เฮลล์คิทเช่นไทยแลนด์
ลิงก์ข้ามภาษาในบทความนี้ มีไว้ให้ผู้อ่านและผู้ร่วมแก้ไขบทความศึกษาเพิ่มเติมโดยสะดวก เนื่องจากวิกิพีเดียภาษาไทยยังไม่มีบทความดังกล่าว กระนั้น ควรรีบสร้างเป็นบทความโดยเร็วที่สุด |
| เฮลล์คิทเช่นไทยแลนด์ | |
|---|---|
| แนว | เรียลลิตี, การทำอาหาร |
| สร้างโดย | กอร์ดอน แรมซีย์ |
| สร้างจาก | เฮลล์คิทเช่น (เวอร์ชั่นสหราชอาณาจักร (ต้นฉบับ) เวอร์ชั่นสหรัฐ (รูปแบบหลัก)) |
| ผู้กำกับศิลป์ | กฤตพร แย้มสุข |
| กรรมการ |
|
| บรรยายโดย | ปิยะ วิมุกตายน |
| ประเทศต้นกำเนิด | |
| ภาษาต้นฉบับ | ภาษาไทย |
| จำนวนฤดูกาล | 2 |
| จำนวนตอน | 28 |
| การผลิต | |
| อำนวยการผลิต | กิติกร เพ็ญโรจน์ |
| สถานที่ถ่ายทำ | เดอะ สตูดิโอ พาร์ค อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ |
| ผู้ลำดับภาพ | กิตติ ภิญโญ |
| กล้อง | กล้องหลายตัว |
| ความยาวตอน | 110 นาที |
| บริษัทผู้ผลิต | บริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป จำกัด |
| การออกอากาศ | |
| เครือข่าย | ช่อง 7HD |
| ออกอากาศ | 4 กุมภาพันธ์ 2567 – 21 ธันวาคม 2568 |
เฮลล์คิทเช่นไทยแลนด์ (อังกฤษ: Hell’s Kitchen Thailand) เป็นรายการโทรทัศน์ประเภทเรียลลิตีโชว์แข่งขันทำอาหารในครัวจริง เพื่อหาผู้ชนะมาเป็นหัวหน้าแผนกครัวในภัตตาคารจริง โดย บริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป จำกัด ซื้อลิขสิทธิ์จากไอทีวีสตูดิโอส์ของสหราชอาณาจักร นำมาผลิตในรูปแบบของประเทศไทย โดยมีคณะหัวหน้าเชฟประกอบด้วย เชฟป้อม - หม่อมหลวงขวัญทิพย์ เทวกุล, เชฟวิลแมน - วิลเมนต์ ลีออง, เชฟอ๊อฟ - ณัฐวุฒิ ธรรมพันธุ์ และเชฟเอียน - พงษ์ธวัช เฉลิมกิตติชัย เริ่มออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567 ทางช่อง 7HD
รูปแบบรายการ
[แก้]เฮลล์คิทเช่นไทยแลนด์ เป็นรายการเรียลลิตีโชว์การแข่งขันทำอาหารที่ใช้รูปแบบการคัดออก (Elimination) อย่างต่อเนื่อง เพื่อทดสอบการทำอาหารของผู้เข้าแข่งขันตลอดทั้งฤดูกาล จากผู้เข้าแข่งขันจำนวน 16 คน จะคัดออกทุกครั้งจนเหลือผู้ชนะเลิศ 1 คน ที่จะได้ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าแผนกครัว หรือ หัวหน้าเชฟ (Head Chef) ในภัตตาคารจริง โดย บริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป จำกัด ผู้ผลิตรายการแข่งขันทำอาหารในประเทศไทยที่มีชื่อเสียงหลายรายการ เช่น เชฟกระทะเหล็ก ประเทศไทย, มาสเตอร์เชฟไทยแลนด์, ศึกค้นหาเชฟกระทะเหล็ก, Bid Coin Chef สุดยอดเชฟหักเหลี่ยมโหด และ ท็อปเชฟไทยแลนด์ ได้บรรลุข้อตกลงซื้อลิขสิทธิ์จากไอทีวีสตูดิโอส์ เจ้าของลิขสิทธิ์รายการนี้จากสหราชอาณาจักร รวมถึงกอร์ดอน แรมซีย์ ผู้สร้างรายการนี้ เพื่อนำมาผลิตในรูปแบบของประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565[1]
