ไทยเชื้อสายโปรตุเกส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ชาวไทยเชื้อสายโปรตุเกส
Kudeejeen.jpg
ชาวไทยเชื้อสายโปรตุเกสบ้านกุฎีจีน
จำนวนประชากรทั้งหมด

1,400-2,000 คน (ค.ศ. 1830)[1]

ดินแดนที่ให้การรับรองชาติพันธุ์
เขตธนบุรี(ส่วนใหญ่), เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร
ไทย ประเทศไทย
ภาษา
ภาษาไทย
ศาสนา
ศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก

ชาวไทยเชื้อสายโปรตุเกส อาศัยอยู่ร่วมกับชาวจีนในแถบกุฎีจีน ซึ่งย่านนี้ยังเป็นที่อยู่ของพวกเข้ารีตเชื้อสายโปรตุเกส และญวน ดังมีกล่าวไว้ในหนังสือสาสน์สมเด็จว่า “...ส่วนฝรั่งเชื้อสายโปรตุเกสที่เคยอยู่ ณ พระนครศรีอยุธยา ก็ให้รวมกันตั้งบ้านเรือนอยู่ริมแม่น้ำใต้กุฎีจีนต่อลงไป จึงเรียกกันว่า “ฝรั่งกุฎีจีน” คำว่า “ฝรั่งกุฎีจีน” นี้แสดงให้เห็นว่าชาวโปรตุเกสมาอยู่ทีหลังชาวจีน เพราะชื่อกุฎีจีนติดปากอยู่แล้ว

ประวัติ[แก้]

วัดซางตาครู้ส ศูนย์รวมจิตใจของชาวคริสต์ในชุมชนกุฎีจีน

ชาวโปรตุเกสในปัจจุบันนั้นมีอยู่ที่บ้านวัดคอนเซ็ปชัญ (Conception) ซึ่งสืบเชื้อสายจากชาวโปรตุเกสที่เข้ามาค้าขายแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ชาวโปรตุเกสเหล่านี้ส่วนใหญ่รับราชการเป็นทหาร ออกรบหลายครั้งจนได้รับความดีความชอบ สมเด็จพระนารายณ์มหาราชโปรดเกล้าฯ พระราชทานที่ดินสำหรับสร้างวัด และเป็นที่อยู่อาศัยของชาวโปรตุเกสกลุ่มหนึ่งราว 60-70 ครอบครัว จึงมาตั้งภูมิลำเนาอยู่ที่ตำบลสวนพลู (ปัจจุบันคือโรงเรียนเซนต์คาเบรียล และสุสาน) สังฆราชหลุยส์ลาโน ได้รวบรวมครอบครัวคริสตัง สร้างวัดพระแม่ปฏิสนธินิรมล (วัดน้อย) ขึ้นราว พ.ศ. 2217 ซึ่งเป็นโบสถ์เครื่องไม้ ต่อมาได้ทรุดโทรม พระสังฆราชปาเลอกัวซ์จึงได้สร้างวัดคอนเซ็ปชัญราว พ.ศ. 2379 สง่างามด้วยสถาปัตยกรรมยุโรปเคียงข้างวัดน้อย

เรื่องราวของหมู่บ้านคอนเซ็ปชัญปรากฏอีกครั้งใน พ.ศ. 2325 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ในชาวเขมรเข้ารีตที่หนีภัยจากการจลาจลราว 400-500 คน ให้มาอยู่รวมกับชาวโปรตุเกส ด้วยพระองค์ทรงเห็นว่าชาวเขมรนับถือศาสนาคริสต์เหมือนกับชาวโปรตุเกส ตั้งแต่นั้นบ้านโปรตุเกสจึงถูกเรียกว่า บ้านเขมร วัดคอนเซ็ปชัญ ก็ถูกเรียกว่าวัดเขมร แต่นั้นมา และอยู่อาศัยปะปนรวมกับชาวเขมร รวมถึงบ้านญวนสามเสนที่อยู่ใกล้ๆกันนั้นเอง

จากประวัติพระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย กล่าวว่า เมื่อพระเจ้าตากสินสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานีแล้ว คุณพ่อกอร์ บาทหลวงชาวฝรั่งเศสซึ่งอาศัยอยู่ในกรุงศรีอยุธยาและพาพวกเข้ารีตหลบหนีไปอยู่เขมรเมื่อกรุงแตก ได้กลับมาพร้อมพวกเข้ารีตและได้พบหมู่คริสตังจำนวนไม่น้อยอาศัยอยู่รวมกันใกล้ป้อมที่บางกอก จึงได้ขอพระราชทานที่ดินบริเวณนี้จากพระเจ้ากรุงธนบุรีเพื่อสร้างโบสถ์ ตั้งชื่อว่า “ซางตาครู้ส” (Santa Cruz) เป็นโบสถ์โรมันคาทอลิกเก่าแก่อันดับ 2 รองจากวัดคอนเซ็ปชัญ ที่สามเสนฝั่งตะวันออก ซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พวกโปรตุเกสนอกจากจะตั้งถิ่นฐานในชุมชนกุฎีจีนแล้ว ยังมีที่วัดกาลหว่าร์ บริเวณตลาดน้อย ซึ่งเป็นโบสถ์โรมันคาทอลิกหลังที่ 3 ในบางกอก อันถือมาจากความขัดแย้งในหมู่ชาวโปรตุเกสที่วัดซางตาครู้ส ซึ่งบางส่วนไม่ยอมรับการปกรองของบาทหลวงชาวฝรั่งเศส จึงแยกมาตั้งวัดเป็นของตนเอง ทว่าภายหลังชาวโปรตุเกสที่วัดกาลหว่าร์น้อยลงกว่าชาวคริสตังเชื้อสายจีนที่อพยพมาอาศัยมากขึ้น

