่ด้านล่าง หลังจากที่ไตเติ้ลเริ่มรายการใกล้จะจบลง แต่ใด้ใช้เพียงระยะสั้นๆ

เนื้อหา

ประวัติของชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า[แก้]

หลังจากชิงร้อยชิงล้าน Super Game จบลง ชิงร้อยชิงล้านจึงเปลี่ยนชื่อใหม่และฉากใหม่มาเป็น ชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า โดยเปลี่ยนฉากใหม่ให้ใหญ่และอลังการขึ้นและเพิ่มรูปแบบรายการให้เป็นรปแบบใหม่พร้อมเปิดตัวกลุ่มตลกในชื่อว่า แก๊งสามช่า พร้อมเพิ่มโชว์ในรายการให้อารมณ์เหมือนดูโชว์สดด้วย โดยรูปแบบรายการของ ชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า ช่วงแรก คือปี พ.ศ. 2541 ได้แนวคิดมาจากการแสดงคาบาเรต์โชว์และสีสันของลาส เวกัสในประเทศสหรัฐอเมริกา และรูปแบบที่ 2 ในปี พ.ศ. 2545 ได้ปรับเปลี่ยนแนวโชว์จริง ๆ และเพิ่มโรงละครแก๊งสามช่าเพิ่อความสนุกสนานต่อผู้ชม โดยชื่อชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า เป็นชื่อที่ถูกใช้ยาวนานมากที่สุด รวมระยะเวลามากกว่า 10 ปีของรายการโทรทัศน์เกมโชว์ในประเทศไทย

ตั้งแต่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2549 หม่ำ จ๊กมก เป็นพิธีกรแทน ปัญญา นิรันดร์กุล ในกรณีที่ปัญญาติดภารกิจและงานต่าง ๆ จนไม่สามารถมาดำเนินรายการได้

ตราสัญลักษณ์[แก้]

ระยะเวลาออกอากาศ[แก้]

ช่องที่ออกอากาศ วัน เวลา ช่วงระหว่าง
ไทยทีวีสีช่อง 3 พุธ 22:00 - 24:00 น. 4 มีนาคม - 30 กันยายน พ.ศ. 2541
ททบ.5 22:10 - 24:00 น. 7 ตุลาคม พ.ศ. 2541 - 28 ธันวาคม พ.ศ. 2548
ช่อง 7 สี 22:25 - 00:25 น. 18 มกราคม พ.ศ. 2549 - 26 มีนาคม พ.ศ. 2551
อังคาร 22:30 - 00:30 น. 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 - 25 ตุลาคม พ.ศ. 2554
22:20 - 00:20 น. 1 พฤศจิกายน - 27 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ละครสามช่า[แก้]

ละครสามช่าเป็นการแสดงละครเวทีโดยแก๊งสามช่า ความยาวประมาณ 30 นาที ตอนแรกออกอากาศวันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2542 ซึ่งในปี พ.ศ. 2542 เป็นเพียงละครสั้นเวลา 3 - 5 นาที เพื่อปูเรื่องสำหรับผู้กล้าประจำสัปดาห์เท่านั้น และตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2542 ได้ปรับเปลี่ยนเป็นละครยาวจนถึงปัจจุบัน ซึ่งละครสามช่าตอนแรก คือ การล้อเลียนรายการ เกมแก้จน และต่อมาก็มีศิลปินดารารับเชิญในแต่ละสัปดาห์ หรือ เว้นสัปดาห์มาร่วมแสดงกับแก๊ง 3 ช่าถือว่าเป็นครั้งแรก ชิงร้อยชิงล้าน ที่มีการเชื้อเชิญดารารับเชิญมาร่วมแสดงกับแก๊ง 3 ช่า

รายชื่อตอนละครสามช่า[แก้]

ปี 2551[แก้]

วันที่ออกอากาศ ชื่อตอน ดารารับเชิญ
2 มกราคม 2551 เทปพิเศษ เนื่องจากบันทึกเทปวันเดียวกับวันสวรรคตของ
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
9 - 30 มกราคม งดออกอากาศ เนื่องจากไว้อาลัย
แด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
6 กุมภาพันธ์ 2551 1 เทปพิเศษชื่อรายการว่า ชิงร้อยชิงล้าน รวมความฮาปี 2550
13 กุมภาพันธ์ 2551 ทหารเสือ สิงห์ กระทิง ไม่มีแรด ยังไม่มีดารารับเชิญอย่างเป็นทางการ
20 กุมภาพันธ์ 2551 ฉากสุดท้าย สี่สหายคาเฟ่
27 กุมภาพันธ์ 2551 สงครามเอวต่ำ กระหน่ำขาเดฟ
5 มีนาคม 2551 โกโก้ รสช็อกโก้แลต
12 มีนาคม 2551 ผจญภัยใต้อุโมงค์
19 มีนาคม 2551 ทายาท ระนาด
26 มีนาคม 2551 2 หลานปู่ กู้อีจู้
โน้ต
  1. ^  ในเทปนี้วางแผนจะออกอากาศวันที่ 2 มกราคม 2551 [1]แต่ต้องเปลี่ยนเทปที่จะออกอากาศเนื่องจากถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โดยเลื่อนมาออกอากาศในวันดังกล่าวแต่เนื่องจากอยู่ในช่วงถวายความอาลัยและบันทึกเทปก่อนวันที่ 2 มกราคม 2551 ทางรายการจึงปรับโทนสีหน้าจอรายการตั้งแต่เทปวันที่ 6 - 27 กุมภาพันธ์ 2551 จำนวน 4 เทป
  2. ^  ในเทปนี้เป็นเทปสุดท้ายของชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า ซีซั่นที่ 2 และได้สัปดาห์ถัดมาจึงกลายเป็น ชิงร้อยชิงล้าน ทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ตั๊ก

ปี 2552[แก้]

วันที่ออกอากาศ ชื่อตอน ดารารับเชิญ
12 พฤษภาคม 2552 ไอ แอม ซีซาร์ เกียรติยศยอดนักสู้ ยังไม่มีดารารับเชิญอย่างเป็นทางการ
19 พฤษภาคม 2552 หมัดซ้ายทะลวงใส้ หนอนทรายกาแล็กซี่ โจอี้ เชิญยิ้ม (โจอี้ กาน่า)
26 พฤษภาคม 2552 คนเหล็ก 4 ยังไม่มีดารารับเชิญอย่างเป็นทางการ
2 มิถุนายน 2552 3 เสือเหลือขอ The Good The Bad And The Ugly
9 มิถุนายน 2552 ดราก้อนบอล ฮ.นกฮูก
16 มิถุนายน 2552 ปาฏิหาร์ยตำนานรัก เขย่าโลก กริ้ง กริ้ง
23 มิถุนายน 2552 วงค์เกาเหลา
30 มิถุนายน 2552 มนต์รักลูกทุ่ง 3 ช่า
7 กรกฏาคม 2552 ฤทธิ์ดาบพระจันทร์เสี้ยว ล้างบัญชีแค้นมรณะ
14 กรกฏาคม 2552 อาบูคาริโต้ปา ป่าอาถรรพ์ในคืนตะวันไร้เงา
21 กรกฏาคม 2552 พลิกแผนฆ่า คานิวัล 0.07
28 กรกฏาคม 2552 678 ตายไม่ได้เกิด เกิดไม่ได้ตาย
4 สิงหาคม 2552 เกอิชา 2009
11 สิงหาคม 2552 จุ้นจ้าน เตี้ย อ้วน ฉุ จีจ้า ญาณิน (จีจ้า)
18 สิงหาคม 2552 สงคราม ความรัก นักดนตรี ยังไม่มีดารารับเชิญอย่างเป็นทางการ
25 สิงหาคม 2552 ชาละวัน ทู ทรี ใจพี่อยู่ที่เธอ
1 กันยายน 2552 โรมิโอ + จูเลียต
8 กันยายน 2552 ขบวนการ 3 ช่า เรนเจอร์
15 กันยายน 2552 ซินเดอเรลล่า ฝันข้าใครอย่าแตะ
22 กันยายน 2552 The Fast & The Serious เร็ว แรง นรก ชัด ๆ
29 กันยายน 2552 เทพบุตรลุ่มน้ำโขง
6 ตุลาคม 2552 อาลาดิน น้ำ ลม ไฟ กับตะเกียงวิเศษ
13 ตุลาคม 2552 ยุทธการเดือด ชำระเลือด เชือดนารี
20 ตุลาคม 2552 มหาลัยสยอง ฉลองฮาโลวีน
27 ตุลาคม 2552 ยอดเหยินเฉือนโคตรหักเหลี่ยม
3 พฤศจิกายน 2552 ใครรักฉัน ฉันรักเธอ เธอรักใคร ณ ยอดดอย
10 พฤศจิกายน 2552 2012 วันสิ้นโลก
17 พฤศจิกายน 2552 New Moon รัตติกาลนี้ สีเลือดอมชมพู
24 พฤศจิกายน 2552 The Karate Kick จะเตะใครไม่สะใจเท่าเตะแก
1 ธันวาคม 2552 แหยมยโสโอหังกำลัง 2
8 ธันวาคม 2552 2 สหาย ร็อกแอนด์โรล
15 ธันวาคม 2552 คริสต์มาสนี้มีแต่เรา เหงาเหลือเกินนะเธอเอ๋ย
22 ธันวาคม 2552 เทปพิเศษชื่อรายการว่า ชิงร้อยชิงล้าน รวมความฮาปี 2552
29 ธันวาคม 2552 เทปพิเศษชื่อรายการว่า ชิงร้อยชิงล้าน รวมความฮาส่งท้ายปี

ปี 2553[แก้]

วันที่ออกอากาศ ชื่อตอน ดารารับเชิญ
5 มกราคม 2553 เทปพิเศษชื่อรายการว่า ชิงร้อยชิงล้าน ต้อนรับปีขาล
12 มกราคม 2553 The Lion King ลูกผู้ชายสายพันธุ์สิงห์ ยังไม่มีดารารับเชิญอย่างเป็นทางการ
19 มกราคม 2553 สารวัตรยี่เกโอเคนะครับ
26 มกราคม 2553 เจมส์บอนด์ พยัคฆ์ไหล่ 007
2 กุมภาพันธ์ 2553 เด็กจะดังขวางไม่อยู่ จุ๊กกรู้ จุ๊กกรู้
9 กุมภาพันธ์ 2553 มนต์รักแดนปลาดิบ กิ๊บ ๆ กิ้ว
16 กุมภาพันธ์ 2553 สังข์ทอง ตอน หักเหลี่ยมนางรจนา สุวนันท์ คงยิ่ง (กบ)
23 กุมภาพันธ์ 2553 ก๊วนผีป่วน กวนคาเฟ่ รพีภัทร เอกพันธ์กุล (น้ำ) 1
อชิตะ สิกขมานา (อิม) (ครั้งที่ 1) 1
2 มีนาคม 2553 ศึกสปาตันวันเพ็ญ ไม่มีดารารับเชิญ (ครั้งที่ 1)
9 มีนาคม 2553 ไซอิ่ว 2553 ไม่มีดารารับเชิญ (ครั้งที่ 2)
16 มีนาคม 2553 จอมโจรซ่า บ้าบิ่น (ชิ้นละบาท) ตรีชฎา เพชรรัตน์ (ปอย)
23 มีนาคม 2553 ท.ทหาร ฉุกละหุก สุมนต์รัตน์ วัฒนาเศลารัตน์ (ปีใหม่)
30 มีนาคม 2553 สามช่า เจ็ดสิบล้อ มัม ลาโคนิคส์ (มัม)
ุ6 เมษายน 2553 เทปพิเศษชื่อรายการว่า ชิงร้อยชิงล้าน ฮาหน้าร้อน
13 เมษายน 2553 สงกรานต์ซ่า ล่าสีลม วสันต์ อุตตมะโยธิน (โหน่ง)
20 เมษายน 2553 ขุนช้างขุนแผนแสนสะท้าน ไม่มีดารารับเชิญ (ครั้งที่ 3)
27 เมษายน 2553 อินทรีทอง ผยองเดช กรุง ศรีวิไล (กรุง)
4 พฤษภาคม 2553 องค์ลำบาก 3 รังสิโรจน์ พันธุ์เพ็ง (เอก)
11 พฤษภาคม 2553 ผาแดงนางไอ่ ใครผิดใครถูก นาตาลี เดวิส (นาตาลี)
18 พฤษภาคม 2553 หน้ากากเสือภาค 7 สุวัฒน์ กลิ่นเกษร (น้าติง)
25 พฤษภาคม 2553 ตะวันยอแสง แยงตา ระยิบระยับ วับวาว พิจิตตรา กฤติกุล (เจี๊ยบ) (ครั้งที่ 1)
1 มิถุนายน 2553 วงษ์คำเหลา THE BEGINNING สหรัถ สังคปรีชา (ก้อง)
8 มิถุนายน 2553 เทปพิเศษชื่อรายการว่า ชิงร้อยชิงล้าน ฮาพักร้อน
15 มิถุนายน 2553 แม่มดใจร้ายกับสโนว้าย!ใจแตก มาช่า วัฒนพานิช (มาช่า)
22 มิถุนายน 2553 KARATAE KID กลับมาแว้ว ชาลี ไตรรัตน์ (แน็ท)
29 มิถุนายน 2553 เปิดตำนานยอดนักเตะ ฟุตบอลโลก ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน (ตุ๊ก)
โจอี้ เชิญยิ้ม (โจอี้ กาน่า) (ครั้งที่ 2)
6 กรกฎาคม 2553 พ่อจ๋า แม่จ๋า หนูอยากเป็นอาราเล่ เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์ (แจ๊ค แฟนฉัน)
13 กรกฎาคม 2553 นางทาส ตอน อีเย็นกระอัก วรัทยา นิลคูหา (จุ๋ย)
20 กรกฎาคม 2553 เจ้าหญิงขายกบสยบเจ้าชายเขียด ไม่มีดารารับเชิญ (ครั้งที่ 4)
27 กรกฎาคม 2553 นักสืบเฉลยศักด์ ปะทะ จอมโจรพันหน้า ไม่มีดารารับเชิญ (ครั้งที่ 5)
3 สิงหาคม 2553 เสือโหน่ง จอมโจรอมตะ ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ (ต๊อก)
10 สิงหาคม 2553 สิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่ารัก อคัมย์สิริ สุวรรณศุข (จั๊กจั่น)
17 สิงหาคม 2553 สิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่ารัก รัก รัก พิจิตตรา กฤติกุล (เจี๊ยบ) (ครั้งที่ 2)
24 สิงหาคม 2553 ล้างเลือด ไอ้หนุ่มนางรอง กัญญณัช เอี่ยมสุข (นก) (ภรรยาของคุณโหน่ง ชะชะช่า)
31 สิงหาคม 2553 พระอภัยมณี ที่ Love อชิตะ สิกขมานา (อิม) (ครั้งที่ 2)
7 กันยายน 2553 ผีชีวะ 4 สงครามบ้าล่าพันธุ์เชื้อโรค เกศริน เอกธวัชกุล (นุ้ย)
14 กันยายน 2553 โหด/เลว/ดี/พี่/เพื่อน/น้อง เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ (ไทด์)
21 กันยายน 2553 เจาะจิ๋นซี หาเวลา พิษณุ นิ่มสกุล (บอย AF)
28 กันยายน 2553 นักเลงหัวไม้ กับบ้านไร่เถิดเทิง ธนา สุทธิกมล (ออย)
5 ตุลาคม 2553 มือปืนนิรนาม ตามล่าคุณธรรม ณัทธมนกาญจน์ ศรีนิกรโชติ (รัน)
12 ตุลาคม 2553 พิชิตอาทิตย์ใต้บาดาล รุ่งระวี บริจินดากุล (โอ๋)
19 ตุลาคม 2553 นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวดำ วงศกร ปรมัตถากร (นิว)
26 ตุลาคม 2553 ไกรทอง 2010 เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ (จิ๊ก)
2 พฤศจิกายน 2553 ผีน้ำนอง จะครองสระ ไม่มีดารารับเชิญ (ครั้งที่ 6)
9 พฤศจิกายน 2553 Cha Cha Cha Contest เวทีนี้ต้องมีเธอ นวพล ภูวดล 2 (อู๋)
16 พฤศจิกายน 2553 สลับหน้า ล่าล้างนรก ไม่มีดารารับเชิญ (ครั้งที่ 7)
23 พฤศจิกายน 2553 ลอยกระทง หลงทาง หลงเธอ เขตต์ ฐานทัพ (เขต)
30 พฤศจิกายน 2553 กังฟู สู้ยิบตา ศุภักษร ไชยมงคล (กระแต)
7 ธันวาคม 2553 งานแต่งชุลมุน วุ่นรักอลเวง ไม่มีดารารับเชิญ (ครั้งที่ 8)
14 ธันวาคม 2553 สะระแหน่ ไม่แคร์ผี ไม่มีดารารับเชิญ (ครั้งที่ 9)
21 ธันวาคม 2553 เทปพิเศษชื่อรายการว่า ชิงร้อยชิงล้าน ฮาทะลุหิมะ
28 ธันวาคม 2553 เทปพิเศษชื่อรายการว่า ชิงร้อยชิงล้าน ฮาลีวูด
โน้ต
  1. ^  รพีภัทร เอกพันธ์กุล และ อชิตะ สิกขมานา เป็นนักแสดงรับเชิญและร่วมเป็นผู้เข้าแข่งขันด้วย
  2. ^  ในเทปนี้ นวพล ภูวดล เป็นนักแสดงรับเชิญและร่วมเป็นผู้เข้าแข่งขันด้วย

