กรณีพิพาทเรื่องอาณาเขตซุน-เล่า

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
กรณีพิพาทเรื่องอาณาเขตซุน-เล่า
เป็นส่วนหนึ่งของ สงครามในยุคสิ้นราชวงศ์ฮั่น
วันที่ ป. กรกฎาคม – สิงหาคม ค.ศ. 215[a]
สถานที่ มณฑลหูเป่ย์และมณฑลหูหนาน ประเทศจีน
ผลลัพธ์ สงบศึก
ดินแดน
เปลื่ยน
มีการตกลงแบ่งดินแดนนระหว่างซุนกวนและเล่าปี่ตลอดแม่น้ำเซียง
คู่ขัดแย้ง
ซุนกวน เล่าปี่
ผู้บัญชาการหรือผู้นำ
ซุนกวน
โลซก
ลิบอง
เล่าปี่
กวนอู
กำลัง
อย่างน้อย 10,000 คน ประมาณ 30,000 คน (ตามคำกล่าวอ้างของกวนอู)

กรณีพิพาทเรื่องอาณาเขตซุน-เล่า เป็นความขัดแย้งทางการทหารระหว่างขุนศึกซุนกวนและเล่าปี่ในปี ค.ศ. 215 ในช่วงปลายยุคราชวงศ์ฮั่นตะวันออกของจีน เริ่มแรกเดิมทีซุนกวนและเล่าปี่ได้เป็นพันธมิตรกันในปี ค.ศ. 208 เพื่อต้านข้าศึกคนเดียวกันคือโจโฉ ขณะเดียวกันทั้งสองฝ่ายก็เกิดข้อพิพาทในเรื่องอาณาเขตของแคว้นเกงจิ๋วทางตอนใต้ (ครอบคลุมพื้นที่มณฑลหูเป่ย์และมณฑลหูหนานในปัจจุบัน) ในช่วงต้นทศวรรษ 210 ข้อพิพาทได้สิ้นสุดลงเมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงแบ่งดินแดนตามแนวตลอดแม่น้ำเซียงระหว่างเขตอิทธิพลของทั้งสองฝ่าย โดยซุนกวนได้พื้นที่ทางตะวันออกของแม่น้ำ ส่วนเล่าปี่ยังคงครองพื้นที่ทางตะวันตกของแม่น้ำ แต่ถึงแม้จะมีข้อตกลงสงบศึกจากกรณีพิพาทเรื่องอาณาเขต ท้ายที่สุดซุนกวนก็ส่งทัพเข้าโจมตีอาณาเขตของเล่าปี่ในการรุกรานในปี ค.ศ. 219 และยึดครองทั้งแคว้นเกงจิ๋วได้สำเร็จ

ภูมิหลัง[แก้]

ซุนกวนให้เล่าปี่ "ยืม" แคว้นเกงจิ๋ว[แก้]

ความขัดแย้ง[แก้]

ลิบองยึดสามเมือง[แก้]

การคุมเชิงกันที่อี้หยางระหว่างกวนอูและกำเหลง[แก้]

การเจรจาต่อรองระหว่างโลซกและกวนอู[แก้]

ตกลงสงบศึก[แก้]

ผลสืบเนื่อง[แก้]

ในนิยายสามก๊ก[แก้]

เชิงอรรถ[แก้]

  1. จือจื้อทงเจี้ยนบันทึกว่าความขัดแย้งเกิดขึ้นในเดือนหก ปีที่ยี่สิบของรัชศักเจี้ยนอัน รัชสมัยพระเจ้าเหี้ยนเต้[1] เดือนนี้ตรงกับช่วงระหว่างวันที่ 14 กรกฎาคมถึง 12 สิงหาคม ค.ศ. 215 ตามปฏิทินเกรโกเรียน

อ้างอิง[แก้]

  1. Sima 1084, vol. 67.
  • ตันซิ่ว (ศตวรรษที่ 3). จดหมายเหตุสามก๊ก (ซันกั๋วจื้อ).
  • de Crespigny, Rafe (2007). A Biographical Dictionary of Later Han to the Three Kingdoms 23-220 AD. Leiden: Brill. ISBN 9789004156050.
  • ล่อกวนตง (ศตวรรษที่ 14). สามก๊ก (ซันกั๋วเหยี่ยนอี้).
  • เผยซงจือ (ศตวรรษที่ 2). อรรถาธิบายจดหมายเหตุสามก๊ก.
  • ซือหม่ากวง (1084). จือจื้อทงเจียน