เจ้าสุภานุวงศ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เจ้าสุภานุวงศ์
ประธานประเทศลาว คนที่ 1
ดำรงตำแหน่ง
3 ธันวาคม พ.ศ. 2518 – 15 สิงหาคม พ.ศ. 2529
นายกรัฐมนตรี ไกสอน พมวิหาน
ก่อนหน้า ไม่มี
ถัดไป พูมี วงวิจิด (รักษาการ)
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2452
เมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว
เสียชีวิต 9 มกราคม พ.ศ. 2538 (85 ปี)
นครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว ลาว
พรรคการเมือง พรรคประชาชนปฏิวัติลาว
คู่สมรส เวียงคำ สุภานุวงศ์ (เหวียน ธิ)

สาธุเจ้าชายอุดทอง สุภานุวงศ์ หรือ เจ้าสุภานุวงศ์ หรือ ประธานสุภานุวงศ์ (ลาว: ສຸພານຸວົງ) เกิดเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2452 ที่เมืองหลวงพระบาง เป็นเชื้อพระวงศ์ราชวงศ์ล้านช้างหลวงพระบาง เป็นประธานประเทศ (ประธานาธิบดี) สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว คนแรกหลังจากลาวเปลี่ยนแปลงการปกครองจากราชอาณาจักรมาเป็นสาธารณรัฐเมื่อปี พ.ศ. 2518 ทั่วโลกรู้จักในสมญานาม "เจ้าชายแดง" หรือ "The Red Prince"

ประวัติ[แก้]

เจ้าสุภานุวงศ์ ประสูติเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2452 เป็นโอรส 1 ใน 23 พระองค์ ของสมเด็จเจ้ามหาอุปราชบุญคงแห่งหลวงพระบาง กับหม่อมคำอ้วน หม่อมห้ามลำดับที่ 11 เป็นพระอนุชาต่างชนนีกับเจ้าเพชรราช และเจ้าสุวรรณภูมาโอรสที่ประสูติจากพระชายาเอก และเจ้าสุวรรณราชโอรสที่ประสูติจากหม่อมห้ามลำดับที่ 9

เจ้าสุภานุวงศ์ได้รับการศึกษาจากพระอาจารย์ชาวฝรั่งเศสในหลวงพระบาง แล้วเสด็จไปศึกษาต่อที่สถาบันลีเซอัลแบร์ซาโร ที่ฮานอย ทำให้พระองค์มีความสัมพันธ์อย่างแน้นแฟ้นกับเวียดนามไปตลอดพระชนม์ชีพ พระองค์ตรัสภาษาฝรั่งเศส ภาษาเวียดนาม และภาษาอังกฤษได้ดีเยี่ยม หลังจากจบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านวิศวกรรมการก่อสร้างทางและสะพานที่ปารีส ประเทศฝรั่งเศส ได้เสด็จกลับมาลาว และได้อภิเษกกับสตรีชาวเวียดนามชื่อ เหวียนธิ ซึ่งเป็นหลานสาวของ โฮจิมินห์ ภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็นภาษาลาวว่า เวียงคำ สุภานุวงศ์ (ลาว: ວຽງຄຳ ສຸພານຸວົງ) มีบุตรธิดารวม 10 คน เป็นชาย 8 คน และหญิง 2 คน

พระองค์ทรงเข้าร่วมขบวนการต่อต้านฝรั่งเศสเพื่อเอกราช จนได้รับบาดเจ็บในการต่อสู้กับฝรั่งเศสที่เมืองท่าแขก ระหว่างหนีข้ามแม่น้ำโขงเข้ามายังฝั่งไทย ในปี พ.ศ. 2489 ทรงก่อตั้งกองทัพปลดปล่อยประชาชนลาวในพื้นที่ซำเหนือ ในปี พ.ศ. 2492ภายใต้การสนับสนุนของโฮจิมินห์ ซึ่งต่อมาเป็นขบวนการคอมมิวนิสต์ประเทศลาว ต่อมาอีกสองปี ขบวนการประเทศลาวก็สามารถครองพื้นที่ 1 ใน 3 ของประเทศได้ และตั้งฐานที่มั่นที่ยากแก่การทำลายในถ้ำหินปูนที่แขวงหัวพันกับพงสาลี

