เศรษฐกิจลาว

เศรษฐกิจของประเทศลาวเจริญเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วโดยรัฐบาลลดการควบคุมจากส่วนกลางและกระตุ้นการลงทุนของเอกชนตั้งแต่ พ.ศ. 2529 ลาวเป็นประเทศที่ผลิตพลังงานและส่งไปขายให้จีน เวียดนาม และไทยแม้จะยังเป็นประเทศที่ยากจนที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เศรษฐกิจลาวปัจจุบันกำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน เช่น หนี้สินต่างประเทศที่สูง หนี้สาธารณะในปี 2564 หนี้สาธารณะและหนี้ที่ค้ำประกันโดยภาครัฐของลาวคิดเป็น 88% ของ GDP โดยมีภาระการชำระหนี้ปีละประมาณ 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ[1] , อัตราเงินเฟ้อ, และการอ่อนค่าของเงินกีบ[2] ADB คาดการณ์เศรษฐกิจลาวในปี 2568 จะขยายตัวที่ 3.9% โดยภาคบริการการขนส่งและการท่องเที่ยวจะขยายตัวเพิ่มขึ้น[3]
ประวัติ
[แก้]หลังจากเข้าสู่อำนาจใน พ.ศ. 2518 รัฐบาลคอมมิวนิสต์ได้นำระบบเศรษฐกิจแบบโซเวียตมาใช้ โดยแทนที่การลงทุนของเอกชนด้วยการลงทุนของรัฐและสหกรณ์ การลงทุนมาจากศูนย์กลางทั้งการผลิต การค้าและการกำนดราคา และสร้างระบบกั้นขวางการค้าภายในกับภายนอกประเทศ หลังจากใช้ระบบเศรษฐกิจนี้ไปไม่นาน พบว่าเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาจนต้องมีการปฏิรูป เปลี่ยนการกำหนดราคาจากการกำหนดโดยรัฐมาเป็นมาเป็นตามกลไกตลาด อนุญาตให้เกษตรกรยึดครองที่ดินและขายผลผลิตทางการเกษตรได้ ยกเลิกการกีดกันสินค้าจากภายนอก
ใน พ.ศ. 2532 ลาวได้บรรลุข้อตกลงกับธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ในด้านการปฏิรูปเศรษฐกิจ สนับสนุนการลงทุนของเอกชน ลาวยอมรับความช่วยเหลือจากออสเตรเลียในการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงเชื่อมระหว่างเวียงจันทน์กับหนองคาย ในช่วงที่เกิดวิกฤติการเงินในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อ พ.ศ. 2540 ลาวได้รับผลกระทบโดยค่าเงินกีบลดลง ใช้นโยบายเศรษฐกิจแบบเงินฝืดซึ่งทำให้เศรษฐกิจมีเสถียรภาพใน พ.ศ. 2543
นอกจากการเพาะปลูกทางการเกษตรแล้ว ในลาวมีการลงทุนทางอุตสาหกรรมที่ประสบความสำเร็จ เช่น เครื่องยนต์ เบียร์ กาแฟ และการท่องเที่ยว โดยได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐ ญี่ปุ่นและเยอรมัน
เกษตรกรรม
[แก้]สปป. ลาวเป็นประเทศที่ภาคเกษตรกรรมเป็นแหล่งรายได้หลักของประชาชน โดยในปี 2564 รายได้จากภาคการเกษตรคิดเป็นร้อยละ 16 ของ GDP โดยรัฐบาล สปป. ลาวได้กำหนดให้แผนการส่งเสริมภาคการเกษตร เลี้ยงสัตว์ และปลูกพืชเชิงพาณิชย์เช่น มันสำปะหลัง ยางพารา กล้วย กาแฟ ข้าวโพด และข้าว[4]
การส่งออก
[แก้]ลาวพึ่งพารายได้จากการส่งออกสินค้าเกษตรและแร่ธาตุเป็นหลัก โดยมีประเทศคู่ค้าสำคัญคือ จีน, เวียดนาม, และไทย ออสเตรเลีย ฮ่องกง[5] มูลค่าการส่งออกของลาวในเดือนตุลาคม 2564 ลาวมีมูลค่าการส่งออกประมาณ 387 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยขาดดุลการค้า 45 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนในปี 2564 ทั้งปีมีการส่งออกประมาณ 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากมูลค่าการค้ารวม 13,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
การท่องเที่ยว
[แก้]แม้จะได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 แต่การท่องเที่ยวก็ยังเป็นภาคส่วนสำคัญของเศรษฐกิจลาว เมืองหลวงพระบางและปราสาทหินวัดพูได้ขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลก นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกหลายแห่ง เช่น เจดีย์หลวงเวียงจันทน์ หอพระแก้ว น้ำตกกองปาปิงในจำปาไซและน้ำตกกวางสีในหลวงพระบางเป็นต้น[6]
เมืองหลวงพระบาง ใน 3 เดือนแรกของปี 2568 เมืองหลวงพระบางดึงดูดนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 162% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า หรือจำนวน 1,167,581 คน สร้างรายได้ 584 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เว็บไซต์ Travel and Tour World จัดให้ลาวเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ค่าใช้จ่ายสร้างความสบายใจให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นอันดับ 1 ของโลก จากทั้งหมด 131 ประเทศ[3]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ "การประเมินความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ กรณีเปรียบเทียบระหว่าง สปป. ลาวและศรีลังกา". สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์. สืบค้นเมื่อ 2025-07-16.
- ↑ Plus, Thairath (2022-08-18). "เศรษฐกิจลาวจะเป็นแบบศรีลังกาไหม วิกฤตินี้จะส่งผลต่อไทยมากหรือไม่ มีอะไรบ้างที่ต้องเฝ้าระวัง". plus.thairath.co.th. สืบค้นเมื่อ 2025-07-15.
- 1 2 Team, The Intelligence (2025-05-11). "การท่องเที่ยว : หนึ่งในแรงขับเคลื่อนหลักทางเศรษฐกิจของ สปป.ลาว". Sharing Intelligence Center (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 2025-07-16.
- ↑ "มันสำปะหลังและยางพารา พืชเศรษฐกิจใหม่ของ สปป. ลาว -" (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). 2022-09-20. สืบค้นเมื่อ 2025-07-15.
- ↑ Professional web design and web development by www.tnt.co.th. "สินค้าเกษตร สินค้าส่งออกหลักของ สปป. ลาว". ThaibizLao ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว (Business Information Center). เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2025-04-21. สืบค้นเมื่อ 2025-07-15.
- ↑ "สปป.ลาว". www.lmcchina.org. สืบค้นเมื่อ 2025-07-15.