การก่อการกำเริบในลาว

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
การก่อการกำเริบในลาว
วันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2518–ปัจจุบัน[1] (กลุมกบฏทั้งสามกลุ่มถูกปราบใน พ.ศ. 2550)
สถานที่ กลุ่มม้ง: ลาวภาคกลางและภาคเหนือ (พ.ศ. 2518–ปัจจุบัน)
กลุ่มนิยมเจ้า,กลุ่มฝ่ายขวา: ลาวภาคใต้ (พ.ศ. 2523 - 2533)
สถานะ
  • ม้งที่พยายามก่อรัฐประหารจัดการโดยชาวม้งอพยพในสหรัฐอเมริกาใน พ.ศ. 2550 ถูกทหารลาวปราบได้
  • ไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างชาวลาวและชาวเวียดนามที่ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในการเผชิญหน้าในดินแดนลาว
  • การต่อต้านในระดับพลเรือนยังมีอยู่
  • ชาวม้งที่อพยพเข้ามาในไทยถูกบังคับส่งตัวกลับ; ที่เหลืออพยพไปยังสหรัฐและ เฟรนช์เกียนา
  • แผนการก่อรัฐประหารในลาวที่ริเริ่มโดยชาวม้งในสหรัฐอเมริกายังไม่มีหลักฐานเพียงพอ[2]
คู่ขัดแย้ง
ลาว Laos

เวียดนาม เวียดนาม
 ประเทศเวียดนามเหนือ (ถึง พ.ศ. 2519)
 สหภาพโซเวียต (ถึง พ.ศ. 2521)

ขบวนการต่อต้านลาว
  • ชาวม้งในลาว
  • ชาวม้งในไทย

องค์กรปลดปล่อยของชนกลุ่มน้อยในลาว
(พ.ศ. 2527–)
สหแนวร่วมเพื่อปลดปล่อยลาว(พ.ศ. 2523–)


ลาว รัฐบาลประชาธิปไตยราชอาณาจักรลาว (พ.ศ. 2525)


เจ้าฟ้า (ถึง พ.ศ. 2527)
แนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติลาว
แนวร่วมเอกราชสหลาว
กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติลาวเสรีประชาธิปไตย ประเทศกัมพูชากองทัพแห่งชาติกัมพูชาประชาธิปไตย (พ.ศ. 2522 - 2526: เกี่ยวข้องโดยจำกัด)

สนับสนุนโดย:
ประเทศจีน สาธารณรัฐประชาชนจีน (to 1988)
ประเทศกัมพูชา กัมพูชาประชาธิปไตย (ถึง พ.ศ. 2522)
CPKbanner.svg เขมรแดง (พ.ศ. 2523 - 2524)
CPKbanner.svg พรรคกัมพูชาประชาธิปไตย (พ.ศ. 2524 - 2533)
ไทย ไทย (ฝ่ายขวา: จนถึงราว พ.ศ. 2528) (ม้ง: ถึง พ.ศ. 2533)
สหรัฐ สหรัฐอเมริกา (ม้ง: พ.ศ. 2533)
แนวโฮม (สนับสนุน พ.ศ. 2524)[3][4]
ลาว รัฐบาลราชอาณาจักรลาวพลัดถิ่น
ชาวม้งอพยพหลายกลุ่ม

ผู้บัญชาการหรือผู้นำ
ลาว จูมมะลี ไซยะสอน
ลาว บุนยัง วอละจิด
ลาว ทองสิง ทำมะวง
เวียดนาม เจือง เติ๊น ซาง
เวียดนาม เหงียน ถิ ซวาน
เวียดนาม เหงียน เติ๊น สุง
กำลังพลสูญเสีย
พลเรือนมากกว่า 100,000 คน (1975–1980)[5]

การก่อการกำเริบในลาว เป็นเหตุการณ์ความขัดแย้งของกองทัพประชาชนลาวกับสมาชิกกองทัพลับของชาวม้ง ซึ่งประกอบด้วยชาวม้งที่สหรัฐให้การสนับสนุนและกลุ่มต่อต้านคอมมิวนิสต์ในสงครามกลางเมืองลาว ในช่วง พ.ศ. 2523 กลุ่มกบฏนิยมเจ้ายังคงอยู่และมีกองโจรโจมตีเป็นครั้งคราว กลุ่มกบฏฝายขวาที่มีต่างชาติสนับสนุนมีกิจกรรมต่อเนื่องมาจนถึงราว พ.ศ. 2533 ส่วนกลุ่มกบฏม้งเป็นกลุ่มที่ยังคงมีกิจกรรมยาวนานที่สุด โดยระยะเวลาเริ่มตั้งแต่สงครามอินโดจีนครั้งที่ 1 จนสิ้นสุดสงครามกลางเมืองลาว