ภาษา[แก้]

ฝรั่งโปรตุเกสกุฎีจีนพวกนี้ได้แต่งงานผสมผสานกับคนไทย มีลูกหลานสืบเชื้อสายจนถึงปัจจุบัน เช่นตระกูลทรรทรานนท์ จันทรัคคะ ดากรู้ด สิงหทัต จาค๊อป สงวนยวง เดฮอตา สงวนแก้ว ทองหล่อ วงศ์เงินยวง มรดกที่ตกทอดจากตระกูลวงศ์แล้ว เรื่องภาษาคนเฒ่าคนแก่ข้างโบสถ์ซางตาครู้ส ยังพอจำได้ว่าแต่ก่อนเขาเคยใช้คำว่า “อาโว” เป็นสรรพนามเรียกแม่เฒ่า และ “จง” เป็นสรรพนามเรียกพ่อเฒ่า ส่วนในบ้านโบสถ์คอนเซ็ปชัญยังมีตระกูล ดาครุส โรดิเกส ลิเบโรย และใช้ภาษาโปรตุเกสบ้างอย่างคำว่า“ป๋าย” แปลว่าพ่อ ติว แปลว่า อาผู้ชาย เต แปลว่า อาผู้หญิง นอกจากนี้ยังมีอาหารการกินที่เป็นเอกลักษณ์ และในอดีตเคยใช้ชาวโปรตุเกสจากที่ชุมชนกุฎีจีนติดต่อค้าขายกับต่างประเทศด้วยจนเรียกว่าชาวโปรตุเกสที่บ้านกุฎีจีนเป็นฝ่ายบุ๋น และฝ่ายบ้านคอนเซ็ปชัญเป็นฝ่ายบู๊[2] เนื่องจากสืบเชื้อสายของพระยาวิเศษสงครามรามภักดี ต้นตระกูลวงศ์ภักดี และวิเศษรัตน์ ชาวไทยเชื้อสายโปรตุเกสทั้งสองกลุ่มจะมีความแตกต่างกันบ้าง อย่างที่ชุมชนคอนเซ็ปชัญจะอยู่ปะปนกันทั้งชาวโปรตุเกส เขมร และญวน ส่วนที่กุฎีจีนชาวโปรตุเกสจะปะปนอยู่กันชาวจีน และญวน

อาหาร[แก้]

อาหารของชาวไทยเชื้อสายโปรตุเกส เป็นอาหารที่ได้รับตำรับจากโปรตุเกส แต่ได้ผสมผสานกับไทยไปไม่น้อยเช่นกัน แม้แต่ไทยเองยังรับตำรับขนมหวานของโปรตุเกสมา อย่างทองหยิบ ทองหยอด อาหารที่สำคัญๆของชาวไทยเชื้อสายโปรตุเกสได้แก่

