ศึกอู่จั้งหยวน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ศึกอู่จั้งหยวน
เป็นส่วนหนึ่งของ ศึกสงครามในสามก๊ก
Living Zongda Fleeing.jpg

ภาพวาดยุคราชวงศ์ชิง สุมาอี้ตกใจกลัวขงเบ้ง ซึ่งแท้ที่จริงแล้วเป็นหุ่นจำลอง
วันที่ ค.ศ. 234
สถานที่ ที่ราบอู่จั้ง มณฑลส่านซี ประเทศจีน
ผลลัพธ์ วุยก๊กเป็นฝ่ายชนะสงคราม จ๊กก๊กต้องล่าถอย เพราะขงเบ้งล้มป่วยจนเสียชีวิตระหว่างการรบ
ดินแดน
เปลื่ยน
ปากทางเขาโฮโลก๊ก
คู่ขัดแย้ง
พระเจ้าเล่าเสี้ยน พระเจ้าโจยอย
ผู้บัญชาการหรือผู้นำ
ขงเบ้ง
เกียงอุย
เอียวหงี
อุยเอี๋ยน
บิฮุย
สุมาอี้
กุยห้วย
กำลัง
จ๊กก๊ก 100,000 คน วุยก๊ก 400,000 คน

ศึกอู่จั้งหยวน (อังกฤษ: Battle of Wuzhang Plains ; จีน: 五丈原之戰; พินอิน: Wu Zhàng Zhi Zhàn) เป็นหนึ่งในศึกสงครามในสามก๊ก จากวรรณกรรมจีนอิงประวัติศาสตร์ เรื่องสามก๊ก เกิดขึ้นในระหว่างเดือนเมษายนถึงฤดูใบไม้ร่วง ค.ศ. 234 บริเวณที่ราบอู่จั้ง ในมณฑลส่านซี ศึกอู่จั้งหยวนเป็นหนึ่งในศึกสงครามการบุกทางเหนือของขงเบ้ง โดยมีขงเบ้งและสุมาอี้เป็นแม่ทัพ ซึ่งผลของศึกอู่จั้งหยวนคือวุยก๊กเป็นฝ่ายชนะ จ๊กก๊กแตกพ่ายถอยหนีและเป็นการบัญชาการสงครามครั้งสุดท้ายของขงเบ้ง

จุดเกิดของสงคราม[แก้]

ศึกอู่จั้งหยวนเกิดขึ้นจากภายหลังที่ขงเบ้งซ่องสุมเตรียมกำลังทหารและไพร่พลจำนวนมากในระยะเวลาสามปี เพื่อนำทัพบุกวุยก๊กเป็นครั้งที่หกและเลือกใช้เส้นทางเดินทัพเดิมคือหุบเขากิสาน ซึ่งการเลือกเส้นทางเดินทัพในครั้งนี้กลับเป็นผลร้ายแก่ขงเบ้ง เมื่อสุมาอี้นำกำลังทหารออกมาตั้งรับและสกัดดักจับตัวขงเบ้ง[1]