กลุ่มกบฏม้ง[แก้]

ความขัดแย้งเกิดจากเหตุการณ์ก่อนลาวได้รับเอกราชได้แก่การรัฐประหารที่ล้มเหลวของเจ้าสุพานุวง การที่ม้งเข้าช่วยเหลือทหารฝรั่งเศสในเชียงขวางต่อต้านลาวและเวียดนาม และฝรั่งเศสให้สิทธิ์แก่ชาวม้งเทียบเท่าชาวลาว

ใน พ.ศ. 2489 ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดการยึดครองของญี่ปุ่น เจ้าเพชรราช เจ้าสุพานุวงและเจ้าสุวรรณภูมาได้จัดตั้งขบวนการเรียกร้องเอกราชเพื่อล้มล้างราชบัลลังก์ของพระเจ้าศรีสว่างวงศ์ ผู้ที่ต้องการให้ลาวอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศสได้ในระยะเวลาสั้น ๆ ชาวม้งเข้าเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของฝรั่งเศส ตูบี ลีฟุง ผู้นำคนสำคัญของชาวม้งได้รวมกองกำลังของชาวม้ง ฝรั่งเศสและลาวในการต่อสู้กับฝ่ายคอมมิวนิสต์ที่ประกอบด้วยชาวลาวและชาวเวียดนาม และช่วยเหลือตัวแทนฝรั่งเศสไว้ในหมู่บ้านระหว่างช่วงสงครามอินโดจีนครั้งที่ 1

เมื่อฝรั่งเศสถอนตัวออกจากอินโดจีน หลังจากพ่ายแพ้ในยุทธการเดียนเบียนฟู สหรัฐได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับลาวมากขึ้นเพื่อต่อต้านคอมมิวนิสต์ในอินโดจีน สหรัฐเห็นลาวเป็นโดมิโนตัวหนึ่งในทฤษฎีโดมิโน กองทัพม้งนำโดยวังเปาที่มีสหรัฐสนับสนุนได้ป้องกันการรุกหน้าของขบวนการปะเทดลาวที่มีเวียดนามหนุนหลัง พวกเขาช่วยเหลือสหรัฐในเมืองลับของสหรัฐที่ล่องแจ้งซึ่งเป็นศูนย์กลางการทิ้งระเบิดในเวียดนามและลาว[6] ใน พ.ศ. 2518 เมื่อเวียดนามใต้ล่มสลายและไม่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐ ขบวนการปะเทดลาวได้เข้าควบคุมประเทศ ชาวม้งที่เข้าร่วมในปฏิบัติการทางทหารถูกโดดเดี่ยว ขบวนการปะเทดลาวเริ่มการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ โดยมีการสังหารหมู่ วางระเบิด จัดค่ายสัมมนา และข่มขืนชาวม้งรูดอล์ฟ รุมเนลได้ประมาณว่าในการร่วมมือกับกองทัพประชาชนเวียดนาม มีชาวม้งถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ราว 100,000 คน ระหว่าง พ.ศ. 2518 – 2523 ทำให้มีชาวม้งมากกว่า 350,000 คน อพยพไปยังสหรัฐและไทย

ชาวม้งที่ยังอยู่ในลาวมากกว่า 30,000 คนถูกส่งเข้าค่ายสัมมนาในฐานะนักโทษการเมือง มีการใช้แรงงานหนัก บางส่วนเสียชีวิต ชาวม้งราวพันคนส่วนใหญ่เป็นทหารเก่าและครอบครัวอพยพไปยังเขตภูเขาห่างไกลเช่น ภูเบี้ย กลุ่มนี้ยังคงโจมตีทหารของขบวนการปะเทดลาวและเวียดนาม บางส่วนหลบซ่อนเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง ในปัจจุบัน ชาวม้งในลาวส่วนใหญ่อยู่อย่างมีสันติภาพในหมู่บ้านและในเมือง มีชาวม้งกลุ่มเล็ก ๆ ซึ่งเป็นรุ่นที่ 2 หรือ 3 ของทหารที่เคยฝึกจากหน่วยสืบราชการลับของสหรัฐยังคงอยู่ตามพื้นที่ห่างไกลในลาวเพราะหวาดกลัวรัฐบาล ใน พ.ศ. 2546 ยังมีรายงานการโจมตีโดยกลุ่มเหล่านี้ แต่นักข่าวที่เข้าไปเยี่ยมพวกเขาในค่ายลับ กล่าวว่าพวกเขาหิวโหย เจ็บป่วยและขาดแคลนอาวุธ[7][8] และมักจะฆ่า ทำร้ายผู้หญิงและเด็ก[9]