  • แกงเหงาหงอด ซึ่งคล้ายกับแกงส้มแต่มีกรรมวิธีต่างออกไป สมัยก่อนเมื่อถึงฤดูน้ำหลากจะมีการจับปลาสังกะวาดมาทำแกง แต่ปัจจุบันหายาก จึงใช้ปลาเนื้ออ่อนแทน ก่อนอื่นต้องล้างเมือกออกจากตัวปลา แล้วขัดด้วยแกลบจนหนังขาว เอาไส้ออกแล้วหั่นเตรียมไว้ พริกแกงตำแบบแกงส้ม โดยใช้ทั้งพริกแห้งและพริกสดสีเหลืองตำกับหัวหอมมากหน่อย และใส่กระเทียมด้วย แต่ใส่กะปิและกระชาย เวลาแกงมาละลายน้ำกรองด้วยผ้าขาวบาง เอาแต่น้ำไปต้มจนเดือดจึงใส่ปลา ปรุงรสด้วยเกลือ มะนาว ไม่ใส่มะขามเปียก และไม่ใส่น้ำตาล แกงจะออกรสเค็มและเปรี้ยว ก่อนเสิร์ฟใส่ใบโหระพาเป็นอันเสร็จ
  • ต้มมะฝาด คล้ายต้มจับฉ่ายของคนจีน โดยมีลูกผักชี ยี่หร่า ใบกระวาน กานพลู รากผักชี กระเทียม และขมิ้นตำจนละเอียด หั่นกะหล่ำปลี ผักคะน้า หัวไชเท้า ต้นหอม ผักชี เรียงลงในหม้อ จากนั้นใส่หมู เป็ด ไก่สดลงไปบนผัก หรือจะใส่เนื้อวัวด้วยก็ควรต้มให้นิ่มก่อน วางสลับกันเป็นชั้นอย่างนี้ไปเรื่อยพร้อมกับโรยเครื่องปรุงที่ตำไว้แล้วลงบนผักและเนื้อ ใส่น้ำแกงพอสมควร แล้วปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปีบ และน้ำส้มสายชู ต้มเคี่ยวจนผักเปื่อยเนื้อนุ่มก็รับประทานได้น้ำแกงสีเหลืองสวยจากขมิ้นคล้ายกับแกงเหลืองของภาคใต้
  • เนื้อแซนโม เป็นอาหารพิเศษกินกันในครอบครัวช่วงเทศกาลสำคัญต่างๆ วิธีทำเริ่มจากการหาเนื้อสะโพกมาตัดแบ่งเป็นชิ้นๆ ให้หนาราว 2 นิ้ว กว้างราว 16 นิ้ว แล้วนำมันหมูแข็งที่หั่นเป็นชิ้นยาวมาคลุกเคล้ากับพริกไทย เกลือ และหอมแดงที่บุบผสมเข้าไป พร้อมกับนำเนื้อชิ้นดังกล่าวไปคลุกกับพริกไทย เกลือ และหอมแดงบุบ ก่อนนำไปทอดในน้ำมันพอเหลืองหอมไม่ต้องถึงสุก จึงนำไปต้มอีกทีในน้ำแกงที่ผสมหัวหอม เกลือ ซอสแม็กกี้ และซีอิ้วดำ ซึ่งเหยาะเพียงแค่นิดหน่อยเพื่อให้สีสวย พร้อมกับห่อผ้าขาวที่ใส่เครื่องเทศมีลูกกระวาน กานพลู พริกไทย และอบเชย เวลากินเสิร์ฟเหมือเนื้อตุ๋น แต่ต้องนำชิ้นเนื้อมาหั่นเป็นแว่นๆ จะเห็นมันหมูเป็นไส้ข้างใน กินกับข้าว หรือขนมปังก็ได้ ปัจจุบันในชุมชนเหลือคนทำเนื้อแซนโมได้น้อยคน เนื่องจากหลายขั้นตอน และเสียเวลามาก
  • ขนมจีนไก่คั่ว หรือที่บางคนเรียกว่าขนมจีนน้ำยาไก่ จะทำกันในงานฉลองพระแม่ไถ่ทาส เดเมย์เซเดย์ หรือที่ชาวบ้านคอนเซ็ปชัญเรียกว่า พระแม่ขนมจีน และงานมงคลอย่างงานแต่งงานเท่านั้น เวลาปกติไม่ค่อยมีใครทำเนื่องจากขั้นตอนและวิธีการทำยุ่งยาก ผู้สูงอายุก็หวงวิชาเก็บไว้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตน แม้แต่ลูกหลานบางคนก็ยังไม่ได้รับความรู้นี้เลย คนที่ทำขนมจีนไก่คั่วได้จึงเหลือไม่กี่คน และขนมจีนไก่คั่วหากินยาก มีเฉพาะบ้านคอนเซ็ปชัญเท่านั้น และคาดว่าคงจะเป็นอาหารดั้งเดิมของโปรตุเกส ส่วนประกอบก็มี ถั่วตัดสับละเอียด เนื้อไก่สับหรือบด พริกเหลืองและพริกแดงตำละเอียด เครื่องในไก่ เลือดไก่ และต้นหอมผักชี วิธีการทำคือ นำเครื่องแกงลงไปผัดกับกะทิให้หอม แล้วใส่เนื้อไก่ยีให้เข้ากัน ใส่กะทิ ส่วนพริกเหลืองพริกแดงให้ผัดกับกะทิต่างหาก ใช้ประกอบสำหรับคนทานเผ็ด เวลาทานก็โรยต้นหอมผักชี คนเฒ่าคนแก่บางคนว่ากันว่า ขนมจีนขนานแท้ต้องใส่กระดูกไก่สับละเอียดลงไปด้วย เวลารับประทานก็เคี้ยวกรุบๆ เพิ่มรสชาติในการับประทานอาหาร

ชาวไทยเชื้อสายโปรตุเกสที่มีชื่อเสียง[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. domingo, 19 de Julho de 2009. Protuguese descendants in Thailand 500 ปีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศโปรตุเกสและประเทศไทย
  2. http://www.reurnthai.com/index.php?topic=1982.15
  3. ผู้อยู่ฝ่าย"ความจริง"
  4. ซางตาครู้ส กางเขนศักดิ์สิทธิ์
  • ปราณี กล่ำส้ม. ย่านเก่า ในกรุงเทพ.--กรุงเทพ:เมืองโบราณ,2545
  • อาณัติ อนันตภาค.หลากชาติ หลายพันธุ์ ใต้ร่มเงาสยาม.,--กรุงเทพฯ:สยามบันทึก,2549