เฮลล์คิทเช่นไทยแลนด์ มีความแตกต่างจากเฮลล์คิทเช่นของประเทศอื่น ๆ เนื่องจากมีหัวหน้าเชฟประจำรายการจำนวน 4 คน ที่สลับสับเปลี่ยนกันควบคุมครัวในการบริการอาหารเย็นในแต่ละสัปดาห์[2] ดังนั้น ผู้เข้าแข่งขันจะต้องทำและบริการอาหาร 4 ประเภท สลับสับเปลี่ยนกันไปตามโจทย์อาหารของหัวหน้าเชฟที่ควบคุมครัวในสัปดาห์นั้น ๆ ดังนี้
- อาหารตะวันตกดั้งเดิม (Classic Western Cuisine) ดูแลโดย วิลเมนต์ ลีออง (เชฟวิลแมน)
- อาหารไทยร่วมสมัย (Contemporary Thai Cuisine) ดูแลโดย หม่อมหลวงขวัญทิพย์ เทวกุล (เชฟป้อม)
- อาหารตะวันตกสมัยใหม่ (Modern Western Cuisine) ดูแลโดย พงษ์ธวัช เฉลิมกิตติชัย (เชฟเอียน)
- อาหารเอเชียแนวผสมผสาน (Asian Twist) ดูแลโดย ณัฐวุฒิ ธรรมพันธุ์ (เชฟอ๊อฟ)
นอกจากนี้ ยังมีหัวหน้าเชฟรับเชิญที่จะมาควบคุมครัวในบางตอน อาทิ
- ศุภมงคล ศุภพิพัฒน์ (เชฟอาร์ต) ภายใต้โจทย์อาหารฝรั่งเศส – ควบคุมครัวในตอนที่ 6 ของฤดูกาลที่ 2
การแข่งขันของ เฮลล์คิทเช่นไทยแลนด์ ใช้รูปแบบส่วนใหญ่ของสหรัฐ โดยรับสมัครบุคคลทุกอาชีพที่มีประสบการณ์ในการทำอาหาร รวมถึงนักเรียนหลักสูตรการทำอาหาร และเชฟมืออาชีพ[3] ผู้เข้าแข่งขันจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ทีม ได้แก่ ทีมสีแดง สำหรับผู้หญิง และ ทีมสีน้ำเงิน สำหรับผู้ชาย ทุกคนจะได้รับเสื้อยูนิฟอร์มเชฟที่มีแผงสีนั้น ๆ บนไหล่ และจะอยู่ในทีมเดิมตลอดการแข่งขันส่วนใหญ่ แต่อาจมีการย้ายทีมหากคณะหัวหน้าเชฟเห็นว่าจำนวนผู้เข้าแข่งขันของทั้งสองทีมต่างกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป หรือความสามารถในการทำงานของทั้งสองทีมต่างกันมากเกินไป ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะหัวหน้าเชฟ
ภารกิจย่อย (Challenge)
[แก้]ในภารกิจย่อย ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนหรือแต่ละทีมจะต้องทำอาหารตามโจทย์การแข่งขันของหัวหน้าเชฟที่ควบคุมครัวในสัปดาห์นั้น ๆ ในรูปแบบต่าง ๆ ภายในเวลาที่กำหนด ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 45 นาที หลังจากหมดเวลา หัวหน้าเชฟจะชิมและตัดสินจานของผู้เข้าแข่งขันแต่ละคน โดยมีสิทธิ์ให้คะแนนได้ตั้งแต่ 0 ถึง 3 คะแนน ต่อ 1 จาน ทีมหรือผู้เข้าแข่งขันที่ได้รับคะแนนรวมมากที่สุดจะเป็นผู้ชนะในรอบนี้ โดยได้รับรางวัล (กิจกรรมสันทนาการต่าง ๆ นอกภัตตาคารเฮลล์คิทเช่น และรางวัลอื่น ๆ ที่เป็นไปได้) ส่วนทีมหรือผู้เข้าแข่งขันที่แพ้จะถูกลงโทษ ซึ่งของรางวัลและบทลงโทษจะแตกต่างกันออกไปในแต่ละสัปดาห์