ปี 2554[แก้]

วันที่ออกอากาศ ชื่อตอน ดารารับเชิญ
4 มกราคม 2554 เทปพิเศษชื่อรายการว่า ชิงร้อยชิงล้าน ฮากันเถาะ
11 มกราคม 2554 เด็กเอ๋ยเด็กดี สามัคคีกันเถอะ ไม่มีดารารับเชิญ (ครั้งที่ 10)
18 มกราคม 2554 ตำนานรักภารตะ ทาสหัวใจเหนือแผ่นดิน พรทิพย์ วงศ์กิจจานนท์ (เอ๋) 1
25 มกราคม 2554 คนกลางคืน ยามเธอตื่นฉันนอน ยามเธอนอนฉันก็ยังนอน ไม่มีดารารับเชิญ (ครั้งที่ 11)
1 กุมภาพันธ์ 2554 เท่ง โหน่ง จีวรหาย สมชาย เข็มกลัด (เต๋า) , อมีนา พินิจ (โม)
8 กุมภาพันธุ์ 2554 วิทยะ - สัตว์ - ประหลาด ไม่มีดารารับเชิญ (ครั้งที่ 12)
15 กุมภาพันธ์ 2554 สัญญารัก โรงแรมผี กพล ทองพลับ (ป๋อง)
22 กุมภาพันธ์ 2554 777777 งวดนี้พี่ขอ พัสวีพิชญ์ ศรณ์อัครภา (แจ๋ว)
1 มีนาคม 2554 ปลวกโพรโทซัว รักมันเหียกมาก อภิญญา สกุลเจริญสุข (สายป่าน)
ณัฐพงษ์ พิบูลธนเกียรติ
ทิสานาฏ ศรศึก (นาว)
8 มีนาคม 2554 คุณปู่ซู่ซ่า ปาทังก้า ปาทั้งกี้ เจเน็ต เขียว (เจเน็ต) 2
15 มีนาคม 2554 ทะเล พู่กัน ฉันและเธอ น้องไข่เล็ก (ลิง) 3
22 มีนาคม 2554 ขบวนการขจัดคราบซากซกมก สุเทพ สีใส (สุเทพ) 4
29 มีนาคม 2554 ฮาศาสตราจารย์ ธนฉัตร ตุลยฉัตร (อาร์ตี้)
พิมพ์ชนก พลบูรณ์ (ใบเฟิร์น)
อินทิพร แต้มสุขิน (แม็คซิน)
5 เมษายน 2554 บักแมน เจ้าเพื่อนยาก น้องภู , น้องภีม , น้องเคนโด จากรายการหนูน้อย กู้อีจู้
น้องกล้า กลมกล่อม (ลูกชายของคุณพัน พลุแตก)
12 เมษายน 2554 สามช่า Invensian พยายามจะทำสงครมล้างโลก ไม่มีดารารับเชิญ (ครั้งที่ 13)
19 เมษายน 2554 สัญญาณไหนไม่เท่าสัญญาณรัก ฮักนะ ฮักนะ ไม่มีดารารับเชิญ (ครั้งที่ 14)
26 เมษายน 2554 จั๊กกะแร้ จีจ้า ญาณิน (จีจ้า) (ครั้งที่ 2)
3 พฤษภาคม 2554 สงครามเท้าไฟ หัวใจติดเธอ บริบูรณ์ จันทร์เรือง (ตั๊ก)
10 พฤษภาคม 2554 หมัดร้าย ร่ายรัก บุญเลิศ ลีลาศ
17 พฤษภาคม 2554 มรกต มนตรายาง ไม่มีดารารับเชิญ (ครั้งที่ 15)
24 พฤษภาคม 2554 ยากูซ่ากลับใจ ไม่มีดารารับเชิญ (ครั้งที่ 16)
31 พฤษภาคม 2554 ฉันและเธอ เดินตามฝัน เจอกันที่คาเฟ่ ไม่มีดารารับเชิญ (ครั้งที่ 17)
7 มิถุนายน 2554 ยามเมื่อลมรักหวน ชวนให้เรามารักกัน ไม่มีดารารับเชิญ (ครั้งที่ 18)
14 มิถุนายน 2554 ตี๋อยากใหญ่ ไม่มีดารารับเชิญ (ครั้งที่ 19)
21 มิถุนายน 2554 หม่ำกับใหม่ อยากโดนแต่ไม่โดน ไม่มีดารารับเชิญ (ครั้งที่ 20)
28 มิถุนายน 2554 เท้าไฟ เรือเมล์ ยี่เก และชาวคณะ ไม่มีดารารับเชิญ (ครั้งที่ 21)
5 กรกฎาคม 2554 ความรักรสหวาน หวานในงานวัด festival ไม่มีดารารับเชิญ (ครั้งที่ 22)
12 กรกฎาคม 2554 ยังมีเฮ รักใส ๆ หัวใจโทรม ๆ ไม่มีดารารับเชิญ (ครั้งที่ 23)
19 กรกฎาคม 2554 ไม่เด่นไม่ดังจะไม่หันหลังกลับไป เปาวลี พรพิมล (เปา)
26 กรกฎาคม 2554 ไอ้หนุ่มมัดเมา กะอีสาวเต้าฮวย ไม่มีดารารับเชิญ (ครั้งที่ 24)
2 สิงหาคม 2554 ผีกัด กัดกับผี ภาค 7 ธนวัฒน์ ประสิทธิสมพร (ดีเจนุ้ย)
9 สิงหาคม 2554 ดาบเจ็ดสีผอบหนึ่งแสน กาญจ์คนึง เนตรสีทอง
16 สิงหาคม 2554 ทองชุบภาค 7 สมจิตร จงจอหอ (สมจิตร)
23 สิงหาคม 2554 จอมปลัดปราบผี ไม่มีดารารับเชิญ (ครั้งที่ 25)
30 สิงหาคม 2554 ผู้ชายฮ่า ผู้หญิงฮะ สิตางศุ์ ปุณภพ (ปาย)
6 กันยายน 2554 กีต้าร์เทพเสพวิญญาณ ไม่มีดารารับเชิญ (ครั้งที่ 26)
13 กันยายน 2554 ช่างกลคนดี ขอตีกันครั้งสุดท้าย ไม่มีดารารับเชิญ (ครั้งที่ 27)
20 กันยายน 2554 บ้านผีปอบ 2012 สยอง สยอง สยอง ๆ ณัฐนี สิทธิสมาน (หน่อย)
เบญจณัฏฐ์ อักษรนันทน์ (จิ๊บ)
27 กันยายน 2554 คู่กรรม ตอน อังศุมารินสิ้นรัก แอริณ ยุกตะทัต (แอริน)
4 ตุลาคม 2554 ตุ๊กกี๊ ตุ๊กกี๊ เมื่อโลกนี้มีเพียงเธอ บอล เชิญยิ้ม 5
11 ตุลาคม 2554 30+ ปลวก ON SALE อารักษ์ อมรศุภศิริ (เป้)
เอ เชิญยิ้ม
18 ตุลาคม 2554 นางพญาผมขาว ปะทะ นางพญาผมร่วง คริส หอวัง (คริส)
ต๋อง ชวนชื่น
25 ตุลาคม 2554 สามช่า FC แมทช์นี้ต้องมีเธอ อิคคิว พีระพล (ดีเจอิคคิว)
อัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล (กรีน)
โน้ต
  1. ^  ในเทปนี้ พรทิพย์ วงศ์กิจจานนท์ เป็นนักแสดงรับเชิญและร่วมเป็นผู้เข้าแข่งขันด้วย
  2. ^  ในเทปนี้ เจเน็ต เขียว เป็นนักแสดงรับเชิญและร่วมเป็นผู้เข้าแข่งขันด้วย
  3. ^  เป็นเทปเดียวในรายการชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่าที่มีดารารับเชิญเป็นสัตว์
  4. ^  ในเทปนี้ สุเทพ สีใส เป็นนักแสดงรับเชิญและร่วมเป็นผู้เข้าแข่งขันด้วย
  5. ^  ตั้งแต่เทปนี้โหน่ง ชะชะช่าไม่ได้มาร่วมรายการชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า และกลับมาอีกครั้งในเทปแรกของชิงร้อยชิงล้าน Sunshine Day

เกมในชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า[แก้]

ในส่วนของเกมการแข่งขันในรายการชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า นั้น สามารถแบ่งได้เป็น 3 ยุคด้วยกัน คือยุคแรกเริ่ม (ตั้งแต่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2541 ถึง 20 มกราคม พ.ศ. 2542), ยุคกลาง (27 มกราคม พ.ศ. 2542 - 26 มีนาคม พ.ศ. 2551) และยุคปัจจุบัน (ตั้งแต่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 เป็นต้นมา) ดังที่จะกล่าวต่อไปนี้ (อย่างไรก็ดี เกมในยุค ชิงร้อยชิงล้าน ทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ตั๊ก นั้น ก็ยังมีลักษณะมาจากชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า ในยุคกลางอยู่ดี แต่ภายหลังได้มีการดัดแปลงไปบ้างตามสมควร)

4 มีนาคม พ.ศ. 2541 - 20 มกราคม พ.ศ. 2542[แก้]

ทายดาราปริศนา[แก้]

ในเกมนี้เป็นการทายดารารับเชิญ ซึ่งยังคงรูปแบบเดียวกับรายการชิงร้อยชิงล้าน Super Game โดยเกมทายดารา จะแบ่งออกเป็น 3 รอบ ดังนี้

  1. รอบที่ 1 จะเป็นการทายภาพดาราปริศนา (ยังจำได้ไหม) จะเป็นการทายภาพของดารารับเชิญโดยในภาพนี้จะเป็นการปกปิดใบหน้าบางส่วนของดารารับเชิญ
  2. รอบที่ 2 จะเป็นการทายเสียงและเงา (เสียงของใคร) จะเป็นการทายเสียงและเงาของดารารับเชิญ ซึ่งเกมนี้มีพัฒนามาจากเกมทายภาพดาราปริศนา (ยังจำได้ไหม) เป็น 3 ภาพ 3 ช่วงเวลา
  3. รอบที่ 3 จะเป็นรอบ ขอสักครั้ง จะเป็นการทายดารารับเชิญจากภาพวีทีอาร์ โดยที่ผู้เข้าแข่งขันนั้นไม่สามารถเห็นหน้าของดารารับเชิญชัด ๆ ได้ ดารารับเชิญนั้นจะทำแบบไม่เห็นหน้าหรือบังหน้าเอาไว้ด้วย เห็นได้แต่ด้านหลังดารารับเชิญเท่านั้น

ทั้งนี้ ทีมผู้เข้าแข่งขันทั้ง 2 ทีม มีโอกาสเขียนในกระดานคำตอบได้ 3 ครั้งเท่านั้น หลังจากนั้น จะะเฉลยว่าดารารับเชิญคนนี้คือใคร โดยการเชิญดารารับเชิญปริศนาในรอบนั้นๆ ออกมาเปิดตัวด้วยการร้องเพลง เพื่อเป็นการเฉลยคำตอบ โดยที่ ถ้าผู้เข้าแข่งขันทีมไหน ตอบถูกในแต่ละรอบ ก็จะได้คะแนนไปด้วย โดยการทายชื่อ ชื่อที่ถูกต้อง รอบละ 5 คะแนน ถือว่าในรอบนี้มีคะแนนเต็มถึง 15 คะแนน หลังจากที่มีการเฉลยคำตอบแล้ว ก็จะมีการพูดคุยกับดารารับเชิญเกี่ยวกับความเป็นมาและเรื่องราวต่างหลังจากนั้น ยังมีแก๊งสามช่ามาสร้างสีสันเสียงหัวเราะให้ท่านผู้ชมได้รับความสนุกสนานกันอีกด้วย โดยดาราปริศนาที่มารายการชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า เป็นท่านแรก คือ พล ตัณฑเสถียร เมื่อวันพุธที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2541

จริงหรือไม่ (แก๊งสามช่า)[แก้]

เกมนี้ เป็นเกมจริงหรือไม่ในอีกรูปแบบหนึ่ง โดยจะมี ผู้กล้า ซึ่งอาจเป็นบุคคลจากทางบ้าน หรือบุคคลที่มีชื่อเสียงในด้านต่างๆ มาแสดงโชว์สาธิตให้ดูในรายการ จากนั้น จะมีการท้าแก๊งสามช่าว่า แก๊งสามช่าสามารถโชว์แสดงอย่างที่ผู้กล้ามาโชว์สาธิตในรายการได้จริงหรือไม่ ทั้งนี้ จะให้ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 2 ทีมเป็นผู้ตอบ หลังจากนั้น แก๊งสามช่าจะทำการสาธิตโชว์แบบเดียวกันกับผู้กล้า เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าทำได้แบบผู้กล้าหรือไม่ ถ้าทำได้แสดงว่าจริง แต่ถ้าทำไม่ได้แสดงว่าไม่จริง ทั้งนี้ ทีมผู้เข้าแข่งขันทีมใดที่ทายคำตอบถูกต้อง จะได้รับ 10 คะแนนไปในรอบนี้

ผู้กล้าท้าแก๊งสามช่าคนแรกคือ ดิเรก รุจ ท้าแข่งเล่นกล่องล่องหนออกอากาศวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2541

จริงหรือไม่ (ผู้เข้าแข่งขัน)[แก้]