ในวรรณกรรม สุมาอี้ถูกขงเบ้งหลอกให้ติดอยู่ช่องเขาและถูกใช้ไฟเผากองทัพพร้อมกับสุมาสูและสุมาเจียว ผู้เป็นบุตรชายทั้งสอง แต่ทว่าฝนเกิดตกลงมาอย่างไม่คาดคิด ทำให้ทั้งสามรอดชีวิตออกไปได้ นับตั้งแต่นั้นสุมาอี้คิดขยาดขงเบ้ง ได้แต่ตั้งค่ายป้องกันเพียงอย่างเดียว ไม่ได้สั่งให้ทหารออกไปสู้ แม้ว่าทางฝ่ายขงเบ้งจะให้อุยเอี๋ยนไปส่งเสียงท้าถึงหน้าค่าย รวมถึงส่งอาภรณ์ผู้หญิงไปให้สุมาอี้ด้วย แต่สุมาอี้ก็ไม่คิดใส่ใจ จนกระทั่งขงเบ้งป่วยหนัก ซึ่งขงเบ้งรู้ตัวว่าชีวิตตนเองใกล้จะจบลงแล้ว จึงได้ทำพิธีต่อชะตาอายุตนเอง ด้วยการภาวนาท่องมนต์ตามลำพังในกระโจม และจุดตะเกียงไว้รอบตัว ถ้าหากว่าตะเกียงยังคงสว่างไสวได้ตลอด 7 วัน ก็หมายถึงว่า อายุของขงเบ้งก็จะต่อออกไปได้อีกช่วงหนึ่ง ซึ่งเรื่องนี้มีผู้รู้น้อยรายเพราะขงเบ้งไม่ต้องการให้สุมาอี้ล่วงรู้ หนึ่งในนั้นคือ เกียงอุย ซึ่งเป็นนายทหารคนสนิท พิธีดำเนินมาด้วยดีติดต่อกันได้เกือบ 7 วัน จะครบกำหนดแล้ว ฝ่ายสุมาอี้เห็นผิดปกติที่กองทัพจ๊กก๊กไม่ออกมาส่งเสียงท้าทายหน้าค่ายเหมือนเคย จึงสงสัย และได้ตรวจดูดวงดาวบนท้องฟ้า พบว่าดาวประจำตัวของขงเบ้งอับแสงเต็มที จึงคาดเดาออกว่าขงเบ้งคงใกล้จะสิ้นชีพ จึงให้ยกกองทัพไปที่ค่ายจ๊กก๊กเพื่อสำรวจและเข้าโจมตีถ้ามีโอกาส อุยเอี๋ยนซึ่งไม่ทราบเรื่องพิธีต่ออายุ ได้พุ่งพรวดเข้าไปรายงานถึงในกระโจม ทำให้ตะเกียงที่จุดอยู่นั้นดับลง ขงเบ้งร้องเสียงหลงว่า ชีวิตเราคงจะสิ้นสุดลงแล้ว เกียงอุยโมโหอุยเอี๋ยน ถือกระบี่ปราดเข้าไปหมายจะสังหาร แต่ขงเบ้งได้ห้ามไว้พร้อมกล่าวว่า ไม่ใช่ความผิดของอุยเอี๋ยนหรอก เป็นชะตาของเราเอง จากนั้นมาขงเบ้งก็ป่วยหนัก และได้สั่งเสียต่าง ๆ พร้อมทั้งส่งมอบตำราพิชัยสงครามทั้งหมดแก่เกียงอุย โดยพระเจ้าเล่าเสี้ยนเมื่อทราบข่าว ก็ได้ให้ลิฮกไปถามว่า หากท่านสิ้นไปแล้วจะให้ผู้ใดรับตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีแห่งจ๊กก๊ก ขงเบ้งตอบว่าเจียวอ้วน และต่อจากเจียวอ้วนคือบิฮุย จากนั้นขงเบ้งก็สิ้นใจลง สิริอายุได้ 52 ปี กองทัพจ๊กก๊กจึงต้องยกกลับ