บริการอาหารเย็น (Dinner Service)
[แก้]ก่อนเริ่มการบริการอาหารเย็น จะให้ผู้เข้าแข่งขันศึกษาเมนูจากตำราอาหารของหัวหน้าเชฟที่ควบคุมครัวในสัปดาห์นั้น ๆ และแบ่งหน้าที่รับผิดชอบในแต่ละแผนกครัว (Station) ซึ่งประกอบด้วย อาหารเรียกน้ำย่อย, โปรตีน (เนื้อสัตว์ และ อาหารทะเล), ซอส, ของตกแต่งหรือเครื่องเคียง และของหวาน โดยมีผู้ช่วยเชฟมาติวและสอนเมนูของหัวหน้าเชฟให้ จากนั้นมีเวลา 2 ชั่วโมง ในการเตรียมอาหารตามแผนกครัวที่แบ่งกันไว้ โดยประสานงานกับเพื่อนร่วมทีม เพื่อให้ทั้งคุณภาพอาหารและการนำเสนอเป็นไปตามมาตรฐานระดับสูงของภัตตาคารเฮลล์คิทเช่น และพร้อมสำหรับการบริการอาหารเย็นให้กับลูกค้า 100 คน ที่จ่ายเงินจองไว้แล้ว ซึ่งคาดหวังว่าจะได้รับประทานอาหาร 3 คอร์ส คือ อาหารเรียกน้ำย่อย (Appetizer) อาหารจานหลัก (Main Course) และของหวาน (Dessert)
เมนูอาหารสำหรับการให้บริการอาหารเย็นจะเปลี่ยนแปลงทุกสัปดาห์ ตามโจทย์ของหัวหน้าเชฟที่ควบคุมครัวในสัปดาห์นั้น ๆ นอกจากนี้ ในระหว่างการบริการ ยังอาจมีให้ผู้เข้าแข่งขันทำอาหารตามโจทย์พิเศษ เช่น บริการอาหารให้กับบุคคลสำคัญมาก (VIP) ที่นั่งอยู่ที่โต๊ะเชฟใกล้ครัว, ส่งผู้เข้าแข่งขัน 1 คนมาทำอาหารพิเศษให้ลูกค้าที่ไม่รับประทานโปรตีนบางอย่างในอาหารจานหลัก, ออกไปนำเสนอเมนูให้ลูกค้าระหว่างให้บริการ หรือบริการอาหารทั้งหมดข้างโต๊ะลูกค้า เป็นต้น
หลังเปิดภัตตาคารเฮลล์คิทเช่น (Hell's Kitchen Restaurant) หัวหน้าเชฟที่ควบคุมครัวในสัปดาห์นั้น ๆ จะเรียกคำสั่งซื้อทั้งหมดสำหรับแต่ละคอร์สในแต่ละโต๊ะ และต้องนำออกบริการพร้อมกัน แต่หากมีจานใดจานหนึ่งผิดพลาด เช่น ทำเนื้อผิดระดับ หรือปรุงรสผิดพลาด จะส่งคำสั่งซื้อทั้งหมดกลับไปให้แก้ไขหรือทำใหม่ หัวหน้าเชฟจะได้รับความช่วยเหลือจากผู้ช่วยเชฟประจำทีมทั้ง 2 คนที่เชื่อถือได้ โดยจะดูแลครัวแต่ละฝั่งด้วยมาตรฐานเดียวกัน และแจ้งเตือนหัวหน้าเชฟเมื่อพบปัญหา
เป้าหมายของหัวหน้าเชฟคือการบริการอาหารเย็นให้เสร็จสมบูรณ์ทุกครั้ง แต่หากการทำงานของทีมใดทีมหนึ่งหรือทั้งสองทีมเกิดปัญหาใหญ่ และไม่ผ่านมาตรฐานของภัตตาคารเฮลล์คิทเช่น หัวหน้าเชฟจะสั่งปิดครัวก่อนเวลา และไล่ผู้เข้าแข่งขันออกจากครัวทั้งหมด ซึ่งจะทำให้การบริหารอาหารเย็นของทีมนั้น ๆ สิ้นสุดลงในทันที (ในกรณีนี้ ลูกค้าที่สั่งซื้อเมนูจากทีมที่ถูกปิดครัวจะได้รับประทานข้าวผัดกะเพราไข่ดาว หรือเมนูอื่นทดแทน และได้รับเงินจองคืนเต็มจำนวน หรือมีผู้ช่วยเชฟบริการต่อจนเสร็จสมบูรณ์ แล้วแต่กรณี) นอกจากนี้ หากมีผู้เข้าแข่งขันทำอาหารผิดพลาดหลาย ๆ ครั้ง หัวหน้าเชฟอาจไล่ผู้เข้าแข่งขันคนนั้น ๆ ออกจากครัวเป็นรายบุคคล (โดยทั่วไปคือ 3 ครั้ง แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของหัวหน้าเชฟแต่ละคนในขณะนั้น)