เกมนี้ เป็นเกมจริงหรือไม่ในรูปแบบปกติที่รู้จักกันดี โดยนำเอาประสบการณ์ชีวิตในแง่มุมต่างๆของดาราที่เป็นผู้เข้าแข่งขันในเกม ไม่ว่าจะเป็น ความชอบ งานอดิเรก ของสะสมส่วนตัว หรือแม้กระทั่งประสบการณ์ลี้ลับ และเฉียดความตาย มาใช้เป็นคำถามในรอบนี้ โดยในการแข่งขัน ทีมที่จะเป็นผู้ตอบคำถาม คือทีมฝ่ายตรงข้ามอีกสองทีมที่ไม่ใช่เจ้าของเรื่อง ซึ่งทีมที่ตอบจะต้องทายว่าคำถามในข้อนั้นเป็นเรื่องจริง หรือไม่จริง หลังจากที่ตอบแล้ว ทีมเจ้าของเรื่องนั้นจะเป็นผู้เฉลยว่าคำถามนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ทีมเจ้าของเรื่องนั้นจะเป็นผู้เฉลยว่าคำถามนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ถ้าทีมฝ่ายตรงข้ามตอบถูกก็จะได้ 10 คะแนน แต่ถ้าตอบผิดจะไม่ได้คะแนน

ทั้งนี้ คำถามในเกมจริงหรือไม่ในยุคนี้จะถูกลดเหลือ 2 ข้อ จากเดิม 3 ข้อ ซึ่งแต่ละทีมจะมีโอกาสตอบเพียงแค่คำถามของทีมตรงข้ามเท่านั้น และให้ทายว่าเรื่องคนนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ โดยในแต่ละข้อ หลังจากที่มีการเฉลยคำตอบแล้ว ก็จะมีการพูดคุยกับดาราเจ้าของเรื่องเกี่ยวกับเรื่องที่ตั้งเป็นคำถามนั้นๆ บางครั้งอาจมีการสาธิตโชว์เรื่องนั้นให้ดูในรายการ หากเป็นเรื่องความสามารถ หรือมีการนำของสะสมต่างๆ มากมายที่เป็นของดารามาแสดงในรายการ ในกรณีที่คำถามเกี่ยวข้องกับของสะสมของดารา ทั้งนี้ การพูดคุยกับดารา ยังมี หม่ำ จ๊กมก, เท่ง เถิดเทิง และ หนู คลองเตย (ภายหลัง หนู คลองเตย ออกจากแก๊งสามช่า แล้วนำ โหน่ง ชะชะช่า มาแทน) มาสร้างสีสันเสียงหัวเราะให้ท่านผู้ชมได้รับความสนุกสนานกันอีกด้วย โดยการล้อเลียนดารารับเชิญที่เป็นเจ้าของเรื่องในช่วงนั้นๆ

27 มกราคม พ.ศ. 2542 - 26 มีนาคม พ.ศ. 2551[แก้]

ทำได้หรือไม่ได้[แก้]

เกมนี้ มีลักษณะคล้ายคลึงกับจริงหรือไม่ในรูปแบบก่อนหน้านี้ ทว่ามีลักษณะเป็นเกมการแข่งขันมากขึ้น ต่างจากเดิมที่เป็นเพียงการแสดงตามแบบแผนเดียวกันกับผู้กล้า ทั้งนี้ จะมีเกมการแข่งขันเกมหนึ่ง ซึ่งถูกกำหนดกติกาแตกต่างกันออกไปในแต่ละสัปดาห์ (ขึ้นอยู่กับว่าผู้กล้าในสัปดาห์นั้น จะทำการแข่งขันเกี่ยวกับเรื่องใด) โดยผู้กล้าในสัปดาห์นั้นจะเป็นผู้แข่งขันเกมดังกล่าวก่อนเป็นลำดับแรก หลังจากนั้น แก๊งสามช่าจะต้องเล่นเกมในรูปแบบเดียวกันข้างต้น แต่จะมีการต่อรองเกิดขึ้น เพื่อให้แก๊งสามช่ามีโอกาสในการเล่นเกมสำเร็จเพิ่มมากขึ้น (เช่น การต่อเวลา, ต่อจำนวนคนที่แข่งขัน, ต่อผลของการเล่นเกม เช่น เกมเตะฟุตบอล จากเดิมต้องเตะ 5 ลูก อาจเหลือแค่ 3 ลูกเป็นต้น) ทั้งนี้ แก๊งสามช่าจะมีโอกาสเล่นเกมดังกล่าวได้ทั้งหมด 2 ครั้ง ซึ่งแต่เดิม ผู้เข้าแข่งขันจะเป็นหม่ำ และเท่ง โดยทั้งสองคนจะแข่งขันกันคนละ 1 รอบ จนอาจกล่าวได้ว่าเป็นรอบของหม่ำ และรอบของเท่ง แต่ภายหลังเกมทั้ง 2 รอบ ไม่จำเป็นจะต้องแข่งโดยหม่ำ และเท่งเท่านั้น เพราะบางเกมอาจต้องใช้ผู้เข้าแข่งขันเป็นคู่ หรือแก๊งสามช่าทุกคนเลยก็ได้

เกมทำได้หรือไม่ได้นี้ ผู้เข้าแข่งขันที่มาร่วมรายการจะต้องทายว่าแก๊งสามช่าจะทำได้หรือไม่ ทั้งนี้ หากแก๊งสามช่าเล่นเกมดังกล่าวสำเร็จเพียงครั้งเดียว ไม่ว่าจะเป็นการเล่นในรอบแรก หรือรอบที่สอง จะถือว่าแก๊งสามช่าทำได้โดยทันที แต่ในทางตรงกันข้าม หากแก๊งสามช่าเล่นเกมไม่สำเร็จทั้งสองรอบ จะถือว่าทำไม่ได้นั่นเอง ซึ่งตรงนี้ หากผู้เข้าแข่งขันคนใดทายถูกต้องก็จะได้คะแนนไปในรอบนี้ โดยเกมแรกของรอบทำได้หรือไม่ได้คือ การแข่งขันการสลับขวดเป๊ปซี่ระหว่างขวดเปล่ากับขวดบรรจุน้ำอัดลมที่อยุ่ในลังพลาสติก ออกอากาศเมื่อวันพุธที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2542

เกมทำได้หรือไม่ได้ ถูกใช้มาโดยตลอดเกือบ 10 ปี แม้ว่าชิงร้อยชิงล้านจะอยู่ในช่วงของทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ตั๊กก็ตาม ก็ยังคงมีเกมนี้อยู่เช่นเดิม จนกระทั่งชิงร้อยชิงล้านเริ่มมีรูปแบบของเกม ใครทำได้ เกิดขึ้น เกมทำได้หรือไม่ได้จึงค่อยๆเริ่มหายไป จนกระทั่งในเดือนเมษายน 2552 เกมนี้จึงถูกยกเลิกไปโดยสมบูรณ์ (สำหรับเกมใครทำได้ในยุคนี้ ดูที่ เกมในขิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า ยุคปัจจุบัน)

เกมทำได้หรือไม่ได้ในยุคแรก ยังไม่มีผู้สนับสนุน เริ่มมีผู้สนับสนุนตั้งแต่ 9 มกราคม พ.ศ. 2545 (ผู้สนับสนุนในรอบนี้คือ ลีโอเบียร์ (ครั้งที่ 1) ตั้งแต่ 9 มกราคม จนถึง 21 สิงหาคม พ.ศ. 2545 ต่อมาเป็นไทเบียร์ตั้งแต่ 28 สิงหาคม จนถึงประมาณกลางปี พ.ศ. 2547 ลีโอเบียร์ (ครั้งที่ 2) ตั้งแต่กลางปี พ.ศ. 2547 ถึง พ.ศ. 2549 และไม่มีผู้สนับสนุนไปพักหนึ่งในปลายปี พ.ศ. 2549 และกลับมามีผู้สนับสนุนอีกครั้งคือ โซดาสิงห์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550)

ทายดาราสามช่ารับเชิญ[แก้]

ในเกมนี้ผู้เข้าแข่งขันต้องทายภาพวาดของหมอ - ทิววัฒน์ ภัทรกุลวณิชย์ ทันตแพทย์ และนักวาดภาพการ์ตูนล้อเลียน ซึ่งจะมาวาดภาพล้อเลียนของดาราที่จะมาเป็นสามช่ารับเชิญประจำสัปดาห์นั้นๆ โดยในเกมนี้ ผู้เข้าแข่งขันจะต้องทายว่าภาพที่หมอทวีวัฒน์ได้วาดนี้ เป็นภาพของใคร โดยหมอทวีวัฒน์จะไม่วาดภาพทั้งหมดในคราวเดียว แต่เมื่อวาดไปได้ส่วนหนึ่ง พิธีกรจะให้ผู้เข้าแข่งขันแย่งกันกดไฟตอบคำถามก่อน ถ้าใครกดไฟติด คนนั้นจะได้สิทธิ์ในการตอบคำถาม หลังจากนั้นพิธีกรจะเฉลยคำตอบ โดยการให้คนนั้นๆ ปรากฏตัวออกมาร้องเพลง ถ้าคนนั้นๆ ปรากฏตัวออกมาร้องเพลงแล้ว เป็นดารารับเชิญที่ผู้เข้าแข่งขันตอบไป นั่นหมายความว่าผู้เข้าแข่งขันคนนั้นตอบถูก และจะได้คะแนนไป แต่ถ้าคนนั้นๆ ปรากฏตัวออกมาแล้วไม่ใช่ดารารับเชิญที่ผู้เข้าแข่งขันตอบไป แก๊งสามช่าคนใดคนหนึ่งซึ่งอาจจะเป็น หม่ำ,เท่ง หรือโหน่ง ก็จะออกมาร้องเพลง ซึ่งหมายความว่าผู้เข้าแข่งขันนั้นตอบผิด จะไม่ได้คะแนนไป ทั้งนี้ ถ้าตอบผิด หมอทวีวัฒน์จะทำการวาดภาพต่อและเกมจะเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าผู้เข้าแข่งขันคนใดคนหนึ่งจะทายภาพสามช่ารับเชิญคนดังกล่าวได้ถูกต้อง ซึ่งเกมทายดาราสามช่ารับเชิญนี้ จะมีทั้งหมด 3 คน (หรือ 3 ข้อ) นั่นเอง ทั้งนี้หากผู้เข้าแข่งขันสามารถตอบคำถามจากภาพปริศนาได้ครบ 3 ข้อ จะได้รับเงินรางวัล 100,000 บาทจากผู้สนับสนุนด้วย (ผู้สนับสนุนในรอบนี้คือ ลีโอเบียร์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 ถึงประมาณปี พ.ศ. 2545) ซึ่งต่อมาได้ยกเลิกการแจก 100,000 บาทไป โดยสามช่ารับเชิญ 3 ท่านแรก ที่มารายการ ชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า คือ แดนนี่ ศรีภิญโญ รัญญา ศิยานนท์ และ สราวุฒิ พุ่มทอง เมื่อวันพุธที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2542

เกมนี้ เป็นที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า "เขาเป็นใครหนอ" ซึ่งมาจากการที่แดนเซอร์ของรายการจะร้องเพลงประกอบกับการที่หมอทิววัฒน์กำลังวาดภาพอยู่ แต่ในระยะหลังๆ หมอทิววัฒน์จะไม่เริ่มวาดภาพในรายการโดยทันที แต่จะวาดไว้ส่วนหนึ่งก่อนเริ่มรายการ โดยจะให้ผู้เข้าแข่งขันทายภาพที่หมอวาดไว้ก่อนแล้วก่อน ถ้าหากไม่มีใครทายถูก หมอจึงจะเริ่มวาดในส่วนที่เหลือต่อไป เกมนี้เริ่มใช้ตั้งแต่ 27 มกราคม 2542 จนถึง 17 ตุลาคม 2544

มีข้อสังเกตประการหนึ่งในเกมนี้คือ หากผู้เข้าแข่งขันทายสามช่ารับเชิญถูกต้อง เมื่อสามช่ารับเชิญคนดังกล่าวออกมา ประตูใหญ่และประตูเล็กของฉากจะถูกเปิดออกทั้งหมด แต่ถ้าหากทายผิด และเป็นแก๊งสามช่าที่ออกมา ประตูเล็กจะถูกเปิดเพียงประตูเดียว

ใครเป็นคนทำ (พ.ศ. 2542 - พ.ศ. 2544)[แก้]

เกมนี้เป็นเกมที่ผู้เข้าแข่งขันจะต้องตอบคำถามโดยเป็นการทายเรื่องของสามช่ารับเชิญ ตลอดจนเป็นการทายว่าเรื่องราวประสบการณ์ของสามช่ารับเชิญที่พิธีกรได้เล่ามานั้นเป็นเรื่องของใคร โดยในรอบนี้จะถามคำถามซึ่งเป็นข้อมูลจริง ทั้งหมด 3 ข้อ โดยที่พิธีกรหญิง(ตั๊ก มยุรา)จะเป็นคนถามคำถามว่า "ใน 3 คนนี้ ใครคือคนที่เคย..............มาก่อน โดยให้ผู้เข้าแข่งขันเขียนคำตอบลงในกระดานคำตอบว่าใครเป็นเจ้าของเรื่อง หลังจากนั้นพิธีกรจะเฉลยคำตอบโดยให้สามช่ารับเชิญทั้งสามคนนั้นออกมายืนด้านหน้าโพเดียม แล้วใครที่เป็นเจ้าของเรื่องให้ลงมาจากโดมแก๊งสามช่า (โพเดียมสามช่ารับเชิญจะอยู่ภายใต้โดมแก๊งสามช่า) ทั้งนี้ หากสามช่ารับเชิญใครคนใดคนหนึ่งลงมาจากโดมแก๊งสามช่า เขาผู้นั้นคือเจ้าของเรื่องดังกล่าว และถือเป็นคำตอบที่ถูกต้องนั่นเอง สำหรับผู้เข้าแข่งขันคนใดก็ตามที่ตอบถูกจะได้คะแนนไปในรอบนี้(ตอบถูก 1 ข้อ ก็จะได้ 1 คะแนน หากตอบถูกทั้ง3ข้อ ก็จะได้ 3 คะแนน)หลังจากนั้น สามช่ารับเชิญที่เป็นเจ้าของเรื่องจะได้มาเล่าเรื่องที่เป็นประสบการณ์ชีวิตของตนเองว่าเป็นอย่างไรบ้าง เมื่อเล่าจบ พิธีกรจะเชิญแก๊งสามช่าออกมาสร้างสีสัน โดยการแสดงโชว์ตลกเพื่อความสนุกสนานนั่นเอง

และในรอบนี้จะมีกติกาพิเศษคือ หากสามช่ารับเชิญทั้ง 3 คน สามารถทำให้ผู้แข่งขันทั้ง 3 คน ตอบผิดทั้งหมดก็จะมีเงินรางวัลพิเศษให้ในรอบนี้รวมกัน 60,000 บาท (ข้อละ 20,000 บาท) [2]

สำหรับเกมนี้ใช้ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2542 จนถึงประมาณปี พ.ศ. 2544 ก็ได้มีการเปลี่ยนชื่อของรอบนี้มาเป็น ใครกันหนอ

จริงหรือไม่สามช่ารับเชิญ (พ.ศ. 2542 - พ.ศ. 2544)[แก้]

เกมนี้ เป็นเกมจริงหรือไม่ในรูปแบบทายเรื่องราวของสามช่ารับเชิญ ซึ่งแตกต่างจากเกมจริงหรือไม่ในรูปแบบเดิมที่เป็นจะการทายเรื่องราวของดาราที่เป็นผู้เข้าแข่งขัน โดยจะนำเอาประสบการณ์ชีวิตในแง่มุมต่างๆของสามช่ารับเชิญไม่ว่าจะเป็น ความชอบ งานอดิเรก ของสะสมส่วนตัว หรือแม้กระทั่งประสบการณ์ลี้ลับ และเรื่องเฉียดความตาย มาใช้เป็นคำถามในรอบนี้