เมื่อฝ่ายรัฐบาลยังตามล่า บางกลุ่มออกจากที่ซ่อน บางส่วนลี้ภัยมายังไทยและประเทศอื่น ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2552 กลุ่มผู้อพยพราว 4,500 คน ในค่ายผู้ลี้ภัยในไทยถูกบังคับให้กลับมายังลาว ชาวม้งบางส่วนอพยพไปแคลิฟอร์เนียหลังจากทหารสหรัฐถอนตัวไปจากเวียดนามและลาว

กลุ่มกบฏนิยมเจ้า[แก้]

ในช่วงต้นปี พ.ศ. 2523 ได้ก่อตั้งกองทัพที่ต่อต้านคอมมิวนิสต์และนิยมเจ้าขึ้นเรียกว่ากองทัพปลดปล่อยแห่งชาติลาว กองทัพนี้ก่อกบฏในลาวภาคใต้ ได้โจมตีทหารลาวและเวียดนามใน พ.ศ. 2525 กองทัพนี้ได้จัดตั้งรัฐบาลประชาธิปไตยราชอาณาจักรลาว[10] ซึ่งเป็นรัฐบาลพลัดถิ่นในกรุงเทพฯเมื่อ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2525 มีเป้าหมายในการรวบรวมพื้นที่ในลาวภาคใต้ ได้รับความช่วยเหลือจากสาธารณรัฐประชาชนจีน[11] กองทัพนี้ให้ความช่วยเหลืออย่างจำกัดกับเขมรแดงในการโค่นล้มสาธารณรัฐประชาชนกัมพูชาที่มีเวียดนามหนุนหลัง และได้สลายตัวไปเมื่อ พ.ศ. 2533

กลุ่มกบฏฝ่ายขวา[แก้]

เป็นกลุ่มกบฏที่ร่วมมือกับกลุ่มกบฏนิยมเจ้านำโดยสหแนวร่วมเพื่อปลดปล่อยลาวและกลุ่มพันธมิตรขนาดเล็กอื่น ๆ มีกำลังทหารประมาณ 40,000 คน จีนและเขมรแดงสนับสนุนและช่วยฝึกกลุ่มกบฏฝ่ายขวา เพื่อให้กลุ่มนี้ช่วยในการสู้รบกับเวียดนาม กลุ่มนี้กล่าวอ้างว่ามีเขตปลดปล่อยเป็นของตนเอง กลุ่มนี้มีประสิทธิภาพน้อยกว่ากลุ่มนิยมเจ้า ไม่มีหลักฐานว่าเหลืออยู่ในลาวปัจจุบันและไม่เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง

อ้างอิง[แก้]

  1. Vietnam People's Army#International presence
  2. "Hmong Conflict". สืบค้นเมื่อ 20 March 2015. 
  3. http://www.globalpolitician.com/22937-laos
  4. "Laos' controversial exile". BBC News. 2007-06-11. 
  5. Statistics of Democide Rudolph Rummel
  6. Jane Hamilton-Merritt, Tragic Mountains: The Hmong, the Americans, and the Secret Wars for Laos, 1942-1992 (Indiana University Press, 1999), pp337-460
  7. Perrin, Andrew (2003-04-28). "Welcome to the Jungle". Time Magazine. สืบค้นเมื่อ 2007-04-27. 
  8. Arnold, Richard (2007-01-19). "Laos: Still a Secret War". Worldpress. สืบค้นเมื่อ 2007-04-27. 
  9. "Rebecca Sommer Film Clips". สืบค้นเมื่อ 20 March 2015. 
  10. "Political Terrorism". สืบค้นเมื่อ 20 March 2015. 
  11. http://www.jstor.org/pss/2644329

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]