การคัดออก (Elimination)
[แก้]หลังเสร็จสิ้นการบริการอาหารเย็น (หลังปิดภัตตาคารเฮลล์คิทเช่น) จะแบ่งการตัดสินของหัวหน้าเชฟที่ควบคุมครัวในสัปดาห์นั้น ๆ ออกได้เป็น 3 กรณี ดังนี้
- หากไม่มีการปิดครัว หัวหน้าเชฟที่ควบคุมครัวในสัปดาห์นั้น ๆ จะเรียกทีมสีนํ้าเงินไปรวมที่ครัวฝั่งทีมสีแดง และประเมินข้อผิดพลาดระหว่างการบริการ ก่อนประกาศทีมที่ชนะและแพ้ในรอบบริการอาหารเย็นในสัปดาห์นั้น ๆ ซึ่งในบางสัปดาห์หากข้อผิดพลาดใกล้เคียงกัน อาจให้เสมอกันก็ได้
- หากมีการปิดครัวเพียงฝั่งใดฝั่งหนึ่ง ทีมที่ไม่ถูกปิดครัวจะชนะในรอบบริการอาหารเย็นในสัปดาห์นั้น ๆ ไปโดยปริยาย
- หากปิดครัวทั้งคู่ ทั้งสองทีมจะแพ้ทั้งคู่ไปโดยปริยาย
ทีมที่แพ้จะต้องประชุมร่วมกันเพื่อเลือกผู้เข้าแข่งขันที่คิดว่าควรออกจากการแข่งขันอย่างน้อย 2 คน (กรณีเสมอกันจะเลือกเพียงทีมละ 1 คน) หลังจากนั้นคณะหัวหน้าเชฟจะรวบรวมผู้เข้าแข่งขันทุกคนที่ห้องรับประทานอาหาร ทีมที่ชนะจะนั่งรวมกันที่ฝั่งซ้ายมือข้างคณะหัวหน้าเชฟ ส่วนทีมที่แพ้จะยืนต่อหน้าคณะหัวหน้าเชฟ ตัวแทนของทีมที่แพ้จะต้องเสนอชื่อผู้เข้าแข่งขันที่ควรออกจากการแข่งขันตามที่ทีมได้เลือกไว้ และคณะหัวหน้าเชฟจะเรียกผู้ที่ถูกเสนอชื่อให้ออกมายืนด้านหน้า (แต่ในบางครั้ง หัวหน้าเชฟที่ควบคุมครัวในสัปดาห์นั้น ๆ สามารถยกเลิกการเสนอชื่อ และ/หรือ เลือกผู้เข้าแข่งขันได้ด้วยตนเองได้ตามความเหมาะสม) จากนั้นจะให้แต่ละคนอธิบายเหตุผลที่ตนควรอยู่ในรายการต่อ หรืออธิบายหน้าที่ ความรับผิดชอบ และข้อผิดพลาดของตนในแผนกครัวที่มีปัญหา หรือถามเพื่อนร่วมทีมเกี่ยวกับผู้ที่ควรถูกคัดออก แล้วแต่กรณี
หลังจากผู้เข้าแข่งขันที่ถูกเสนอชื่อตอบคำถามของหัวหน้าเชฟเสร็จสิ้นแล้ว หัวหน้าเชฟที่ควบคุมครัวในสัปดาห์นั้น ๆ จะตัดสินผู้เข้าแข่งขันให้ออกจากการแข่งขันอย่างน้อย 1 คนในแต่ละสัปดาห์ โดยผู้เข้าแข่งขันที่ถูกคัดออกจะต้องถอดเสื้อยูนิฟอร์มของรายการคืนให้หัวหน้าเชฟที่ควบคุมครัวในสัปดาห์นั้น ๆ แล้วเดินออกจากภัตตาคารผ่านโถงทางเดิน จากนั้น คณะหัวหน้าเชฟจะส่งผู้เข้าแข่งขันที่เหลือกลับเข้าห้องพัก ก่อนเดินกลับขึ้นไปบนห้องทำงาน เพื่อนำเสื้อยูนิฟอร์มของผู้เข้าแข่งขันที่ถูกคัดออกไปแขวนและเผารูปของผู้เข้าแข่งขันคนนั้นทิ้ง โดยจะมีเสียงพากย์ของหัวหน้าเชฟที่ควบคุมครัวในสัปดาห์นั้น ๆ ที่อธิบายความคิดเห็นของตนในการคัดผู้เข้าแข่งขันคนดังกล่าวออก