โดยในการตั้งคำถาม พิธีกรหญิง(ตั๊ก มยุรา)จะถามว่า ในสามช่ารับเชิญทั้ง3 คนนี้ จริงหรือไม่ ที่คุณ...เคย..............มาแล้ว (ตัวอย่างเช่น ในสามช่ารับเชิญทั้ง 3 คนนี้ "จริงหรือไม่ ที่คุณโน๊ตเคยขับรถชนเสาไฟฟ้าขาด 2 ท่อนมาแล้ว") โดยให้ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเขียนคำตอบลงในกระดานคำตอบว่า เรื่องที่สามช่ารับเชิญผู้ที่โดนตั้งคำถามมานี้เป็นเรื่องที่จริงหรือไม่ เสร็จแล้วก็จะให้สามช่ารับเชิญผู้ที่โดนตั้งคำถามออกมาเฉลยว่าจริงหรือไม่ หากผู้แข่งขันตอบถูก(คือตรงกับที่สามช่ารับเชิญผู้ที่โดนตั้งคำถามได้เฉลยไว้)ก็จะได้ 3 คะแนน เมื่อเฉลยเสร็จแล้วก็จะมีการพูดคุยถึงความเป็นมา หรือเล่ารายละเอียดต่าง ๆของเรื่องอย่างสนุกสนาน พร้อมด้วยการสอดแทรกสาระ ที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ชม รวมไปถึงเชิญแก๊งสามช่าออกมาสร้างสีสัน โดยการแสดงโชว์ตลกเพื่อเพิ่มความสนุกสนานของเรื่องนั่นเอง

และในรอบนี้จะมีกติกาพิเศษคือ หากสามช่ารับเชิญทั้ง 3 คน สามารถทำให้ผู้แข่งขันทั้ง 3 คน ตอบผิดทั้งหมดก็จะได้เงินรางวัลพิเศษในรอบนี้ 30,000 บาท [2]

สำหรับเกมนี้ใช้ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2542 จนถึงประมาณปี พ.ศ. 2544

ใครกันหนอ (พ.ศ. 2544 - พ.ศ. 2552)[แก้]

หลังจากที่ได้ยกเลิกเกมจริงหรือไม่สามช่ารับเชิญ ในปี พ.ศ. 2544 แล้ว เกมใครกันหนอนี้จึงได้เกิดขึ้น ซึ่งเป็นเกมที่ผู้เข้าแข่งขันจะต้องตอบคำถามจากประสบการณ์ชีวิตของสามช่ารับเชิญที่มาร่วมรายการ ซึ่งเหมือนกับเกมใครเป็นคนทำ (พ.ศ. 2542 - พ.ศ. 2544) แต่จะลดคำถามจาก 3 ข้อ เหลือเพียง 2 ข้อ (และจากเดิมที่1ช่วงจะถามคำถามครบทั้ง 3 ข้อ มาเป็นการถามแบบช่วงละ 1 ข้อ โดยทื่ข้อที่ 2 นั้น จะเข้ามาถามแทนเกมจริงหรือไม่สามช่ารับเชิญนั่นเอง)

ในเกมนี้ พิธีกรจะบอกเล่าเรื่องราวประสบการณ์ชีวิตของสามช่ารับเชิญคนใดคนหนึ่งให้ผู้ชม และผู้เข้าแข่งขันได้ทราบก่อน จากนั้นจะถามว่าเรื่องที่ได้เล่ามาทั้งหมดนี้ สามช่ารับเชิญคนใดเป็นเจ้าของเรื่อง โดยให้ผู้เข้าแข่งขันเขียนคำตอบลงในกระดานคำตอบว่าใครเป็นเจ้าของเรื่อง(เช่นเดียวกับเกม ใครเป็นคนทำ) หลังจากนั้นพิธีกรจะเฉลยคำตอบโดยให้สามช่ารับเชิญทั้งสามคนนั้นออกมายืนด้านหน้าโพเดียม แล้วใครที่เป็นเจ้าของเรื่องให้ลงมาจากโดมแก๊งสามช่า (โพเดียมสามช่ารับเชิญจะอยู่ภายใต้โดมแก๊งสามช่า) ทั้งนี้ หากสามช่ารับเชิญใครคนใดคนหนึ่งลงมาจากโดมแก๊งสามช่า เขาผู้นั้นคือเจ้าของเรื่องดังกล่าว และถือเป็นคำตอบที่ถูกต้องนั่นเอง สำหรับผู้เข้าแข่งขันคนใดก็ตามที่ตอบถูกจะได้คะแนนไปในรอบนี้ หลังจากนั้น สามช่ารับเชิญที่เป็นเจ้าของเรื่องจะได้มาเล่าเรื่องที่เป็นประสบการณ์ชีวิตของตนเองว่าเป็นอย่างไรบ้าง เมื่อเล่าจบ พิธีกรจะเชิญแก๊งสามช่าออกมาสร้างสีสัน โดยการแสดงโชว์ตลกเพื่อความสนุกสนานนั่นเอง

และเมื่อมีการยกเลิกเกมทายดาราสามช่ารับเชิญไป ในวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2544 สามช่ารับเชิญจะมาจากการเปิดตัวโดยพิธีกรซึ่งเป็นผู้แนะนำ โดยการเปิดตัวจะมีรูปแบบเดียวกันกับในเกมทายดาราสามช่ารับเชิญ คือการออกมาร้องเพลงนั่นเอง และโดยเฉพาะในข้อที่ 2 ของเกม(ตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2544 จนถึงปี พ.ศ. 2552)ได้มีการปรับเปลี่ยนมาเป็นเรื่องราวประสบการณ์เกี่ยวกับผี และวิญญาณของดาราเจ้าของเรื่อง ซึ่งรูปแบบเกมจะเป็นเช่นเดียวกันกับข้อแรก โดยเจ้าของเรื่องก็จะเป็นผู้มาเล่าประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจริงเกี่ยวกับผีและวิญญาณว่าเป็นอย่างไรบ้าง หลังจากนั้นจะมีแก๊งสามช่า (หม่ำ,เท่ง และ โหน่ง) ออกมาด้วยเพื่อสร้างความตกใจให้กับในห้องส่งและผู้ชมทางบ้าน ต่อมา นับตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2548 จนถึง พ.ศ. 2552 นั้น หม่ำ,เท่ง และ โหน่ง จะวิเคราะห์เรื่องประสบการณ์น่ากลัวของดาราเจ้าของเรื่องว่าน่ากลัวขนาดไหนพร้อมกับบอกด้วยว่าจะให้รางวัลกี่กะโหลกแก่ดาราเจ้าของเรื่องนั้น ซึ่งรางวัลจะเป็นถ้วยรูปหัวกะโหลกเล็กๆแต่ต่างจำนวนกัน โดยขึ้นอยู่กับความน่ากลัวของเนื้อหา เช่น ความน่ากลัวอยู่ในระดับปานกลางจะให้ 3 กะโหลก ความน่ากลัวอยู่ในระดับเสียวสันหลังจะได้ 4 กะโหลก และความน่ากลัวระดับขวัญผวาจะได้ 5 กะโหลก ซึ่งถ้วย 5 กะโหลกถือเป็นคะแนนสูงสุด แต่ส่วนใหญ่ หม่ำ,เท่ง และ โหน่ง จะให้รางวัลแค่ 4 กะโหลก แต่ในบางครั้ง แก๊งสามช่า มอบหลอดไฟซิลวาเนียเป็นของขวัญ เพื่อสำหรับคนกลัวผีอีกด้วย ซึ่งในรอบนี้ถ้าตอบถูกก็จะได้รับข้อละ 1 คะแนน

เกมใครกันหนอนี้เริ่มมาตั้งแต่ช่วงประมาณปี พ.ศ. 2544 และยังคงใช้มาจนถึงปัจจุบัน แม้จะอยู่ในช่วงของชิงร้อยชิงล้าน ทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ตั๊กก็ตาม จนถึงสิ้นปี พ.ศ. 2552

5 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 - 27 ธันวาคม พ.ศ. 2554[แก้]

จับคู่แก๊งสามช่า[แก้]

เกมนี้ เป็นเกมที่มาจากพัฒนาจากเกมใครทำได้ จากยุคชิงร้อยชิงล้าน ทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ตั๊ก คือ ผู้เข้าแข่งขันจะได้มาร่วมแข่งขันกับแก๊งสามช่าด้วย จากเดิมที่เป็นเพียงผู้ทายเท่านั้น โดยผู้เข้าแข่งขันจะต้องเลือกแก๊งสามช่าคนใดคนหนึ่ง จากนั้นก็จะมาร่วมเล่นเกมพร้อมๆกันกับแก๊งสามช่า โดยทีมของใครที่สามารถทำสถิติคะแนนจากการแข่งขันได้มากที่สุด หรือมีผลการแข่งขันดีที่สุด ผู้เข้าแข่งขันในทีมนั้นจะได้คะแนนไป แต่หากมีทีมมากกว่าหนึ่งทีมที่มีผลการแข่งขันดีที่สุด ผู้เข้าแข่งขันที่อยู่ในทีมดังกล่าวทั้งสองทีม หรือสามทีมจะได้รับคะแนนไป ดังนั้น ผู้เข้าแข่งขันจะได้คะแนนหรือไม่ต้องขึ้นอยู่กับว่าทีมของตนจะมีผลการแข่งขันดีที่สุดหรือไม่นั่นเอง

แต่ในเทปวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 จนถึงปัจจุบัน ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเลือกแก๊งสามช่า 1 คน จาก 4 คน คือ หม่ำ, เท่ง, โหน่งและตุ๊กกี้ เมื่อผู้เข้าแข่งขันเลือกแก๊งสามช่าครบแล้ว สมาชิกแก๊งสามช่าคนใดที่ไม่ถูกเลือกจะต้องช่วยเล่นให้ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 3 ทีม (หมายความว่า แก๊งสามช่าคนที่ไม่ถูกเลือกนั้นจะต้องเล่นถึง 3 รอบ หรือเป็นตัวช่วยนั่นเอง)

ใครกันหนอ[แก้]

เกมใครกันหนอนี้ เป็นเกมเดียวกันกับที่เคยเล่นในชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า และเล่นอยู่จนถึง 15 ธันวาคม พ.ศ. 2552 โดยในยุคนี้จะมีคำถามแค่ข้อเดียวเท่านั้น (ก่อนหน้านี้จะมีคำถาม 2 ข้อ)

ชิงร้อยฯ โชว์/สามช่า พามาโชว์[แก้]

เกมชิงร้อยฯ โชว์ เป็นการแสดงโชว์ของแปลกหรือสิ่งที่น่าสนใจในรายการ แต่ในบางสัปดาห์จะมีแขกรับเชิญ โดยอาจเป็นการทายแขกรับเชิญจากคำใบ้ของแก๊งสามช่า หรืออาจให้แขกรับเชิญท้าแก๊งสามช่าแข่งเกมต่างๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถของแขกรับเชิญคนนั้นๆ โดยคำถามในแต่ละสัปดาห์นั้นอาจมีตัวเลือกให้ตอบหรือไม่มีตัวเลือกให้ตอบก็ได้ โดยผู้ที่ตอบถูกจะได้ 1 คะแนน ส่วนผู้ที่ตอบผิดจะไม่ได้คะแนน

ขุดขื้นมาฮา[แก้]

เกมขุดขึ้นมาฮา เป็นการตอบคำถามที่เกี่ยวกับเรื่องราวในอดีตของรายการ โดยจะเป็นการถามว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเกี่ยวกับแก๊งสามช่าคนไหน หรือเกี่ยวกับสิ่งของอะไร ให้ผู้เข้าแข่งขันเขียนคำตอบบนลงกระดานและเปิดแผ่นป้ายเฉลยคำตอบ ถ้าตอบถูกรับ 1 คะแนน ตอบผิดจะไม่ได้คะแนน

ท้าคนชนคลิป[แก้]

เกมท้าคนชนคลิป เป็นเกมใหม่ที่เกิดขึ้นแทนที่เกมชิงร้อยฯ โชว์ โดยเป็นการนำคลิปความสามารถแปลกๆจากทั่วทุกมุมโลกมาให้ได้ชมกัน หลังจากนั้นจะเชิญผู้ที่มีความสามารถเช่นเดียวกับในคลิปที่เป็นคนไทยมาแสดงความสามารถ ซึ่งหลังจากนั้นจะมีการท้าเกิดขึ้น โดยการท้านั้นพิธีกรจะกำหนดกติกาสำหรับท้าผู้ที่เชิญมา และผู้ที่ถูกท้าจะต้องทำให้ได้ตามคำท้าของพิธีกร สำหรับผู้เข้าแข่งขันจะมีหน้าที่ทายว่าผู้ที่เชิญมาจะทำได้ตามคำท้าหรือไม่ ถ้าทายถูกจะได้รับ 1 คะแนน

ถูกใจให้ร้อย[แก้]

ถูกใจให้ร้อย ถือเป็นช่วงใหม่ของรายการซึ่งแทนที่ขุดขึ้นมาฮา โดยเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ชมทางบ้านมาแสดงความสามารถที่คิดว่าสามารถทำให้ผู้ชมถูกใจได้ โดยการตัดสินนั้น ผู้ชมจะมีปุ่มกดอยู่ในมือแล้ว หากพึงพอใจโชว์ที่แสดง ก็สามารถก็ปุ่มนั้นได้ โดยผลคะแนนที่ได้จะวัดเป็น 10 ระดับ โดยระดับสูงสุดจะเรียกว่าระดับ 100 หากสามารถทำให้ผู้ชมพึงพอใจและได้รับคะแนนในระดับ 7 ขึ้นไป ก็จะได้รับถ้วยรางวัล แต่ในรอบนี้ไม่มีคะแนนสะสมใดๆ

ว้าวก่อนนอน[แก้]

ว้าวก่อนนอน ถือเป็นช่วงใหม่ของรายการอาจจะสลับช่วงถูกใจให้ร้อยบางสัปดาห์ โดยเป็นการแสดงทดลองวิทยาศาสตร์ของเท่ง เถิดเทิง ที่นำมาเสนอในบางสัปดาห์ จนพิธีกร ดารารับเชิญ และผู้ชมในห้องส่งจนต้องร้องเสียงดัง "ว้าว" แต่ในรอบนี้ไม่มีคะแนนสะสมใดๆ

รอบสะสมเงินรางวัล[แก้]

ในชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า นั้นยังคงใช้รูปแบบเดียวกับชิงร้อยชิงล้าน Super Game โดยมี 2 รอบและ 2 เกมด้วยกันในยุคแรก ยุคกลาง และยุคสุดท้าย ต่อมาในยุคสุดท้ายเหลือเกมเดียวแต่สะสม 2 รอบ แต่ถูกปรับปรุงมาหลายครั้งด้วยกันโดยเงินรางวัลสะสมนั้นเป็นเงินรางวัลสำหรับผู้ที่เข้ารอบ Jackpot โดยเงินรางวัลนั้นไปรวมยอดกับเงินรางวัลรอบสุดท้ายไปด้วย

ถังแตก[แก้]

เกมถังแตกเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 ถึงปี พ.ศ. 2549 โดยใช้รูปแบบเดียวกันกับชิงร้อยชิงล้าน Super Game ในเกมนี้จะมีแผ่นป้ายของผู้สนับสนุนรายการทั้ง 12 แผ่นป้าย ในแต่ละป้ายจะมีป้ายผู้สนับสนุนหลักในรอบถังแตกอยู่ 8 แผ่นป้ายหมายถึงได้เงินรางวัล 10,000 บาท (ผู้สนับสนุนหลักในการชิงโชค คือตู้เซฟลีโก้ ต่อมาเป็นผงชูรสอายิโนะทะกะระ ตราภูเขา ผงปรุงรสรสหนึ่ง และกาแฟกระป๋องเบอร์ดี้) และป้ายถังแตกอีก 4 แผ่นป้าย ถ้าเปิดเจอถังแตกครบทั้ง 4 แผ่นป้าย จะได้รับเงินรางวัล 100,000 บาท แต่ถ้าเปิดเจอเปิดเจอป้ายผู้สนับสนุนหลักครบทั้ง 8 แผ่นป้าย จะได้รับเงินรางวัลเพียง 80,000 บาทเท่านั้น ถ้าเปิดป้ายผู้สนับสนุนหลักแล้วป้ายต่อไปเป็นถังแตก จะถือว่าเกมจะหยุดลงทันทีและได้เงินรางวัลตามที่สะสมไว้ แต่ถ้าผู้เข้าแข่งขันเปิดแผ่นป้ายแรกเป็นถังแตก แล้วป้ายต่อไปเป็นผู้สนับสนุนหลัก จะถือว่าเกมจะหยุดลงทันทีพร้อมรับเงินรางวัล 10,000 บาทไปด้วย

ในกลางปี พ.ศ. 2549 ถึงต้นปี พ.ศ. 2552 ถูกปรับเปลี่ยนโดยในเกมนี้จะมีแผ่นป้ายของผู้สนับสนุนรายการ 12 แผ่นป้าย แบ่งเป็นป้ายผู้สนับสนุนหลัก 6 แผ่นป้ายหมายถึงได้เงินรางวัล 10,000 บาท (ผู้สนับสนุนหลักในการชิงโชค คือ กาแฟกระป๋องเบอร์ดี้) และแผ่นป้ายผู้สนับสนุนหลักที่มีรูปถังแตกอีก 6 แผ่นป้าย ถ้าเปิดเจอผู้สนับสนุนหลักครบ 6 แผ่นป้าย จะได้รับเงินรางวัล 100,000 บาท แต่ถ้าเปิดแผ่นป้ายผู้สนับสนุนหลัก ป้ายต่อไปเป็นถังแตก จะถือว่าเกมจะหยุดลงทันทีและได้เงินรางวัลตามที่สะสมไว้ แต่ถ้าผู้เข้าแข่งขันเปิดแผ่นป้ายแรกเป็นถังแตก ก็จะไม่ได้รับเงินรางวัลสะสมเลยในเกมนี้ เกมนี้เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 (ชิงร้อยชิงล้าน Super Game) ถึงปี พ.ศ. 2552 (ในยุคชิงร้อยชิงล้าน ทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ตั๊ก)

จับคู่[แก้]

เกมนี้เป็นการจับคู่กาแฟกระป๋องเบอร์ดี้ ซึ่งเกมนี้เป็นเกมที่มาจากยุค ชิงร้อยชิงล้าน Super Game ช่วงที่ย้ายจากช่อง 7 มาช่อง 3 โดยจะมีแผ่นป้ายของผู้สนับสนุนรายการทั้งหมด 12 แผ่นป้าย ซึ่งจะมีแผ่นป้ายของกาแฟ 2 รส รสละ 6 แผ่นป้าย (โรบัสต้าและมิลค์กี้คอฟฟี่ (ภายหลังเป็นซุปเปอร์เบลนด์)) โดยให้เลือกมา 8 แผ่นป้าย โดยจะต้องเปิดให้ได้โรบัสต้าหรือซุปเปอร์เบลนด์ (มิลค์กี้คอฟฟี่) 3 ใน 4 ของแผ่นป้ายทั้งหมด ถ้าหากจับคู่ได้ถูกต้องจะได้คู่ละ 20,000 บาท ถ้าไม่ถูกต้องจะไม่ได้เงินรางวัลใดๆ ถ้าหากจับคู่ได้โรบัสต้าหรือซุปเปอร์เบลนด์ (มิลค์กี้คอฟฟี่) 3 ใน 4 จะได้รับเงินรางวัล 1,000,000 บาททันที ถ้าหากจับคู่ได้อย่างละ 2 ใน 4 จะได้รับเงินรางวัล 80,000 บาทแต่แจ็คพอตจะไม่แตก เกมนี้เริ่มใช้ในปี พ.ศ. 2541 และยกเลิกในปีเดียวกัน โดยไม่มี Jackpot แตกเลย แต่เคยมีเหตุการณ์ที่เกือบแจ๊กพอตแตก เมื่อเทปวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2541 โดยจับคู่ได้เบอร์ดี้ รสโรบัสต้า 2 คู่ เบอร์ดี้ รสซูเปอร์เบลนด์ 1 คู่ แต่คู่สุดท้ายจับคู่ไม่สำเร็จ เพราะเปิดได้เบอร์ดี้ รสโรบัสต้า 1 แผ่นป้าย และเบอร์ดี้ รสซูเปอร์เบลนด์ 1 แผ่นป้าย โดยได้เงินรางวัลสะสมในรอบนี้ 60,000 บาท โดยคู่ที่แจ๊กพอตเกือบแตกคือ อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง,สมพร ปรีดามาโนช (ปิง ฟรุ๊ตตี้)

ภายหลังในช่วงต้นปี พ.ศ. 2542 ก็ได้นำเกมนี้มาเล่นใหม่อีกครั้ง แต่กติกาเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง โดยจะมีรูปกาแฟกระป๋อง 2 แถว แถวละ 1 รส (เบอร์ดี้ตอนนั้นคือ โรบัสต้าและซุปเปอร์เบลนด์ และในช่วงปลายปี พ.ศ. 2543 ได้เปลี่ยนผู้สนับสนุนหลักมาเป็นเครื่องดื่มนมเปรี้ยวคาลพิโก้ ซึ่งเป็นของอายิโนะโมะโต๊ะเช่นเดียวกัน โดยจะเป็นรูปนมเปรี้ยวกระป๋องรสส้มกับรสองุ่น) โดยจะมี 12 แผ่นป้ายของผู้สนับสนุนรายการ ซึ่งแผ่นป้ายนั้นจะมีรูปกระป๋องของแต่ละรส ซึ่งจะมี 6 แผ่นป้ายต่อรสชาติ โดยให้เลือก 8 แผ่นป้าย โดยจะต้องวางบนแถวบน 4 แผ่นป้าย แถวล่างอีก 4 แผ่นป้าย ถ้าหากจับคู่ตรงกับรสชาติจะได้รับเงินรางวัลสะสม 5,000 บาท แต่ถ้าไม่ตรงกันจะไม่ได้รางวัล ถ้าหากจับคู่ได้ทั้งหมดครบ 8 แผ่นป้าย จะได้เงินรางวัล 1,000,000 บาททันที เกมนี้ใช้เล่นตั้งแต่ช่วงต้นปี พ.ศ. 2542 ถึง กลางปี พ.ศ. 2544 ซึ่งผู้ที่ทำ Jackpot แตกในรอบนี้เป็นคนแรกและคนเดียวคือ โก๊ะตี๋ อารามบอย

สลับตำแหน่ง[แก้]

เกมนี้เป็นการวางสลับตำแหน่งของกาแฟกระป๋องเบอร์ดี้ ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักในเกมนี้ ในเกมนี้จะมีรูปกาแฟกระป๋อง 2 รส รสละ 6 รูป (ในขณะนั้นคือรสโรบัสต้ากับซุปเปอร์เบลนด์) โดยจะมีแผ่นป้ายของผู้สนับสนุนรายการทั้งหมด 12 แผ่นป้าย โดยให้เลือกแผ่นป้ายมา 6 แผ่นป้าย โดยถ้าป้ายแรกเป็นกาแฟกระป๋องรสอะไร ป้ายต่อไปต้องสลับไปเป็นอีกรสหนึ่งเท่านั้น ถ้าสลับกับป้ายก่อนหน้านั้นจะได้เงินรางวัลสะสมป้ายละ 10,000 บาท ถ้าซ้ำกับป้ายก่อนหน้านั้นจะไม่ได้รางวัล แต่ถ้าสลับกันครบทุกป้าย จะได้เงินรางวัลสะสม 1,000,000 บาท เริ่มตั้งแต่ช่วงต้นปี พ.ศ. 2542 (ช่วงที่ย้ายไปช่อง 5)

ต่อชิ้นส่วน[แก้]

เกมนี้เริ่มใช้เมื่อกลางปี พ.ศ. 2544 ถึงต้นปี พ.ศ. 2550 เป็นการวางตำแหน่งจิ๊กซอว์ชิ้นส่วนของกาแฟกระป๋องเบอร์ดี้ และต่อมาเปลี่ยนผู้สนับสนุนหลักเป็นเครื่องดื่มกระป๋องเป๊ปซี่ โดยจะมีรูปกาแฟกระป๋อง 2 รสชาติ (โรบัสต้าและซุปเปอร์เบลนด์) แบ่งออกเป็น 3 ส่วน (บน,กลาง,ล่าง) ส่วนละ 2 แผ่นป้ายต่อ 1 รสชาติ ผู้แข่งขันต้องเลือกแผ่นป้ายผู้สนับสนุนของรายการทั้งหมด 6 แผ่นป้ายมาวางตามตำแหน่งของกาแฟกระป๋องแต่ละรสชาติ หากถูกรสชาติและถูกตำแหน่ง จะได้รับตำแหน่งละ 5,000 บาท แต่ถ้าหากไม่ถูกตำแหน่ง ไม่ถูกรสชาติ ถูกรสชาติ ไม่ถูกตำแหน่ง หรือถูกตำแหน่งแต่รสชาติไม่ถูกต้อง จะไม่ได้เงินรางวัลใดๆ หากวางตำแหน่งได้ถูกต้อง 1 กระป๋อง จะได้รับเงินรางวัลสะสม 100,000 บาท และถ้าหากวางตำแหน่งได้ถูกต้องทั้ง 2 กระป๋อง จะได้รับเงินรางวัลสะสม 1,000,000 บาท

ต่อมาในปี พ.ศ. 2545 (เมื่อเปลี่ยนฉากใหม่) มีการเปลี่ยนกติกาเล็กน้อย โดยรูปกาแฟกระป๋องยังแบ่งเป็น 2 กระป๋องเช่นเดิม แต่จะมีเพียงแค่ 2 ส่วน (บน,ล่าง) ส่วนละ 3 แผ่นป้ายต่อ 1 รสชาติ โดยต้องเลือกแผ่นป้ายผู้สนับสนุนรายการมา 4 แผ่นป้าย และเปิดให้เป็นชิ้นส่วนบนและชิ้นส่วนล่างของกาแฟกระป๋องตรงตำแหน่งกันจะได้เงินรางวัล 5,000 บาทแต่เปิดป้ายเจอชิ้นส่วนบนหรือส่วนล่างแต่ไม่ตรงกันจะไม่มีเงินรางวัลอย่างใด ทั้งนี้ถ้าวางตำแหน่งจิ๊กซอว์ชิ้นส่วนบนและชิ้นส่วนล่างของกาแฟกระป๋องตรงกัน 1 กระป๋องรสชาติ จะได้เงินรางวัล 100,000 บาท แต่ถ้าวางตำแหน่งตรงกันทั้ง 2 กระป๋อง จะได้รับเงินรางวัลสะสม 1,000,000 บาท

ต่อมาในช่วงปี พ.ศ. 2546 (เมื่อเหลือเพียง 1 รสชาติ คือรสโรบัสต้าเท่านั้น) จึงได้มีการปรับเปลี่ยนกติกาอีกครั้ง โดยจะมีรูปกาแฟกระป๋องรสโรบัสต้าส่วนบนทั้งหมด 6 กระป๋อง แบ่งเป็น 2 แถว แถวละ 3 กระป๋อง และมีแผ่นป้ายผู้สนับสนุนรายการ 12 แผ่นป้าย โดยแบ่งออกเป็นชิ้นส่วนบน 6 แผ่นป้าย และชิ้นส่วนล่าง 6 แผ่นป้าย โดยจะต้องเลือกแผ่นป้ายผู้สนับสนุนรายการมา 6 แผ่นป้าย และเปิดให้เป็นชิ้นส่วนล่างของกาแฟกระป๋องเท่านั้น ถ้าเปิดได้ชิ้นส่วนล่าง 1 กระป๋อง จะได้รับเงินรางวัลสะสมกระป๋องละ 5,000 บาท แต่ถ้าหากเปิดได้เป็นชิ้นส่วนบนจะไม่ได้รับเงินรางวัลสะสม ทั้งนี้ถ้าสามารถวางตำแหน่งจิ๊กซอว์ของกระป๋องถูกต้องได้ 1 แถว หรือ 3 กระป๋อง จะได้รับเงินรางวัลสะสม 100,000 บาท แต่ถ้าสามารถวางตำแหน่งของกระป๋องได้ถูกต้องทั้ง 2 แถว หรือ ถูกทั้งหมด 6 กระป๋อง จะได้รับเงินรางวัลสะสม 1,000,000 บาท

ต่อมาในปี พ.ศ. 2549 (เมื่อย้ายมาช่อง 7) ได้เปลี่ยนผู้สนับสนุนเป็นเครื่องดื่มเป๊ปซี่ โดยมีรูปเครื่องดื่มกระป๋องเป๊ปซี่ 6 กระป๋องส่วนบน และมีแผ่นป้ายผู้สนับสนุนรายการ 12 แผ่นป้ายโดยแบ่งเป็นชิ้นส่วนบน 6 แผ่นป้าย และชิ้นส่วนล่าง 6 แผ่นป้ายตามรสที่ผู้ผลิตได้ผลิตออกมาในขณะนั้น (รสพิเศษที่ผู้ผลิตได้ผลิตออกมาในขณะนั้นคือ เป๊ปซี่ ลาเต้ ต่อมาเป็น เป๊ปซี่ โกลด์) โดยให้ผู้เข้าแข่งขันเลือกแผ่นป้ายของผู้สนับสนุนรายการมา 6 แผ่นป้าย และเปิดให้เป็นชิ้นส่วนล่างของเครื่องดื่มกระป๋องเป๊ปซี่ ถ้าเปิดได้เป็นชิ้นส่วนล่างจะได้รับเงินรางวัลสะสม 5,000 บาท แต่ถ้าหากเปิดได้เป็นชิ้นส่วนบนจะไม่ได้รับเงินรางวัลสะสม ทั้งนี้ถ้าหากผู้เข้าแข่งขันสามารถเปิดแผ่นป้ายชิ้นส่วนล่างของเครื่องดื่มกระป๋องเป๊ปซี่จะได้รับเงินรางวัลสะสม 1,000,000 บาท

พรานทะเลพรานเท่ง[แก้]

ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปี พ.ศ. 2550 มีการเปลี่ยนแปลงเป็นจับคู่เหมือน โดยผลิตภัณท์อาหารแช่แข็งยี่ห้อพรานทะเลเป็นผู้สนับสนุนเงินรางวัลและเป็นผู้สนับสนุนหลักในเกมนี้ โดยมีแผ่นป้ายผู้สนับสนุนรายการทั้งหมด 12 แผ่นป้าย โดยมีรูปผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็งพรานทะเล 6 ชนิด ชนิดละ 2 แผ่นป้าย โดยเปิดป้ายให้ได้ผลิตภัณท์อาหารแช่แข็งพรานทะเลที่ตรงกับที่กำหนดไว้ จะได้เงินรางวัลสะสม 5,000 บาท แต่ถ้าไม่ตรงกันจะไม่ได้เงินรางวัลเลย แต่ถ้าจับคู่ตรงกับที่กำหนดไว้ครบทั้ง 6 ชนิด จะได้เงินรางวัลสะสม 1,000,000 บาททันที ภายหลังได้เปลี่ยนกติกาใหม่โดยมีแผ่นป้ายผู้สนับสนุนรายการทั้งหมด 12 แผ่นป้าย โดยมีแผ่นป้ายพรานทะเลอยู่ 6 แผ่นป้ายและป้ายพรานเท่งอยู่ 6 แผ่นป้าย โดยเปิดป้ายให้ได้ป้ายพรานทะเล จะได้เงินรางวัลสะสม 5,000 บาท แต่ถ้าเปิดเจอป้ายพรานเท่ง จะไม่ได้เงินรางวัลเลย แต่ถ้าเปิดเจอป้ายพรานทะเลครบ 6 ป้าย จะได้เงินรางวัลสะสม 1,000,000 บาททันที เริ่มใช้ตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2550 ถึง ต้นปี พ.ศ. 2551

ลุ้นยิ้มลุ้นโชค[แก้]

เกมนี้ เป็นเกมที่มาจากชิงร้อยชิงล้าน ทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ตั๊ก และทดแทนเกมถังแตกที่เลิกใช้ไป โดยจะมีแผ่นป้ายของผู้สนับสนุนรายการทั้งหมด 12 แผ่นป้าย โดยจะมีรูปใบหน้าของเหล่าสมาชิกแก๊งสามช่าทั้ง 3 ได้แก่ หม่ำ, เท่ง และ โหน่ง ในอิริยาบถยิ้ม และเศร้า โดยแผ่นป้ายรูปหน้ายิ้ม และหน้าเศร้าจะมีอย่างละ 6 แผ่นป้ายด้วยกัน หากเปิดป้ายได้ใบหน้าของสมาชิกแก๊งสามช่าที่ยิ้มจะได้เงินรางวัลสะสม 10,000 บาท แต่ถ้าเปิดเป็นรูปสมาชิกแก๊งสามช่าที่เศร้าเกมจะหยุดลงทันทีแม้จะเปิดเป็นแผ่นป้ายแรกก็ตาม ทั้งนี้ หากสามารถเปิดป้ายสมาชิกแก๊งสามช่าที่ยิ้มได้ครบทั้ง 6 แผ่นป้าย จะได้รับเงินรางวัลสะสม 100,000 บาท เกมลุ้นยิ้มลุ้นโชคได้ยุติลงในวันอังคารที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2552

เป่ายิ้งฉุบ[แก้]

เกมนี้ เป็นเกมที่มาจากชิงร้อยชิงล้าน ทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ตั๊ก โดยจะมีแผ่นป้ายของผู้สนับสนุนรายการ ซึ่งต่อมาเปลี่ยนมาเป็นแผ่นป้ายของผู้สนับสนุนหลัก (ผู้สนับสนุนหลักในการชิงโชค คือ กระทิงแดง ต่อมา กาแฟสำเร็จรูปเบอร์ดี้) ซึ่งมีหมายเลข 1-6 2 ฝั่ง ฝั่งละ 1 ผลิตภัณฑ์ (เบอร์ดี้ ไอซ์คอฟฟี่ และเบอร์ดี้ ทรีอินวัน) ทั้งหมด 12 แผ่นป้าย แบ่งเป็นมือรูปค้อน 4 แผ่นป้าย, มือรูปกระดาษ 4 แผ่นป้าย และมือรูปกรรไกร 4 แผ่นป้าย ผู้เข้าแข่งขันจะต้องทำการเลือกแผ่นป้ายผู้สนับสนุนรายการมา 6 แผ่นป้าย และวางในตำแหน่งที่ได้จัดไว้ จากนั้นจะต้องเปิดแผ่นป้ายให้ได้รูปมือสัญลักษณ์ที่สามารถชนะแผ่นป้ายรูปมือที่ติดไว้ด้านบนได้ โดยอ้างอิงจากกติกาของเกมเป่ายิ้งฉุบ (เช่นหากแผ่นป้ายด้านบนเป็นค้อน แผ่นป้ายล่างต้องเปิดให้ได้กระดาษ เป็นต้น) ถ้าหากสามารถเปิดแผ่นป้ายแล้วชนะแผ่นป้ายด้านบนได้ จะได้รับเงินรางวัลครั้งละ 5,000 บาท แต่ถ้าหากผลออกมาเสมอ (เปิดแผ่นป้ายได้เหมือนกับด้านบน) หรือผลออกมาแพ้ก็จะไม่ได้เงินรางวัลสะสม หากสามารถเป่ายิ้งฉุบชนะได้ครบทั้ง 6 แผ่นป้าย จะได้รับเงินรางวัลสะสม 1,000,000 บาท เกมเป่ายิ้งฉุบได้ยุติลงในวันอังคารที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2552 พร้อมกับเกมลุ้นยิ้มลุ้นโชค

ตู้มหาสมบัติ[แก้]

เกมนี้ เป็นการจับฉลากเงินในตู้ลม กติกาคือมีฉลากราคาตั้งแต่มูลค่า 20 บาท / 50 บาท / 100 บาท / 500 บาท และ 1,000 บาท ชนิดละ 100 ใบ อยู่ในตู้ลม ให้ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 3 คนส่งตัวแทน 1 คนในการจับฉลากราคาให้ได้มากที่สุดภายในเวลา 30 วินาที ถ้าหมดเวลาแล้วนำมานับฉลากราคาที่จับมาและเป็นเงินรางวัลสะสม โดยจะทำการสะสมรางวัลในเกมนี้ 2 รอบเหมือนกับเปิดแผ่นป้ายสะสมเงินรางวัลที่ผ่านมา

รอบตัดสิน[แก้]

ในเกมนี้เป็นการตัดสินให้ผู้เข้าแข่งขันเข้าสู่รอบ Jackpot

เปิดป้ายคะแนน[แก้]

มีแผ่นป้ายของผู้สนับสนุนหลักในรอบนั้นที่มีเลข 1-12 12 แผ่นป้าย (ผู้สนับสนุนหลักคือเป๊ปซี่ ต่อมาเป็นเป๊ปซี่ ทวิสต์ เป๊ปซี่ บลู เกเตอเรด มิรินด้า รสแอปปเปิ้ล เป๊ปซี่ ไฟร์&ไอซ์ โบตันมินต์บอล แอทแทค อีซี่ และป๊อป ซีเคร็ท) ต่อมากลางปี พ.ศ. 2552 ได้เปลี่ยนเป็นแผ่นป้ายของผู้สนับสนุนรายการ 12 แผ่นป้าย ซึ่งมีคะแนน 1-9 ส่วนอีก 3 ป้าย คือรูปใบหน้าของคุณปัญญา,คุณมยุรา และคุณหม่ำ โดยแผ่นป้ายปัญญาหรือป้ายมยุรามีค่า 10 คะแนน (แต่ในกรณีที่เปิดแผ่นป้ายเดียว ป้ายมยุราจะสามารถชนะป้ายปัญญา) และป้ายหม่ำเป็นป้ายตกรอบ (ป้ายหม่ำนั้น ในกรณีที่ทีมผู้เข้าแข่งขันสามารถเลือกเปิดได้ 2 แผ่นป้าย ถึงจะสามารถเปิดเจอป้ายใดๆก็ตาม แต่ถ้าอีกแผ่นป้ายหนึ่งเปิดเจอหม่ำ จะถือว่าตกรอบทันทีเช่นเดียวกัน) ในเกมเปิดแผ่นป้ายคะแนนนี้ จะมีการดูคะแนนจากรอบเกมจริงหรือไม่, ทายดาราปริศนา (ยุคที่ 1) ทำได้หรือไม่ได้, ทายสามช่ารับเชิญ, ใครกันหนอ (ยุคที่ 2 และ 3) ด้วย โดยในช่วงปี พ.ศ. 2541 - พ.ศ. 2542 ทีมที่มีคะแนนสะสมจากเกมมากที่สุด จะได้เลือก 2 แผ่นป้าย ส่วนอีกทีมหนึ่งจะได้เลือกเปิด 1 แผ่นป้าย (แต่ถ้ามีคะแนนเสมอกัน ทั้งสองฝ่ายจะได้เลือกเปิดคนละ 1 แผ่นป้ายเท่านั้น) ทั้งนี้ ในการเล่นเกม ทีมที่เปิดป้ายได้คะแนนรวมมากที่สุดจะเข้ารอบทันที แต่ถ้ามีคะแนนเท่ากัน ทีมที่เปิดได้ 2 ป้าย จะเข้ารอบทันที อย่างไรก็ดี ในเกมนี้ สำหรับทีมที่ได้เปิด 2 แผ่นป้าย หากสามารถเปิดแผ่นป้ายได้เป็นรูปปัญญาและมยุรา ทีมนั้นจะได้รับเงินรางวัลพิเศษ 100,000 บาท

ทว่าในปี พ.ศ. 2542 - พ.ศ. 2552 (จนถึงยุค ชิงร้อยชิงล้าน ทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ตั๊ก) ได้ถูกปรับเปลี่ยนเล็กน้อยโดยมีหลักการดังต่อไปนี้

  • กรณีที่ 1 ถ้าผู้เข้าแข่งขันมีคะแนนต่างกันทั้งสามคน ผู้เข้าแข่งขันที่มีคะแนนมากที่สุด 2 อันดับแรก จะได้เล่นเกมนี้ โดยผู้เล่นที่มีคะแนนมากกว่ามีสิทธิ์เลือก 2 แผ่นป้าย ส่วนผู้เล่นที่มีคะแนนน้อยกว่าได้เลือก 1 แผ่นป้าย ส่วนผู้เข้าแข่งขันอีกคนหนึ่ง ถือว่าตกรอบโดยอัตโนมัติ
  • กรณีที่ 2 ถ้าผู้เข้าแข่งขันมีคะแนนเสมอกัน 2 คน โดยสองคนดังกล่าว มีคะแนนสูงกว่าผู้เข้าแข่งขันอีกคนหนึ่ง ทั้งสองคนนั้นจะได้สิทธิ์เล่นเกมนี้ โดยได้เลือกคนละ 1 แผ่นป้าย ส่วนผู้เข้าแข่งขันที่มีคะแนนน้อยกว่าสองคนดังกล่าว ถือว่าตกรอบเช่นกัน
  • กรณีที่ 3 ถ้าผู้เข้าแข่งขันคนใดคนหนึ่งมีคะแนนมากที่สุด และผู้เข้าแข่งขันอีกสองคนที่มีคะแนนน้อยกว่ามีคะแนนเท่ากัน ผู้เข้าแข่งขันที่มีคะแนนมากที่สุดจะได้เลือก 2 แผ่นป้าย ส่วนผู้เข้าแข่งขันอีกสองคนที่เหลือ จะได้เลือกคนละ 1 แผ่นป้าย
  • กรณีที่ 4 ถ้าผู้เข้าแข่งขันทั้งสามคนมีคะแนนเท่ากัน จะได้สิทธิ์เลือกคนละ 1 แผ่นป้ายทุกคน

สำหรับการเล่นเกมเปิดแผ่นป้ายคะแนนนี้ ผู้เข้าแข่งขันที่เปิดป้ายได้คะแนนรวมมากที่สุดจะเข้ารอบทันที แต่ถ้ามีคะแนนเท่ากัน ผู้ที่เปิดได้ 2 ป้ายจะเข้ารอบทันที อย่างไรก็ดี ในเกมนี้ สำหรับผู้เข้าแข่งขันที่ได้เปิด 2 แผ่นป้าย หากสามารถเปิดแผ่นป้ายได้เป็นรูปปัญญาและมยุรา ผู้เข้าแข่งขันท่านนั้นจะได้รับเงินรางวัลพิเศษ 100,000 บาท (ผู้สนับสนุนเงินรางวัลโดยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตรา มาม่า ต่อมาเป็นซอสหอยนางรมตรา แม่ครัว) ทว่าในทางปฏิบัติ การจะได้สิทธิ์ลุ้นเงินรางวัล 100,000 บาทได้นั้น จะต้องเป็นไปตามหลักในข้อที่ 1 และข้อ 3 ซึ่งได้กล่าวมาไว้ข้างต้นเท่านั้น อย่างไรก็ดี ตั้งแต่ 1 เมษายน พ.ศ. 2552 เป็นต้นมา จะไม่มีการให้เงินรางวัลพิเศษ 100,000 บาทในกรณีที่เปิดได้ป้ายรูปปัญญาและมยุราอีก โดยให้ถือว่าผู้ที่เปิดได้ป้ายรูปปัญญาและมยุรานั้นเข้ารอบสุดท้ายไปโดยอัตโนมัติแทน

ประตูหม่ำนำโชค[แก้]

เกมนี้ มีประตูอยู่ 4 ช่อง โดยสิทธิ์และจำนวนในการเลือกช่องประตูจะขึ้นอยู่กับคะแนนที่สะสมมาในรอบจับคู่แก๊งสามช่า รอบชิงร้อยฯ โชว์ และรอบขุดขึ้นมาฮา ในทางการปฏิบัติเลือกประตูไว้ 4 กรณีดังนี้

  • กรณีที่ 1 ถ้าผู้เข้าแข่งขันมีคะแนนต่างกันทั้งสามคน ผู้เข้าแข่งขันที่มีคะแนนมากที่สุด 2 อันดับแรก จะได้เล่นเกมนี้ โดยมีประตูให้เลือก 3 ประตู ในแต่ละประตูจะมี หม่ำ,เท่ง และโหน่ง ผู้เข้าแข่งขันที่มีคะแนนมากที่สุดจะต้องเลือก 2 ใน 3 ประตู ส่วนประตูที่เหลือจะตกเป็นของผู้ที่มีคะแนนรองลงมา
  • กรณีที่ 2 ถ้าผู้เข้าแข่งขันมีคะแนนเสมอกัน 2 คน โดยสองคนดังกล่าว มีคะแนนสูงกว่าผู้เข้าแข่งขันอีกคนหนึ่ง ทั้งสองคนนั้นจะได้สิทธิ์เล่นเกมนี้ โดยมีประตูให้เลือก 2 ประตู ในแต่ละประตูจะมี หม่ำและตุ๊กกี้ ให้ผู้เข้าแข่งขันเลือกประตูคนละ 1 ประตู
  • กรณีที่ 3 ถ้าผู้เข้าแข่งขันคนใดคนหนึ่งมีคะแนนมากที่สุด และผู้เข้าแข่งขันอีกสองคนที่มีคะแนนน้อยกว่ามีคะแนนเท่ากัน จะได้สิทธิ์เล่นเกมนี้ทุกคน โดยมีประตูให้เลือก 4 ประตู ในแต่ละประตูจะมี หม่ำ,เท่ง,โหน่ง และตุ๊กกี้ ผู้เข้าแข่งขันที่มีคะแนนมากที่สุดจะต้องเลือก 2 ใน 4 ประตู ส่วนคนที่เหลือจะต้องเลือกคนละ 1 ประตู
  • กรณีที่ 4 ถ้าผู้เข้าแข่งขันทั้งสามคนมีคะแนนเท่ากัน จะได้สิทธิ์เล่นเกมนี้ทุกคน โดยมีประตูให้เลือก 3 ประตู ในแต่ละประตูจะมี หม่ำ,เท่ง และโหน่ง ให้ผู้เข้าแข่งขันเลือกประตูคนละ 1 ประตู