พ.ศ. 2496 ฝรั่งเศสได้จัดตั้งรัฐบาลลาวขึ้น อยู่ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีหลายท่านที่เป็นพวกอนุรักษนิยม ได้แก่เจ้าสุวรรณราช และเจ้าสุวรรณภูมา ส่วนพระองค์นิยมลัทธิคอมมิวนิสต์จนได้สมญานามว่า "เจ้าชายแดง"

ในปี พ.ศ. 2517 พระองค์เสด็จคืนเวียงจันทน์ ทรงดำรงตำแหน่งประธานสภาที่ปรึกษาแห่งชาติอยู่ 18 เดือน จนสถาปนาประเทศเป็น "สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว" พระองค์ได้รับเลือกเป็นประธานประเทศ และประธานสภาประชาชนสูงสุดคนแรก พร้อมกันนั้น พระองค์ได้สละฐานันดรศักดิ์ทั้งปวงในสมัยระบอบเก่า เจ้าสุภานุวงศ์เป็นที่รักของประชาชนชาวลาว จนเรียกขานกันว่า "ลุงประธาน"

บั้นปลายพระชนม์ชีพ[แก้]

เจ้าสุภานุวงศ์ ขณะร่วมขบวนการปฏิวัติลาวสู่ระบอบสังคมนิยม

เจ้าสุภานุวงศ์ ดำรงตำแหน่งประธานประเทศมาจนถึง พ.ศ. 2529 จึงได้วางมือจากการเมือง เนื่องจากความขัดแย้งเรื่องกองทหารเวียดนามในประเทศ หลังจากนั้นปี พ.ศ. 2534 จึงได้ออกจากตำแหน่งประธานประเทศ ในเวลาต่อมา คริสโตเฟอร์ เกรมเมอร์ (Christopher Kremmer) ผู้สื่อข่าวชาวออสเตรเลีย ได้ขอสัมภาษณ์พระองค์ในปี พ.ศ. 2536 และได้ทำการตีพิมพ์คำพูดของเจ้าสุภานุวงศ์ในหนังสือ ตามรอยกษัตริย์แห่งช้าง (Stalking the Elephant king) ความว่า

เพราะข้าพเจ้า บูชาความสวยงามของแม่หญิง จึงกลายเป็นคนหูหนวกตาบอดในชีวิต มาบัดนี้ ข้าพเจ้าจึงรู้ว่า เป็นความผิดอย่างใหญ่หลวงในชีวิตข้าพเจ้า ข้าพเจ้าไม่คิดว่า พวกเวียดมินห์ จะมีพฤติกรรมโหดร้ายถึงขนาดนี้ ต่อประเทศชาติและประชาชนลาวของพวกข้าพเจ้า ในช่วงเวลาที่ข้าพเจ้าไปร่วมมือกับพวกเวียดมินห์ เพื่อทำการกู้ชาตินั้น ได้สัญญาว่า "เมื่อได้สงครามยุติลง คนเวียดนามก็ต้องกลับไปอยู่ประเทศเวียดนาม คนลาวก็ต้องกลับไปอยู่ประเทศลาว" ถึงว่า สัญญามิตรภาพ ลาว-เวียด เป็นบ้านพี่เมืองน้องกัน ยังใช้ได้อยู่ก็ตาม ข้าพเจ้าไม่รู้ว่า เมื่อได้พวกเขาจะเอาร่างกายของข้าพเจ้าไปจุดเผา แต่พฤติกรรมที่พวกเขากระทำต่อประเทศชาติของพวกข้าพเจ้านั้นลบไม่ลงไปกับการหยุดลมหายใจและการเผาศพของข้าพเจ้า