เมื่อการแข่งขันดำเนินมาจนเหลือผู้เข้าแข่งขันตามจำนวนที่คณะหัวหน้าเชฟเห็นสมควร จะเข้าสู่รอบเสื้อดำ (Black Jacket Round) ผู้เข้าแข่งขันที่เหลือจากทั้งสองทีมจะถูกรวมทีมเป็นทีมเดียว โดยได้รับเสื้อยูนิฟอร์มสีดำ (Black Jacket) แทนเสื้อสีของทีมเดิม เพื่อแสดงว่าเป็นผู้เข้าแข่งขันกลุ่มสุดท้ายของเฮลล์คิทเช่นไทยแลนด์ของฤดูกาลนั้น ๆ แล้วแข่งขันกันต่อจนกระทั่งเหลือผู้เข้าแข่งขัน 2 คนสุดท้ายที่จะผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ หรือการบริการครั้งสุดท้าย (Final service)
บริการครั้งสุดท้าย (Final Service)
[แก้]ในตอนสุดท้ายของฤดูกาล ผู้เข้าแข่งขัน 2 คนสุดท้ายจะได้รับการเลื่อนขั้นขึ้นเป็นหัวหน้าเชฟประจำทีมสีแดงและทีมสีน้ำเงิน โดยมีอดีตผู้เข้าแข่งขันที่ถูกคัดออกกลับมาอีกครั้ง เพื่อให้ผู้เข้าแข่งขันที่เป็นหัวหน้าเชฟเลือกมาเป็นลูกทีมของตน ซึ่งผู้ที่ได้คะแนนในรอบก่อนหน้ามากกว่าจะได้สิทธิ์เลือกอดีตผู้เข้าแข่งขันมาเป็นลูกทีมของตนก่อน หัวหน้าเชฟจะมีหน้าที่คิดและพัฒนาเมนูทั้ง 3 คอร์ส คือ อาหารเรียกน้ำย่อย อาหารจานหลัก และของหวาน รวมทั้งวางแผน แจกแจงหน้าที่ และความรับผิดชอบในแต่ละแผนกครัวของแต่ละทีมให้กับลูกทีมของตน
ก่อนเริ่มต้นการบริการครั้งสุดท้าย คณะหัวหน้าเชฟจะเข้ามาตรวจสอบให้แน่ใจว่าเมนูทั้งหมดของทั้งสองทีมตรงตามมาตรฐานของภัตตาคารเฮลล์คิทเช่น จากนั้นจะหันไปดูแลการบริการเป็นหลัก เพื่อให้ผู้เข้าแข่งขันที่เป็นหัวหน้าเชฟประจำทั้งสองทีมสามารถควบคุมครัวของตนได้อย่างเต็มที่ โดยไม่เข้าไปเกี่ยวข้องในครัว (ยกเว้นในบางกรณีที่ผู้เข้าแข่งขันไม่สามารถควบคุมครัวหรือแก้ไขปัญหาในทีมได้อย่างเหมาะสม) และหากมีลูกค้าสั่งซื้ออาหารควบทั้งสองทีม ทั้งสองทีมจะต้องดำเนินการบริการให้ตามจำนวนที่สั่งให้ครบทั้งหมด และต้องนำออกบริการพร้อมกัน
หลังสิ้นสุดการบริการครั้งสุดท้าย ลูกค้าทั้ง 100 คน จะร่วมลงคะแนนให้ผู้เข้าแข่งขันที่เป็นหัวหน้าเชฟทั้ง 2 คน โดยคณะหัวหน้าเชฟจะใช้เป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาผล โดยในห้องทำงานของคณะหัวหน้าเชฟมีประตู 2 บาน ที่ทอดออกสู่ระเบียงเหนือห้องรับประทานอาหารของภัตตาคาร หลังจากพิจารณาผลแล้ว คณะหัวหน้าเชฟจะให้ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 2 คนยืนหลังประตูคนละบาน หลังจากคณะหัวหน้าเชฟบอกให้ทั้งคู่หมุนลูกบิดประตูพร้อมกันแล้ว จะมีประตูเพียงบานเดียวที่สามารถเปิดออกได้ ผู้ที่เปิดประตูออกจะเป็นผู้ชนะเลิศ ได้รับเงินรางวัลจำนวน 1,000,000 บาท และรางวัลอื่น ๆ ตามฤดูกาลนั้น นอกจากนี้ ผู้ชนะเลิศจะแขวนภาพของตนร่วมกับผู้ชนะเลิศคนอื่น ๆ ที่ทางเข้าด้านหน้าภัตตาคาร
หมายเหตุ: ในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศจะมีแขกกิตติมศักดิ์มาร่วมรับประทานอาหารในภัตตาคารด้วย