ผู้เข้าแข่งขันที่เปิดประตูเจอหม่ำ จะได้รับช่อดอกไม้แสดงความยินดีจากคุณหม่ำที่สามารถผ่านเข้าไปในรอบสุดท้ายได้ ในขณะที่แก๊งสามช่าคนอื่นๆอาจจะถืออุปกรณ์ประกอบฉากอย่างอื่นออกมาด้วยแทน

เกมนี้ มีพัฒนาการมาจาก "ประตูหม่ำ ประตูหมื่น" จาก ชิงร้อยชิงล้าน Top Secret และ ชิงร้อยชิงล้าน ครั้งหนึ่งในชีวิต ในปี พ.ศ. 2536 - พ.ศ. 2538 อย่างไรก็ดี เนื่องจากตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2553 หม่ำ จ๊กมก เดินทางไปต่างประเทศ ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงเกมใหม่มาเป็นประตูสามช่ามหาสมบัติแทน

ประตูสามช่ามหาสมบัติ[แก้]

เกมนี้ มีประตูอยู่ 4 ช่อง โดยสิทธิ์และจำนวนในการเลือกช่องประตูจะขึ้นอยู่กับคะแนนที่สะสมมาในรอบจับคู่แก๊งสามช่า รอบชิงร้อยฯโชว์ และรอบขุดขึ้นมาฮา ในทางการปฏิบัติเลือกประตูไว้ 4 กรณีดังนี้

  • กรณีที่ 1 ถ้าผู้เข้าแข่งขันมีคะแนนต่างกันทั้งสามคน ผู้เข้าแข่งขันที่มีคะแนนมากที่สุด 2 อันดับแรก จะได้เล่นเกมนี้ โดยมีประตูให้เลือก 3 ประตู ในแต่ละประตูจะมีกล่องมหาสมบัติ 1 ประตู และแก๊งสามช่าอีก 2 ประตู ผู้เข้าแข่งขันที่มีคะแนนมากที่สุดจะต้องเลือก 2 ใน 3 ประตู ส่วนประตูที่เหลือจะตกเป็นของผู้ที่มีคะแนนรองลงมา
  • กรณีที่ 2 ถ้าผู้เข้าแข่งขันมีคะแนนเสมอกัน 2 คน โดยสองคนดังกล่าว มีคะแนนสูงกว่าผู้เข้าแข่งขันอีกคนหนึ่ง ทั้งสองคนนั้นจะได้สิทธิ์เล่นเกมนี้ โดยมีประตูให้เลือก 2 ประตู ในแต่ละประตูจะมีกล่องมหาสมบัติและแก๊งสามช่า อย่างละ 1 ประตู ให้ผู้เข้าแข่งขันเลือกประตูคนละ 1 ประตู
  • กรณีที่ 3 ถ้าผู้เข้าแข่งขันคนใดคนหนึ่งมีคะแนนมากที่สุด และผู้เข้าแข่งขันอีกสองคนที่มีคะแนนน้อยกว่ามีคะแนนเท่ากัน จะได้สิทธิ์เล่นเกมนี้ทุกคน โดยมีประตูให้เลือก 4 ประตู ในแต่ละประตูจะมีกล่องมหาสมบัติ 1 ประตู และแก๊งสามช่าอีก 3 ประตู ผู้เข้าแข่งขันที่มีคะแนนมากที่สุดจะต้องเลือก 2 ใน 4 ประตู ส่วนคนที่เหลือจะต้องเลือกคนละ 1 ประตู
  • กรณีที่ 4 ถ้าผู้เข้าแข่งขันทั้งสามคนมีคะแนนเท่ากัน จะได้สิทธิ์เล่นเกมนี้ทุกคน โดยมีประตูให้เลือก 3 ประตู ในแต่ละประตูจะมีกล่องมหาสมบัติ 1 ประตู และแก๊งสามช่าอีก 2 ประตู ให้ผู้เข้าแข่งขันเลือกประตูคนละ 1 ประตู

ผู้เข้าแข่งขันที่เปิดประตูเจอกล่องมหาสมบัติ จะได้ผ่านเข้าไปในรอบสุดท้ายได้ ในขณะที่แก๊งสามช่าคนอื่นๆ อาจจะถืออุปกรณ์ประกอบฉากอย่างอื่นออกมาด้วยแทน

รอบสุดท้าย[แก้]

เดือนมีนาคม พ.ศ. 2541 - กลางปี พ.ศ. 2549[แก้]

มีแผ่นป้ายของผู้สนับสนุนรายการทั้งหมด 12 แผ่นป้าย โดยมีแผ่นป้ายเลข 0 6 แผ่นป้าย มีเงินรางวัล 10,000 บาท และป้ายผู้สนับสนุนหลัก (ผู้สนับสนุนหลักในการชิงโชค ปี พ.ศ. 2541 - พ.ศ. 2549 คือ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่า) โดยในการเปิดแผ่นป้าย จะมี 3 แผ่นป้ายของผู้สนับสนุนหลักที่มีตัวเลข 20,000 กำกับซึ่งมีเงินรางวัล 20,000 บาท แต่อีก 3 ป้ายเป็นป้ายเปล่าถือว่าไม่มีเงินรางวัลแต่อย่างใด ทั้งนี้ถ้าผู้เข้าแข่งขันสามารถเปิดแผ่นป้าย 0 ครบทั้ง 6 แผ่นป้าย จะได้รับเงินรางวัล 2,000,000 บาทโดยจะแบ่ง 2 ส่วน ส่วนละ 1,000,000 บาท ให้กับผู้เข้าแข่งขัน และผู้โชคดีที่มาจากการจับชิ้นส่วนของผู้สนับสนุนรายการที่ผู้ชมส่งมานั่นเอง แต่ถ้าหากเปิดแผ่นป้ายผู้สนับสนุนหลักครบทั้ง 6 แผ่นป้าย จะได้รับเงินรางวัล 1,000,000 บาท โดยที่ผู้เข้าแข่งขันจะได้รับเพียงฝ่ายเดียว ส่วนผู้โชคดีทางบ้านก็จะได้รับเงินรางวัล 10,000 บาทตามปกติเช่นเดียวกับยุค ชิงร้อยชิงล้าน Super Game ต่อมาถูกปรับเปลี่ยนเป็นได้รับเงินรางวัล 2,000,000 บาททั้ง 2 รูปแบบ แต่ถ้า 6 เดือนแจ็คพอตไม่แตกผู้เข้าแข่งขันทั้ง 3 คนจะจับชิ้นส่วนขึ้นมาคนละ 1 ชิ้นส่วน เมื่อจบการแข่งขันผู้เข้าแข่งขันท่านใดเข้ารอบแจ็คพอดผู้โชคดีทางบ้านรับไปเลยเงินรางวัล 1,000,000 บาท ส่วนอีก 2 ท่านที่เหลืออาจจะได้รับเงินรางวัล 10,000 บาทหรือผลิตภัณฑ์มาม่าไปรับประทานฟรี 1 ปีแล้วแต่ยุค อย่างไรก็ดี ในยุคนี้ก็มี Jackpot แตกซึ่งได้ออกอากาศไปเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544

กลางปี พ.ศ. 2549 - กลางปี พ.ศ. 2552[แก้]

ได้ปรับเปลี่ยนกติกาใหม่ คือการเปิดป้ายกติกาเช่นเดียวกับรูปแบบแรกของปี 2536 แต่เงินรางวัลไม่เหมือนกัน มีแผ่นป้ายของผู้สนับสนุนรายการทั้งหมด 12 แผ่นป้าย โดยมีแผ่นป้ายผู้สนับสนุนหลัก (ผู้สนับสนุนหลักในการชิงโชคคือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่า ต่อมาเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์ปรุงรสอาหารตราแม่ครัวฉลากทอง) 6 แผ่นป้าย ซึ่งมีป้ายเงินรางวัลมูลค่า 10,000 บาท และแผ่นป้ายเลข 0 มี 6 แผ่นป้าย เป็นแผ่นป้ายเปล่าซึ่งไม่มีเงินรางวัลแต่อย่างใด ทั้งนี้ถ้าผู้เข้าแข่งขันสามารถเปิดแผ่นป้ายผู้สนับสนุนหลักครบทั้ง 6 แผ่นป้าย จะได้รับเงินรางวัล 2,000,000 บาทโดยจะแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนละ 1,000,000 บาท ให้กับผู้เข้าแข่งขัน และผู้โชคดีที่มาจากการจับชิ้นส่วนของผู้สนับสนุนรายการนั่นเอง แต่ถ้า 6 เดือนแจ็คพอตไม่แตกผู้เข้าแข่งขันทั้ง 3 คนจะจับชิ้นส่วนขึ้นมาคนละ 1 ชิ้นส่วน เมื่อจบการแข่งขันผู้เข้าแข่งขันท่านใดเข้ารอบแจ็คพอดผู้โชคดีทางบ้านรับไปเลยเงินรางวัล 1,000,000 บาท ส่วนอีก 2 ท่านที่เหลืออาจจะได้รับเงินรางวัล 10,000 บาทหรือผลิตภัณฑ์มาม่าไปรับประทานฟรี 1 ปีแล้วแต่ยุค

โดยผู้พิชิตแจ๊คพอตคนแรกและคนเดียว คือ บอล เชิญยิ้ม เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2549

เปิดป้ายโลกยิ้ม[แก้]

ในช่วงกลางปี พ.ศ. 2552 ได้ปรับเปลี่ยนกติกาใหม่ คือมีแผ่นป้ายของผู้สนับสนุนหลักทั้งหมด 12 แผ่นป้ายที่มีหมายเลข 1-6 2 แถว แถวละ 6 แผ่นป้าย (ผู้สนับสนุนหลักในการชิงโชค ปี พ.ศ. 2552 คือ พานาโซนิค) โดยมีแผ่นป้ายรูปโลกยิ้ม 6 แผ่นป้าย ซึ่งมีเงินรางวัล 10,000 บาท และแผ่นป้ายเลข 0 มี 6 แผ่นป้าย เป็นแผ่นป้ายเปล่าไม่มีเงินรางวัลแต่อย่างใด ทั้งนี้ถ้าผู้เข้าแข่งขันสามารถเปิดแผ่นป้ายโลกยิ้มได้ครบ 6 แผ่นป้าย จะได้รับเงินรางวัล 1,000,000 บาท อย่างไรก็ดี ในยุคนี้ไม่มี Jackpot แตกเลยเช่นกัน

ผ้าขาว-แบคทีเรีย[แก้]

ในช่วงกลางปี พ.ศ. 2552 - กลางปี พ.ศ. 2553 ได้ปรับเปลี่ยนกติกาใหม่ คือมีแผ่นป้ายของผู้สนับสนุนหลักทั้งหมด 12 แผ่นป้ายที่มีหมายเลข 1-12 (ผู้สนับสนุนหลักในการชิงโชค ปี พ.ศ. 2552 - พ.ศ. 2553 คือ ผงซักฟอก แอทแทค อีซี่) โดยมีแผ่นป้ายรูปเสื้อสีขาว 6 แผ่นป้าย ซึ่งมีเงินรางวัล 10,000 บาท และแผ่นป้ายรูปแบคทีเรีย 3 หัว 6 แผ่นป้าย (รูปแบดทีเรียจะเป็นใบหน้าของแก๊งค์สามช่า หม่ำ/เท่ง/โหน่งอยู่ในร่างเดียวกัน) เป็นแผ่นป้ายเปล่าไม่มีเงินรางวัลแต่อย่างใด ทั้งนี้ถ้าผู้เข้าแข่งขันสามารถเปิดแผ่นป้ายรูปเสื้อสีขาวได้ครบ 6 แผ่นป้าย จะได้รับเงินรางวัล 1,000,000 บาท อย่างไรก็ดี ในยุคนี้ไม่มี Jackpot แตกเลยเช่นกัน

เปิดป้ายปัญญา-มยุรา[แก้]

ในช่วงกลางปี พ.ศ. 2553 - ปลายปี พ.ศ. 2554 ได้ปรับเปลี่ยนกติกาใหม่ คือมีแผ่นป้ายของผู้สนับสนุนหลักทั้งหมด 12 แผ่นป้ายที่มีหมายเลข 1-12 (ผู้สนับสนุนหลักในการชิงโชค ปี พ.ศ. 2553 - พ.ศ. 2554 คือ คาโอ) โดยมีแผ่นป้ายรูปใบหน้าของพิธีกรรายการ 6 แผ่นป้าย โดยในการเปิดแผ่นป้าย จะมีป้ายปัญญา 3 แผ่นป้าย และป้ายมยุรา 3 แผ่นป้าย ซึ่งมีเงินรางวัล 10,000 บาท และแผ่นป้ายรูปใบหน้าสมาชิกแก๊งสามช่า 6 แผ่นป้าย (หม่ำ เท่ง โหน่ง ตุ๊กกี้ ส้มเช้ง พัน คนละ 1 แผ่นป้าย) เป็นแผ่นป้ายเปล่าไม่มีเงินรางวัลแต่อย่างใด ทั้งนี้หากผู้เข้าแข่งขันสามารถเปิดแผ่นป้ายรูปพิธีกรได้ครบ 6 แผ่นป้าย จะได้รับเงินรางวัล 1,000,000 บาท อย่างไรก็ดี ในยุคนี้ไม่มี Jackpot แตกเลยเช่นกัน

ผู้เข้าแข่งขัน[แก้]

ในชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่านั้นจะมีทีมละ 2 ทีมด้วยกันโดยแต่ละทีมจะมีอยู่ 2 คนด้วยกัน (รูปแบบคล้ายคลึงกับ ชิงร้อยชิงล้าน Top Secret) โดยตั้งแต่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2541 ถึง 20 มกราคม พ.ศ. 2542 ตั้งแต่ภายหลังถูกปรับเปลี่ยนเป็น 3 คนต่อสัปดาห์ โดยในแต่ละสัปดาห์จะไม่เหมือนกัน ในกรณีที่ทางรายการจะเชิญดารานักแสดงชาย 2 คนและหญิง 1 คน ในสัปดาห์ต่อไปจะเชิญดารานักแสดงหญิง 2 คนและดารานักแสดงชาย 1 คน สลับกันสัปดาห์เว้นสัปดาห์ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2542 ถึงช่วงปัจจุบัน โดยผู้แข่งขันที่เป็นคู่ 2 คู่แรกที่ได้มาแข่งขันในรายการชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า คือ พงษ์พัฒน์ วชิระบรรจง,เมทนี บูรณศิริ และ นาตาชา เปลี่ยนวิถี,ธัญญา สื่อสันติสุข ส่วนผู้แข่งขันที่เป็นยุค 3 คนต่อสัปดาห์ ผู้แข่งขัน 3 คนแรกที่ได้มาแข่งขันในรายการชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า คือ สมชาย เข็มกลัด,กนกวรรณ บุรานนท์ และ โน้ต เชิญยิ้ม

เทปเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 และ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 ถือว่าเป็นเทปที่มีผู้เข้าแข่งขันที่เป็นผู้หญิงล้วนทั้ง 3 คน ต่างจากเทปอื่นที่ผ่านมา

เพลงประกอบ[แก้]

เพลงนี้เป็นเพลงที่คุณ ธนพร แวกประยูร ร่วมร้องบทเพลงที่มีชื่อว่า “ชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า