ก่อนหน้านี้ ข้าพเจ้าไม่สามารถพูดออกมา มีแต่หนีมันไว้อยู่เบื้องหลังที่นั้น ดังนั้น ต่อหน้าสภาพการอันร้ายแรงของประเทศชาติบ้านเมืองลาวนี้ ข้าพเจ้าขอเรียกร้องมายังพี่น้องร่วมชาติทั้งหญิงชาย ลูกหลานทุกชนชาติชนเผ่าและผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลายที่สุขภาพเข้มแข็ง จึงมาร่วมจิตร่วมใจกันเข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียว เพื่อชำระล้างโทษกรรมของข้าพเจ้าที่มีต่อประเทศชาติและประชาชนพลเมืองลาวเดี๋ยวนี้ ข้าพเจ้าไม่ได้เป็นผู้รักชาติ และเรือเพื่อผลประโยชน์ให้แก่ประชาชนอีกแล้ว "เพราะถูกพวกเขาต้ม" เมื่อพวกลูกหลานได้ยิน ได้ฟัง หรือได้อ่านคำเรียกร้องนี้แล้ว จงรีบหันเปลี่ยนแนวคิดจิตใจไปสู่ทิศทางใหม่ เพื่อปกปักรักษาประเทศชาติ และทรัพย์สมบัติของชาติ ของประชาชน สำคัญที่สุด คือ ชีวิตของความเป็นลาวไว้ให้มั่นคง

พี้น้องร่วมชาติที่เคารพทั้งหลาย โดยเฉพาะพวกพี่น้องและลูกหลานที่อยู่ต่างประเทศเป็นผู้รักชาติอย่างแท้จริง พวกเจ้าเห็นการณ์ไกลและมีความรู้ ความฉลาดส่อง ความรักชาติของพวกเจ้านั้น มีมากมาย พวกเจ้าอย่าปล่อยให้ประเทศชาติตาย สำหรับพี่น้องลูกหลานที่อยู่ภายในประเทศ ต้องรีบปฏิรูปตัวเอง แล้วกอดรัดเข้ากันให้แน่น ก้าวเดินไปสู่ทิศทางใหม่ พิเศษสุดคือต้องเดินไปตามแนวคิดของพวกลูกหลานที่อยู่ต่างประเทศ ถ้าพวกเจ้าเข้าใจสภาพการบ้านเมืองดี และปฏิบัติตามคำเรียกร้องดังกล่าว พวกเจ้าต้องอยู่อย่างมั่นคงและมีเกียรติ ก่อนข้าพเจ้าจะสิ้นชีวิตได้ ขอฝาก ความเรียกร้องนี้ไว้ให้พี่น้องร่วมชาติทั้งหลายจงเอาใจใส่ สู้ชน ปฏิบัติ ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า ประเทศของพวกเรา จะต้องอยู่อย่างมั่นคง เป็นประเทศลาวต่อไป [1]

จึงสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2538 ที่นครเวียงจันทน์

ประวัติการศึกษา[แก้]

ประวัติด้านการเมือง[แก้]

หลังจากที่โฮจิมินห์ได้ตั้งพรรคคอมมิวนิสต์อินโดจีนเมื่อ พ.ศ. 2480 เจ้าสุภานุวงค์ก็ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกพรรค และเป็นผู้นำประชาชนลาวในการต่อสู้เพื่อเรียกร้องเอกราชจากฝรั่งเศส และเป็นผู้นำของพรรคประชาชนปฏิวัติลาวในยุคก่อตั้งพรรค และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองที่ประเทศลาวเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2518 เจ้าสุภานุวงศ์ได้ดำรงตำแหน่งประธานประเทศจนถึง พ.ศ. 2534

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. Stalking the elephant kings หน้า 96
ก่อนหน้า เจ้าสุภานุวงศ์ ถัดไป
2leftarrow.png ประธานประเทศลาว
(3 ธันวาคม พ.ศ. 2518 - 15 สิงหาคม พ.ศ. 2534)
2rightarrow.png พูมี วงวิจิด
(รักษาการ)