- ฤดูกาลที่ 1 : ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี
ผู้ดำเนินรายการ
[แก้]| ผู้ดำเนินรายการ | ฤดูกาลที่ | |
|---|---|---|
| 1 | 2 | |
| หัวหน้าเชฟ | ||
| วิลเมนต์ ลีออง | หลัก | |
| หม่อมหลวงขวัญทิพย์ เทวกุล | หลัก | |
| พงษ์ธวัช เฉลิมกิตติชัย | หลัก | |
| ณัฐวุฒิ ธรรมพันธุ์ | หลัก | |
| ศุภมงคล ศุภพิพัฒน์ | รับเชิญ | |
| ผู้ช่วยเชฟ | ||
| ทีมสีแดง | ||
| พฤกษ์ สัมพันธวรบุตร | หลัก | |
| ทีมสีน้ำเงิน | ||
| ธีรภัทร ตียาสุนทรานนท์ | หลัก | |
ภาพรวมในแต่ละฤดูกาล
[แก้]| ฤดูกาล | ช่วงเวลาออกอากาศ | ชนะเลิศ | รองชนะเลิศ | จำนวนผู้เข้าแข่งขัน | จำนวนตอน | รางวัลสำหรับผู้ชนะเลิศ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | 4 กุมภาพันธ์ – 19 พฤษภาคม 2567 | ภูเตโช กาญจนกิตติกูล (บิว) | ณัฐศิมาภรณ์ หลักไชย (เคอร์) | 16 | 15 | เงินรางวัล 1,000,000 บาท และดูแลภัตตาคารมาสเตอร์คิทเช่นของเฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป |
| 2 | 21 กันยายน – 21 ธันวาคม 2568 | แสงเทียน สิงห์แก้ว (ตู่) | ณัฐวัตร เมธาธัญยบูรณ์ (นอท) | 18 | 13 | เงินรางวัล 1,000,000 บาท |
รางวัล
[แก้]| ปี | รางวัล | สาขา | ผล | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|
| 2568 | รางวัลนาฏราช ครั้งที่ 16 | เกมโชว์และการแข่งขันยอดเยี่ยม | เสนอชื่อเข้าชิง | |
อ้างอิง
[แก้]- ↑ ""เฮลิโคเนียเอช กรุ๊ป" ตอกย้ำตำแหน่งเจ้าพ่อ King of Food Content ตัวจริง ! คว้ำลิขสิทธิ์รายการระดับโลก Hell's Kitchen เสริมเขี้ยวเล็บ". ผู้จัดการออนไลน์. 2022-09-09. สืบค้นเมื่อ 2023-08-25.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "เปิดเตา Hell's Kitchen Thailand16 เชฟหนาวสั่นสะท้าน! เจอ 'เชฟป้อม-เชฟเอียน-เชฟวิลแมน-เชฟอ๊อฟ'แผ่รังสีอำมหิต". แนวหน้า. 31 มกราคม 2024. สืบค้นเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "ครัวนรกมีไฟลุก เปิดหน้า "เชฟป้อม-เชฟวิลเมนท์" พิธีกรเฮล คิทเช่น ไทยแลนด์". ผู้จัดการออนไลน์. 2023-10-14. สืบค้นเมื่อ 2023-10-14.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- รายการโทรทัศน์ช่อง 7 เอชดี
- รายการโทรทัศน์โดยเฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป
- รายการเรียลลิตีโชว์การแข่งขันทำอาหาร
- การแข่งขันทำอาหารในประเทศไทย
- รายการโทรทัศน์ไทยที่สร้างจากรายการโทรทัศน์บริติช
- รายการโทรทัศน์ไทยที่เริ่มออกอากาศตั้งแต่ พ.ศ. 2567
- รายการเรียลลิตีโชว์ไทยในคริสต์ทศวรรษ 2020
- รายการการทำอาหารทางโทรทัศน์ไทยในคริสต์ทศวรรษ 2020