  • (คอรัส)ชิงร้อยชิงล้าน.... ชะชะช่า
  • (ชาย)ร้อยถึงจะมีแค่ร้อยฉันให้เธอหมดร้อยยอมให้เธอหมดใจ ล้านใครจะมีกี่ล้านจะให้มากี่ล้านฉันไม่มีเปลี่ยนใจ
  • (หญิง)มีเธอเพียงหนึ่งก็พอแล้ว เธอเป็นยิ่งกว่าเงินล้าน หากมีใครแยกเราไปนั้น ต้องแข่งกันชิงกันไม่มีถอย
  • (คอรัส)ชิงร้อยชิงล้าน.... ชิงร้อยชิงล้าน.... ชะชะช่า

ฉาก[แก้]

ในชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า มีฉากที่ค่อนข้างใหญ่และแปลกไปจากเดิม มีความเป็นโชว์มากขึ้นกว่าชิงร้อยชิงล้านยุคก่อน โดยฉากแบบแรกได้รับอิทธิพลมาจากเมืองลาส เวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ต่อมาในเดือนกันยายน พ.ศ. 2545 ได้เปลี่ยนฉากไปเป็นรูปแบบศิลปะคล้ายตะวันออกกลาง มีส่วนประกอบ ดังนี้

  • อุโมงค์รูปหัวสิงโต ถือเป็นสัญลักษณ์เด่นประจำรายการชิงร้อยชิงล้าน โดยหัวสิงโตนั้นมีอยู่สองรูปแบบ
    • ชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า ยุคที่ 1 เป็นรูปหัวสิงโตสีเหลือง (คล้ายโลโก้รายการ) ดวงตาสิงโตเป็นสีเขียว ประตูอุโมงค์เป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมู อยู่ใต้คางของหัวสิงโต มีสองประตู ประตูทางด้านขวา มีไฟกะพริบคำว่า Cha ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นประตูที่ปิดอุโมงค์ไว้ ส่วนประตูทางด้านซ้ายจะเป็นประตูเงา สำหรับให้ดาราปริศนาอยู่ทางด้านหลัง และส่องไฟจากทางด้านหลังเป็นเงาของดาราปริศนาออกมา (ใช้ในรอบดาราปริศนา) ใช้ในชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า ยุคแรก (มีนาคม พ.ศ. 2541 - สิงหาคม พ.ศ. 2545)
    • ชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า ยุคที่ 2 ได้พัฒนามาจากหัวสิงโตรูปแบบแรก และการใช้งานก็เหมือนหัวสิงโตรูปแบบแรก แต่ต่างกันที่รูปทรงที่เปลี่ยนไปคือเป็นรูปสิงโตอ้าปาก (คล้ายกับสิงโตในโลโก้ของบริษัทผลิตภาพยนตร์ MGM ในประเทศสหรัฐอเมริกา) สีเหลืองทอง ดวงตาสีแดง มีเขี้ยว 2 เขี้ยวที่ปาก ลวดลายประดับสิงโตแบบตะวันออกกลาง พื้นหลังเป็นครึ่งวงกลมสีแดง มีรูปดอกไม้เล็กๆสีเหลือง หลายดอกประดับ (พ.ศ. 2545 - ปลายปี พ.ศ. 2546 มีพื้นหลังมีสีน้ำตาล มีรูปหัวสิงโตเล็กๆ) มีประตูสองประตูทรงหกเหลี่ยมอยู่ในปากสิงโต ประตูแรกเป็นรูปโลโก้รายการมีไฟกระพริบ พื้นหลังสีแดง (ตอนแรกมีแค่รูปหัวสิงโต และไฟกระพริบ) เป็นประตูหลักที่ใช้ปิดอุโมงค์ และประตูที่สองจะเป็นรูปต่างๆที่สอดคล้องกับเรื่องที่นำเสนอ (ในรอบสามช่ารอบเชิญ) และการแข่งขันในรอบแข่งเกม (ในรอบทำได้หรือไม่ได้) (ใช้ตั้งแต่ กันยายน พ.ศ. 2545 - ธันวาคม พ.ศ. 2554) และหัวสิงโตรูปแบบนี้ได้มีการใช้ในชิงร้อยชิงล้าน ยุคต่อมาจนถึงปัจจุบันแต่ได้มีการตกแต่งประดับดวงไฟต่างๆไว้ที่หัวสิงโต และมีไม่มีประตูกับฉากหลัง

อุโมงค์สิงโตทั้งสองแบบ สามารถเปิดแยกเป็นสองส่วนได้ สำหรับให้ดาราสามช่ารับเชิญออกมาจากหลังฉาก และหลังฉากสิงโตจะมีรูปโลโก้รายการประดับไฟ และมีบันไดประดับ 2 บันไดอยู่บริเวณโลโก้อีกด้วย

  • โดมหมุนรูปแก๊งสามช่า เป็นลักษณะฉากประตูรูปแก๊งค์สามช่า 3 รูป พื้นวงกลม สามารถหมุนเปิดได้โดยจะหมุนไปทางด้านขวา ใช้หมุนเปิดฉากละครสามช่า(ตอนใกล้จะจบละคร) (ฉากรองในช่วงต่างๆ)หรือจะเป็นช่วงแข่งเกม(จุดเริ่มต้นหรือเส้นชัย) ยาวไปจนรอบสามช่ารับเชิญ สำหรับให้สามช่ารับเชิญไปยืนตรงนั้น
    • ชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า ยุคที่ 1 มีทั้งหมด 3 รูปแบบได้แก่
      • แบบแรก เป็นพื้นวงกลม มีรูปแก๊งค์สามช่าคือหนู(สีแดง อยู่ด้านซ้าย) หม่ำ(สีเขียว อยู่ตรงกลาง) และเท่ง(สีน้ำเงิน อยู่ด้านขวา) มีไฟกระพริบประดับระหว่างรูป หลังประตูรูปแก๊งค์สามช่าจะเป็นแถบสีเขียวและขาวสลับกัน ใช้ตั้งแต่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2541 - กลางปี 2541
      • แบบที่สอง คล้ายกับแบบแรกแต่ต่อมาหนู เชิญยิ้มได้ออกจากแก๊งค์สามช่า รูปของหนูจึงแทนที่ด้วยโลโก้รายการแทน ใช้ตั้งแต่กลางปี 2541 - ปลายปี พ.ศ. 2542
      • แบบที่สาม คล้ายกับแบบแรกแต่ได้เพิ่มรางขั้นวงกลมหมุน ซึ่งจะอยู่ในแนวเดียวกับรูปแก๊งค์สามช่า และพื้นวงกลมสำหรับตั้งวางฉากต่างๆ มีประตูรูปแก๊งค์สามช่าคือหม่ำ(สีเขียว อยู่ตรงกลาง) เท่ง(สีแดง อยู่ด้านซ้าย) และโหน่ง(สีน้ำเงิน อยู่ด้านขวา) มีไฟกระพริบระหว่างรูป หลังประตูดังกล่าวจะมีแถบสีเขียวและขาวสลับกัน และเพิ่มโลโก้รายการ(หัวสิงโต) ไว้ประตูตรงกลางหลังรูปของหม่ำ ใช้ตั้งแต่ 2 กันยายน พ.ศ. 2542 - 28 สิงหาคม พ.ศ. 2545
    • ชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า ยุคที่ 2 ได้เปลี่ยนรูปแบบใหม่คือ รูปแก๊งสามช่าแต่ละคน(หม่ำ เท่ง โหน่ง)มีการเปลี่ยนชุดเสื้อผ้าใหม่และท่าทางที่ตลกขบขัน และในเวลาต่อมาได้มีการสลับรูปเท่งกับโหน่งส่วนรูปหม่ำอยู่ที่เดิม มีส่วนที่ยื่นออกมาขั้นแต่รูปไว้ หลังประตูรูปแก๊งค์สามช่าจะเป็นลวดลาย สไตล์ตะวันออกกลาง พื้นวงกลมมีสีน้ำตาล มีลวดลายประดับตรงรางขั้นวงกลมหมุน ใช้ตั้งแต่ 4 กันยายน พ.ศ. 2545 - พ.ศ. 2554
  • ฉาก 3 ช่า เธียเตอร์ เป็นฉากที่ใช้บังสำหรับฉากละคร เมื่อพอถึงช่วงละคร ฉากนี้จะถูกยกขึ้นแล้วเข้าสู่ฉากละคร ให้ในชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า ยุคที่ 2 มีทั้งหมด 3 รูปคือ
    • แบบแรก สีน้ำตาล มีโลโก้สิงโตแก๊ง 3 ช่า 5 รูป ขนาดเท่ากัน (พ.ศ. 2545)
    • แบบที่สอง สีกากี มีโลโก้สิงโตแก๊ง 3 ช่า 3 รูป ขนาดเล็ก 2 รูป ขนาดใหญ่ 1 รูป (พ.ศ. 2546 - พ.ศ. 2549)
    • แบบที่สาม มีกระจกจกสีดำทึกและมีม่านสีแดงอยู่บริเวณริม ๆ (พ.ศ. 2550 - พ.ศ. 2552)

การผลิตวีซีดี[แก้]

ในชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า ได้มีวีซีดีโดยส่วนมากจะเป็นละครของแก๊งสามช่าและแข่งท้าผู้กล้าด้วยโดยผู้ผลิตและผู้ถือลิขสิทธิ์ในช่วงแรกคือบริษัท อีวีเอส เอนเทอร์เทนเมนท์ จำกัด โดยจะมีละครแก๊งสามช่าอยู่ 2 ตอนและแข่งท้าผู้กล้ามีอยู่ 1 ตอนปัจจุบันผู้ที่ถือลิขสิทธิ์คือบริษัท พี.เอ็ม. เอนเทอร์เทนเมนท์จำกัดส่วนผู้จัดจำหน่ายเป็นของบริษัท อีวีเอส เอนเทอร์เทนเมนท์ จำกัดโดยเพิ่มช่วงท้าแข่งผู้กล้าอีก 1 ตอน

กระแสตอบรับของรายการ[แก้]

มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) สำรวจความคิดเห็นเรื่อง สุดยอดความนิยมของวัยรุ่น ตั้งแต่วันที่ 17-19 สิงหาคม พ.ศ. 2552 โดยเก็บข้อมูลจากวัยรุ่น อายุ 13-21 ปีที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร จำนวน 1,016 คน พบว่า รายการโทรทัศน์ที่นิยมดูมากที่สุด 5 อันดับแรก อันดับที่ 1 คือรายการชิงร้อยชิงล้าน (ช่อง 7 สี) ร้อยละ 20.3 [3]

รางวัลที่ได้รับ[แก้]

รายการย่อย[แก้]

ชิงร้อยชิงล้าน มหัศจรรย์วันหยุด[แก้]

ชิงร้อยชิงล้าน มหัศจรรย์วันหยุด
Chai100ching1000000hamahassajanwanyood1.jpg
ประเภท ปกิณกะบันเทิง
พัฒนาโดย เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์
เสนอโดย หม่ำ จ๊กมก
เท่ง เถิดเทิง
(23 ตุลาคม พ.ศ. 2548 - ประมาณปี พ.ศ. 2550)
โหน่ง ชะชะช่า
ส้มเช้ง สามช่า
(23 ตุลาคม พ.ศ. 2548 - 12 ธันวาคม พ.ศ. 2554)
ประเทศแหล่งกำเนิด ไทย ประเทศไทย
ภาษาต้นฉบับ ไทย ไทย
การผลิต
ความยาวตอน 1 ชั่วโมง
การแพร่ภาพ
เครือข่าย/ช่อง ททบ.5
(23 ตุลาคม พ.ศ. 2548 - 12 ธันวาคม พ.ศ. 2548)
ช่อง 7 สี
(6 เมษายน พ.ศ. 2549 - 12 ธันวาคม พ.ศ. 2554)
การออกอากาศแรก 23 ตุลาคม พ.ศ. 2548 – 12 ธันวาคม พ.ศ. 2554
ลำดับเวลา
รายการที่เกี่ยวข้อง ชิงร้อยชิงล้าน (17 มกราคม พ.ศ. 2533 - ปัจจุบัน)
เรต รายการที่ผู้ใหญ่ควรให้คำแนะนำแก้ผู้ชมที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปี

ชิงร้อยชิงล้าน มหัศจรรย์วันหยุด (เดิมใช้ชื่อว่า ชิงร้อยชิงล้าน ฮามหัศจรรย์วันหยุด จนถึงวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2551) เป็นรายการโทรทัศน์ประเภทปกิณกะบันเทิง ทั้งนี้ ชิงร้อยชิงล้าน มหัศจรรย์วันหยุด ออกอากาศทุกวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยเริ่มออกอากาศในวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2548 ทางททบ.5 (จนถึงวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2548) ต่อจากนั้นได้ย้ายไปออกอากาศทางช่อง 7 สี โดยเริ่มออกอากาศในวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2549 (จนถึงวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2554)

รูปแบบรายการ[แก้]

รายการแบ่งออกเป็น 4 ช่วง ทุกช่วงจะเปิดด้วยการพูดคุยของผู้ดำเนินรายการ (คือ หม่ำ เท่ง โหน่ง และส้มเช้ง ในช่วงก่อนปี พ.ศ. 2550 และโหน่ง กับส้มเช้ง หลังปี พ.ศ. 2550) ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวันหยุดนักขัตฤกษ์นั้นๆ

  • ช่วงที่ 1 และช่วงที่ 2 จะรวบรวมการแสดงตลกในละครแก๊งสามช่าที่เคยออกอากาศไปแล้ว ทั้งฉากที่ออกอากาศจริง และฉากที่ถูกตัดออกจากการแพร่ภาพ ในรายการ ชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า และ ชิงร้อยชิงล้าน ทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ตั๊ก
  • ช่วงที่ 3 และช่วงที่ 4 รวบรวมการแสดงตลกของแก๊งสามช่าในช่วง 3 ช่ารับเชิญ (เกมใครกันหนอ) แต่ภายหลัง ได้มีการปรับเปลี่ยนโดยนำเอาเกมในช่วง แข่งเกมสามช่า มานำเสนอร่วมด้วย

รูปแบบรายการนี้ ใช้จนถึงวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ผู้ดำเนินรายการ[แก้]

ในชิงร้อยชิงล้าน มหัศจรรย์วันหยุด จะมีผู้ดำเนืนรายการโดยแก๊งสามช่าคือ

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ชิงร้อยชิงล้าน Cha Cha Cha รวมความฮาปี 2550
  2. 2.0 2.1 เวิร์คพอยท์เอ็นเทอร์เทนเมนท์ (16 สิงหาคม 2543). "ชิงร้อยชิงล้าน Cha Cha Cha". Workpoint.ksc.net. สืบค้นเมื่อ 10 มิถุนายน 2560. 
  3. โจ๋กรุงเทใจ “ชิงร้อยชิงล้าน-คลื่นซี้ด” สุดยอดความนิยม
ก่อนหน้า ชิงร้อยชิงล้าน ชะช่ะช่า ถัดไป
ชิงร้อยชิงล้าน Super Game 2leftarrow.png ชิงร้อยชิงล้าน ชะช่ะช่า
(4 มีนาคม 2541 - 26 มีนาคม 2551)
2rightarrow.png ชิงร้อยชิงล้าน ทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ตั๊ก
ชิงร้อยชิงล้าน ทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ตั๊ก 2leftarrow.png ชิงร้อยชิงล้าน ชะช่ะช่า
(5 พฤษภาคม 2552 - 27 ธันวาคม 2554)
2rightarrow.png ชิงร้อยชิงล้าน Sunshine Day