ก่อนหน้าที่ขงเบ้งจะสิ้นใจ ได้วางแผนจัดการกับสุมาอี้ ซึ่งเมื่อทราบข่าวจะต้องบุกตามมาตีเป็นแน่ ด้วยการสั่งให้นำศพของตนบรรจุลงในลักษณะนั่งในโลงแทนที่จะนอน และให้ใส่ข้าวสารในปากเจ็ดเมล็ด พร้อมทั้งจุดตะเกียงไว้ใต้ที่นั่ง เพื่อรักษาให้ดาวประจำตัวยังคงอยู่บนท้องฟ้า และได้ให้ทหารทำหุ่นไม้และรถม้าของตนขึ้นมาสามตัว เพื่อหลอกสุมาอี้ ซึ่งเมื่อสุมาอี้ได้ยกทัพมา ก็ได้มีการหลอกสุมาอี้เช่นนั้นจริงทั้งสามทาง ทำให้สุมาอี้ตกใจกลัวด้วยไม่รู้ว่า ขงเบ้งจะมาทางทิศไหนกันแน่ จึงยกทัพหนี พร้อมกันนั้นยังได้นัดหมายให้ม้าต้าย และเอียวหงี จัดการสังหารอุยเอี๋ยน ซึ่งขงเบ้งมองออกว่าจะทำตัวเป็นกบฏหลังจากตนสิ้นชีพไปแล้ว ซึ่งอุยเอี๋ยนก็กระทำเช่นนั้นจริง ด้วยการตั้งตนเป็นอิสระไม่ขึ้นแก่ผู้ใด ม้าต้ายแสร้งทำเป็นสวามิภักดิ์ด้วย พร้อมยกยอให้อุยเอี๋ยนมีบุญวาสนาเหมาะกับเป็นจักรพรรดิ์องค์ต่อไป อุยเอี๋ยนซึ่งกำลังลำพองไม่ทันได้ระวังตัว จึงโดนม้าต้ายซึ่งชักม้ามาอยู่เคียงข้างฟันด้วยกระบี่ขาดใจตายทันที

เหตุการณ์ต่อมา[แก้]

หลังจากขงเบ้งสิ้นไปแล้ว ผู้ที่เป็นอัครมหาเสนาบดีแห่งจ๊กก๊ก ก็คือ เจียวอ้วน และผู้ที่รับตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ คือ เกียงอุย ซึ่งยึดถือในปณิธานบุกขึ้นเหนือเพื่อรวบรวมแผ่นดินเป็นหนึ่งเดียวต่อไป ในส่วนร่างของขงเบ้งนั้นถูกฝังบนยอดเขาเตงกุนสัน หนึ่งในสถานที่ ๆ เคยเกิดศึกสงครามระหว่างวุยก๊กและจ๊กก๊กในอดีต (ค.ศ. 219) ซึ่งจ๊กก๊กเป็นฝ่ายชนะ โดยเป็นสุสานอยู่กลางแจ้ง ไม่มีศาลาตามคำสั่งเสียก่อนสิ้นใจ

โดยสถานที่ ๆ ขงเบ้งสิ้นใจนั้น คือ ทุ่งอู่จั้ง หรือที่ราบอู่จั้ง เป็นที่ราบสูงอยู่ใกล้กับแม่น้ำเว่ย อยู่ห่างประมาณ 56 กิโลเมตรจากตัวเมืองเปาจี มณฑลส่านซีในปัจจุบัน และอยู่ห่างจากเมืองซีอานไปทางตะวันตกประมาณ 150 กิโลเมตร ทุ่งอู่จั้งเป็นที่ราบสูงแห่งหนึ่งในประเทศจีน มีความสูงประมาณ 150 ฟุต ปัจจุบันได้มีศาลเจ้าขงเบ้งตั้งอยู่ ภายในศาลประกอบด้วยรูปเคารพขงเบ้ง พร้อมกับนายทหารคู่ใจอีกสี่นาย คือ กวนหิน, อองเป๋ง, เตียวเปา และเลียวฮัว โดยมีม้าต้ายเป็นทวารบาล และ ณ ที่นี่ยังมีสุสานฝังชุด, หมวก และพัดขนนกของขงเบ้งอยู่ด้วย[2] [3] [4] [5] [6]

อ้างอิง[แก้]

  1. ศึกอู่จั้งหยวน สงครามสามก๊ก, ศึกสงครามในสามก๊ก-อินไซด์สามก๊ก, กัญจน์ดามาศ โกพล, สำนักพิมพ์ดอกหญ้า, พ.ศ. 2550, หน้า 208, ISBN 978-974-690-595-4
  2. Chen, Shou. Records of the Three Kingdoms (Sanguozhi).
  3. Fang, Xuanling et al. Book of Jin (Jin Shu).
  4. Luo, Guanzhong. Romance of the Three Kingdoms, ch. 103-104.
  5. Pei, Songzhi. Annotations to Records of the Three Kingdoms (Sanguozhi zhu).
  6. Sima, Guang. Zizhi Tongjian, vol. 72.